Featured
วิถีชีวิตเรียบง่าย ‘ตลาดเช้าหลวงพระบาง’ ปลาสดๆ ไก่เป็นๆ ยังมีขาย สมกับเป็นเมืองที่องค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก “หลวงพระบาง” อยู่ไม่ไกลนักจากประเทศไทย หากอยากเดินทางมาชมความงามของเมืองนี้ หนทางที่สะดวกที่สุดคือการโดยสารด้วยเครื่องบิน ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งแลนดิ้งถึงหลวงพระบางทันที เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองหลวงพระบาง ท่านจะพบกับความเรียบง่ายในวิถีชีวิตของชาวบ้าน พบวัฒนธรรมที่น่ารัก ผู้คนยิ้มแย้ม พูดคุยคนละภาษาแต่ฟังกันรู้เรื่อง ข้อสำคัญของการมาเมืองหลวงพระบางคือ ห้ามนำรถบัสคันใหญ่ 25 ที่นั่งเข้าตัวเมือง เพราะจะทำให้ถนนหนทางหรือบ้านเรือนที่บางหลังมีอายุหลายสิบปีชำรุดเสียหาย นักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องใช้สกายแลบ หรือรถตู้ปรับอากาศแทน ไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพราะทุกบ้านมีมอเตอร์ไซค์กันหมด ในทุกๆ เช้าของเมืองหลวงพระบาง ยอมตื่นเช้าสักนิด บรรยากาศดีมาก อาบน้ำใส่ชุดประจำชาติ แวะมาทำกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียว ที่มีพระเดินบินฑบาตมากถึง 200 องค์จาก 13 วัด เสร็จแล้วแวะเดินตลาดเช้ากันต่อ ชมวิถีชีวิตเรียบง่าย ของคนทำมาค้าขายที่นี่ คล้ายคลึงกับตลาดนัดช่วงเช้าตามต่างจังหวัดของไทย ของขายที่ยกให้เป
เจาะลึก ธุรกิจ ‘คาเฟ่อเมซอน’ บริการอย่างไรให้ประทับใจลูกค้า จนขายดีวันละ 400 แก้ว จากความชอบและคำแนะนำของเพื่อนบ้านผู้มีประสบการณ์เปิดร้านคาเฟ่อเมซอนมาก่อนหลายสิบสาขา ทำให้ คุณสมยศ ลือคำ นักธุรกิจรุ่นใหญ่ท่าทางใจดีวัย 48 ปี ตัดสินใจลงทุนวางเงินเก็บก้อนใหญ่ราว 3 ล้านบาท เปิดร้านคาเฟ่อเมซอน (Café Amazon) สาขาแรกของตัวเอง ที่ปัจจุบันให้บริการมาแล้วกว่า 5 ปี นักธุรกิจรุ่นใหญ่ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า ตนไม่ได้เรียนจบสูง ด้วยความมุมานะ อาศัยผลักดันและพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ทำกิจการค้าขาย แบบซื้อมาขายไป จนนำมาสู่การเปิดร้านคาเฟ่อเมซอนในที่สุด “ผมเลือกทำธุรกิจร้านกาแฟเพราะชอบดื่มกาแฟ พอดีมีเพื่อนบ้านใกล้กันเปิดร้านคาเฟ่อเมซอนมาแล้วหลายสิบสาขามาให้คำปรึกษา เขาทำมาก่อนแล้ว ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยตัดสินใจลงทุนทันที” เมื่อคิดแล้วว่าอยากเปิดร้านคาเฟ่อเมซอน คุณสมยศไม่รอช้า นำเงินก้อนที่สะสมเมื่อครั้งทำกิจการค้าขายราว 3 ล้านบาท ลงทุนเปิดร้าน ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองย่านสีลม บนศูนย์การค้าสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 4 เนื้อที่ 53 ตารางเมตร ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปเป็นที่ตั้งร้าน “เ
