Exclusive
โซลาร์เซลล์ มีอนาคต อดีตทหารพราน ศึกษาจริงจัง ทำอาชีพหลังเกษียณ ค่าไฟแพง กำลังเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วบ้านทั่วเมือง และเรื่องที่ตามมา ซึ่งหลายคนพูดถึงและมีความต้องการกันมากในยามนี้ เห็นจะเป็นพลังงานทดแทน ที่ชื่อว่า โซลาร์เซลล์ หรือ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ นั่นเอง ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับอดีตรั้วของชาติ ที่หันมาศึกษาเรื่องของโซลาร์เซลล์ จนสามารถยึดเป็นอาชีพหลังเกษียณได้ เจ้าของเรื่องราวครั้งนั้น คือ คุณอาร์ต-ส.อ. ยุทธการ สมมุติวงษ์ ซึ่งแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้นว่า เป็นอดีตหัวหน้าชุดทหารพราน กรมทหารพรานที่ 34 กองทัพบก ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญที่มีสวนเกษตรและร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเอง คอยบริการ บรรดานักท่องเที่ยวแถวสี่แยกรื่นฤดี ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำมาได้ 20 กว่าปี กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันเริ่มอยู่ตัว หัวหน้าครอบครัวอดีตรั้วของชาติ จึงมองหาอาชีพใหม่ ที่อาจเป็นงานสร้างรายได้ สามารถมาจุนเจือครอบครัวได้อีกทาง และงานใหม่ในแบบที่เขาเลือกทำครั้งนี้ มี “รอยทาง” แห่งการ “พึ่งพาตนเอง” ให้เดินตามอย่างแน่วแน่และมั่นคง “ที่ผ่านมามีโ
เพราะไม่อยากทิ้งซองเมล็ดกาแฟ สู่ธุรกิจ Same Thang กระเป๋าสุดคราฟต์ ลงทุนไม่เกิน 2 พัน สร้างรายได้ หลักแสนต่อเดือน “ลองคิดดูว่าขยะรอบตัวเราสามารถทำอะไรได้บ้าง มันอาจจะเป็นธุรกิจของเราก็ได้ในวันหนึ่ง” หากพูดถึงขยะ หลายๆ คนก็คงนึกถึงสิ่งที่ไม่มีมูลค่า ไม่สามารถทำประโยชน์อะไรได้ แต่หารู้ไม่ว่า ขยะก็สามารถก่อให้เกิดเป็นธุรกิจที่มอบคุณค่ากลับคืนสู่สังคม อย่างธุรกิจกระเป๋าจากซองกาแฟสุดเก๋ของ คุณโป๊บ-กิตฐนพงษ์ โรจนบวร เจ้าของแบรนด์ Same Thang ที่เริ่มต้นด้วยสิ่งที่รักและเห็นคุณค่า ความสวยงาม คงทนของซองกาแฟ จนเกิดเป็นไอเดียธุรกิจกระเป๋าสร้างรายได้ในปัจจุบัน “กระเป๋าพวกนี้ทำมาจากเทคโนโลยีที่ดีมาก มันแข็งแรงทนทาน ภาพลักษณ์เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ต้นทุนการผลิตสูง คุณค่าของมันจบลงที่ใช้แล้วต้องทิ้ง แต่เรายังคงคุณค่าความดีของเขาอยู่และดีไซน์ที่ดีไว้” จุดเริ่มต้น สู่จุดเด่น ธุรกิจกระเป๋า Same Thang เกิดขึ้นเมื่อช่วงโควิด-19 ที่คุณโป๊บไม่สามารถออกไปทานกาแฟสดได้ บวกกับร้านขายเสื้อผ้าที่จตุจักรต้องปิดลง เนื่องจากมาตรการของรัฐทำให้ต้องกลายเป็นคนว่างงาน จึงศึกษาการทำกาแฟและซื้ออุปกรณ์ เกิดเป็นความหลงใหลแ
