Featured
ต่อยอดอาชีพพ่อแม่ เป็น ไก่ย่างซอสลาวา เจ้าดัง TikTok ปักหมุดงานประจำปี รายได้วันละหลักแสน เริ่มจากที่พ่อแม่ขายไก่ย่างตามตลาดนัด เป็นไก่ย่างทั่วๆ ไป จึงนำสิ่งที่มีอยู่ มาต่อยอดพัฒนาจนกลายมาเป็น “ไก่ย่างสำฤทธิ์” เจ้าดังใน TikTok ที่คนแห่ไปซื้อตามๆ กัน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ชีวิตโดนอะไรมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคำดูถูก ต้องอดทนกับสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอด แต่มาถึงวันนี้ พวกเขา คุณพ่อเก๋-สำฤทธิ์ แสนสุขบุญ และ คุณแม่เก๋-ลำพึง แสนสุขบุญ คู่สามีภรรยาเจ้าของร้านไก่ย่างสำฤทธิ์ ได้เปิดอกพูดถึงเส้นทางของความสำเร็จนี้ให้เราฟัง เริ่มต้นและต่อยอด ต้องบอกว่าอาชีพค้าขาย เริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่แล้ว แต่เดิมขายเป็นไก่ย่างแบบทั่วๆ ไปที่เห็นได้ตามตลาดนัด จนมาหลังๆ ย้อนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว คุณแม่เก๋ได้เห็นว่า เราควรที่จะปรับปรุง ต่อยอดจากของที่มีอยู่ โดยคิดค้นสูตรหมักไก่ขึ้นมา ปรุงให้มีความอร่อย เติมตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อย ทำให้ถูกปากถูกใจวัยรุ่นมากขึ้น เมื่อคิดสูตรขึ้นมาได้แล้วก็ชิมกันเองก่อนในครอบครัวก่อน ทุกคนก็รู้สึกว่า รสชาติมันถูกปาก คิดว่าทำขายให้ลูกค้ามันน่าจะดี เพราะยังไม่มีที่ไหนทำแบบนี้เลย
แจกสูตร แกงฮังเล เมนูยอดแย่ของโลก จาก TasteAtlas (เจ้าเก่าอีกแล้ว) ก่อนหน้านี้ แกงไตปลา ของไทย ติดอันดับ 1 ใน 100 เมนูยอดแย่ของโลก จากการจัดอันดับของ เว็บไซต์ TasteAtlas ล่าสุด จากการอัปเดตข้อมูลเมื่อวันที่ 16 เมษายน พบว่า อันดับ 1 เมนูยอดแย่ของโลก ตกเป็นของ Blodpalt เมนูจากประเทศฟินแลนด์ แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีอาหารไทยติดอันดับเช่นเดิม นั่นคือ แกงฮังเล ที่ติดอันดับ 5 เมนูยอดแย่ของโลก ทำให้คนไทยแสดงความคิดเห็นจำนานมาก เช่น แกงฮังเลอร่อยที่สุดในแกงเหนือ, กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวร้อนๆ ฟินที่สุดแล้ว, คนจัดอันดับมีชาติไหนบ้าง, กินไม่เป็นแล้วเที่ยวไปตัดสิน ฯลฯ สำหรับ แกงฮังเล เป็นอาหารที่คนเหนือนิยมกินกัน เป็นแกงของพม่า แพร่หลายเข้ามาทางภาคเหนือของประเทศไทย มีน้ำแกงข้นขลุกขลิก คล้ายคลึงกับแกงมัสมั่น แต่ไม่ใส่กะทิ มี 3 รสนำคือ เปรี้ยว เค็ม หวาน โดยพม่าต้นตำรับจะกินฮังเลกับกล้วยไข่ ถือเป็นแกงที่ขาดไม่ได้ในสำรับอาหารขันโตก รวมทั้งยังนิยมใช้เลี้ยงแขกในงานพิธีสำคัญๆ โดยมีสูตร ดังนี้ ส่วนผสม เนื้อสันคอหมู 300 กรัม, เนื้อหมูสามชั้น 200 กรัม, น้ำอ้อยป่น 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ,
