Exclusive
จัดใหญ่กว่าเดิม! สัมมนาแห่งปี “พลิกเกมไว โอกาสใหม่ SMEs” พบกัน 31 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 @สามย่านมิตรทาวน์ ร่วมลงทะเบียนเพียงแค่คลิกลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ >> https://bit.ly/3zBg81E (จำนวนจำกัด) แนวโน้มปี 2565 หลังการเปิดประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมา แต่ก็ยังมีปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่ต้องเผชิญ SMEs คือกลุ่มคนตัวเล็ก ที่เป็นกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย นับเป็นความท้าทายใหม่ของผู้ประกอบการ SMEs ที่จะต้องปรับตัวในการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้ช่องทางการซื้อขายและการเข้าถึงของสินค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ผู้ประกอบการหลายเจ้าจึงต้องดิ้นรน งัดกลยุทธ์สารพัดเพื่อปรับตัวให้อยู่รอด อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SMEs ที่อยู่รอดมาได้ นอกเหนือจากการ “ปรับตัวให้ไว” แล้ว “การเงิน” ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญในลำดับต้นๆ เช่น ในด้านการลดรายจ่าย การสร้างรายได้ และการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจให้มีความสามารถในการเพิ่มมูลค่าสินค้า ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บ
สมาร์ทวอตช์ ตอบโจทย์กว่า ผู้ผลิตนาฬิกาหลายค่าย งัดดีไซน์แปลก เข้าสู้ นาฬิกา ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนสวมติดข้อมือ แม้ระยะหลังๆ จะถูกสมาร์ทวอตช์ไล่แซง เพราะตอบโจทย์เรื่องสุขภาพและชีวิตยุคดิจิทัลมากกว่า ผู้ผลิตนาฬิกาแต่ละค่าย ต่างเน้นเรื่องดีไซน์และวัสดุที่ใช้ เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ เช่นเดียวกับ “มารุเซกิ” (Maruzeki) ผู้ผลิตนาฬิกาจากญี่ปุ่น ที่เพิ่งวางขาย “นาฬิกาส่งกลิ่นหอม” ไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคม เว็บไซต์ soranews24 ระบุว่า แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังนาฬิกากลิ่นหอม เริ่มต้นจากช่วงฤดูร้อน ที่อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์รอบๆ ตัว หากมีสิ่งของที่ช่วยส่งกลิ่นหอมพกพาไปไหนมาไหน แถมดูเวลาได้ด้วย ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค “มารุเซกิ” เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า “คาโอรุ” ที่มีให้เลือก 7 สี แต่ละสีใช้สายนาฬิกายางที่ส่งกลิ่นหอมแตกต่างกัน และเป็นกลิ่นเฉพาะที่สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่น เริ่มจากนาฬิกา “กลิ่นซากุระ” (Sakura) ที่สะท้อนความหอมของดอกซากุระ ช่วยเติมความสดใสแบบเดียวกับฤดูใบไม้ผลิ ส่วน “กลิ่นมัตฉะ” (Matcha) จะมีความประณีตและมีความเป็นผู้ใหญ่ ทำให้นึกถึงรสขมเวลาจิบชาเขีย
