Featured
เร่งสร้างคนรุ่นใหม่ ตระหนักปัญหาผู้บริโภค ลุกขึ้นปกป้องสิทธิตนเอง-ชุมชน สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย 10 สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “ค่ายพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารสำหรับคนรุ่นใหม่” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิผู้บริโภค จุดประกายให้เยาวชน ตระหนักถึงปัญหาผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองและชุมชน ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมการสื่อสารที่จะช่วยขับเคลื่อนพลังสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป คุณสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคเกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ถูกจัดตั้งตามกฎหมายพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้บริโภค ติดตาม เฝ้าระวัง เตือนภัย สินค้าและบริการต่างๆ และคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคในท
เป็นผู้นำ ไม่มีเวลาคิดเล็กคิดน้อย เพราะชาวบ้าน อยากให้พาไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น “การเป็นผู้นำต้องเข้าใจบริบทสังคม พร้อมที่จะพัฒนาตนเองและสังคมไปด้วยกัน ในฐานะ ผู้ใหญ่บ้าน หน้าที่ความรับผิดชอบของผม คือ ดูแลทุกข์-สุขของประชาชน” ถ้อยความที่เป็นเหมือนคำมั่นสัญญาของผู้ใหญ่บ้านหนุ่ม ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลของ วศิณ หุ่นกลอย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.บ้านไร่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ต้องบอกว่าชายหนุ่มคนนี้มีความโดดเด่นด้านความเป็นผู้นำมาตั้งแต่สมัยเรียน เป็นนักศึกษาที่เรียนดี กิจกรรมเด่น ทำงานเพื่อสังคมมาอย่างสม่ำเสมอ วศิณ หุ่นกลอย ศิษย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะเรียนทางด้านการเมืองการปกครองมาโดยตลอด เพราะชีวิตส่วนหนึ่งเติบโตมากับครอบครัวที่เป็นข้าราชการ โดยเขามองว่าการทำงานตรงนี้ แม้จะเป็นเพียงข้าราชการในตำแหน่งผู้นำท้องถิ่น อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสร้างให้เป็นสังคมที่เข้มแข็ง สิ่งสำคัญคือ เมื่อตัดสินใจเป็นข้าราชการแล้ว ทุกข์-สุขของประชาชนต้องมาก่อนเสมอ ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือลูกบ้าน เป็นคนแรกที่เขา
แจกสูตร ทำกิน ทำขาย ได้ทั้งนั้น ข้าวผัดหมูฟิวชั่น หลีกหนีความจำเจ เริ่มต้นจากการ หมักหมู ไก่ ก่อนอื่นหัดสไลซ์เนื้อก่อน อาหารจะขาดทุนหรือน่ากินไม่น่ากินก็ตรงนี้ เนื้อสัตว์ต้องตัดให้เป็นแท่งกว้างประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 1 นิ้ว ยาวตามใจ เวลาสไลซ์ต้องวางมีดประมาณ 50 องศา สไลซ์เนื้อให้เป็นแผ่นบาง อย่าหนา หั่นขวางลาย คนกินจะเคี้ยวง่าย หมูถ้วยหนึ่งก็ใส่ซอสสัก 1-2 ช้อนโต๊ะพอแล้ว โรยเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ช้อนชา หมักไว้นอกตู้เย็น 30 นาที หรือเข้าตู้เย็นอยู่ได้เป็นวัน หมักเช้าใช้ได้ทั้งวัน เนื้อที่หมักกินแล้วสู้ฟันอร่อยกว่าไม่ได้หมักครับ ทั้งเนื้อหมู วัว ไก่ อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : อยากเปิด ร้านอาหารตามสั่ง แต่ไม่ค่อยเก่ง อย่างแรกที่ต้องหัด คือ ซอสผัด เมื่อหมูหมักไว้แล้ว ข้าวหุงโดยใช้ข้าวหอมมะลิเก่าสัดส่วน ข้าว 1 ถ้วย น้ำ 1½ ถ้วย แต่ไม่ต้องเต็มครึ่งถ้วยดี ข้าวหุงแบบนี้ออกมานุ่มแต่เป็นเม็ด ส่วนหน้าของข้าวออกมาแข็งหน่อย เราปาดมาไว้ทำข้าวผัด ส่วนที่เหลือเสิร์ฟเป็นข้าวสวย วิธีนี้สำหรับการหุงข้าวหม้อใหญ่ แต่ถ้าลูกค้าไม่เยอะ แนะนำหุงหม้อเล็กแยกข้าวสวย ข้าวผัด โดยข้าวผัดใช้ข้าว 1 ถ้วย น้ำ 1¼ ถ้วย การผัดข้าว
บริการหาคู่ แนวใหม่ ใช้ กลิ่นตัว เป็นสื่อ ส่งเสื้อใส่แล้ว 3 วัน มาให้ดมหน่อย หลังจากใช้ “ประสาทสัมผัส” มาจนแทบจะหมดแล้วทั้งตาดู หูฟัง มือคลำ ฯลฯ ก็ยังหาแฟนไม่ได้สักที ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จึงมีบริการจัดหาคู่แนวใหม่ที่เชิญชวนให้ “คนโสด” ลองเชื่อประสาทสัมผัสจาก “จมูก” ของตัวเองดูบ้าง ที่ผ่านมา บริษัทจัดหาคู่ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีให้ลูกค้าได้ดูรูปถ่าย ดูโปรไฟล์ของกันก่อนว่า รู้สึกสปาร์ก ถูกตา ต้องใจกันมั้ย หากถูกใจจึงค่อยนัดออกเดต แต่สำหรับสเมล เดตติ้ง (Smell Dating) อยากทดลองดูสิว่า แค่ “กลิ่นกาย” หรือกลิ่นตัวเพียงอย่างเดียวจะช่วยทำให้คนเรารู้สึกพิศวาส รู้สึก “ปิ๊ง” กันได้มั้ย เหมือนอย่างที่สัตว์โลกหลายชนิดที่อาศัยกลิ่นในการดึงดูดเพศตรงข้าม ที่จริงหากจะพูดให้ถูกต้องก็ต้องบอกว่า สเมล เดตติ้ง ยังไม่ได้เป็นบริการรับจัดหาคู่แบบเต็มตัว แต่เป็นเพียงโครงการทดลองที่เทก้า เบรน นักศิลปะซึ่งสอนอยู่ School for Poetic Computation ในนิวยอร์ก และแซม ลาวีน บรรณาธิการและนักวิจัย มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้จับมือกันทดลองทำขึ้นในฐานะเป็นงานโปรเจ็กต์ทางศิลปะของพวกเขา แต่มีการเปิดขายบริการจริงให้แก่ผู้สนใจ
เพิ่มวิธีใหม่! ฝากเงินผ่านตู้ CDM ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP เริ่ม 1 มิ.ย. 2566 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศชี้แจงว่า ตามที่ มาตรการด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ได้กำหนดให้การทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น ฝากเงินผ่านเครื่องรับฝากอัตโนมัติ (CDM) ต้องมีการแสดงตนของผู้ทำธุรกรรม เพื่อให้มีความปลอดภัย สร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบการเงิน และเป็นการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ภาคธนาคารจึงดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยแนวทางหนึ่ง คือ ให้ผู้ทำธุรกรรมต้องแสดงตนโดยใช้บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือบัตรเอทีเอ็ม อย่างไรก็ตาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ไม่มีบัตรดังกล่าว ให้สามารถทำรายการฝากเงินที่เครื่องรับฝากเงิน CDM ได้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย จึงได้หารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการอื่นเพิ่มเติม โดยมีหลักการว่า ต้องไม่สร้างภาระแก่ป
