Featured
SMEs ควรรู้ ความแตกต่างระหว่าง เศรษฐกิจดิจิทัล กับ อีคอมเมิร์ซ ต่างกันอย่างไร ก่อนจะทราบว่า สินค้าใดเหมาะกับการใช้การตลาดแบบอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อยากชวนเหล่าผู้ประกอบการ มาทำความรู้จักกับคำศัพท์ 2 คำ ที่อาจชวนให้เข้าใจผิดหรือเกิดอาการงงกันได้ อย่างคำว่า เศรษฐกิจดิจิทัล กับ อีคอมเมิร์ซ โดย หนังสือ SMEs : Speed Up To The New Game (สสว.) ได้อธิบายให้ฟังว่า เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) หมายถึง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี เช่น การท่องเที่ยว ที่ต้องมีการจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ เป็นต้น ส่วน อีคอมเมิร์ซ คือ ระบบซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่มาเสริมให้อีคอมเมิร์ซสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เป็นเพราะมีเทคโนโลยีและระบบขนส่งเข้ามารองรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก อาทิ การซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์อะเมซอน (www.amazon.com) และมีการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือ Paypal เป็นต้น
ลูกชิ้นทอดพ่วงข้าง ธุรกิจสุดฮิตประจำม็อบ อยากลงทุนบ้าง ต้องทำไง ในสถานการณ์ช่วงนี้ หากมีการรวมตัวจัดตั้งม็อบขึ้นที่ไหน คนที่ไปถึงสถานที่นัดหมายก่อนใคร ต้องยกให้เหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายรถพ่วงข้าง ที่เคลื่อนไหวกันไว จนชาวเน็ตตั้งฉายาให้ว่า CIA หน่วยเคลื่อนที่เร็ว กันเลยทีเดียว ซึ่งเหล่า CIA ที่ไปขายของในม็อบ ต่างให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันนั้นคือ ขายของในม็อบรายได้ดีมาก โดยเฉพาะร้าน ลูกชิ้นทอด ที่ได้รับความนิยมถล่มทลาย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ คุณชลัมพ์ วัย 33 ปี เจ้าของธุรกิจ ลูกชิ้นทอดเศรษฐี ซึ่งเขามาเปิดโมเดลธุรกิจลูกชิ้นทอดพ่วงข้างให้ฟังว่า ส่วนตัวแล้วเขาและแฟนสาวเคยทำงานโรงงานมาก่อน จนเมื่อรู้สึกอิ่มตัวจึงลาออกมาลงทุนทำรถพ่วงข้างขายขนมเครปที่หน้าโรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขายได้หลายปีดีดักจนมีความรู้สึกว่า อยากหารายได้เข้ากระเป๋าเพิ่ม จึงตัดสินใจทำรถพ่วงข้างสำหรับขายลูกชิ้นทอดเพิ่มอีกคัน โดยการลงทุนทำรถพ่วงข้างลูกชิ้นทอดนั้น คุณชลัมพ์ ให้ข้อมูลว่า จำนวนเงินที่ใช้ในการลงทุน ไม่ตายตัวนัก เพราะตนมีรถมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว จึงนำมาเสริมพ่วงข้างเข้าไป ซึ่งราคาพ่วงข้างมีให้เลือก
ต้องลงทุนเท่าไหร่ ได้เป็น CIA หน่วยเคลื่อนที่เร็วประจำม็อบ เรียกว่าเป็นสีสันการชุมนุมเลยก็ว่าได้สำหรับรถขายอาหารพ่วงข้าง เพราะไม่ว่าจะมีการชุมนุมที่ไหน รถขายของเหล่านี้จะไปถึงก่อนใคร จนได้รับฉายว่า CIA หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ส่วนของที่นำมาขายนั้นก็มีสารพัดทั้งอาหาร และน้ำดื่ม ซึ่งพ่อค้าแม่ขายต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มาม็อบขายดีกว่าช่วงปกติ บางร้านได้เป็นเท่าตัว!! อ่านเพิ่มเติม พ่อค้าร้านน้ำ เผย ขายดีเป็นเท่าตัว