บีเกอเร่ย์ จาก เค้กสด สู่ ขนมอบกรอบแบบแท่ง ขายดิบขายดี หลักหมื่นกล่อง/เดือน 4 ปี ส่งออกแล้ว 4 ประเทศ! เค้ก ถือเป็นหนึ่งในเบเกอรี่ที่มีหลากหลายประเภท และสามารถขายซื้อทานได้ในหลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็น วันเกิด วันครบรอบ ฉลองประสบความสำเร็จ หรือการซื้อทานกับเครื่องดื่มชิลๆ ในยามปกติ แต่หลายคนต้องประสบกับปัญหา ซื้อแล้วกินไม่หมด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณนก-ธาริณี ปรุงเจริญ วัย 44 ปี และ คุณหน่อย-สุภาพร ภิญโญชีพ วัย 49 ปี สองพี่น้อง เจ้าของกิจการ Bekeré (บีเกอเร่ย์) หรือ ขนมเค้กอบกรอบแบบแท่ง ผู้ปิ๊งไอเดียแก้ปัญหา ซื้อเค้กมาแล้วกินไม่หมด! คุณนกและคุณหน่อย ช่วยกันเล่าว่า พวกเธอพี่น้องอีก 3 คน รวมถึงบุพการีนั้นชื่นชอบการทานขนมกันมาก โดยเฉพาะเบเกอรี่อย่าง เค้ก ที่มักซื้อมาทานกันเป็นประจำ แต่เมื่อซื้อมาทานไม่หมดต้องนำเข้าตู้เย็น และเมื่อนำออกมาทานใหม่อีกรอบ รสชาติก็ไม่อร่อยเหมือนเดิมแล้ว “เค้กก้อนหนึ่งมันแพงนะ อย่างน้อยๆ ชิ้นหนึ่งก็ 60 บาทแล้ว พรีเมี่ยมหน่อยก็หลักร้อยบาทต่อชิ้น ถ้าซื้อเป็นปอนด์ๆ มันก็หลายร้อยไปจนถึงหลักพันบาท เราเลยคุยกันว่า จะทำยังไงให้เค้กที่เรากินไม่หมดแล้วต้
“ฝ้าย” ขายสารพัด หาเงินเองตั้งแต่ ม.4 เหตุผลเดียว ไม่อยากกวนเงินพ่อแม่ แม้เกิดมาในครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ พ่อเป็นนักธุรกิจ แม่เป็นพยาบาล เรียกได้ว่าไม่ต้องดิ้นรนทำงานก็อยู่ได้แบบสบาย แต่ คุณฝ้าย-กชพร คีรีโชติ กลับไม่คิดเช่นนั้น เธอทำงานหาเงินตั้งแต่อยู่ชั้น ม.4 เหตุผลในครั้งแรกไม่ชัดนักว่าทำไปเพื่ออะไร เพราะตัวเองก็ไม่ได้ใช้เงินเยอะมาก ไม่ใช้ของแบรนด์เนม หรือของใช้ฟุ่มเฟือยอะไร แต่สุดท้าย เมื่อผ่านไปหลายปี จึงได้ข้อสรุปว่า ไม่อยากรบกวนเงินพ่อแม่ พอเริ่มขายได้ ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ ศึกษาทั้งในอินเทอร์เน็ต และเดินตามห้าง และแหล่งชุมชน ว่าเขานิยมอะไร ของอะไรขายดี แม้แต่การหา Influencer ก็ทำ ไปขอให้เขาช่วยโปรโมต ทั้งดารา ทั้งไฮโซ ตอนนั้นไปขอเขาเองตรงๆ เลย ความอยากได้เงิน คุณฝ้าย เล่าว่า เงินก้อนแรกที่หามาได้เอง คือ พรีออร์เดอร์ เสื้อผ้าแบรนด์ Forever21 จากอเมริกา ก่อนที่จะเข้ามาเมืองไทย เป็นการสั่งซื้อผ่านออนไลน์ และส่งชิปปิ้งทางเรือประมาณ 30 วัน ตอนนั้นยังไม่มีเงินเลยตัดบัตรเครดิตพ่อ จำได้ว่าได้กำไรจากการขายสินค้าล็อตนั้น 15,000 บาท สำหรับเด็กรุ่นนั้น ถือว่ามากแล้ว ก็เลยติดใจทำมาเรื่อยๆ แต่เปล
