Exclusive
หนุ่มวิศวกร ลาออกทำธุรกิจ เบอร์เกอร์ ที่บ้านเกิด ขายข้างทางจนมีร้าน พีกสุด 200 ชิ้นต่อวัน จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ ธุรกิจ คมนาคม วิถีชีวิต รวมถึง อาชีพการงาน ที่หลายคนโดนจ้างออกฟ้าผ่า บ้างก็เครียดกับอะไรหลายๆ อย่าง จนเข้าสู่ภาวะหมดไฟ หมดแพชชั่นในการทำงานจนลาออกไปพักใจ หรือเริ่มทำธุรกิจเป็นของตัวเองกันไม่น้อย คุณโบ๊ท-อลงกรณ์ พิมพ์ศักดิ์ วัย 24 ปีเอง ก็เป็นหนึ่งในนั้น คุณโบ๊ท ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ตนเป็นชาวหนองคาย และเรียนจบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล เมื่อเรียนจบมาก็ได้เข้ามาทำงานเป็นวิศวกรในโครงการก่อสร้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 แต่พอทำงานได้ปีครึ่ง คุณโบ๊ทก็รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่งานที่ถนัด อีกทั้งเกิดการระบาดของโควิด-19 ขึ้น ทำให้หน้าที่การงานหยุดชะงัก คุณโบ๊ทจึงได้เกิดคำถามกับตัวเองว่า ตกลงแล้วตัวเขานั้นชอบอะไร อยากทำอะไรกันแน่ เมื่อมีเวลาว่าง มีเวลาเข้าร้านหนังสือ ได้ฟังพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจจนตกตะกอนความคิดบางอย่าง ประกอบกับคุณโบ๊ทมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ที่โตและเรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ
จาก แม่ค้าข้าวหมูทอด เบนเข็มสายหวาน ทำ วอฟเฟิลไส้ทะลัก ขายในคอนโดฯ สุดปัง ขายได้วันละ 300 ชิ้น! เป็นที่ฮือฮามาพอสมควรสำหรับ วาฟเฟิลไส้ทะลัก by น้องนิ้ง ร้านวอฟเฟิลรถเข็นหน้าเซเว่นฯ สุดฮอตย่านเทอดไท 19 ที่โดดเด่นเรื่องไส้ล้นทะลัก โดย คุณนิล-จารวี คงไพรสันต์ เจ้าของร้าน วัย 33 ปี นั้นใส่ให้แบบไม่กลัวขาดทุน! คุณนิล เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เดิมเธอเป็นคนชื่นชอบการค้าขายอยู่เป็นทุน จึงเริ่มจากการขายข้าวหน้าหมูทอดมาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นอาหารที่ต้องเปิดร้านในที่แจ้ง ทว่าเธออาศัยอยู่ที่คอนโดฯ จำเป็นต้องกระเตงลูกไปตากแดดตากลมด้วยกัน จึงกลับมาคิดว่า จะทำอะไรขายดี ที่ไม่ต้องพาลูกไปตากแดดตากลมด้วยกัน “เราอยู่คอนโดฯ อยู่แล้ว ก็มานั่งคิดค่ะว่าจะทำอะไรดี ที่ไม่ต้องเอาลูกไปลำบากด้วย ก็หาไอเดียจากตามยูทูบ ตามอินเทอร์เน็ต แล้วเราก็เห็นว่าช่วงนั้นวอฟเฟิลกำลังได้รับความนิยม ใช้เตาไฟฟ้าทำได้ คือมันตอบโจทย์เราในทุกๆ อย่าง เพราะข้าวหมูทอด มันทำในคอนโดฯ ไม่ได้ เคยมีออร์เดอร์เคยเข้ามาสั่งเรากว่า 50 ห่อ แต่พื้นที่มันน้อย มันก็ไม่สะดวก แล้วก็รบกวนคนอื่นมากด้วย ก็เลยโอเค เปลี่ยนสายมาทำวอฟเฟิลข
