Exclusive
สินค้าออนไลน์ เข้าโหมด ยุคทอง แต่ความพร้อมไม่มีอยู่จริง มีของ…ปล่อยกันเลย นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจออนไลน์ ด้วยการเปิดเพจธุรกิจเกษตร ทำได้ 3 ปี จากยอดขาย 0 บาท ปัจจุบัน 3 ล้านบาทต่อเดือน และล่าสุดจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เรียบร้อยแล้ว สำหรับ คุณอรรถ-อรรถกร เอี่ยมเจริญ เจ้าของเพจ มนทรี สวนป่า ข่าวเกี่ยวข้อง : ทิ้งเงินเดือนห้าหมื่น ทำธุรกิจเกษตรออนไลน์ จากยอดขาย 0 บาท สู่ 3 ล้านต่อเดือน ล่าสุด หนุ่มราชบุรี วัยเกือบสามสิบท่านนี้ มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเทคนิคทำอย่างไรถึงจะค้าขายออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ส่งผ่าน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ให้ฟังว่า ปัจจุบัน เป็นยุคทองของสินค้าออนไลน์ ดูได้จากบริษัทโลจิสติกส์ แบรนด์ใหญ่ทั้งหลาย เพิ่งมาเปิดในเมืองไทยได้ไม่เกิน 7 ปี ทุกวันนี้ จึงอยู่ในช่วงขาขึ้น ฉะนั้น สินค้าออนไลน์ ที่ป้อนเข้าสู่ระบบโลจิสติกส์ จึงเติบโตตามไปได้ “ของบางอย่าง ที่ไม่คิดว่าจะขายในออนไลน์ได้ มีให้เห็นมากมาย อย่าง น้ำพริกแมงดา เขาโพสต์ให้ดูน่ากิน ก็ขายดีมาก คนมาเมนต์ใต้โพสต์เป็นหมื่น คนแชร์หลายพัน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าสินค้าแบบนี้จะขายได้มากขนาดนั
ธุรกิจเสื้อผ้า ยอดขายหลักแสน เจอวิกฤตซัดจนบอบช้ำ หันขาย ขนมเปี๊ยะเพื่อสุขภาพ จากธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าที่ปลุกปั้นมานานหลายปี ในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรืองสามารถสร้างรายได้เป็น กอบเป็นกำ แต่เมื่อเกิดวิกฤต ส่งผลให้กิจการหยุดชะงัก หน้าร้านบางสาขาปิดตัว เพื่อความอยู่รอดระหว่างนี้ คุณอ้อ-ธันย์ณภัทร และ คุณติ๊ด-พัทธนันท์ นพสุวรรณชัย เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า จึงต้องปรับตัว สร้างแบรนด์ขนมเปี๊ยะเพื่อสุขภาพ หารายได้ เปิดแบรนด์เสื้อผ้า คุณอ้อ เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้าให้ฟังว่า มาจากคุณติ๊ด (สามี) ซึ่งทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทเครื่องพิมพ์ของเยอรมัน ส่วนตนเองเป็นพนักงานในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนกระทั่งเกิดแนวคิดอยากทำธุรกิจเล็กๆ และสิ่งที่อยากทำตอนนั้น คือ เสื้อผ้างานพิมพ์ลายวินเทจ เจาะกลุ่มเด็กวัยรุ่น และนักท่องเที่ยวต่างชาติ คุณติ๊ดเป็นคนออกแบบลายเสื้อผ้า เพราะมีความรักในการทำกราฟิก ส่วนคุณอ้อดูเรื่องการตลาดและการผลิต “เราลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ 3 เครื่อง หาพนักงานมาช่วยฝ่ายผลิต ฝ่ายแพ็ก หาช่างเย็บผ้า และหาโรงงานผลิตผ้า จนสามารถเปิดแบรนด์เสื้อผ้าได้ 3 แบรนด์ คือ Lepetidprint (เลอเปอติ๊ดปริ้น), Puch
เจ๊จง ยอมรับ ขาดทุนหลายสาขา ให้กำลังใจ ผปก. มาขนาดนี้ต้องสู้ หลังหายป่วยจากโควิด-19 เจ๊จง ได้กลับมาเปิดร้านอีกครั้งเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม แต่แล้วเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2564 ภาครัฐได้ออกคำสั่ง ห้ามนั่งทานอาหารที่ร้าน แต่ให้ดีลิเวอรี่แทน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงสอบถามไปยังเจ๊จง เพื่ออัพเดตสถานการณ์ร้าน “บางสาขาของเจ๊ก็ขาดทุน เช่น