แม่ ทนนอนไม่หลับ 20 ปี ลูกสาวคนดี ใช้ความรู้สร้างผลิตภัณฑ์บรรเทาทุกข์ คุณโบว์-อภิจารี ศรีปา ในฐานะผู้วิจัยและเจ้าของผลิตภัณฑ์แปรรูปกัญชา แบรนด์ Candy After Dark ให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงที่มาที่ไปก่อนจะมาถึงวันนี้ว่า แรงบันดาลใจในการก้าวสู่ธุรกิจกัญชา ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะต้องการช่วยให้ คุณแม่ของเธอ ห่างหายจากโรคนอนไม่หลับ ที่ต้องทนทุกข์ทรมานมานานกว่า 20 ปี “ตั้งใจเป็นคนที่คิดค้นวิธีการรักษาแม่ ให้ได้ เพราะจบวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร รู้ถึงสรรพคุณกัญชาว่า เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยในด้านนี้ แต่ตอนนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ กัญชา ยังเป็นเรื่องไกลตัวและผิดกฎหมาย จนรัฐบาลประกาศจะเปิดเสรีกัญชา เลยเริ่มคิดว่า จะสามารถทำอะไรได้บ้างจากพืชสรรพคุณเยี่ยมและเป็นที่นิยมในต่างประเทศ” คุณโบว์ บอกจุดเริ่ม ก่อนเล่าต่อ กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ลุกขึ้นมาค้นคว้าวิจัย และทดลองทำด้วยตัวเองอย่างจริงจัง กล่าวคือ ช่วงเวลานั้น ทั่วโลกเผชิญกับสถานการณ์โควิด ผู้คนส่วนใหญ่ Work From Home จึงมีโอกาสได้ติดต่อกับเครือข่ายเพื่อนต่างชาติตลอดเวลา และหลายคน กำลังพูดถึงกัญชา ประกอบกับรัฐบาล
รักแม่ ไม่ใช่แค่วันนี้ รวม พ่อค้า-แม่ขาย สู้ทุกทาง หวังผ่อนทุกข์ให้ครอบครัว เรื่องราวของลูกตัญญู สู้ชีวิต ช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ตั้งแต่อายุยังน้อย อาจผ่านสายตาผู้อ่าน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มาบ้างแล้ว ในโอกาส “วันแม่” แห่งชาติ ปีนี้ จึงขอทบทวนฉากชีวิตน่าชื่นชม เริ่มต้นจาก สาวน้อยจากจังหวัดพะเยา ที่ยอมทิ้งเงินเดือน 4 หมื่นบาทในเมืองหลวง ก่อนกลับบ้านเกิด ไปดูแลพ่อแม่ที่บ้านเกิด ด้วยเหตุผล ไม่อยากปล่อยให้พวกท่านอยู่กันลำพัง “เงินเดือน 4 หมื่น ก็เยอะอยู่ แต่ทำให้อยู่ห่างไกลครอบครัว เราไม่รู้เลยว่า พ่อแม่-ปู่ย่า-ตายาย จะอยู่กับเราได้นานเท่าไหร่ จึงอยากใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่า กลับบ้านมาดูแลพวกท่าน” คุณริบบิ้น-พัชรพร อริยะวงค์ เจ้าของเพจ บ้านฉันต้องมี บอกไว้อย่างนั้น แต่กลับมาอยู่บ้านแล้วจะทำมาหากินอะไร ประเด็นนี้ไม่ใช่ปัญหา สำหรับคนไม่งอมืองอเท้าอย่างเธอ โดยบอกว่า ที่ผ่านมา ลงทุนกับการหาความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ผ่านมาหลายโค้ช หมดเงินไปเป็นแสนแล้ว เป็นการสะสมความรู้ไปเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่าการตลาด มีความสำคัญกับยุคนี้มาก “ทุกวันนี้ทำธุรกิจออนไลน์ โดยมีหลักคิดว่า อย่าหยุดพัฒนา อ่านหนังสือสักหน้าหนึ่ง
