Exclusive
เปิดสองเดือน ยังไม่ได้กำไรสักบาท ขายได้แค่เท่าทุน พอจ่ายเงืนเดือน ค่าเช่าที่ เป็นเวลา 2 เดือนที่ “ร้านอั้งโล่ บาย ย่างแรก” เปิดให้บริการ โดยเจ้าของร้านคือเด็กรุ่นใหม่ 5 คน มารวมตัวกันสร้างธุรกิจเล็กๆ หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ร้าน อั้งโล่ บาย ย่างแรก มีจุดเด่นคือ การปรุงอาหารด้วยเตาอั้งโล่ และจัดจานแบบ Fine Dining ที่เจ้าของร้านวัย 23 ปี บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจทำให้เป็น Fine Dining แต่ทุกอย่างเกิดจากความใส่ใจ และความพิถีพิถันในการทำอาหาร เพื่อส่งมอบความสุขให้ลูกค้า เสิร์ฟในราคาหลักร้อยบาทนิดๆ ซึ่งบางเมนูก็มีราคาแค่หลักสิบบาทเท่านั้น คุณริชชี่-ภูดิศ วิภาคณาวุฒิ ในวัย 23 ปี หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน อาสาเล่าถึงที่มาของธุรกิจ ให้ฟังว่า ได้ไอเดียมาจากร้านยากิโทริในประเทศญี่ปุ่นที่เพื่อนๆ และตนเองชอบไปนั่งทาน ทุกครั้งที่เดินเข้าไปนั่งมักจะได้ยินเสียงหัวเราะของลูกค้าอยู่เสมอ จึงคิดมาตลอดว่าสักวันหนึ่งอยากเปิดร้านอาหารสไตล์นี้ โดยได้หยิบยกอาหารไทยมาผสมกับสไตล์ร้านยากิโทริ เกิดเป็นร้านอั้งโล่ บาย ย่างแรก ตั้งอยู่บนถนนเดโช “วันที่เราตัดสินใจลงทุนหนึ่งล้านบาท สถานการณ์โควิดดีกว่านี้ในระ
ครูสอนโยคะ อยู่ไม่ไหว ยิมปิด 3 รอบ เพราะวิกฤต ยอมควักเงินแสน เปิดร้านกาแฟ เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่ คุณนัท-ณัฐพร ฉวีรัตน์ ทำงานอยู่กับตัวเลข บัญชีและการเงินตามสิ่งที่เล่าเรียนมา จนถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต ตัดสินใจทิ้งเงินเดือน เปลี่ยนมาเดินสายสุขภาพ เป็นครูสอนโยคะ “นอกจากโยคะจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วจิตใจยังดีขึ้นด้วย เริ่มหาที่เรียนเพราะอยากเป็นครูสอนโยคะ สุดท้ายได้เข้าเรียนในสถาบันแห่งหนึ่งจนจบคอร์สได้ใบรับรองมา ระหว่างนั้นก็เริ่มคิดเรื่องลาออกจากงานประจำ เดินเข้าไปคุยกับเจ้านาย เขาก็ถามว่าแน่ใจนะ เพราะบริษัทสวัสดิการดีโบนัสดี อยู่ได้ยาวๆ ก็มานั่งคิดขอตัดสินใจทิ้งเงินเดือน แล้วให้เวลาสองปี พิสูจน์ตัวเองในอาชีพครูสอนโยคะ ถ้าไม่เวิร์กยังกลับตัวทันเพราะตอนนั้นอายุยังน้อย” คุณนัท เล่า หลังตัดสินใจแน่วแน่ คุณนัท ในวัย 37 ปี บอกว่า ได้สอนนักเรียนอยู่หลายคน ควบคู่ไปกับการลงคอร์สเรียนโยคะในแขนงอื่นๆ เพิ่มเติม จากที่ให้เวลาตัวเองสองปีกับอาชีพครูสอนโยคะ ถึงปัจจุบันเผลอแป๊บเดียวสอนมานาน 6 ปีแล้ว กระทั่งมาเจอโควิด “โควิดรอบแรกยิมปิด มารอบสองปิดอีกแล้ว รอบสามปรับมาสอนออนไลน์วันละคลาสได้ 500 บาท มันอย
ขายอาหารออนไลน์ “สู้โควิด” อย่าคิดมาก ขอเมนูเก่งอย่าง-สองอย่าง พอ ผมก็เข้าข่ายเป็นคนตกงานเพราะ “พิษโควิด-19” โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยปิด ร่วมมือตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการถึงไม่สั่งปิดเทศกาลโควิดก็ไม่มีใครมาเรียนอยู่แล้วครับ ร่วมด้วยช่วยกันไม่เคลื่อนย้ายตัวเองไปในที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด ทีนี้เหมือนกับคนว่างงาน ทุกคนอยู่เฉยมาก บุญเก่าจะหมดเพราะไม่รู้โควิดจะบ๊ายบายเมื่อไหร่ ต้องหาอะไรทำไปพลางๆ มีรายได้เข้ามาบ้างดีกว่าอยู่เฉยๆ และจะทำอะไรดีไปกว่าขายอาหารออนไลน์สู้โควิด ทำอยู่กับบ้านได้ไม่ต้องมีหน้าร้าน ลงทุนน้อย ใช้คนน้อย จริงๆ ขายอย่างอื่นก็ได้ แต่คนที่ถนัดอาหารย่อมขายอาหารดีที่สุด ข้อจำกัดของการขายอาหารออนไลน์ผมว่าไปตอนก่อนแล้ว หลักๆ คือ ต้องขายอาหารแปลก อาหารขายไอเดีย หรืออาหารยอดนิยม ทำต้นทุนวัตถุดิบรวมกล่องให้อยู่แค่ 30% อีก 30% เป็นค่าจัดการโน่นนี่ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น จ้างเด็กมาช่วย ค่าโฆษณา เหลืออีก 40% เป็นของแอพส่งอาหารซะ 10-25% ส่วนใหญ่ตอนนี้คิด 25% เหลือแค่ 15% เป็นกำไรสุทธิ ถ้าอยากได้กำไรมากๆ แปลว่า ต้องทำคนเดียวไม่ต้องจ้างใครมาช่วยเลย ในกรณีนี้ถ้าขายเรื่อยๆ วันละ