คู่รักเมืองน่าน ครีเอตงานไม้ เพ้นต์ลายปู่ม่านย่าม่าน เอกลักษณ์ประจำจังหวัดน่าน เป็นของฝากสุดเลอค่า เจาะลูกค้าทุกกลุ่ม คุณชาย-เพิ่มพูน พึ่งพระเดช อายุ 49 ปี และคุณจี๊ด-อภิญญา สุขโรจน์บัณฑิต อายุ 54 ปี ทั้งสองเป็นเจ้าของร้านน่าน แอ่ปข้าว เพ้นท์ ที่นำตำนานอันเป็นสัญลักษณ์เมืองน่าน ปู่ม่านย่าม่าน มาสร้างสรรค์เป็นงานของฝากของที่ระลึกทำจากไม้สัก เสริมลวดลายด้วยศิลปะการเพ้นต์ ตั้งโชว์ได้ ใช้งานได้จริง คุณชาย เล่าให้ฟังว่า ยึดอาชีพทำของที่ระลึกมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ก่อนนั้นมีภรรยาเป็นหัวเรือใหญ่ทำงานของฝากทุกประเภท ทั้งเย็บปักถักร้อย แต่หลักๆ จะเป็นงานเพ้นต์ทำเองคนเดียวทั้งหมด เป็นกิจการเล็กๆ จำหน่ายอยู่ในครอบครัว และทำส่งร้านของฝาก คนไม่ค่อยรู้จัก “งานรุ่นแรกเป็นพวกกิ๊ฟต์ช็อป พวงกุญแจไม้เพ้นต์ลาย ฯลฯ มาช่วงหลังพี่ออกจากงานประจำเข้ามาเสริมทีม เรียนรู้วิชาจากภรรยาอีกต่อจนเป็นงานถึงทุกวันนี้ เลยเพิ่มไอเดียจากของชิ้นเล็กเป็นของใช้ ทุกวันนี้เรากลายเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน ส่งตามร้านโอท็อป ร้านค้าทั่วไป” ก่อนเล่าต่อว่า แม้จะทำของที่ระลึกมากว่า 10 ปี แต่ภรรยาของเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการเพ้น
เมื่องานประจำไม่ใช่คำตอบสุดท้าย! สาวนิเทศฯ-หนุ่มวิศวะ ลาออกหันทำรถขายนม เวิร์กกว่าเยอะ คุณแนน – วัชราภรณ์ คล้ายเนียม เจ้าของ “รถนิยม CAR BAR MILK” กิจการขายอาหาร-เครื่องดื่มประเภทนมชง ขนมปังปิ้ง สเต๊ก และ อาหารไทยจานหลักหลากหลาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ทุกเพศ-วัย กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เธอเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว ปัจจุบันอายุสามสิบเศษ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ฝ่ายการตลาดของหมู่บ้านจัดสรร ส่วนแฟนหนุ่มซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ คือ คุณต้อม –อนุรักษ์ สุดดี ทำงานในตำแหน่งเป็นวิศวกรไฟฟ้าประจำห้องเย็นแห่งหนึ่งในมหาชัยนี้เอง ทำงานกันมาได้พักใหญ่ เธอเกิดความคิดอยากให้แฟนหนุ่มออกจากงานประจำมาหาอะไรทำที่ได้เงินมากกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท เพราะแม้จะทำโอทีหนักหน่วงแค่ไหน ก็ได้ค่าตอบแทนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท คุณแนน เจ้าของกิจการ “ตอนนั้นที่กรุงเทพฯ กำลังฮิตรถโฟล์กตู้ มาแต่งแล้วเปิดเป็นร้านขายนมปั่น-ขนมปังปิ้ง เลยตัดสินให้แฟนลาออกมาทำรถนม บ้างดีกว่า แต่เราไม่มีรถโฟล์กตู้ มีแต
