Featured
“เมืองไพลิน” ในอดีตเคยเป็นค่ายอพยพของเขมรแดง เรียกว่า “ฐานภูลำเจียก” และเคยเป็นเหมืองพลอยสีน้ำเงิน (บลู แซฟไฟร์) หรือ “พลอยไพลิน” ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก แต่ทุกวันนี้เมืองไพลินไม่เหลือพลอยให้ขุดอีกแล้ว เมืองไพลินได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบภูเขาสูง มีแหล่งน้ำอุดมสมบรูณ์ มีสภาพภูมิอากาศที่ดี เอื้อต่อการเติบโตของไม้ผล ทำให้เมืองไพลินกลายเป็นแหล่งปลูกลำไยที่สำคัญของประเทศกัมพูชา หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ลำไยสดจะถูกส่งออกผ่านชายแดน ที่ด่านช่องพรม บ้านโอร์สะกรอม เพื่อนำมาขายล้งจีนที่ฝั่งไทย ผ่านทางด่านถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ระยะทางขนส่งสินค้า ประมาณ 17 กิโลเมตร หากใครมีโอกาสผ่านไปแถวด่านถาวรบ้านผักกาด คงจะเคยสังเกตเห็นรถบรรทุกจากฝั่งเขมรที่บรรจุสินค้าลำไยสด รวมทั้ง มันสำปะหลัง และข้าวโพด มาส่งขายพ่อค้าในฝั่งไทยแทบทุกวัน ลุงแยม หรือ “ซา จำเจริญ” เกษตรกรชาวกัมพูชา เจ้าของสวนลำไยสองพี่น้อง ในพื้นที่ฝั่งไทยที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี และเป็นผู้ปลูกลำไยมากที่สุดในเมืองไพลิน เนื้อที่ปลูกลำไยมากกว่า 125 ไร่ ปัจจุบัน สวนลำไยในเมืองไพลินแห่งนี้ มีต้นทุนก
เพจ China Xinhua News รายงานว่า เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว พญ. หวัง เสี่ยว หยาง วัย 52 ปี ซึ่งควบตำแหน่งผู้อำนวยการแผนกอายุรกรรมของโรงพยาบาลกลางลั่วหยาง ในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ได้เข้ารับการตรวจสุขภาพของพนักงาน และถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ในช่วงเวลานั้น หวัง เสี่ยว หยาง ผู้มีประสบการณ์การเป็นแพทย์มากว่า 20 ปีแล้ว ก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังเผชิญกับอะไร หลังจากเข้ารับการการรักษาเป็นเวลาสั้นๆ พญ. หวัง เสี่ยว หยางก็กลับไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติ เธอยังคงวินิจฉัยโรค และตรวจดูแลผู้ป่วยทั่วไปเหมือนเช่นเคย แม้แต่คนไข้ของเธอหลายคนก็ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเธอมีอาการป่วยหนัก เพียงแต่เห็นว่าร่างกายของเธอผ่ายผอมลงอย่างมาก แต่ช่วงหลังๆ มานี้ สภาพร่างกายของเธอยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ทำให้เธอรู้ว่าตนเองคงเหลือเวลาไม่มากแล้ว จึงขอให้เพื่อนช่วยติดต่อศูนย์กระจกตา เพื่อทำการส่งต่ออวัยวะมีค่าชิ้นสุดท้ายให้แก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ พญ. หวัง เสี่ยว หยาง จึงลงนามในหนังสือบริจาค พร้อมระบุข้อความว่า “ขอโทษด้วยจริงๆ เมื่อฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้ว อวัยวะอื่นๆ จึงไม่สามารถใช้ได้แล้ว เหลือก็แต่กระจกตาที่ยังพอใช้ได้ จึงขอบ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศาลพม่ามีคำตัดสินเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ให้นักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์มีความผิดฐานหมิ่นศาสนา หลังนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวถอดปลั๊กลำโพงที่พระใช้เทศนาในช่วงดึกออก และต้องรับโทษจำคุก 3 เดือน รายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวชื่อว่านาย คลาสส์ เฮย์เทมา วัย 30 ปี ผู้ที่ถูกจับกุมเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหลังก่อเหตุถอดปลั๊กเครื่องขยายเสียงในงานพิธีทางพุทธศาสนาที่จัดขึ้นใกล้ๆกับโรงแรมในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า