ถึงปิดก็ไม่ถอย! สาวเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ผุดบริการ เสิร์ฟให้ถึงรถ อุ่นร้อน-อุปกรณ์ครบ สะดวก สบาย เหมือนนั่งในร้าน ซิกเนเจอร์ของการทาน ก๋วยเตี๋ยว ต้องนั่งปรุงแล้วทานร้อนๆ ในร้านโล่งๆ แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด ทำเปิดร้านให้นั่งทานเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ งานนี้ คุณใบเตย-กัญญาพัชร์ ขจรวงศ์วาณิช สาวสวยวัย 37 ปี เจ้าของร้าน แซ่บ แตกซิก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อย่านดอนเมือง จึงผุดทางเลือก เสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้านั่งกินในรถ พร้อมชามช้อนตะเกียบ แบบใช้แล้วทิ้งแบบครบเซต ป้องกันโควิด-19 อย่างแข็งขัน คุณใบเตย เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แซ่บ แตกซิก อยู่แถวดอนเมือง โดยร้านเปิดมานานกว่า 7 เดือนแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์โควิด แม้จะเงียบเหงาแต่ก็ตัดสินใจที่จะสู้เปิดอยู่ “จริงๆ เตยทำงานหลายอย่างค่ะ ขายสื้อผ้าออนไลน์ ช่างสักลายมือเศรษฐี ทำแบรนด์อาหารเสริมเป็นของตัวเอง ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนี้เรียกว่าเป็นธุรกิจที่ 4 ที่เตยทำ ซึ่งมันเป็นธุรกิจจากความชอบจริงๆ เพราะตอนที่เป็นเพียงพนักงานขายเครื่องมือแพทย์ ก็ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อและตะลอนชิมไปทั่ว และมีความฝันอยากเปิดร้าน
สินค้าออนไลน์ เข้าโหมด ยุคทอง แต่ความพร้อมไม่มีอยู่จริง มีของ…ปล่อยกันเลย นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจออนไลน์ ด้วยการเปิดเพจธุรกิจเกษตร ทำได้ 3 ปี จากยอดขาย 0 บาท ปัจจุบัน 3 ล้านบาทต่อเดือน และล่าสุดจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เรียบร้อยแล้ว สำหรับ คุณอรรถ-อรรถกร เอี่ยมเจริญ เจ้าของเพจ มนทรี สวนป่า ข่าวเกี่ยวข้อง : ทิ้งเงินเดือนห้าหมื่น ทำธุรกิจเกษตรออนไลน์ จากยอดขาย 0 บาท สู่ 3 ล้านต่อเดือน ล่าสุด หนุ่มราชบุรี วัยเกือบสามสิบท่านนี้ มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเทคนิคทำอย่างไรถึงจะค้าขายออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ส่งผ่าน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ให้ฟังว่า ปัจจุบัน เป็นยุคทองของสินค้าออนไลน์ ดูได้จากบริษัทโลจิสติกส์ แบรนด์ใหญ่ทั้งหลาย เพิ่งมาเปิดในเมืองไทยได้ไม่เกิน 7 ปี ทุกวันนี้ จึงอยู่ในช่วงขาขึ้น ฉะนั้น สินค้าออนไลน์ ที่ป้อนเข้าสู่ระบบโลจิสติกส์ จึงเติบโตตามไปได้ “ของบางอย่าง ที่ไม่คิดว่าจะขายในออนไลน์ได้ มีให้เห็นมากมาย อย่าง น้ำพริกแมงดา เขาโพสต์ให้ดูน่ากิน ก็ขายดีมาก คนมาเมนต์ใต้โพสต์เป็นหมื่น คนแชร์หลายพัน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าสินค้าแบบนี้จะขายได้มากขนาดนั