ร้านอาหารไปต่อไม่ได้ กัดฟันลงเงินก้อนสุดท้าย เปิดร้านซาเล้ง “ยำแซ่บซิ่ง ชลบุรี” ดังพลุแตก 10 นาที คิวหมด ปัจจุบัน ร้านอาหารอร่อยๆ ผุดขึ้นมาให้ไปล่าท้าลองกันมากมาย ซึ่ง แซ่บซิ่ง ชลบุรี ร้านยำซาเล้งเล็กๆ ร้านนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่แม้จะขายมาได้ 2 ปี ก็ยังฮอตฮิตไม่สร่างซา แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ ก็เคยล้มจนแทบลุกไม่ไหวเลยทีเดียว เจ๊ฝน เจ้าของร้าน เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนที่จะมาเป็นร้านยำสุดแซ่บ อย่าง แซ่บซิ่ง อย่างทุกวันนี้ เธอเคยได้รับมรดกจากพ่อแม่เป็นกิจการร้านอาหารอีสานรูปแบบนั่งทาน ขายสารพัดเมนูทั้ง ยำ-ตำ-ปิ้ง เปลี่ยนชื่อร้านเป็น สวยสะบัดสาก พอทำร้านเข้าสู่ปีที่ 5 ก็เกิดโควิด ทำให้เจ๊ฝนถึงกับบอกว่า เป็นวิกฤตที่ หนักมาก สำหรับเธอ “โควิดซีซั่นแรกก็โดนหนักเลยค่ะ ลูกน้องที่ช่วยงานก็ทยอยออกกัน ซึ่งเราไม่ได้ไล่นะ และมันเป็นช่วงที่ต้องลดค่าใช้จ่าย พอมีคนออกเราก็ลงมาทำเอง วิ่งเอง ส่งเอง ประมาณนี้ มันก็ประคองร้านมาแบบลุ่มๆ ดอนๆ เพราะทุกคนก็โดนกันหมดแหละ จนโควิดซีซั่น 3 เรากลับไปอยู่บ้านแฟน ก็มานั่งคิดนั่งปรึกษากันว่า ไม่ว่าจะเรื่องเมนูอาหารหรือทุกอย่างที่เราพอจ
อดีตสาวโรงงาน ผันตัวขาย ข้าวเหนียวไก่ทอด ขายถูก ให้เยอะ ยอดเฉลี่ยต่อวัน หลักหมื่น! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณภัทร–ณัฐภัทร ไศลภูมิ วัย 34 ปี อดีตสาวโรงงานที่ผันตัวมาเป็นนายตัวเอง ยึดอาชีพแม่ค้าขายข้าวเหนียวไก่ทอด อย่าง ร้านเจ๊ภัทร ข้าวเหนียวไก่ทอด ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพ แต่ขายราคาถูก และให้เยอะแบบไม่กลัวขาดทุน “ตอนทำงานโรงงาน ก็มีความฝันว่าอยากมีธุรกิจกิจการเล็กๆ สักธุรกิจหนึ่งเป็นของตัวเอง เพราะเราก็คิดว่า อาชีพลูกจ้างไม่มั่นคงและไม่ใช่ตัวของตัวเองเท่าไหร่ ซึ่งอาชีพค้าขาย มันก็ค่อนข้างตอบโจทย์ความต้องการของเรา ณ ตอนนั้น เพราะพี่เคยขายไก่ทอดหาดใหญ่ มันก็มีวิชาความรู้ติดตัวอยู่” “ก็ตัดสินใจลาออก มาขายของโดยใช้เงินที่เก็บจากตอนทำงานนั่นแหละมาตั้งต้น ก็ขายมาหลายอย่างเลยนะ แต่ไม่เวิร์ก เลยมาเลือกขายของกินเพราะคนเราต้องกินอยู่แล้ว และเลือกมาขายข้าวเหนียวไก่ทอด เพราะลูกชอบกิน พี่เองก็ชอบกิน อีกอย่างคือการทำไม่ยุ่งยากมาก วิชาติดตัวตอนขายไก่ทอดหาดใหญ่ก็มี เลยเอามาปรับใช้” คุณภัทร ว่าอย่างนั้น คุณภัทร ยังเล่าต่อว่า ในช่วงแรกๆ ที่เปิดร้านขาย ก็ไม่ได้ขายดีเท่าไหร่หนัก เพราะเป็นเ