เกษตรในเมือง ทำไม่ยาก ส่อง 4 ไอเดียปลูกผัก มีกินมีใช้ สร้างรายได้ทุกวัน อยู่ในเมืองใช่ว่าจะปลูกผักไม่ได้! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาส่อง 4 ไอเดีย ทำเกษตรในเมือง ที่ปรับใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวมาปลูกผัก ไม่ว่าจะเป็น ปลูกผักในกะละมัง และปลูกผักในกล่องโฟม จนสามารถสร้างรายได้งอกงาม รวมถึงการปรับพื้นที่เป็นสวนผัก อย่าง การปลูกผักรอบบ้านจัดสรร และการเปลี่ยนกองขยะมาเป็นสวรรค์ในเมือง เก็บผลผลิตปรุงอาหารทานในครอบครัว ปลูกผักกะละมัง คุณออ-อรทัย ยางไธสง เจ้าของ Wakeup Vegetables ผู้จัดการบริษัท แบ่งเวลามาทำอาชีพเสริม นำกะละมังที่เคยเลี้ยงด้วง มาดัดแปลงเจาะรู “ปลูกผักกะละมัง” ต่อยอดเกษตรครบวงจร สอนปลูก รับรีวิว วิทยากร และขายอุปกรณ์ปลูก ผักที่ปลูก ผักบุ้ง ต้นหอม พริก กะเพรา โหระพา แมงลัก ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ ต้นอ่อนทานตะวัน โต้วเหมี่ยว เป็นต้น รายได้ เฉลี่ย 60,000 บาทต่อเดือน อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_247906 ปลูกผักในกล่องโฟม คุณเติ้ล-วิภู กรอบบาง เจ้าของ ผักบ้านน้องอีฟ วิศวกรโยธา แบ่งเวลาหลังเลิกงาน และวันอาทิตย์มา “ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม” ขาย ต่อ
ยอดขายกว่า 80 ล้าน “แน็คเก็ต” ขนมกินเล่นสไตล์ไทย จากขายฝากตามร้านกาแฟ สู่สินค้าขายดีในเซเว่นฯ หากเอ่ยชื่อแบรนด์ “แน็คเก็ต” เชื่อว่าสาวกขนมขบเคี้ยวและอาหารทานเล่นแบบไทยสไตล์ จะรู้จักขนมปังชีสไส้สับปะรด ขนมปั้นสิบ และอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์นี้เป็นอย่างดี เพราะแบรนด์นี้ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ สินค้าแต่ละตัวแฝงไปด้วยอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ที่เจ้าของแบรนด์ดึงมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้า เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้า จนสามารถครองใจผู้บริโภคได้ยาวนานกว่าทศวรรษ คุณนน-พัทธนันท์ แสงสุขเกษมศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทันน่า ฟู๊ดส์ จำกัด เจ้าของอาหารทานเล่นแบรนด์แน็คเก็ต (Nacket) เล่าให้ฟังว่า เส้นทางการเติบโตในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการทำการตลาดแบบฝากจำหน่ายตามร้านกาแฟ ร้านขายขนมทั่วไป จากนั้นจึงขยายตลาดด้วยการนำสินค้าไปเสนอให้กับทีมเซเว่น อีเลฟเว่น และได้รับโอกาสในการจำหน่าย พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำอย่างดีในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างมาตรฐานการผลิต การพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง รวมถึงการเติบโตเคียงข้างชุมชน “เซเว่น อีเลฟเว่น มุ่งให้การสนับสนุน SMEs ที่เน้นใช้วัตถุดิบภายในประเ