คุณแม่ลูกอ่อน ใช้ที่แค่ 2×3 ตร.ม. ขาย น้ำชง-ปังปิ้ง ออนไลน์ รายได้ 2 พันบาท/วัน ยุคนี้สมัยนี้ ไม่ว่าจะของกิน ของใช้ ร้านไหนๆ ก็หันมา ขายออนไลน์ กันทั้งนั้น ทั้งขายเองหรือขายผ่านแอพดีลิเวอรี่ ล้วนสร้างรายได้ดีจนหลายๆ คนหันมาทำจริงจังเป็นอาชีพหลักเลยก็มี คุณบิว-ยศธิดา ดีมี วัย 26 ปี เจ้าของ 89% Milk tea & Bakery ผู้ใช้พื้นที่ครัวเพียง 2×3 ตร.ม. เนรมิตให้เป็นร้านเล็กๆ ในบ้าน ได้เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เดิมเธอเคยขายพวกน้ำชง ขนมปังปิ้งมาตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 2 เป็นการหารายได้เสริมระหว่างเรียน ซึ่งเป็นอาชีพหนึ่งที่รายได้ดีเลยทีเดียว กระทั่งเรียนจบ ที่บ้านอยากให้คุณบิวเข้ารับราชการ เพราะเธอก็เรียนจบมาจากคณะรัฐศาสตร์ แต่คุณบิวก็ยังขายน้ำชงกับขนมปังปิ้งอยู่ระหว่างที่รอผลสอบ จนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ทุกอย่างชะงักไปหมด “พอเรียนจบมาก็ไปสอบราชการ ระหว่างรอผลก็ขายน้ำขายขนมปังปิ้งไปเหมือนเดิม ทีนี้โควิดมาประกอบกับท้องน้องด้วย ทุกอย่างมันก็ชะงักไป เลยคิดว่าระหว่างนี้จะทำอะไรดี เพราะก่อนหน้าเราขายแต่น้ำทั่วๆ ไป มันก็ค่อนข้างเหมือนคนอื่น เพร
บอกหมดไม่กั๊ก! เปิดสูตร หมูทอดคลุกฝุ่น พร้อม น้ำจิ้มแจ่ว ทำกินเอง ทำขายสร้างอาชีพได้ด้วย ใครที่อยากขายของเป็นอาชีพเสริม แต่ไม่รู้จะขายอะไร อาหาร ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนนิยมขายกัน โดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รับอนุญาตจาก ครูตุ๊ก ให้นำสูตรอาหารสร้างอาชีพมาเผยแพร่ให้คนที่สนใจได้นำไปลองทำขาย โดยเมนูในวันนี้คือ หมูทอดคลุกฝุ่น กับ น้ำจิ้มแจ่ว โดยวัตถุดิบและวิธีการทำ มีดังนี้ หมูทอดคลุกฝุ่น ส่วนผสม – หมูสันนอกหั่นเป็นเส้น 500 กรัม – น้ำปลา 10 กรัม – ผงฟู 5 กรัม – ซอสหอยนางรม 20 กรัม – ผงปรุงรสหมู 5 กรัม – น้ำตาลปี๊บ 20 กรัม – พริกป่น 15 กรัม – ข้าวคั่ว 15 กรัม – แป้งทอดกรอบ 100 กรัม – ผักชีฝรั่งซอย 30 กรัม – น้ำมันสำหรับทอด วิธีทำ 1. ใส่เนื้อหมูลงในอ่างผสม เติมน้ำปลา น้ำตาล ผงปรุงรส และซอสหอยนางรม คลุกเคล้าให้เข้ากันจนส่วนผสมซึมเข้าเนื้อหมู 2. ใส่พริกป่น ข้าวคั่วป่น และผักชีฝรั่ง เคล้าให้เข้ากัน 3. ตั้งกระทะไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่หมูลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้สะเด็ดน้ำมัน น้ำจิ้มแจ่ว ส่วนผสม – พริกป่น
เปิดเคล็ดลับขายดี หมูกรอบเฮียหมิง ขายแหลก วันละเกือบ 120 กิโล หมูกรอบเฮียหมิง ร้านนี้กำลังฮอตมากๆ ตั้งอยู่แถวพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ขายแค่หมูกรอบ เมนูเดียวตามชื่อร้าน เปิดเพียง 5 เดือน แต่ลูกค้ารุมซื้อไม่หยุดหย่อน แล้วอะไรคือเคล็ดลับขายดีของร้านนี้ เฮียหมิง-วิวัฒน์ แซ่ตั้ง เจ้าของร้านอารมณ์ดี มีคำตอบ!!! 1. ทอดหมูให้กรอบฟู ด้วยพื้นที่บ้านค่อนข้างจำกัด และความไม่พร้อมหลายๆ ด้าน เฮียหมิงจึงลดขั้นตอนการทำงาน ด้วยการสั่งหมูจากโรงงานของพี่คนหนึ่ง ที่ได้รู้จักในกลุ่มชมรมคนรักหมูกรอบ โดยโรงงานจะคัดสรรหมูคุณภาพดี อบและต้มให้พร้อม เฮียหมิงเพียงนำมาทอดขาย ล้มลุกคลุกคลานมามาก กว่าจะทอดได้ ใช้เวลาเดือนกว่า เคล็ดลับการทอดหมูให้กรอบฟูของเฮียหมิง ไม่ต้องทิ่มหนังหมูให้เป็นรู เพียงแค่อุณหภูมิน้ำมันดีๆ ก็ลงทอดได้ จะอร่อยไม่อร่อยอยู่ที่น้ำมัน เพราะน้ำมันเคลือบหมูทั้งชิ้น เหมือนซอสอย่างหนึ่ง โดยใส่ใบเตยลงไปในน้ำมันด้วย ไอเดียนี้ได้จากเด็ก 6 ขวบ ลูกค้าตัวน้อยของร้าน ที่บอกว่า น้ำมันอร่อย และคนที่ทำหน้าที่ทอดหมูกรอบ นอกจากเฮียหมิงแล้ว ยังมีพนักงาน ที่เฮียมอบโอกาสให้ เพราะ