สาขาราษฎร์บูรณะ ยอดตกเยอะมากขายได้ไม่คุ้มค่าเช่าที่ค่าลูกน้อง หรือสาขาบางบัวทองเพิ่งคุยกับลูกไปว่าขายได้เท่านี้ยังไงก็ขาดทุน และลูกชายไม่อยากตัดเงินเดือนลูกน้อง ตอนนี้ต้องหาทางช่วยกัน หรือสาขาสมุทรปราการก็ขาดทุน อย่างพระราม 4 ยอดขายหายไป 30% ไม่อายเลยที่จะบอกว่าขาดทุน” และในส่วนมาตรการรัฐห้ามนั่งทานอาหารในร้าน ให้ซื้อกลับไปบริโภคเท่านั้น เป็นระยะเวลา 30 วัน เจ๊จง เผยว่า “อย่างร้านที่ขายไม่ได้ ร้านเล็กๆ ตามข้างทาง ไม่ต้อง 30 วันหรอก แค่ 15 วันเขาก็ตายหมดแล้ว บางคนต้องไปกู้เงินนอกระบบ เข้าใจเลยเพราะกู้ในระบบไม่ได้ เห็นมาตรการเยียวยาของรัฐแล้วไม่อยากคิด ขอช่วยเหลือตัวเองดีกว่า” ท้ายที่สุด เจ๊จง ฝากบอกถึงผู้ประกอบการอื่นๆ ว่า “มาขนาดนี้ต
ไม่คุ้ม แต่ต้องเดินหน้า สุกี้ตี๋น้อย ปรับขายชุดสุกี้ คิดราคาเป็นน้ำหนัก อิ่มคุ้มถูกใจลูกค้ายุคโควิด หากนึกถึง สุกี้ ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีสวนทางกับราคาที่แสนถูก ที่สำคัญ อยากกินเมื่อไหร่ก็กินได้ สุกี้ตี๋น้อย คงเป็นชื่อต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณเฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช วัย 29 ปี สาวเก่งผู้บริหารร้านสุกี้ตี๋น้อย ให้มีรายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น คุณเฟิร์น เล่าที่มาที่ไปของร้านให้ฟังว่า เดิมทีเธอทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง อีกทั้งที่บ้านของเธอทำธุรกิจสวนอาหารมาได้หลายปี ชื่อ เรือนปั้นหยา ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่ มีอยู่ด้วยกัน 2 สาขา ซึ่งมักประสบปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพรสชาติไม่ค่อยได้ “ที่บ้านมีธุรกิจสวนอาหารอยู่แล้ว เฟิร์นก็เห็นว่าปัญหาในการขยายธุรกิจหลักๆ เลยคือ การคุมเรื่องรสชาติ ที่มันทำให้เหมือนกันเป๊ะๆ ในทุกสาขา มันยาก ตอนนั้นก็ยังเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ ตอนนั้น อายุ 25 แล้ว ก็รู้สึกว่า อีก 5 ปีก็จะ 30 แล้ว เราน่าจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างเป็นของตัวเองนะ ด้วยความที่โตมากับร้านอาหารของที่บ้าน เลยตัดสินใจตั้งต้นจ
แม่ค้าน่าร้ากกก เป็นนางแบบต้นไม้ ช่วยครอบครัวหารายได้ ลูกค้าเอฟกันรัวๆ กำลังเป็นที่กล่าวถึง สำหรับ เด็กหญิงฝาแฝด หน้าตาน่าเอ็นดู ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมยาว มาเป็นนางแบบขายไม้ใบ ไม้ด่าง ท่าทางน่าร้ากกก คล้าย ญาญ่า ดาราสาวชื่อดัง นั้น คุณมด – สุรเดช เหล่าศรี อายุ 31 ปี คุณพ่อของเด็กหญิงฝาแฝด เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ธุรกิจหลักของครอบครัว คือ ขายอุปกรณ์ตกปลาทางออนไลน์ ทำมา 7 ปีกว่าแล้ว ส่วนเรื่องขายต้นไม้นั้น ทำได้ 6 เดือนนี้เอง เริ่มต้นจากงานอดิเรก ปลูกไว้ตกแต่งบ้าน เจอต้นไหนสวยซื้อเก็บไว้ พอมีมากขึ้น และศึกษาเรื่อยๆ จึงลองขยายพันธุ์ และเริ่มขายทางออนไลน์ดู “ธุรกิจอุปกรณ์ตกปลา ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด ยังไปได้อยู่ ส่วนต่อยอดมาขายไม้ประดับนี้ ไม่ได้ทำใหญ่โตอะไร เน้นแค่ตระกูล ฟิโลฯ มอนฯ และ บอน ซึ่งรายรับ ถือว่าใช้ได้ทีเดียว จากแค่เริ่มทำเล่นๆ ไม่นานมีกำไรพอเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับช่วงโควิด ที่หลายคนยังออกมาทำอะไรไม่ได้” คุณมด ให้ข้อมูล มาถึงไฮไลต์ของบทสนทนา ที่หลายคนบอก แม่ค้าร้านนี้ น่ารักจริงๆ คุณพ่อยิ้มกว้าง ก่อนเล่า ลูกสาวของเขา ชื่อ มิลิน กับ มิ