ปังทุกด้าน! “เสวนาดี ความรู้แน่น สร้างอาชีพได้จริง” เสียงตอบรับ “จัดจ้านจานเด็ด” เห็นตรงกัน เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 ปิดฉากวันสุดท้าย “จัดจ้านจานเด็ด” นอกจากขบวนร้านอาหารกว่า 20 ร้าน ที่สร้างความอร่อยให้กับผู้เข้าร่วมงาน ในส่วนของสาระความรู้ก็สร้างความประทับใจเช่นกัน กับ “ทอล์กจัดจ้าน” หัวข้อ “ลุงอ้วนกินกะเที่ยว สูงวัยหัวใจโซเชียล” โดย ผู้บุกเบิกวงการรีวิวอาหารวัยเก๋า อนุสร ตันเจริญ (ลุงอ้วน กินกะเที่ยว) มาร่วมแชร์ประสบการณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามผู้เข้าร่วมฟังเสวนา คุณกมลวรรณ มั่นบุญสม เผยว่า มาฟังเสวนาของลุงอ้วน กินกะเที่ยว เพราะติดตามลุงอ้วนมาโดยตลอด รู้สึกชื่นชอบในความเป็นธรรมชาติของลุงอ้วนเวลาไปกินหรือแนะนำร้านอาหาร ส่วนกิจกรรมในวันนี้ ตนได้ข้อคิดมากมาย และอยากลองทำคอนเทนต์ดูบ้าง เพราะรู้สึกว่าสูงวัยก็ยังทำอะไรได้อีกมาก สอดคล้องกับ คุณพิมพ์นลิน กลางการ ผู้เข้าร่วมฟังเสวนา ที่ติดตามลุงอ้วนกินกะเที่ยวมาตลอด “จริงๆ ติดตามลุงอ้วนมาจากยูทูบ เพราะคุณลุงมักจะสรรหาอาหารที่อร่อยๆ หรือเป็นร้านอาหารในความทรงจำ ตั้งแต่รุ่นค
หมอดูโอปป้า เปิดดวง ราศีใดดวงดีติดจรวด มีโชครับเงินล้าน ได้ปลดหนี้ รับดาวศุกร์ย้าย อ.ไวท์ หมอดูโอปป้า เผย ดาวศุกร์ย้ายเข้าราศีเมษ 27 เมษายนนี้ ต้นเดือนมีข่าวดีเรื่องเงิน 12 ราศีจะเกิดอะไรขึ้น มีราศีดวงได้เงินก้อนใหญ่ในรอบปี ปลดหนี้ได้ ในช่วงระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-21 พ.ค. 2567 ราศีเมษ ชื่อเสียงมาพร้อมกับการเงิน ช่วงนี้ยิ่งมูยิ่งรวย ขอพรท้าวเวสสุวรรณ ทำบุญค่าไฟ ถวายหลอดไฟ เสริมดวง ราศีพฤษภ กิจการและธุรกิจที่เกี่ยวกับออนไลน์ จะสำเร็จลุล่วงไปดี มีกระแสในโซเชียล คนไม่ดีออกจากชีวิต ศัตรูแพ้ภัยไปเอง ราศีมิถุน มีโชคดี มีคนนำสิ่งดีๆ มาให้ มีงานใหม่ๆ เกิดขึ้น และต้องแก้ปัญหาเรื่องงานเก่าๆ บริวารจะนำโชคดีมาให้ ราศีกรกฎ มีโชคทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน ดวงดีขึ้นแบบติดจรวด เรียกได้ว่าเงินไหลเข้ารัวๆ มีแรงผลักดันให้สำเร็จ ราศีสิงห์ ได้ตำแหน่ง ได้เกียรติยศ ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ สิ่งที่คาดหวังไว้สำเร็จตามเป้าหมาย ส่วนเรื่องคู่ เรื่องหุ้นส่วนยังไม่ราบรื่นเท่าไหร่ ราศีกันย์ ปัญหาเรื่องรายจ่าย เรื่องการเงิน ยังไม่เป็นไปตามที่วางแผน หาได้เท่าไร รายจ่ายเยอะเท่านั้น แต่ปลดหนี้ได้ ราศีตุล คู่ครองนำโชคดีมาให้ บริวารน