หมูปิ้ง ย้อนยุค เนื้อเป็นชิ้น มีมันแทรก 1 ปี 7 สาขา ขายแฟรนไชส์ เมื่อพร้อม “หมูแข็งแรง หมูปิ้งโบราณ” คือ แบรนด์สินค้าเมนูคลาสสิค อย่าง ข้าวเหนียว-หมูปิ้ง มี คุณบอมบ์-ธันยพัฒน์ เจริญทรัพย์ อดีตนักร้องหนุ่มค่ายดังย่านลาดพร้าว วัย 40 กว่า เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการก่อตั้งธุรกิจ โดยมีปฐมเหตุเหมือนกับหลายอาชีพ คือ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 “พอไม่มีรายได้ ทำให้เริ่มคิดว่า ต้องหาอะไรทำเพื่อประทังชีวิต เลยคิดอยากขายของ แต่ก็ยังไม่รู้จะขายอะไร สุดท้ายนึกถึงหมูปิ้ง เพราะว่าตอนเด็ก ชอบทานมาก แต่รู้สึกว่าสมัยนี้ หมูปิ้งแบบที่เคยทานในวัยเด็กของเรา มันหายไป ค่อนข้างจะหาทานยาก เลยจุดประกายความคิดจากตรงนั้น” คุณบอมบ์ เล่าจุดเริ่ม ก่อนอธิบายถึง หมูปิ้งวัยเด็ก ที่เขาตามหา ก็คือ หมูปิ้งที่เนื้อเป็นชิ้นๆ ไม่ใช่หมูบดอัด แล้วก็จะมีการเสียบมันหมูแยกสลับกับเนื้อหมูตลอดไม้ หลังจากมีเป้าหมายสินค้าที่ชัดเจนแล้ว คุณบอมบ์จึงเดินหน้าต่อ ด้วยการคิดค้นสูตรของตัวเอง ด้วยการเดา ใช้เวลานับเดือนกว่าจะพอใจ จากนั้นจึงเริ่มทดลองขายในงานอีเวนต์กลางกรุง แต่ด้วยความที่ไม่เคยค้าขายมาก่อน นักร้องหนุ่ม จึงถึงกับเสีย
ขายของใน ติ๊กต็อก ต้องทำคลิปไวรัลให้ดังข้ามคืน รู้เทคนิคก่อน รวยก่อน จากเด็กมีใจรักการค้าขาย ถึงกับเคยโดดเรียนไปเปิดแผงขายของที่ตลาดนัด โตมาก็หางานทำสายการตลาดอยู่พักหนึ่ง ก่อนหันมาเปิดธุรกิจของตัวเอง ตั้งต้นจากร้านขายเครื่องดื่มยามค่ำคืน เรียกว่าประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แต่ร่างกายทรุดโทรมสู้ไม่ไหว จึงปิดตัวลง ก่อนเปลี่ยนสายมาเปิดร้านขายเครื่องดนตรี มีชื่อเก๋ๆ ว่า อีกามิวสิค แรกๆ ก็ไปได้ดี แต่แล้วเมื่อราว 2 ปีที่แล้ว ต้องประสบกับสถานการณ์โควิด-19 จึงต้องหาทางสร้างรายได้ใหม่ ชนิดปรับตัว 360 องศา กันเลยทีเดียว อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม : ก็ใจมันรัก เคยหนีเรียนไปเปิดแผงตลาดนัด โตมา เป็นเจ้าของ อีกามิวสิค “ช่วงที่ร้านขายเครื่องดนตรีกำลังดิ่งเหว เงินเก็บแทบไม่เหลือ แต่สิ่งที่เห็นในตอนนั้นคือ แม่ค้าออนไลน์ขายของดีมาก เพราะไม่มีใครออกจากบ้าน คนเริ่มกักตุนอาหาร พวกกวยจั๊บแห้ง หมูยอ ขายดีมาก ส่งทุกวันเป็นร้อยบ้าน เห็นแล้วตกใจมาก เลยไปศึกษาการค้าขายออนไลน์เลย เพราะหนูเป็นคนที่ปรับตัวเร็วมาก” คุณติตัส-จิราภรณ์ การบุญ เจ้าของเรื่องราวข้างต้น ขมวดปมไว้อย่างนั้น ก่อนเล่าต่อว่า การที่เธอจะพาตัวเอง เข้
‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์–เทคโนโลยีชาวบ้าน’ จัด ‘SMEs Hero Fest’ 10-12 ธ.ค. นี้ ระดมเอสเอ็มอีดังคับคั่ง ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ และ ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ ในเครือมติชน จัด ‘SMEs Hero Fest’ มหกรรมสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี จุดความหวัง สร้างพลังใจ ให้ผู้ประกอบการทั่วไทยเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง จัดเต็มผู้ประกอบการชื่อดัง! อาทิ ตัน ภาสกรนที แห่งอิชิตัน, เกษมสันต์ สัตยารักษ์ แห่ง Copper Buffet, เจมส์–พชร เถกิงเกียรติ แห่ง James Boulangerie ฯลฯ ถ่ายทอดกลยุทธ์การปั้นแบรนด์สู่ธุรกิจเงินล้าน เสริมทัพด้วยเวิร์กช็อปสร้างอาชีพ ทำง่าย ได้เงินจริง พร้อมชิม–ช้อป เมนูเด็ด สารพัดสินค้าโดนใจ ในโซน Marketplace พลาดไม่ได้! 10-12 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00-20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ผู้นำสื่อที่นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการเข้าสู่ปีที่ 28 และ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ผู้นำสื่อด้านการเกษตรเบอร์ต้นของไทย ที่เดินหน้าสู่ปีที่ 35 ภายใต้ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือ เครือมติชน ร่วมด้วยพันธมิตรชั้นนำ ผนึกกำลังจัดมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ ‘SMEs Hero Fest’ วันที่ 10-12 ธัน
แจกสูตร เมนูเด็ด จาก ปลากุเลาเค็มตากใบ ทำได้ทั้งติ่มซำ ยัน ซีซาร์สลัด ปลากุเลาเค็ม นั้น สามารถนำไปทำได้สารพัดเมนู เอาไปใส่ขนมจีนน้ำยา ได้น้ำยาเข้มข้นหอมมาก ตำรับคนจีนเก่าๆ มีหมูนึ่งปลาเค็มเอาไว้กินกับข้าวสวย ข้าวต้ม ผมเลยได้ทีแปลงสูตรหมูนึ่งปลาเค็มมาทำออกงานซะเลย แต่ของสาธิตมันต้องฮือฮาเรียกแขกพอสมควร จะนึ่งหมูปลาเค็มเป็นก้อนแบนๆ เหมือนครัวเรือนเห็นจะไม่ได้ อย่างนั้นเอามาเกาะเห็ดหอม เกาะปูอัด กลายเป็น “ติ่มซำหมูนึ่งปลาเค็ม” หน้าตาน่ารัก น่ากิน วิธีการไม่ได้ต่างจากหมูนึ่งปลาเค็มโบราณอะไรนัก โขลกรากผักชี กระเทียม อย่างละ 1 ช้อนชา ใส่พริกไทยสักครึ่งช้อนชา แล้วเอามาผสมกับหมูสับติดมัน 1 ถ้วย มีเคล็ดอยู่ว่าหมูสับนั้นให้แช่แข็งจนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง พอผสมรากผักชี กระเทียม พริกไทยแล้ว ให้เอาไปใส่เครื่องปั่นแรงดี ปั่นจนเนื้อเนียน ด้วยวิธีนี้หมูจะเด้งหนึบหนับ ไม่เหมือนหมูสับปกติ เอาไปทำลูกชิ้นได้เลย เสร็จแล้วทอดปลากุเลาเค็มให้หอม บี้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปผสม ผมไม่เอาใส่ไปตอนปั่น เพราะตั้งใจให้คนเคี้ยวเจอปลาเค็มบ้าง จะได้รู้ว่าใส่ปลากุเลาจริง เดี๋ยวหาว่าหลอก นวดเข้าที่แล้วนำไปเกาะเห็ดหอมแห้งที่แช่น้ำไ
คู่รักโบกมือลาเมืองใหญ่ กลับมาตั้งตัวที่บ้านเกิด ด้วยคาเฟ่-โฮมสเตย์ กลางทุ่ง เมื่อต้องเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ใช้ชีวิตห่างไกลบ้านนานหลายปี ย่อมทำให้โหยหาและคิดถึงคนในครอบครัว คุณวรเชษฐ์ กิติวัง หรือ อาร์ม และ คุณเพ็ญวิสาข์ บุญศรี หรือ แพร จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ หิ้วกระเป๋า และเงินเก็บก้อนสุดท้าย กลับบ้านเกิดจังหวัดเชียงราย พร้อมลงหลักปักฐานเปิดคาเฟ่กลางทุ่งนาที่เคยแห้งแล้งให้มีชีวิตอีกครั้ง ชื่อว่า “บ้านทุ่งรุ่งอรุณ” ก่อนต่อยอดสู่โฮมสเตย์ ที่ออกแบบและลงมือสร้างกันเองอย่างสวยงาม “ผมและแพร ย้ายจากเชียงรายมาทำงานในกรุงเทพฯ ผมทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อะไหล่ในบริษัทเครื่องจักรอุตสาหกรรมการเกษตรมา 7 ปีแล้วครับ ส่วนแพรเป็นเซลส์ประจำคลินิกเสริมความงาม รายได้ถือว่าดีเลยครับ รวมกันเดือนละ 60,000 กว่าบาทได้ แต่งานก็มาพร้อมความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นครับ จนเราทั้งคู่ไม่มีเวลาให้กัน ทั้งๆ ที่อยู่บ้านเดียวกัน และการพาตัวเองเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ ห่างไกลบ้านนานๆ ทำให้เราคิดถึงครอบครัว อยากกลับไปดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย เลยตัดสินใจลาออก ไม่เสียดายเลยครับ เพราะอิ่มตัวมากแล้ว” คุณอาร์
ตกงานเพราะโควิด อดีตเชฟ ผันตัวเปิดร้าน พิซซ่าเตาถ่าน กลมกล่อม BY CHEF AKE สร้างรายได้ปังกว่าเดิม 2 เท่า! หากใครชื่นชอบการทาน พิซซ่า แล้วล่ะก็ ต้องเคยได้ยินชื่อ ร้าน กลมกล่อม BY CHEF AKE ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแน่ เพราะเป็น พิซซ่าเตาถ่าน ที่อดีตเชฟโรงแรมดังระดับ 6 ดาวอย่าง คุณเอก-สัจจา ทองศรีแก้ว ลงมือเนรมิตด้วยตัวเองทุกขั้นตอนเลยทีเดียว! เชฟเอก เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนจะมาเปิดร้านขายพิซซ่าเตาถ่าน อย่างทุกวันนี้ ชีวิตของเขาต้องไต่เต้าตามฝันตั้งแต่เด็ก “ชีวิตผมลำบากตั้งแต่เด็กครับ เป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารที่เพื่อนแนะนำให้ไปทำ เงินเดือนก็วันละ 100 สมัยนั้นน่ะนะ แล้วจำได้เลยว่า ก้าวแรกที่เข้าไปทำงาน เราได้กลิ่นอาหาร กลิ่นขนมเบเกอรี่ มันรู้สึกดีมาก รู้ตัวเลยว่าตอนนั้นเรามีความสุขมาก มันเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากเป็นเชฟ อาศัยครูพักลักจำ แล้วมาลองทำกินเพราะเราก็อยากกินเนอะ ผมก็วนเวียนอยู่ในวงการอาหารอยู่ประมาณ 11 ปีได้ แล้วก็ได้เป็นกุ๊กจนเลื่อนขั้นมาเป็นเชฟ แล้วก็มีโอกาสได้ไปทำงานที่พังงา” “ซึ่งปีนั้นเกิดสึนามิ ผมก็รอดจากเหตุการณ์นั้น แล้วก็ตัดสินใจกลั
