PR News

ชมรมธุรกิจร้านอาหารดีใจ หลังปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ในช่วงบ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น หลังใช้เวลาผลักดันมา 5 ปีเต็ม 

“สรเทพ โรจน์พจนารัช” ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย 

ขอขอบคุณคณะรัฐบาลทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่แล้ว ที่รับฟังเสียงผู้ประกอบการช่วยปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วง 14.00-17.00 น. เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเป็นการแก้กฏหมายที่ล้าหลังให้เข้ากับยุคสมัย 

ขอชื่นชมในด้านวิสัยทัศน์และการเข้าใจบริบทของกฎหมายที่ล้าหลังโดยเฉพาะเป็นคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ซึ่งใช้มายาวนานกว่า 53 ปี

ทางชมรมได้เรียกร้องมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ในเรื่องของการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ไม่ให้จำหน่าย แอลกอฮอล์ ในร้านอาหารในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. 

ซึ่งวัตถุประสงค์ของคณะปฏิวัติ 2515 อันนี้ วัตถุประสงค์เดิมที่ประกาศออกมา คือไม่ต้องการให้ข้าราชการออกไปนั่งดื่มในเวลางาน ซึ่งใช้กันมา 53 ปี ซึ่งบริบททางสังคมนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากในปัจจุบัน

ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ได้เรียกร้องไปก่อนหน้านั้นหลายครั้งว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปลี่ยนมาเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก รวมถึงเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว บริบทอันนี้ไม่สามารถนำไปใช้กับคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร 14.00- 17.00 น. อีกต่อไป

ทางชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารเข้าใจว่ามีหลายหน่วยงานมีความกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อเยาวชน ซึ่งทางชมรมได้เขียนและอธิบายตลอดว่า เราขอเรียกร้องให้กับเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เป็นร้านอาหารเท่านั้นที่ให้ยกเลิกการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 14.00-17.00 น. และมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเยาวชนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเรามีกฎหมายในการดูแลหลายฉบับทับซ้อน ตัวอย่าง ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ กฎหมายเมาแล้วขับก็ครอบคลุมในส่วนตรงนี้อยู่แล้ว 

ที่สำคัญ ตนได้เน้นย้ำตลอดว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการปลูกจิตสำนึกและให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งมันดีกว่าการเอากฎหมายมาครอบ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถค้าขายได้ตามสภาพประเทศแห่งการท่องเที่ยว หรือตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ตัวอย่าง ตนเองเกิดมาในยุค Gen X จะคุ้นเคยกับประโยคที่ว่า “ตาวิเศษเห็นนะ” ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ในการรณรงค์ต่อเนื่องกันมา 20 ปี ในเรื่องไม่ให้คนไทยทิ้งขยะบนท้องถนน เป็นการปลูกจิตสำนึก ซึ่งฝังไปในจิตสำนึก จนมาถึงรุ่นปัจจุบันจนทำให้บ้านเมืองสะอาดจนถึงทุกวันนี้ เช่นเดียวกันกับที่ตนเคยพูดว่า ต้องขอบคุณ สสส. ที่ทำแคมเปญใหญ่เมาไม่ขับมาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี ทำให้ประชาชนมีจิตสำนึก เมาไม่ขับ

ที่สำคัญ หากปลดล็อกคำสั่งคณะปฏิวัติฉบับนี้ไปได้ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับกลุ่มภาคธุรกิจร้านอาหารให้สามารถเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง GDP ให้กับประเทศไทยสามารถเติบโตได้ในปีนี้ รวมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย เพราะทุกวันนี้ต่างชาติเมื่อเข้าไปร้านอาหารวัตถุประสงค์หลักไม่ใช่เข้าไปดื่มแอลกอฮอล์แต่อยากเข้าไปทานอาหาร นักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็ต้องการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาทานควบคู่ไปกับการทานอาหารด้วย พอมีกฎหมายฉบับนี้ที่ห้ามขาย นักท่องเที่ยวตัดสินใจไม่เข้าร้านในช่วง 14.00–17.00 น. ไปเข้าอีกทีคือช่วงเย็น ซึ่งทำให้  14.00-17.00 น. เป็นช่วงที่ร้านอาหารค่อนข้างจะเงียบเหงาและไม่สามารถทำรายได้ได้ และยังสร้างความมึนงง และไม่เป็นมาตรฐานสากลให้กับนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร จึงขอขอบคุณที่เข้าใจในเรื่องของข้อเรียกร้องที่ชมรมได้เรียกร้องมาโดยตลอด และเข้าใจในเรื่องของบริบทและกฎหมายที่ล้าหลังกับบริบทของประเทศในปัจจุบัน ขอขอบคุณคณะรัฐบาลทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายค้านชุดที่ผ่านมาอีกครั้ง

Related Posts

Future Food System Conference & Show 2026 โลกกำลังเผชิญ “จุดเปลี่ยน”