ลอยกระทง ปีนี้ ปชช. ขอพรให้ เศรษฐกิจดี คาด เงินสะพัด 9,700 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงลอยกระทง ระหว่างวันที่ 26-31 ตุลาคม จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 1,254 คนจากทั่วประเทศ พบว่า ในปีนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดในช่วงลอยกระทงอยู่ที่ 9,700 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2561 หรือขยายตัว 6% ดีที่สุดในรอบ 10 ปี นับจากปี 2556 โดยประชาชนจะออกไปลอยกระทงคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา โดย 32.1% ส่วนใหญ่ออกไปลอยกระทงและทำกิจกรรมอื่น 22.5% ไม่แน่ใจ และ 19.9% ไม่ลอยแต่ไปทำกิจกรรมอื่น และจะมีการใช้จ่ายในวันลอยกระทงต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่ 1,920 บาท เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบจากปี 2564 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 1,280 บาทต่อคน โดยส่วนใหญ่จะใช้สำหรับเป็นค่าเดินทาง รับประทานอาหารนอกบ้าน ไปช้อปปิ้ง เป็นต้น อย่างไรก็ดี บรรยากาศลอยกระทงปีนี้จะคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา ผู้คนจะออกไปลอยกระทงและใช้จ่ายกันมากขึ้น แต่ปริมาณการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 32.
กดปุ่มสตาร์ต มหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจร ครั้งแรก ออมสินเจ้าภาพ นำสถาบันการเงินของรัฐผนึกพลัง ตั้งโต๊ะลุยแก้หนี้ประชาชน พร้อมให้คำปรึกษาการเงินครบวงจร พบกัน 4-6 พ.ย. นี้ ณ ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวรายงาน การเปิดงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ : มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” สัญจร ครั้งที่ 1 สำหรับงานนี้ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) ร่วมกันจัดขึ้น มีธนาคารออมสินเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งแรก ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของสถาบันการเงินของรัฐเพื่อร่วมแก้ไขหนี้ให้กับลูกค้าและประชาชน พร้อมนำผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้มาตรการของรัฐ และของสถาบันการเงินต่างๆ รวมทั้งสิ้น 18 หน่วยงาน ร่วมให้บริการภายในงานมากมาย โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2565 ณ ฮอลล์ 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ คลิก เพื่อแจ้งความประสงค์มาติดต่อขอแก้ไขหนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆ ได้ตลอดงานทั้ง 3 วัน สำหรับงานนี้จะประกอบด้วย การแก้ไขปัญหาหนี้สินที่มีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นการแก