SASOM (สะสม) สตาร์ตอัปไทย ซื้อ-ขาย ของแรร์ไอเทม เติบโตจาก 1 สู่ 60,000 ออร์เดอร์ “ตอนผมไปอยู่อเมริกา ผมได้คลุกคลีอยู่กับการสะสมรองเท้า ซึ่งที่นั่นตลาดใหญ่มากๆ คนต่อแถวซื้อกัน 10-20 ร้าน ผมเองก็ไปต่อแถวกับเขาด้วย แต่ลำบากมาก บางวันแดดร้อน บางวันหนาวเจอหิมะตกอีก นอนป่วยไปหลายวัน แต่พอได้มาแล้วมันก็คุ้ม เพราะรองเท้ามันขายต่อได้ในราคาสูงขึ้น 2-3 เท่า” คุณอ๋อง-กษิต งานทวี ที่ขณะนั้นยังเป็นนักเรียนไทยในอเมริกา เล่าถึงความลำบากของการเป็นนักสะสมว่า กว่าจะได้ของหายากแต่ละชิ้นนั้น ต้องใช้ทั้งความอดทนและความพยายาม มากไปกว่านั้นยังต้องมีความระมัดระวังในการซื้อขาย เนื่องจากมีของเลียนแบบ และมิจฉาชีพอยู่ในตลาดค่อนข้างเยอะ หลังจากคลุกคลีกับสิ่งที่ชอบ และมองเห็นถึงปัญหาที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ทำให้คุณอ๋องหันมาเริ่มต้นธุรกิจ และมองหาเพื่อนที่จะมาร่วมงานกัน “เราทำบริษัทที่เป็นสตาร์ตอัปคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว เรารู้ว่าเราเก่งด้านไหน เราไม่เก่งด้านไหน เลยมองเห็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ลองไปถามพวกเขาดูว่าอยากทำไหม เรามีไอเดียนี้อยู่นะ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ SASOM (สะสม) ของพวกเรา” CEO และ
4 ทศวรรษ โรม่าอุตสาหกรรม อาณาจักรกระเป๋า Top 3 แบรนด์ไทย ที่เริ่มจากการซื้อมา-ขายไป หากจะพูดถึง ธุรกิจ ที่อยู่มานานกว่าหลัก 10 ปีขึ้นไป เรามักเจอแต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 หรือ 5 กันเสียเป็นส่วนใหญ่ อาทิ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ แต่ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจ ที่แม้ไม่ใช่ปัจจัย 4 หรือ 5 ในการดำรงชีวิต แต่ก็ดำเนินกิจการมานานกว่า 4 ทศวรรษแล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณอูม-ฐานิดา รัถยาพิมล Managing Director (MD) วัย 34 ปี MD รุ่นที่ 2 ของ บริษัท โรม่าอุตสาหกรรม จำกัด 1 ใน 3 ผู้ผลิตกระเป๋าแบบครบวงจรรายใหญ่ของเมืองไทย ที่ใจดีมาพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นมาของธุรกิจให้ฟัง “บริษัท โรม่าอุตสาหกรรม จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2524 โดยคุณพ่อนะคะ ปัจจุบันก็เข้าสู่ปีที่ 42 แล้ว แรกเริ่มธุรกิจที่เป็นรุ่นคุณพ่อท่านทำ เป็นร้านขายกระเป๋าแบบซื้อมาขายไปค่ะ ทำไปได้สักพักท่านก็จับพลัดจับผลูมาทำเป็นโรงงานทำกระเป๋า ก็รับผลิตกระเป๋าแบบต่างๆ เอง อย่างพวกกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยม กระเป๋าเมสเซนเจอร์ แล้วก็พัฒนามาเรื่อยๆ เริ่มเห็นว่า ธุรกิจมันไปได้ ก็เริ่มท