เพื่อร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวน โดยศาลพม่าที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธและมีความเคร่งครัดเกี่ยวกับศาสนา มีคำตัดสินในวันเดียวกันนี้ระบุว่า นายเฮย์เทมา นั้นมีความผิดอย่างชัดเจนจากการหมิ่นศาสนา และต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 เดือนพร้อมการใช้แรงงาน นอกจากนี้นายเฮย์เทมา ผู้ที่ถึงกับร้องไห้ขณะที่ศาลตัดสินความผิดนั้น สามารถเลือกที่จะจ่ายค่าปรับจำนวน 80 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2,800 บาทแทนที่จะต้องรับโทษในข้อหาละเมิดข้อกำหนดวีซ่าที่ระบุให้นักท่องเที่ยวต้องเคารพขนบธรรมเนียมของพม่าเพื่อหลีกเลี่ยงโทษจำคุกเพิ่มขึ้นอีก 3 เดือนได้ รายงานอ้างถึงสื่อพม่าที่รายงานก่อนหน้านี้ว่า นายเฮย์เทม
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่โรงแรมริชมอนด์ น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai PAN) เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างผัก10 ชนิด ได้แก่ พริกแดง กะเพรา ถั่วฝักยาว คะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาวปลี กะหล่ำปลี แตงกวา มะเขือเปราะ และมะเขือเทศ ผลไม้ 6 ชนิด คือ ส้มสายน้ำผึ้ง มะละกอ แตงโม แคนตาลูป ฝรั่ง และแก้วมังกร รวมทั้งผักผลไม้ทั้งหมด 158 ตัวอย่าง ซึ่งมีทั้งที่มีฉลากรับรองมาตรฐาน อาทิ มาตรฐานปลอดภัยเกษตรอินทรีย์ ฉลากออร์แกนิกส์ ฉลากมาตรฐานคิว จีเอพี (Q GAP) คิวจีเอ็มพี (Q GMP) และที่ไม่มีฉลากรับรองมาตรฐาน โดยเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 23-29 สิงหาคมที่ผ่านมา จากห้างโมเดิร์นเทรด 3 ห้างหลัก และเก็บจากตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ 3 แห่ง ที่รังสิต จ.ปทุมธานี จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี จากนั้นก็นำไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ประเทศอังกฤษ ผลการตรวจพบผักผลไม้มีสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานถึงร้อยละ 56 โดยส่วนที่จำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรดมีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานร้อยละ 70.2 ส่วนตลาดค้าส่งมีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานร้อยละ 54.2 น.ส.ปรกชล กล่าวว่า ทั้งนี้ ผลการตรวจทั้งที่มีฉลากรับ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ น.ส.รัชนี บูราณ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 334/154 หมู่ 4 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.จารุพันธ์ เอี่ยมโหมด รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางแก้ว ว่าถูกเบี้ยวเงินค่าสมัครทำงานฝีมือออนไลน์ จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่เปิดรับสมัครทำอาชีพเสริม งานฝีมือ ภายหลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว พ.ต.ท.วิภพ วราโพธิ์ พ.ต.ท.เฉลิมพล รุ่งมณี รอง ผกก.สอบสวน ทราบและร่วมสอบปากคำผู้เสียหาย น.ส.รัชนี ให้การว่ามีเพื่อนที่รู้จักแนะนำหน้าเพจเฟซบุ๊ก รับสมัครทำอาชีพเสริมแบบงานฝีมือ ว่าสามารถรับงานเป็นการแพ๊คสินค้พวก เครื่องประดับใส่ถุงพลาสติก มาทำที่บ้านได้ และเพื่อนก็รับมาทำเช่นกัน ตนจึงสอบถามรายละเอียดไปยังเจ้าของเพจโดยตรง ได้ข้อสรุปว่าจะต้องเสียค่าสมัครในการรับทำงานแพ๊คสินค้าชุดละ 800 บาท ซึ่งเป็นค่าสมัครตลอดชีพ แล้วจะได้รับค่าแรงกลับคืนชุดละ 100 บาท พอตนรับงานครั้งที่ 2 ก็ไม่จำเป็นต้องสมัครแล้ว จึงตัดสินโอนเงินสมัครและลองรับมาทำก่อนครั้งแรก 10 ชุด โดยเดินทางไปรับของที่บ้านเจ้าของเพจและก็ได้ค่าแรงตามจริ