พ่อค้าข้าวมันไก่ ท่องคาถายามท้อ “วันนี้ขายไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องได้ พรุ่งนี้ไม่ได้ มะรืนก็คงจะได้” หลายวันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสพูดคุยกับ พ่อค้าข้าวมันไก่ท่านหนึ่ง ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีจิตอาสา ทำข้าวมันไก่หลายสิบห่อ ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจช่วย 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวงฯ เลยถือโอกาสถามไถ่ถึงประวัติความเป็นมา คุณตีตี้ – ฐิติภัทร ง่วนหอม ออกตัวยิ้มๆ เรื่องราวของเขาไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอ ขอให้ถ่ายทอดประสบการณ์ จึงยินดีเล่าให้ฟังแบบกันเองด้วยการย้อนประวัติ ครอบครัวเป็นคนไทยเชื้อสายมอญ พื้นเพอยู่ตำบลนครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เรียนจบม.ปลายที่โรงเรียนบวรนิเวศฯ กรุงเทพฯ จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ก่อนหน้านี้ เคยผ่านงานมาหลายแห่ง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับงานบริการในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ชื่อดังย่านสุขุมวิท ทำอยู่หลายปี รู้สึกเบื่อชีวิตมนุษย์เงินเดือน เลยเบนเข็มสู่เส้นทางธุรกิจส่วนตัว ด้วยการลงหุ้นเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างกับเพื่อนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่อาจเพราะประสบการณ์น้อย บวกกับ เงินทุนไม่หนา ประกอบ
ร้านในดวงใจของหลายคน “หมูทอด…เจ๊จง” เติมข้าวได้ หยิบผักฟรี มีน้ำเปล่าให้ดื่ม ในแวดวงคนทำมาค้าขายด้านอาหาร หากเอ่ยชื่อ เจ้าของกิจการ นามว่า คุณจงใจ กิจแสวง อาจไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่ถ้าบอก “หมูทอด…เจ๊จง” แล้วหล่ะก็ ร้อยละเก้าสิบ อาจร้อง…อ๋อ! ก่อนออกปาก ของเขาดีจริง ไม่งั้นคงไม่ขายมาได้นานจนป่านนี้ แถมยังมีเส้นทางเติบโต ขยายกิจการไปเรื่อยๆ นับสิบสาขาแล้ว หมูทอดเจ๊จง เกิดขึ้นได้อย่างไร คือ คำถามแรกที่พิธีกรประจำงานสัมมนา “พอแล้วดี” เวิร์กช็อป ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันก่อน ด้าน คุณจงใจ กิจแสวง เจ้าของกิจการ “หมูทอดเจ๊จง” เจ้าดังย่านพระรามสี่ ในฐานะวิทยากรรับเชิญ กล่าวตอบด้วยลีลาเป็นกันเองว่า จำได้ว่าย้อนไปกว่า 15 ปี ไปซื้อข้าวหมูทอดให้ลูกกิน เขาขายกล่องละสิบบาท ฟังเหมือนถูก แต่พอเปิดออกมามีหมู 4 ชิ้นเรียงกันอยู่ เลยบอกกับลูกเลย เดี๋ยวแม่จะขายบ้าง แล้วจะให้หมูเยอะกว่านี้อีก คุณจงใจ เล่าต่อว่า นอกจากนั้น ยังมีเหตุผลอยากหารายได้เพิ่ม เนื่องจากยังมีหนี้อยู่มาก ตอนนั้น ขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์อยู่ ขายเสร็จบ่ายโมงกลับบ้าน กว่าจะนอนราวสองทุ่ม เลยมีความรู้สึกว่าจะบ้าเกินไปแล้ว