โวย โดนลักหลับตอนตีหนึ่ง รัฐบาลออกมาตรการ สังหารหมู่ร้านอาหาร จากกรณี เมื่อราวตีหนึ่ง ของวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 26 มิ.ย. ระบุ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) มีเนื้อหาโดยสรุปคือ ให้มีการล็อกดาวน์ปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน เพื่อเข้าควบคุมและชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และ การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ในร้านอาหารทั้งหมด ให้เปิดดำเนินการเฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่น นั้น คุณสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงกรณีข้างต้น ด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด “แบบนี้เขาเรียก โดนลักหลับ แอบแทงข้างหลังตอนตีหนึ่ง ตื่นขึ้นมาเลือดเต็มเตียง เป็นมาตรการสังหารหมู่ร้านอาหารจริงๆ” ก่อนบอกต่อ การออกประกาศครั้งนี้ ไม่มีความจริงใจ เพราะเท่าที่ทราบ มีการพูดคุยกันในระดับรัฐบาลตั้งแต่บ่ายสาม วันศุกร์ที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยสรุปกันแล้วว่า จะมีคำสั่งไม่ให้นั่งทานอาหารที่ร้านอีกครั้ง แต่กลับไม่ประกาศออ
อาจารย์มหา’ลัย ทำ ขนมเบื้องคาเวียร์ ประณีตทุกขั้นตอน ขายดี เดือนละพันชุด ในโลกของธุรกิจ ไม่เกี่ยวว่าคุณจะมีอาชีพหรืองานประจำทำอยู่ก่อนแล้ว หากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจก็สามารถทำได้ อย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยวัย 36 ปี คนนี้ เขาชวนคุณแม่ มาเปิดร้านขนม “สุขนิยม” จากก้าวแรก ขายข้าวเหนียวมะม่วง ต่อยอดสู่ ขนมครกสิงคโปร์ ขนมตาลก้นกรอบ และเมนูขายดีประจำร้าน “ขนมเบื้องคาเวียร์” “สุขนิยม” ร้านนี้ เปิดมา กว่า 4 ปีแล้ว อาชีพประจำของ คุณโอม-ฐานทัศน์ ชมภูพล วัย 36 ปี คืออาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ด้วยอยากหางานเสริมทำ จึงชวนคุณแม่ ซึ่งชอบทำอาหาร มาเปิดร้านขนมสาขาประตูผี เมื่อปี 2555 เมนูแรกของร้าน คือ ข้าวเหนียวมะม่วง แต่ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นผลไม้ประจำฤดูกาลไม่สามารถควบคุมผลผลิตได้ คุณโอมจึงปรับเพิ่มเมนู ขนมครกสิงคโปร์ เพราะเป็นขนมที่ชอบทานตอนเด็กๆ และเพิ่มขนมตาลก้นกรอบ “ขนมครกสิงคโปร์ของเรา ใช้สีและกลิ่นจากธรรมชาติ เราเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวที่ทำขนมตาลก้นกรอบ คือนำขนมตาลมาหยอดในเตาขนมครก จะได้ความนุ่มและความกรอบ ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น” ปัจจุบัน ร้านสุขน
เปิดเทคนิค มือใหม่หัดเป็น สตรีมเมอร์ ทำอย่างไร ถึงมัดใจคนดูได้อยู่หมัด ในปัจจุบัน สตรีมเมอร์ คืออาชีพที่คนรุ่นใหม่นิยมทำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเล่นเกม และพูดคุยกับคนดู โดย สตรีมเมอร์ แต่ละคน มีสไตล์แตกต่างกันไป แต่การเป็น สตรีมเมอร์ ใช่ว่าจะทำกันง่ายๆ ต้องยอมรับว่า อาชีพนี้จะไม่ได้อะไรเลยในช่วงแรก ต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนในการสร้างฐานคนดู และหาคอนเทนต์ที่ตรงใจจริงๆ และเมื่อมีคนดูแล้วถึงจะเกิดเป็นรายได้ ครั้งก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องข่าวของเทรนเนอร์หนุ่มที่ผันตัวมาเป็น