ยันจะตามขายเรื่อยๆ เปิดใจ CIA เช็กข่าวจากโซเชียลแล้วตามไปขาย ชี้ ม็อบช่วยเพิ่มยอดได้เยอะ และสิ่งที่พาพ่อค้าแม่ขายมาถึงพื้นที่การชุมนุมได้เร็วก็คือ มอเตอร์ไซค์พ่วงขาย แต่รู้หรือไม่ว่า รถพ่วงข้างเหล่านี้ต้องลงทุนกี่บาท ถึงจะได้เป็น CIA หน่วยเคลื่อนที่เร็วในม็อบ โดยเจ้าของธุรกิจ รถพ่วงข้าง siamsidecar เผยว่า ทำธุรกิจรถพ่วงข้างมานานกว่า 10 ปี โดยรถพ่วงข้างมีหลายรูปแบบ 1. รถพ่วงข้างบรรทุกของ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในตลาด หรือโรงงานเบียร์ 2. รถพ่วงข้างบรรทุกของมีหลังคา จะได้รับความนิยมมากในการขายไอศกรีม 3. รถพ่วงข้างเพื่อการพาณิชย์ รถชนิดใช้ในการขายอาหารทุกประเภท ที่เห็นเป็นประจำคือ ลูกชิ้น
แจกสูตร “แกงเทโพ” ทำง่าย มือใหม่ก็ทำได้ แกงเทโพ – หลังจากทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ มานาน สัปดาห์หยุดยาวแบบนี้ จึงมีโอกาสกลับไปพักผ่อนและไปเยี่ยมเยียนคุณยายที่บ้านต่างจังหวัดในรอบหลายเดือน คุณยายจึงถือโอกาสชวนเข้าครัว ทำ “แกงเทโพ” ใจหนึ่งก็อยากปฏิเสธ ด้วยเพราะทำอาหารไม่เป็น แต่คุณยายบอกว่าทำไม่ยากเลย มือใหม่เพิ่งหัดเข้าครัวก็ทำออกมาได้อร่อย โดยวัตถุดิบในการทำมีดังนี้ ผักบุ้งไทย 1 กำ 2. หมูสามชั้น 3. น้ำมะขามเปียก ประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ 4. น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ 5. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ 6. น้ำเปล่า 7. ใบมะกรูด 4-5 ใบ 8. หัวกะทิ หรือ กะทิอร่อยดี 9. หางกะทิ 10. น้ำพริกแกงเผ็ด วิธีทำ นำหัวกะทิตั้งไฟ จากนั้นใส่เครื่องแกงลงไป แล้วคนให้เครื่องแกงแตกตัวเข้ากับหัวกะทิ 2. เมื่อเครื่องแกงแตกตัวเข้ากับหัวกะทิแล้ว ให้ใส่เนื้อหมูสามชั้นลงไปผัดให้สุก จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำเปล่า 3. จากนั้นใส่ผักบุ้งลงไป เคี่ยวสักครู่ให้ผักบุ้งนิ่ม 4. เคี่ยวจนผักบุ้งนิ่มแล้ว จึงค่อยใส่ใบมะกรูด ตามด้วยหางกะทิลงไป ทิ้งให้เดือดสักครู่แล้วจึงตักใส่ชาม เท่านี้เป็นอันเสร็จ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ
ทายาทรุ่น 3 ร้านเบเกอรี่-อาหารตามเทศกาล เผย เจปีนี้ขายดี หมี่ซั่ว-ผัดสะตอ หมดไวกว่าใครเพื่อน เหล่าพ่อค้าแม่ค้าผักในตลาด มีการคาดการณ์กันว่า เทศกาลเจปีนี้ดูเหมือนจะเงียบเหงา เป็นผลเนื่องมาจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจที่ขึ้นๆ ลงๆ และวิถีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้คน ทำให้หันมาบริโภคอาหารปรุงสุก มากกว่าเดินจับจ่ายซื้อวัตถุดิบไปทานเอง (อ่านข่าวก่อนหน้า : เจปีนี้มีแววเงียบเหงา คนค้าขายชี้ เศรษฐกิจ-โควิด-อากาศ ทำผักแพง คนซื้ออาหารสำเร็จกินแทน) เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ ผู้ประกอบการรุ่นที่ 3 คุณเค้ก-ดวงหทัย ประภาพรพิพัฒน์ วัย 25 ปี เจ้าของร้าน ศิริรส เบเกอรี่ ร้านเบเกอรี่และอาหารตามเทศกาล เธอเล่าว่า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจครอบครัว ที่อาม่าอากงทำมาตั้งแต่สมัยปี 2525 “เริ่มทำมาตั้งแต่อากงอาม่าค่ะ โดยอาม่าไปเรียนทำขนมกับร้านหนึ่งมา แล้วก็มาเปิดร้าน แต่มันขายไม่ค่อยดี แล้วอากงแกทำงานเป็นเซลส์วิ่งงานต่างจังหวัด ก็จะรู้จักคนเยอะ ก็มีลูกค้าที่เป็นเถ้าแก่คนหนึ่งเขาแนะนำร้านเบเกอรี่ที่สอนทำขนมให้ฟรี ชื่อร้านเบ