เกษตรกรเมืองเชียงใหม่ ปลูก”มันฝรั่ง-หัวพันธุ์มันฝรั่ง”ขายโรงงาน สร้างรายได้งาม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมชมไร่มันฝรั่ง ของ คุณบุญศรี ใจเป็ง วัย 68 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของรางวัล “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาพืชไร่ภาคเหนือ ปี 2553” คุณบุญศรีเล่าให้ฟังว่า ตนนั้นปลูกมันฝรั่งมาเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว เดิมครอบครัวของตนประกอบอาชีพเกษตรกรในการทำนามาตั้งแต่รุ่นของนายปั๋น ใจเป็ง ผู้เป็นพ่อ หลังทำนาเสร็จก็ปลูกกระเทียมเพื่อปรับปรุงดิน สลับกับการปลูกยาสูบและพืชอื่นๆ เพื่อนำมาขายหารายได้ แต่ราคาค้าขายพืชผลทางการเกษตรแบบนี้ไม่แน่นอนนัก ท่านจึงเริ่มมองหาพืชผลอื่นอย่าง”มันฝรั่ง”มาปลูก ตั้งแต่ พ.ศ.2507 โดยเป็นมันฝรั่งชนิดขายบริโภคสด เริ่มปลูกในพื้นที่เพียง 2 – 3 ไร่ แทรกกับกระเทียมและยาสูบ ตอนนั้นคุณบุญศรีเพิ่งอายุได้เพียง 10 ปีเศษ จึงมีหน้าที่ช่วยดูแลมันฝรั่งที่เพิ่งเริ่มปลูก ช่วงแรกๆ ที่พ่อนำมันฝรั่งมาปลูก คนไทยยังไม่นิยมบริโภคมันฝรั่งเท่าใดนัก ตลาดใหญ่ในการซื้อขายมันฝรั่ง จึงเป็นกลุ่มทหารของอเมริกาที่เข้ามาในประเทศไท
นักธุรกิจหนุ่มจบนอก ตัดสินใจกู้เงิน 16 ล้านสร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แบบ OEM หรือผู้รับจ้างผลิต ที่เปิดได้เพียง 3 วันต้องเจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นานกว่า 2 เดือน เสียทั้งโอกาส ลูกค้า และโรงงาน คุณโก้-ปิติพงศ์ รอยเรืองพานิช อายุ 30 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอย คอนซูเมอร์ โปรดักส์ จำกัด เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า เรียนจบด้านวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นย้ายไปทำงานเพื่อเก็บเงินที่ประเทศอังกฤษ ทั้งเสิร์ฟอาหาร ล้างส้วม ขายของสารพัดอย่าง ควบคู่เรียนต่อด้านการจัดการเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยพอร์ตสมัท (University of Portsmouth) กระทั่งสำเร็จการศึกษาได้ปริญญาโทมาอีกหนึ่งใบ หลังเรียนจบ ช่วงปี 2553 ได้เข้ามาร่วมมือกับพี่สาวทำธุรกิจจำหน่ายวัตถุดิบเคมีภัณฑ์สำหรับผลิตเครื่องสำอาง น้ำยาทำความสะอาด ฯลฯ ด้วยการเช่าโกดังขนาดเล็ก กับพนักงานที่ส่วนใหญ่เป็นต่างด้าวราว 10 คน “เริ่มตั้งแต่หาลูกค้าใหม่ ดูสินค้า แพ็กของ ส่งของด้วยตัวเอง ทำเกือบทุกหน้าที่ เพราะพนักงานมีน้อยนอกจากนี้ยังเข้าไปร่วมงานกับ ธ.ก.ส. ส่งวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ พร้อมลงพื้นที่สอนกวนน้ำยาทำความสะอาดต
หลายๆคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับขนมเข่งไหว้เจ้า เนื้อแป้งเหนียวๆสีขาวๆในกระทงใบตองสีน้ำตาล ที่หาทานได้เฉพาะเทศกาลสำคัญของจีน อย่าง ตรุษจีน เช็งเม้ง หรือ สารทจีน เป็นต้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้ชิมขนมเข่งแบบใหม่ที่ไม่เคยทานมาก่อน ลักษณะของเจ้าขนมเข่งชนิดนี้ เป็นสีดำ มีลูกกลมๆตรงกลาง แต่เมื่อลองทานดุ รสชาติกลับสวนทางกับรูปลักษณ์เสียอย่างนั้น ขนมนี้ คือ “ขนมเข่งไส้เผือกไข่เค็ม” เป็นขนมของร้าน ขนมเข่งฮ่องเต้ เจ้าดังย่านตลาดบางบัวทอง โดยคุณซานต้า-นิมิต รัตนรงคาภรณ์ ข้าราชการหนุ่มวัย 34 ปี เป็นผู้คิดค้นสูตร คุณซานต้าเล่าให้ฟังว่า ได้ไอเดียในการทำขนมเข่งไส้ไข่เค็มมาจาก การที่ครอบครัวของตนนั้นเปิดร้านทำขนมเข่ง และผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆของชาวไทยเชื้อสายจีน ขายตลอดทั้งปีอยู่แล้ว จึงมีพวกวัตถุดิบต่างๆอยู่ในตู้เย็น ตนเลยคิดอยากจะลองทำขนมเข่งแบบอื่นดูบ้าง เลยหยิบเอาไข่เค็ม ซึ่งเป็นอาหารคาว มาปั้นผสมกับเผือกกวนที่เป็นวัตถุดิบในการทำบ๊ะจ่างจักพรรดิขาย จากนั้นก็เอาไปใส่ในกระทงขนมเข่งราดด้วยแป้งข้าวเหนียวดำที่ใช้ทำขนมเข่ง แล้วนำไปนึ่งจนสุก เมื่อนำออกมาลองชิม ปรากฏว่ารสชาติของไข
ตลาดโคเปนเฮเกน ถนนเป็นของคนเดิน ไม่พะนอรถยนต์เหมือนเมืองไทย โคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก เป็นเมืองที่คนเดินถนนจะรักมาก เขาเป็นเมืองที่สร้างเพื่อให้คนเดินถนน หรืออย่างมากที่สุดปั่นจักรยาน ถนนหนทางร้านรวงทางเท้าหรือกระทั่งสวนสาธารณะล้วนออกแบบมาให้เอื้อเฟื้อกับคนเดินถนน มากกว่าจะพะนอเอาใจคนขับรถยนต์เหมือนเมืองไทย เพื่อนฉันคนหนึ่งบอกว่าการสร้างสะพานลอยคนข้ามถนนให้สูงขึ้นไปเท่าตึก 3 ชั้น ขับไสคนเดินขึ้นบันไดไป เพื่อจะไม่ให้กระทบสิทธิรถยนต์ที่แล่นบนถนน เป็นการศิโรราบต่ออิทธิพล “สัตว์ตีนยางตาแก้ว” โดยราบคาบ ให้คนหมอบราบหลบหนีให้พ้นเสียจากเส้นทางสัญจรของรถยนต์ ทั้งที่มันก็ถนนของเขาเหมือนกัน โคเปนเฮเกน หรือเอาเข้าจริงก็เดนมาร์กทั้งประเทศเป็นของคนเดินถนน ดังนั้น เดินตลาด ดูบ้านดูเมืองของเขา จึงมีความสุขยิ่ง ไม่ต้องพะวักพะวงว่าจะเจอรถยนต์ปีนฟุตปาธขึ้นมาชน โคเปนเฮเกนไม่เคยหลุดออกจากรายการเมืองน่าเที่ยวที่สุดของโลก หมายถึงเที่ยวอย่างมีความสุข และปลอดภัย ได้แรงบันดาลใจดีๆ ไม่ใช่น่าเที่ยวเพราะมันถูก โคเปนเฮเกนไม่ถูก ชีวิตของผู้คนของเขาก็ไม่ถูก นักท่องเที่ยวจะมาเอาเปรียบผู้คนเขาบนความถูก เขาไม่ยอม