น้ำจิ้มผง ตราลุงนวย จากโปรเจ็กต์ในชั้นเรียน สู่ธุรกิจยอดขายหลักหมื่นบาทต่อเดือน แม้ยังไม่เข้าโมเดิร์นเทรด น้ำจิ้ม ถือเป็นเครื่องชูรสอาหารที่แพร่หลายอย่างมากในประเทศไทย น้ำจิ้มมักจะเหลวมากกว่าน้ำพริก และน้ำจิ้มยังสามารถกินกับอาหารประเภทย่างและนึ่งได้ ด้วยลักษณะที่อยู่ในรูปแบบของของเหลว จึงทำให้เกิดปัญหาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับคนไทยที่อยู่ต่างบ้านต่างแดนและคิดถึงเครื่องชูรสแบบไทยๆ ชนิดนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณบอส-ภูเบศร์ รัตนวิมล วัย 31 ปี หนึ่งในเจ้าของน้ำจิ้มผง ตราลุงนวย ไอเดียต่อยอดน้ำจิ้มเจ๋งๆ ที่ทำยอดขายได้กว่าหมื่นซองทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าห้างโมเดิร์นเทรดชั้นนำ! คุณบอส เล่าว่า ธุรกิจน้ำจิ้มผงตราลุงนวย เกิดจากการที่เขาและเพื่อนๆ อีก 2 คน ต้องทำโปรเจ็กต์งานกลุ่มส่งอาจารย์ที่สอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมการจัดการอุตสาหกรรม ซึ่งต้องมีเรื่องของนวัตกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง “คือน้ำจิ้มผงลุงนวย มันเกิดจากการที่พวกผมต้องทำโปรเจ็กต์ส่งอาจารย์ ป.โท ซึ่งโจทย์มันคือ นวัตกรรม เราก็มานั่งคิดกันว่าจะทำอะไรดี เพราะตอนแรกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นสินค้าขายกันเลย และเราทำงานในสายงานวิศ
ทำนา มีแต่หนี้ หันทำขนมกุยช่าย แป้งนิ่ม ไส้เยอะ กลายเป็นของฝากดัง คุณภัทรวดี ตุ้นทรัพย์ เจ้าของกิจการดังเมืองสองแคว “ภัทรวดีขนมกุ้ยช่าย” กรุณาสละเวลาทำมาค้าขาย มาให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เกี่ยวกับกิจการที่ดูแล ซึ่งมีลูกค้ามาอุดหนุนกันหนาตาตั้งแต่เช้าแทบทุกวัน ว่า คุณแม่ของเธอ พื้นเพเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก มีอาชีพทำนามาก่อน แต่รายรับไม่พอกิน ทั้งยังมีลูกถึง 6 คน จึงคิดเปลี่ยนอาชีพมาทำขนมกุยช่ายขาย เป็นสูตรของบรรพบุรุษ “กิจการของครอบครัว ทำขายมานานกว่า 50 ปีแล้ว จนแม่ ถ่ายทอดสูตรให้ลูกทุกคน และจากที่ถามมา ขนมกุยช่าย ที่ขายในพิษณุโลกทุกวันนี้ เป็นของพี่ๆ น้องๆ กันหมด” คุณภัทรวดี บอกอย่างนั้น และว่า ขนมกุยช่าย ในแบบของเธอ มี 2 ไส้ มี หน่อไม้ กับ กุยช่าย แบบกลมกับเหลี่ยม เคล็ดลับที่ทำให้ค้าขายมาได้ยาวนานจนถึงทุกวันนี้ เพราะใส่ใจในเรื่องคุณภาพ และบริการที่เป็นกันเอง “มีแรงงานประมาณ 4 คน เริ่มทำกันตั้งแต่ตี 3 เสร็จแล้วออกมาทอดขายประมาณ 8 โมงเช้า ถ้าไวหน่อย 11 โมงกว่าหมดแล้ว ถ้าช้าหน่อยบ่ายโมงก็หมด ลูกค้ามีทุกกลุ่ม ส่วนมากเป็นวัยกลางคน ไปจนถึงสูงอายุ” เจ้าของกิจการท่านเดิม บอก เมื่อถามถ