โตสวนกระแส ลอนดรี้บาร์ ขยายสาขา 90 สาขา ภายในสิ้นปี ตอบโจทย์นักลงทุน-ผู้ใช้บริการ ด้วยแนวคิด อยากให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลอนดรี้บาร์ แฟรนไชส์ร้านสะดวกซักอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีสาขามาแล้วกว่า 600 สาขาทั่วโลก ทั้งในมาเลเซีย บรูไน ตุรกี รวมถึง ประเทศไทย ที่มี คุณชานนท โตวิกกัย ผู้บริหาร และ คุณพิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด ช่วยกันดูแลธุรกิจ ล่าสุด คุณพิมลวรรณ ได้เผยถึง ผลประกอบการที่เติบโตอย่างดี สวนกระแสโควิด-19 กับคอนเซ็ปต์ ตอบโจทย์นักลงทุน ด้วยโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจและการให้บริการที่ครบวงจร และยังตอบโจทย์คนซัก ผู้รักความสะอาด สะดวก สบาย ด้วยการให้ น้ำยา ฟรี ทุกรอบการซัก ผ่านเครื่องจ่ายน้ำยาอัตโนมัติ เธอยังเผยอีกว่า ภายในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะสามารถขยายสาขาได้กว่า 90 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองต่างจังหวัด อาทิเช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชลบุรี ระยอง พัทยา เป็นต้น “ธุรกิจสะดวกซัก เริ่มเป็นที่นิยมในเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 3-4 ปีมานี้ เพราะ
ม็อบหน้ามาอีก! พ่อค้าร้านน้ำ เผย ขายดีเป็นเท่าตัว ยันจะตามขายเรื่อยๆ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 19 ต.ค. 2563 ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการค้าขาย พื้นที่การชุมนุม บริเวณสถานีรถไฟฟ้ากระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีร้านค้ามาเปิดแผงขายของจำนวนมาก โดยบรรทุกสินค้าบนรถพ่วงข้างเพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย สำหรับสินค้าส่วนใหญ่มีทั้งอาหารและของกินนานาชนิด เช่น ร้านขายน้ำ ร้านลูกชิ้นทอด ร้านปลาหมึกย่าง ร้านขนมจีบซาลาเปา ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีร้านขายสินค้าสัญลักษณ์ เช่น เสื้อ มาตั้งแผงขายอีกด้วย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง พ่อค้ารายหนึ่ง เผยว่า ยึดอาชีพเปิดร้านขายน้ำอยู่แล้ว ส่วนที่เห็นว่าทำไมร้านค้าถึงมาตั้งร้านได้เร็วนั้น เป็นเพราะติดตามข่าวสารจากเพจ และสื่อโซเชียลต่างๆ รวมทั้งในหมู่พ่อค้าจะมีการแชร์กันว่าในแต่ละวันมีการจัดการชุมนุมที่ไหนบ้าง ส่วนวันนี้มาเปิดร้านที่สถานีรถไฟฟ้ากระทรวงสาธารณสุขได้รวดเร็ว เพราะบ้านอยู่บริเวณนี้ “วันนี้ขนของมาขายพอสมควร นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ยังมี ร่ม เสื้อกันฝน และของจำเป็นที่ต้องใช้ แต่ยังไงก็ตามตรงนี้ไม่ใช่พื้นที่การชุมนุมจุดใหญ่ ที่ไม่ไป