ฮาเก็ตติ้ง ใช้ความตลกทำการตลาด ลงมือทำต่อเนื่อง หัวใจในการสร้างแบรนด์แบบ Goodsunday วันที่ 27 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ในเครือมติชน ที่ มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” ในหัวข้อ “สร้างแบรนด์อย่างไรให้มีตัวตนบนโลกโซเชียล” โดย คุณอาร์ม-กานต์ชนิต สุรินทร์สภานนท์ เจ้าของร้านกาแฟ Goodsunday Coffee Bar ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกออนไลน์ โดยคุณอาร์ม กล่าวแนะนำตัวว่า อดีตเธอมีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตส และคิดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง จนมาช่วงโควิด ได้รับผลกระทบกับงานประจำที่ทำ ทำให้สายการบินหยุดชะงัก ด้วยเหตุการณ์นี้จึงทำให้เธอตัดสินใจมาทำธุรกิจ คุณอาร์ม เล่าว่า เงินก้อนสุดท้ายที่มี ได้นำไปเปิดร้านกาแฟ ที่ชื่อว่า “Goodsunday Coffee Bar” และทำต่อมาเรื่อยๆ โดยเริ่มจากถ่ายเมนูที่ขาย เป็นการโปรโมตร้านในช่วงแรก แต่กลับมาถามตัวเองว่า ร้านของเรามีสิ่งที่โดดเด่นกว่าคนอื่น คืออะไร? คุณอาร์ม เผยว่า ยุคนี้ทำการตลาดแบบเดิมๆ หรือ 4 P คือ Product, Price, Promotion และ Place ไม่พอแล้ว เทคนิคของเธอคือฮาเก็ตติ้ง เพราะความตลก ความสนุกอยู่คู่กับคนไทย เป็นเหมือนจุดพักใจ หลังจากผ
เปลี่ยนดราม่าเป็นรายได้ รับมือปัญหาแบบข้าวคลุกกะปิแม่พลอย-แม่ปูนา วันที่ 26 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” หัวข้อ “สารพัดปัญหา ดราม่าไม่เว้นวัน พ่อค้าแม่ขายต้องรับมืออย่างไร?” โดย คุณบีม-รชต คำรอด เจ้าของร้านปูนาฟ้าใส และ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ เจ้าของร้านข้าวคลุกกะปิแม่พลอย สองผู้ประกอบการแห่งวงการร้านอาหารที่ต่างกันสุดขั้ว แต่เจอกับสารพัดปัญหาเช่นกัน คุณบีม-ปูนาฟ้าใส เล่าว่า เดิมเป็นแม่บ้าน แต่อยากหาอาชีพเสริม เลยหยิบปูนามาทำเป็นอาชีพ และได้เริ่มทำ โดยให้ทางบ้านชิมก่อน ทางบ้านบอกว่า อร่อย แต่ว่าเธอไม่เชื่อ เลยนำไปให้เพื่อนๆ ลองชิม การตอบรับเริ่มดี จึงเริ่มทดลองทำ โดยซื้อกระปุกฝาแดงมาจากตลาด และใช้โซเชียลในการประชาสัมพันธ์ และใช้ชื่อว่า ปูนาฟ้าใส ตั้งแต่เริ่มแรก ในตอนแรกมีแต่คนบอกว่า “บ้า” เพราะอ่องมันปูเป็นสินค้าที่หากินได้แค่เฉพาะกลุ่ม ตามท้องถิ่น ใครจะมาซื้อกิน แต่ก็ไม่ย่อท้อและทำต่อมาเรื่อยๆ จนถึง 4 ปีเต็ม ทางด้านคุณพลอย เล่าว่า ชีวิตพลิกจากฟ้าสู่ดิน แต่พลิกจากฟ้าสู่ดินในที่นี้หมายถึงว่า เดิมทีคุณพลอยทำอาชีพแอร์โฮสเตส แต่ปัจจุบ