อดีตสาวออฟฟิศ ใช้งบไม่ถึงแสน เปลี่ยนพื้นที่ว่างหน้าบ้าน มาขาย ก๋วยเตี๋ยวเรือ 15 บาท-ยำ-ส้มตำ-น้ำปั่น รายได้วันละหลักพัน แม้ไม่มาก แต่สุขใจ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณดรีม-อภิญญา กิจวิชา วัย 25 ปี อีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ ที่ลาออกมาสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นเจ้านายตัวเอง โดยใช้พื้นที่ว่างหน้าบ้าน รีโนเวตใหม่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ด้วยงบประมาณ 70,000 บาท หุ้นกันกับหวานใจสาว (คุณปั๊กกี้-อาภากร โพธิ์ทอง) คุณดรีม เล่าว่า ก่อนผันตัวเป็นแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว เธอเป็นพนักงานในบริษัทรับเหมาติดอะลูมิเนียม-กระจก ทำได้ 2 ปีก็รู้สึกว่าไม่ใช่งานที่ถนัด ประกอบกับอยากมีกิจการที่สามารถเป็นเจ้านายตัวเองได้ จึงตัดสินใจลาออก และเลือกมาเปิด ร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นอาหารที่เธอและแฟนชอบทานนั่นเอง “ทำงานได้ 2 ปีก็รู้สึกว่า งานมันกินเวลาชีวิตเกินไป ก็อยากหางานที่เราเป็นนายตัวเองได้ทำ แล้วเราชอบกินก๋วยเตี๋ยว แฟนก็ชอบ เลยเลือกลาออกกลับมาบ้านที่ต่างจังหวัด แล้วคิดว่าจะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เพราะเราก็ชอบกินด้วย” “แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวมันก็มีเยอะใช่ไหมคะ ทีนี้เราจะทำยังไงให้ต่าง ก็เห็นว่า ในต่างจังหวัดโดยเฉพาะแถวบ้
“ศรีฟ้ากาแฟสด” ร้านหน้าบ้าน อดีตนักดนตรี เปิดขายแค่ครึ่งวัน แต่มีรายรับหลักพัน หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า “สภากาแฟ” จากสมัยก่อนที่ร้านกาแฟเป็นแหล่งรวมตัวของคนในชุมชน เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกัน ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านกาแฟ เฉกเช่นร้าน ศรีฟ้ากาแฟสด ที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมคาเฟ่เช่นนี้ หนึ่งในร้านกาแฟที่หาได้ยากยิ่งในกรุงเทพฯ ที่เกิดจากการต่อยอดบ้านเป็นร้านกาแฟด้วยใจรัก สร้างรายได้ถึงหลักพันต่อวันและเปิดมากว่า 20 ปีแล้ว คุณธนิต กิจจำนงค์พันธุ์ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านนี้ เกริ่นให้ฟังว่า เคยเป็นนักดนตรีและพนักงานขายในห้างสรรพสินค้ามาก่อน ทักษะที่ได้จากการเล่นดนตรีและการบริการลูกค้าตอนทำงาน ทำให้เขานำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลร้านกาแฟ เจ้าของร้าน เล่าว่า สมัยก่อนเคยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งในหมู่บ้านอมรพันธ์ 9 แต่พี่น้องทุกคนวางแผนจะซื้อบ้านให้คุณแม่อยู่ จึงหาบ้านในละแวกเดียวกัน ทุกวันนี้บ้านหัวมุมหลังที่ซื้อใหม่ได้กลายเป็นร้าน ศรีฟ้ากาแฟสด จากการใช้ของที่มีมาตกแต่งร้านด้วยตัวของเขาเอง เมื่อนึกย้อนกลับไป คุณธนิต ก็พูดขึ้น “ถ้าไม่มีบ้านหลังนี้ก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นย