ของเด็ด ฤดูร้อน ทุเรียนพูโต สุดครีเอต ลูกค้าช่วยรีวิว คนแห่ตามชิมเพียบ ทุเรียนพูโต คือ ทุเรียนหมอนทองเกรดคัดจากระยอง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวมูนนุ่มๆ ราดซอสแกงบวดทุเรียนเข้มข้น โรยถั่วทองกรุบๆ บนไอศกรีมโตนด Signature ของร้านย้อยหย่อย ร้านขนมหวานสไตล์น้ำแข็งไส ที่หลายคนอยากไปเช็กอิน ที่ อ.เมือง จ.นครปฐม “เมนูนี้ มีจนหมดหน้าทุเรียนเลย ค่ะ” คุณออม เจ้าของร้านย้อยหย่อย บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนเผยให้ฟังถึงที่มาของแนวคิดเมนูรับฤดูร้อนปีนี้ “เป็นคนชอบทานทุเรียนมากๆ เลยลองเอาทุเรียนเป็นพูมาผ่าครึ่ง ทำคล้ายกับไอติมขนมปังโบราณที่ใส่ไอติมข้างใน ทานคู่กับไอศกรีมโตนดของที่ร้าน ประกอบกับเป็นคนทำแกงบวดทุเรียนได้อร่อยเข้มข้น พอเอามาทานด้วยกัน มันเข้ากันมากค่ะ” คุณออม เล่ายิ้มๆ ถามถึงราคาขายเมนูทุเรียนพูโต คุณออม อธิบายว่า ราคาขึ้นอยู่กับพูที่ลูกค้าเลือก แต่ละพูราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับไซซ์ของทุเรียน แต่โดยเฉลี่ย จะอยู่ระหว่าง 150-800 บาท “ที่ผ่านมา ลูกค้าจะสั่งประมาณพูละ 200-500 บาท ส่วนใหญ่ ราคาพู 200 บาท เป็นแบบทานคนเดียว แต่ที่ขายดีสุดจะราคาประมาณเกือบ 400 บาท ที่ต้องขายแบบนี้ เพ
ทำบัญชี เหมือนยาขม คิดแบบ กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา มีคนเจ๊งมาเยอะแล้ว พอเอ่ยคำว่า “ทำบัญชี” กับบรรดาเจ้าของธุรกิจร้านเล็กๆ เป็นเหมือนยาขมหม้อใหญ่ สมัยโบราณเขาจะเปรียบเทียบเรื่องที่คนเกลียดๆ ไม่อยากทำว่าเหมือนกิน “ยาขมหม้อใหญ่” เพราะสมัยโน้นยังไม่มียาเม็ด ยาไทย ยาจีนใช้ต้มกินเป็นหม้อๆ แล้วมันขมทุกหม้อไม่ว่าจะแก้โรคอะไร คนป่วยถูกบังคับให้กินและต้องหมดเป็นหม้อๆ ด้วย กี่หม้อแล้วแต่ตำรับยาของหมอ กว่าจะกินหมดแต่ละหม้อมันจึงทรมานน่าดู ไม่มีใครอยากกินยาขม เกลียดยาขมเข้าไส้ สมัยนี้คนรุ่นใหม่ถึงจะกินยาเม็ดแล้ว แต่ก็มี “การทำบัญชี” นี่ล่ะครับเป็นยาขมหม้อใหญ่หม้อหนึ่ง (อาจจะมีเรื่องที่เกลียดๆ ไม่อยากทำอีกหลายหม้อ) ผมมีโอกาสเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้ SMEs หลายแห่งหลายที่ ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหาร รีสอร์ต คลินิก ร้านสิ่งพิมพ์ ขายของออนไลน์ ขายอาหารดีลิเวอรี ที่มีเจ้าของคนเดียว เป็นญาติพี่น้อง อาจจะมีหุ้นส่วนบ้าง ทำกันไม่กี่คน แต่ทุกๆ ที่มีปัญหาเหมือนกันครับ คือไม่ค่อยอยากจดบันทึกบัญชี หรือทำบัญชีไม่ละเอียด ด้วยเหตุผลที่ว่า แค่ต้องหาลูกค้า บริหารงาน ทำการตลาด ขายของก็เหนื่อยแล้ว หมดแรง ยังจะให้มาจดบันทึกบัญชี