วันที่ 6 ต.ค. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. นำเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมแก๊งผลิตกาแฟปลอม โดยนำกาแฟผสมเองมาบรรจุในหีบห่อของกาแฟยี่ห้อดัง พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 7 คน และของกลางจำนวนมาก ที่โกดังสินค้าเลขที่ 37/7 หมู่ 2 ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จากการตรวจค้นพบซองบรรจุกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อชื่อดังพร้อมจำหน่าย 439,200 ซอง เครื่องบดผสมกาแฟ 4 เครื่อง ถุงบรรจุกาแฟ น้ำตาล ครีมเทียมและซองกาแฟ และกล่องเปล่าที่ยังไม่บรรจุอีกจำนวนมาก จึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าว 7 คน ประกอบด้วย ชาวพม่า 3 คนและชาวลาว 4 คน ด้านพล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของกาแฟปลอมในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงติดตามสืบสวนจนพบว่ามาจากโรงงานย่าน จ.ปทุมธานี เมื่อผลิตแล้วจะไปขายตามตลาดนัด จึงขอหมายศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อเข้าตรวจค้น จนได้ผู้ต้องหาและของกลางจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000,000 บาท ขณะตรวจค้นไม่พบเจ้าของอยู่ในโกดังโรงงาน โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามมา เพื่อดำเนินคดีข้อหาปลอมเครื่องหมายการค้า และให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว เนื่องจากมีแรงงานต่
เป็นงานสัมมนาใหญ่อีกงานที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นั่นคือ งานสัมมนาครั้งใหญ่ “WHY 100 ล้านความสำเร็จ” ที่ไบเทคบางนา โดยคุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด และ Life Coach พันล้าน นักเปลี่ยนชีวิตผู้คน (ซ้าย) เล่าว่า งานสัมมนาดังกล่าวเพื่อให้ทุกคนที่ต้องการพัฒนาตนเองได้เห็นถึงการดึงศักยภาพภายในออกมาใช้ในชีวิตให้มากขึ้นกว่าเดิม หรือที่เรียกว่า การสร้าง Inner Power การสัมมนาจะเน้นเนื้อหาในการแบ่งปันในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่ภายในตัวของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของคนแต่ละคน อาทิ เรื่องความเชื่อที่มีอยู่ดั้งเดิม การเปลี่ยนความเชื่อเพื่อส่งเสริมชีวิต การเข้าใจความหมายและคุณค่าของตัวเอง การเรียนรู้เรื่องพลังผลักดันให้มนุษย์แต่ละคนลงมือทำ การก้าวข้ามความกลัว การเพิ่มพลังความกระตือรือร้น เป็นต้น ภายใต้แนวคิดหลัก NLP ประยุกต์ (Neuro Linguistic Programing) ซึ่งเป็นศาสตร์พัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน NLP เป็นศาสตร์ในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์จากภายในสู่ภายนอก หากมีคนเข้าใจศาสตร์นี้ในระดับที่สามา
สวัสดีครับ ผมระหกระเหเร่ร่อนสัญจรไปพบพี่น้องเกษตรกรมาทั่วประเทศ และอีกหลายประเทศก็เคยไป ผมพบว่าผืนแผ่นดินสำหรับทำการเกษตรมันลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีที่ดินทำกินจำกัดเหลือเกิน ยิ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนายิ่งไปใหญ่ ปัญหาการถือครองที่ดินของเกษตรกรยิ่งรุนแรง เกษตรกรมีที่ดินน้อยลง เรื่องเหล่านี้เป็นปัญหามาตลอด ไม่ว่าสมัยไหนรัฐบาลใดก็ไม่สามารถแก้ไขให้เกษตรกรตาดำๆ พ้นบ่วงกรรมนี้ไปได้ ในมุมมองของผม พี่น้องเกษตรกรรายย่อยควรตื่นตัวมองหาช่องทางทำกินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ที่ดินน้อยก็ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะกับการใช้พื้นที่น้อย ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่สามารถขายได้เร็ว ผลผลิตสูง ราคาดี มีตลาดรองรับ ในด้านปศุสัตว์ผมเคยนำเสนอแพะและแกะให้เป็นสัตว์ที่เกษตรกรรายย่อยน่าจับตาและควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน มาฉบับนี้ผมนำเรื่องแกะเนื้อมารายงานอีกครั้งเพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้พี่น้องเกษตรกรคนจำนวนมากแต่เสียงแผ่วเบา ให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ คุณฐษณพร ทิพย์รักษ์ เลิกปลูกอ้อย หันมาเลี้ยงแพะ พาท่านมาพบกับ คุณฐษณพร ทิพย์รักษ์ ที่ ตำบลศรีมงคล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
ไก่งวง เป็นสัตว์ปีกจัดอยู่ในวงไก่ฟ้าและนกกระทาในต่างประเทศชาวคริสส์นิยมรับประทานในวันขอบคุณพระเจ้า ไก่งวงมีขนาดใหญ่กว่าไก่ทั่วไปหน้าตาผิดแผกไปจากไก่พื้นบ้าน ปัจจุบันมีการส่งเสริมการเลี้ยงไก่งวงในภาคอีสาน ว่ากันว่า เริ่มแรกไก่งวงเข้ามาในประเทศไทยโดยทหารอเมริกันเข้ามาประจำในฐานทัพที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา กระทั่งปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์นำมาเลี้ยงสร้างรายได้มี 3 สายพันธุ์หลัก คือ พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอล ไวท์ (Beltsville Small White) พันธุ์อเมริกัน บรอนซ์ (American Bronze) และไก่งวงลูกผสม (Crossbred) ที่จังหวัดมหาสารคามได้รับการผลักดันส่งเสริมจากอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด“โชคชัย เดชอมรธัญ” ตั้งแต่ก่อนโยกย้ายไปประจำจังหวัดภูเก็ตปรากฏว่าไก่งวงจากมหาสารคามได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งยังได้รับการพัฒนาแม่พันธุ์ภายในชื่อใหม่ “ไก่งวงเมืองตักสิลา” ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีรายได้เพิ่มขึ้น จนสามารถจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตามมา ปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม ถือเป็นแหล่งผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่งวงที่ดีที่สุดของประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและวางแผนการเลี้ยงจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ใช้ชื่อ “ไ
ยุคสมัยข้าวยากหมากแพง ผู้คนส่วนหนึ่งเลือกหันหลังให้เมืองใหญ่ กลับถิ่นฐานบ้านเกิด หาประกอบอาชีพเลี้ยงปากท้อง บางส่วนถ้าไม่เปิดร้านขายของเล็กๆ ก็เลือกเป็นเกษตรกร ฝากความหวังไว้กับผืนดิน สายน้ำ และท้องฟ้า ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะทำให้การเลือกเดินบนเส้นทางสายเกษตร ประสบความสำเร็จได้ คือความรู้ เพราะมีบางคนที่เลือกเป็นนายตัวเอง แต่ยังขาดความรู้ ต้องล้มเหลวกลับเข้ามาขายแรงในเมือง การปลูกมะนาว ที่สวนมะนาวย่านภาษีเจริญของ ลุงจำรัส คูหเจริญ อดีตข้าราชการวัย 74 ปี เจ้าของสวนมะนาวลุงจำรัส ที่ปลูกมะนาวจนประสบความสำเร็จ และยังสามารถเพาะพันธุ์มะนาวได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้ผู้ที่สนใจนำความรู้ไปต่อยอดต่อไป ลุงจำรัส เริ่มเล่าว่า มีพื้นเพมาจากครอบครัวชาวสวน อาศัยอยู่ในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ มานานแล้ว เรียกว่าทำสวนเป็นอาชีพหลักมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ส่วนตนสนใจปลูกกล้วยไม้เป็นอาชีพ ตามคำแนะนำของ ศ.ระพี สาคริก บิดาแห่งกล้วยไทย ตอนนั้นทำสวนกล้วยไม้ได้ประมาณ 8 ปี จึงสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ช่วงประมาณปี 2506 ไปเรียนประมาณ 5 ปีครึ่ง ด้านวิศวกร ควบคู่สาขาการเกษตร ช่วงนั้นต้องให้เเม่ดูเเลต้นไม้เพียงลำพัง หลัง