สตรีมเมอร์ คุณปอ-วรฉัตร ทับซ้าย วัย 29 ปี เพจ ปอวอตีมมิ่ง ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามเพจสูงถึง 3 หมื่นกว่าคน อ่านเพิ่มเติม จากเทรนเนอร์ สู่ สตรีมเมอร์ อาชีพนี้ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ ลองผิดลองถูก กว่าจะมีคนดู โดยคอนเทนต์ที่โดดเด่นของคุณปอ คือ การเล่นเกม ริงฟิต แอดเวนเจอร์ (Ring Fit Adventure) เกมออกกำลังกายยอดนิยม ซึ่งสตรีมเมอร์หนุ่ม สามารถสร้างรายได้สูงสุดเฉลี่ย 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน สำหรับคนทั่วไปที่อยากเป็น สตรีมเมอร์ คุณปอ แนะนำว่า เริ่มแรก ต้องมีอุปกรณ์เบื้องต้น คือ คอมพิวเตอร์ กล้อง ไฟ ไมโครโฟน รวมถึงการสร้างเพ
คิดก่อนทำกลยุทธ์ ลดต้นทุนเพิ่มกำไร ให้ร้านอาหาร แต่อย่า คิดมาก จนไม่ได้ทำ ยุคนี้เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ใครจะไปเชื่อเล่าว่า เดี๋ยวนี้เดินไปไหนมาไหนต้อง “ยืดอกพกถุง คาดปาก ล้างมือ” ทุกที่ ทุกแห่ง ทุกเวลา อะไรที่ไม่เคยทำ ได้ทำวันนี้แหละครับ จะเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ถ้าไม่คาดปาก เขาไม่ให้เข้า ไม่ยิงหัวให้ด้วย ต้องคาดปากก่อนถึงได้รับการยิงหัว ถ้าไม่มีถุง (ผ้า) ไปอย่างเก่งซื้อของได้ 3 ชิ้น เพราะไม่มีมือจะถือ อีกมือมันถือมือถือ ปัจจัยที่ 5 อยู่แล้ว ส่วนปัจจัยที่ 6 คือ ผ้าคาดปาก และ ปัจจัยที่ 7 คือ ถุงผ้า ทำอาหารกล่องไปขายเขา ทุกที่ระบุมาเลยว่าต้องเป็นกล่องย่อยสลายได้เท่านั้น หรือถ้ามีฝาเป็นพลาสติก ต้องระบุประทับตรา มีใบรับรองว่าเป็นพลาสติกที่รีไซเคิลได้ 100% ถึงจะยอม เราคนทำต้องยอมตาม ได้ข้าวกล่องราคากล่องละ 50 บาท พอไหว บางที่กดเหลือ 45 บาท เฉพาะกล่องรีไซเคิลปาเข้าไปแล้ว 3-4 บาท ยังไม่รวมช้อนส้อม ค่าข้าวจริงเหลือ 41 บาท แบ่งไปเป็นค่าส่งอีกกล่องละ 1 บาท เหลือ 40 บาท กำไรเก่งสุดได้กล่องละ 10 บาทกว่า นับเป็นพระคุณอย่างสูงแล้ว เมื่อสถานการณ์ต่างๆ รายได้ที่จำกัด บีบบังคับอย่างนี้ เลยต้องทำทุกว
ลดใช้พลาสติกสำหรับอาหารดีลิเวอรี่ ทำยังไงกันดี ใครคิดออกช่วยบอกที ตั้งแต่คนไทยหยุดอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ มานี่ อาหารดีลิเวอรี่ มาแรงมากมาย ใครอยากขายอะไรทำขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ดีกว่าอยู่เฉยๆ ผลพวงที่ตามมา คือ ขยะพลาสติก จากถุงพลาสติกและกล่องพลาสติกใส่อาหาร เพิ่มขึ้นเป็น 6,300 ตันต่อวัน จากปกติ 5,500 ตันต่อวัน ไม่พูดถึงแมสก์คลุมปากทิ้งกันวันละ 2 ล้านชิ้น ก่อนที่โควิดมา รัฐบาลกำลังรณรงค์เรื่องลดการใช้ถุงพลาสติก ทำท่าว่าจะประสบความสำเร็จ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าให้ความร่วมมือ งดใช้ถุงพลาสติก เปลี่ยนเป็นถุงผ้า ถุงกระดาษ หรือไม่แจกถุงเลย ประชาชนก็ยอมตามหาถุงมาใส่ของกันเอง คนเริ่มตื่นตัวเรื่องการลดขยะกัน เรียกว่า “Go Green” เป็นสังคมสีเขียวรักษ์โลก กล่องใส่อาหารก็ต้องเลือกใช้แบบย่อยสลายได้ หรือกล่องกระดาษ ไปไหนมาไหนหิ้วถุงผ้า เหลือแต่เรื่องคัดแยกขยะที่คนไทยยังขี้เกียจแยกกันอยู่ แต่พอโควิดมาเท่านั้นแหละ ตบะแตก ขยะพลาสติกมะลึกมะลือยิ่งกว่าเดิม เลยอยากจะชวนทุกท่านกลับมา Go Green กันเข้มๆ เลย หัวใจของการเป็นสีเขียวมีง่ายๆ แค่ “ลด ใช้ซ้ำ ทำใหม่” หรือเขาเรียกกันว่า 3R คือ Reduce = ลด