เราทุกคนจดจำเขาได้ในฐานะนักแสดงตลก แต่เขากลับมีหลายอย่างที่มากกว่านั้นในหลายๆ มุม ทั้งการเป็นดารา นักแสดง รับบทเป็นพิธีกร เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เอ็มวีเพลง รายการทีวี และอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่ยังมีอีกมุมที่หลายคนอาจจะพอเห็นผ่านตามาบ้าง นั่นคือ นักธุรกิจ น้ำปลาร้าตราหม่ำแซ่บ ของ หม่ำ จ๊กมก ร่วมมือกับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง นับเป็นสินค้าที่ไม่ผิดคาดจากตัวเจ้าของแบรนด์ไปไม่แต่น้อย เพราะเมื่อนึกถึง หม่ำ จ๊กมก-เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา คำว่าอีสานก็จะลอยเข้ามาในหัวทันที วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปสำรวจจุดเริ่มต้นกับมุมของนักธุรกิจน้ำปลาร้าหม่ำแซ่บว่ามีแนวคิด และวิธีการอย่างไรก่อนจะมาเป็นผลิตภัณฑ์นี้ คุณหม่ำ เล่าว่า ด้วยความที่เขาเป็นคนอีสานกินปลาร้ามาตั้งแต่เด็กจนโต มักคุ้นชินกับการกินปลาร้าดิบมากกว่าการต้มสุก เขาเริ่มหันมาทดลองกินปลาร้าสุก พร้อมกับลองหมักปลาร้าด้วยปลาหลายชนิดแล้วเริ่มเปลี่ยนวิธีการกินของตัวเองมาเรื่อยๆ ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป “ผมเป็นคนที่กินปลาร้าอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อก่อนกินดิบมาตลอดก็ลองคิดว่าถ้าเอามาต้มสุกจะเป็นยังไงวะ มันจะเหมือนที่เราจกกินในไหหรือเปล่า มันจะเหมือนบ้
สตาร์ตอัป จีน คิดค้น “เครื่องจูบ” เสมือนจริง ขายดิบขายดี ออร์เดอร์เพียบ แม้วิกฤตโควิด-19 จะคลี่คลายแล้ว แต่ก็ทิ้งความทรงจำไว้มากมาย รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม “รอยเตอร์ส” หยิบยกกรณีของสตาร์ตอัปจีน “ซื่อเว่ยฝูเช่อ” ที่ปิ๊งไอเดียธุรกิจจากมาตรการกักตัวช่วงโควิดในการผลิตเครื่องจูบระยะไกล ที่ช่วยให้รู้สึกสมจริง กระชับความรักระยะไกลให้แนบแน่นขึ้น เครื่องจูบนี้จะส่งข้อมูลการจูบผ่านเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ที่ติดตั้งอยู่บริเวณริมฝีปากที่ทำจากซิลิโคน ซึ่งจะเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกับที่ได้รับการจุมพิตจากอีกฝ่ายหนึ่ง อุปกรณ์นี้มีชื่อว่า “ม้วฟ” (MUA) ที่เลียนแบบมาจากเสียงจูบ โดยจะบันทึกและเล่นเสียงซ้ำ รวมถึงปรับระดับความอุ่นของริมฝีปากในระหว่างการจูบด้วย ช่วยเพิ่มความฟินระหว่างการจูบทิพย์ “ม้วฟ” มีลักษณะเหมือนแท่นวางมือถือที่มีริมฝีปากยื่นออกมาด้านหน้า ซึ่งคู่รักจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันลงบนสมาร์ทโฟน พร้อมจับคู่กับเครื่องจูบที่เสียบเข้าช่องชาร์จแบต จากนั้นก็เปิดใช้งานผ่านแอป เมื่อคนหนึ่งจูบมา เครื่องก็จะจูบกลับ นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลการจูบที่ผู้ใช้รายอื่น