เปิดใจ CIA เช็กข่าวจากโซเชียลแล้วตามไปขาย ชี้ ม็อบช่วยเพิ่มยอดได้เยอะ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี พบว่า บริเวณใกล้กับจุดนัดชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 มีร้านค้าพ่วงข้าง อาทิ ร้านน้ำ ร้านไส้กรอกทอด รวมถึงร้านขายเสื้อและหมวกสัญลักษณ์ มาตั้งร้านขายประมาณ 10 ร้าน คุณเก้า แม่ค้าร้านลูกชิ้นทอด วัย 25 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยึดอาชีพขายไส้กรอกทอด ลูกชิ้นทอด มาเกือบ 6 ปีแล้ว จากที่ปกติขายได้วันละประมาณ 4 พันบาท ลดเหลือวันละพันบาท อาจเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่พอมีม็อบก็ตามไปขาย จึงทำให้พอมีรายได้เข้ามาบ้าง “ดูจากข่าว ตามโซเชียล มีคนที่เขาตามไปขายของกับม็อบอยู่ก่อนแล้วเขาตั้งกลุ่มในไลน์ไว้ เขาจะบอกว่าไปตั้งม็อบกันที่ไหน จะตามไปขาย ม็อบช่วยเราได้ค่อนข้างเยอะเลย เพราะว่าเราไม่ได้ไปขายที่ไหน นอกจากโรงเรียนกับตลาดใกล้ๆ บ้าน ถ้าม็อบมันยังมีอีก ก็จะเตรียมของวันต่อวันแล้วตามไปขายด้วย ถามว่ากลัวโควิดไหม มันก็กลัวแต่ให้ทำยังไงได้ มันต้องทำมาหากิน” คุณเก้า บอก ผู้สื่อ
เปลี่ยนพืชตระกูลหญ้า เป็นหลอดน้ำ นวัตกรรมรักษ์โลก ช่วยสร้างงานเกษตรกร จากปัญหาหลอดพลาสติก ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน ทำให้ คุณศุภากร บุรินทร์ชาติ ลุกขึ้นมาสร้างนวัตกรรมภายใต้บริษัท อังกูร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เปลี่ยนพืชตระกูลหญ้า เป็นหลอดน้ำ ซึ่งสามารถใช้แทนพลาสติกได้อย่างดีเยี่ยม การันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2563 ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เพิ่งได้รับมาหมาดๆ คุณศุภากร เล่าว่า “ในท้องตลาดมีการขายหลอดกระดาษ แต่ยังไม่ตอบโจทย์ เพราะใช้แล้วซึมน้ำง่าย และยังมีหลอดไบโอพลาสติก ซึ่งใช้แทนหลอดพลาสติกได้ดี แต่การย่อยสลายจะต้องใช้วิธีการฝังกลบ หากทิ้งให้ย่อยสลายเองจะกลายเป็นฝุ่นฟุ้งขึ้นไปบนอากาศ หากทิ้งลงน้ำจะเป็นขยะทะเล” หากอยากทำให้เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์ วัสดุที่ใช้จึงต้องมาจากธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์นั้นต้องกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย ซึ่งวัสดุดังกล่าว ได้แก่ พืชตระกูลหญ้า ได้แก่ ซังข้าว ใช้ทั้งข้าวนาปรัง และนาปี หลากหลายพันธุ์ในหลายพื้นที่ อ้อย หญ้าวงต่างๆ เช่น หญ้าวงกก ไผ่
ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินประกันรายได้ แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนิน “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64” เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีรายได้ที่แน่นอน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 452,000 ราย วงเงินงบประมาณ 1,867 ล้านบาท ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ด ณ ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยแจ้งเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 – 31 พฤษภาคม 2564 ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะทำการตรวจสอบข้อมูล แล้วส่งมายัง ธ.ก.ส. เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเงินประกันรายได้ดังกล่าวเป็นส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงที่กำหนดโดยคณะอนุกร