เด็กหญิงเงินล้าน ประธานบริษัท อายุ 14 มี ขนมคีโต เป็นอาวุธหารายได้ “ทำแล้วอร่อย หนูชอบ หนูเลยทำออกมาขายค่ะ” คือ เหตุผลง่ายๆ ในการเริ่มต้นทำธุรกิจในแบบของ เด็กหญิงมาริสา เวชสุภาพร เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ ด.ญ.มาริสา ที่อนุญาตให้เรียกแบบกันเองว่า น้องริสา สละเวลาช่วงพักทำขนมตามออร์เดอร์ลูกค้า มานั่งคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยกิริยาเรียบร้อย น่ารักสมวัย แนะนำตัวให้รู้จัก ปัจจุบันอายุ 14 ปี ตอนนี้อยู่ระหว่างปิดเทอมใหญ่ รอขึ้นชั้น ม.4 แต่ถึงแม้กำลังอยู่ในวัยเรียน เธอก็มีธุรกิจของตัวเองแล้ว นั่นคือ ขายอาหารออนไลน์ ย้อนถึงที่มาของฝีไม้ลายมือในการทำอาหารหลากหลายชนิด น้องริสา ยิ้มเขินๆ ก่อนเล่าให้ฟัง “หนูชอบกิน แต่คนอื่นทำแล้วไม่ถูกใจ เลยทำอาหารกินเอง ตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ ที่จริงเริ่มช่วยคุณพ่อ-คุณแม่ ทำอาหารตั้งแต่ 4-5 ขวบแล้ว อาหารที่หนูชอบ คือ ชีส สปาเกตตี ออมเล็ตใส่ชีสเยอะๆ คุณพ่อคุณแม่ ปล่อยให้ทำค่ะ รอชิมอย่างเดียวเลย” ฝึกปรือจากความชอบ จนมีฝีมือพอตัว ทำอาหารให้คนในครอบครัว ช่วยกันชม ช่วยกันชิม อยู่หลายปี กระทั่งมีรายการแข่งขันทำอาหารระดับอินเตอร์ เข้ามาออกอากาศในประเทศไทย คุณพ่อคุณแ
ไม่ลองไม่ได้แล้ว! ไอศกรีมน้ำผึ้ง สุดฮิตในจ๊อดแฟร์ ยอดขายวันละ 2-3 หมื่น จากเชียงใหม่สู่กรุงเทพฯ คือการเดินทางของ ผึ้งผลิต แบรนด์เล็กๆ ที่คัดสรรผลผลิตจากฟาร์มผึ้ง ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งสกินแคร์และไอศกรีมน้ำผึ้ง เมนูสร้างชื่อที่ คุณหนึ่ง-ปนาวุธ กาศเจริญ และภรรยา ช่วยกันพัฒนา จนไอศกรีมของเขาเข้าไปอยู่ในใจลูกค้า กลายเป็นร้านดังในเชียงใหม่ และเข้ามาครองใจคนกรุงเทพฯ การันตีได้จากคิวยาวๆ ในตลาดจ๊อดแฟร์ กับยอดขายสูงสุดวันละ 20,000-30,000 บาท จุดเริ่มต้นของผึ้งผลิต ผึ้งผลิต เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน จากการมองเห็นปัญหาของคุณหนึ่ง หลังได้เข้าไปช่วยพ่อตาของน้องชายทำงานในฟาร์มผึ้ง ที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ “ผลผลิตจากฟาร์มผึ้งถูกกำหนดราคาโดยโรงงานเหมือนสินค้าเกษตรอื่นๆ ผมกับน้องชายจึงเกิดไอเดียผลิตสินค้าและสร้างแบรนด์ของตัวเอง ในช่วงนั้นตลาดออนไลน์ยังไม่กว้างเท่าไหร่นักเลยแยกกันทำแบรนด์แต่ขายสินค้าเหมือนกัน ของผมตั้งชื่อว่าผึ้งผลิต สื่อให้รู้ว่าสินค้าของเรามาจากผึ้ง ไม่ว่าจะเป็น น้ำผึ้ง รวงผึ้ง เกสรผึ้ง นมผึ้ง ฯลฯ” เมื่อตลาดออนไลน์เริ่มกว้าง ธุรกิจส่วนใหญ่เ