กะเพรา เป็น Soft Power ต้องแทรกความบันเทิง เหมือนดูซีรีส์อยากกินโซจู เมื่อเวลา 11.00-12.00 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่อาคารมติชนอคาเดมี ในงาน “จัดจ้านจานเด็ด” ที่จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และ มติชนอคาเดมี สื่อคุณภาพด้านสร้างอาชีพ ในเครือมติชน มีเวทีทอล์กจัดจ้าน หัวข้อ “ถอดรหัส Soft Power อาหารไทยผ่านเมนูผัดกะเพรา” โดย คุณกฤช เหลือลมัย คอลัมนิสต์ด้านอาหาร และคุณแบงค์-ประภากร นิยมทรัพย์ จากร้านกะเพราจิตสดชื่น จ.กาญจนบุรี เจ้าของรางวัลอันดับ 2 จากการแข่งขันกะเพราระดับโลก เป็นวิทยากรรับเชิญ คุณกฤช กล่าวตอนหนึ่งว่า ถ้าเอาหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นตัวตั้ง คนไทยน่าจะรู้จัก “ใบกะเพรา” ตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ว่าการนำมาใช้เป็นอาหารนั้น ตนพบร่องรอยที่เก่าที่สุด คือใบปิดโฆษณาน้ำพริกเจ้าหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2476 บอกวิธีการทำเมนูหลากหลาย ซึ่งรวมถึงผัดกะเพราไว้ด้วย หลังจากนั้นพบหลักฐานการเผยแพร่สูตรการทำผัดกะเพราตามสื่อ ไล่เรียงตามช่วงเวลาจนถึงปัจจุบัน ส่วน ความเป็น Soft Power ของผัดกะเพรานั้น คุณกฤช มองว่า จะไปเป็นเมนูโดดๆ อาจยาก อาจต้องสอดแทรกให้รับรู้เบื้องหลังของเมนู เช่น มีเรื่อง
“ยำชนตำ” เปิดหมดเปลือก เผยทุกลีลา ทำอย่างไรให้ครองใจลูกค้า จากธุรกิจติดกระแส สู่ตัวแม่ตัวมัมของวงการ วันที่ 25 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” หัวข้อ “ยำชนตำ แซ่บอย่างไร ให้จัดจ้านถึงใจลูกค้า โดย เจ๊โบว์ ปะทะ เจ๊ต๊อกแต๊ก” โดย คุณต๊อกแต๊ก-พรปวีณ์ กิจทรัพย์บารมี ตำแรดแซ่บนัวบันเทิงศิลป์ และ คุณโบว์-รมย์ลักษณ์ เนียมเครือ โคตรยำ สองผู้ประกอบการแห่งวงการร้านอาหารสายแซ่บร่วมถอดประสบการณ์การทำธุรกิจแบบจัดจ้าน เจ๊ต๊อกแต๊ก เล่าว่า แม่ค้าเป็นอาชีพที่ชอบมาตั้งแต่เด็ก ส่วนการรับราชการเป็นสิ่งที่พ่อแม่ภูมิใจ แต่ถึงแม้จะมีงานประจำอยู่แล้วก็อยากหารายได้เสริม จึงคิดและทำมาโดยตลอด เจ๊งมาก็หลายอย่าง จนสุดท้ายมาลงตัวที่ตำส้มตำ “เราขายเพื่อตอบโจทย์ความชอบ และความชอบนั้นต้องก่อให้เกิดรายได้ แต่ถ้ารายได้ไม่ตอบโจทย์ ก็หยุด แค่นั้นเอง ทำในสิ่งที่เรารัก มันเลยไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากที่สุด คือทำแล้วต้องขายได้ อันนี้คือหัวใจสำคัญ ทำยังไง ลูกค้าจะกินของเรา เราเคยขายขาดทุน 4 เดือน แล้วเอารายได้จากส่วนอื่นมาพัฒนาร้าน ไม่มีธุรกิจไหนหรอกที่จะต่อยอดได้เลย หากอยากมีจุดเริ่มต้น ก