ธุรกิจเสื้อผ้า ยอดขายหลักแสน เจอวิกฤตซัดจนบอบช้ำ หันขาย ขนมเปี๊ยะเพื่อสุขภาพ จากธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าที่ปลุกปั้นมานานหลายปี ในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรืองสามารถสร้างรายได้เป็น กอบเป็นกำ แต่เมื่อเกิดวิกฤต ส่งผลให้กิจการหยุดชะงัก หน้าร้านบางสาขาปิดตัว เพื่อความอยู่รอดระหว่างนี้ คุณอ้อ-ธันย์ณภัทร และ คุณติ๊ด-พัทธนันท์ นพสุวรรณชัย เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า จึงต้องปรับตัว สร้างแบรนด์ขนมเปี๊ยะเพื่อสุขภาพ หารายได้ เปิดแบรนด์เสื้อผ้า คุณอ้อ เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้าให้ฟังว่า มาจากคุณติ๊ด (สามี) ซึ่งทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทเครื่องพิมพ์ของเยอรมัน ส่วนตนเองเป็นพนักงานในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนกระทั่งเกิดแนวคิดอยากทำธุรกิจเล็กๆ และสิ่งที่อยากทำตอนนั้น คือ เสื้อผ้างานพิมพ์ลายวินเทจ เจาะกลุ่มเด็กวัยรุ่น และนักท่องเที่ยวต่างชาติ คุณติ๊ดเป็นคนออกแบบลายเสื้อผ้า เพราะมีความรักในการทำกราฟิก ส่วนคุณอ้อดูเรื่องการตลาดและการผลิต “เราลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ 3 เครื่อง หาพนักงานมาช่วยฝ่ายผลิต ฝ่ายแพ็ก หาช่างเย็บผ้า และหาโรงงานผลิตผ้า จนสามารถเปิดแบรนด์เสื้อผ้าได้ 3 แบรนด์ คือ Lepetidprint (เลอเปอติ๊ดปริ้น), Puch
เจ๊จง ยอมรับ ขาดทุนหลายสาขา ให้กำลังใจ ผปก. มาขนาดนี้ต้องสู้ หลังหายป่วยจากโควิด-19 เจ๊จง ได้กลับมาเปิดร้านอีกครั้งเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม แต่แล้วเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2564 ภาครัฐได้ออกคำสั่ง ห้ามนั่งทานอาหารที่ร้าน แต่ให้ดีลิเวอรี่แทน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงสอบถามไปยังเจ๊จง เพื่ออัพเดตสถานการณ์ร้าน “บางสาขาของเจ๊ก็ขาดทุน เช่น สาขาราษฎร์บูรณะ ยอดตกเยอะมากขายได้ไม่คุ้มค่าเช่าที่ค่าลูกน้อง หรือสาขาบางบัวทองเพิ่งคุยกับลูกไปว่าขายได้เท่านี้ยังไงก็ขาดทุน และลูกชายไม่อยากตัดเงินเดือนลูกน้อง ตอนนี้ต้องหาทางช่วยกัน หรือสาขาสมุทรปราการก็ขาดทุน อย่างพระราม 4 ยอดขายหายไป 30% ไม่อายเลยที่จะบอกว่าขาดทุน” และในส่วนมาตรการรัฐห้ามนั่งทานอาหารในร้าน ให้ซื้อกลับไปบริโภคเท่านั้น เป็นระยะเวลา 30 วัน เจ๊จง เผยว่า “อย่างร้านที่ขายไม่ได้ ร้านเล็กๆ ตามข้างทาง ไม่ต้อง 30 วันหรอก แค่ 15 วันเขาก็ตายหมดแล้ว บางคนต้องไปกู้เงินนอกระบบ เข้าใจเลยเพราะกู้ในระบบไม่ได้ เห็นมาตรการเยียวยาของรัฐแล้วไม่อยากคิด ขอช่วยเหลือตัวเองดีกว่า” ท้ายที่สุด เจ๊จง ฝากบอกถึงผู้ประกอบการอื่นๆ ว่า “มาขนาดนี้ต
ไม่คุ้ม แต่ต้องเดินหน้า สุกี้ตี๋น้อย ปรับขายชุดสุกี้ คิดราคาเป็นน้ำหนัก อิ่มคุ้มถูกใจลูกค้ายุคโควิด หากนึกถึง สุกี้ ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีสวนทางกับราคาที่แสนถูก ที่สำคัญ อยากกินเมื่อไหร่ก็กินได้ สุกี้ตี๋น้อย คงเป็นชื่อต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณเฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช วัย 29 ปี สาวเก่งผู้บริหารร้านสุกี้ตี๋น้อย ให้มีรายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น คุณเฟิร์น เล่าที่มาที่ไปของร้านให้ฟังว่า เดิมทีเธอทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง อีกทั้งที่บ้านของเธอทำธุรกิจสวนอาหารมาได้หลายปี ชื่อ เรือนปั้นหยา ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่ มีอยู่ด้วยกัน 2 สาขา ซึ่งมักประสบปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพรสชาติไม่ค่อยได้ “ที่บ้านมีธุรกิจสวนอาหารอยู่แล้ว เฟิร์นก็เห็นว่าปัญหาในการขยายธุรกิจหลักๆ เลยคือ การคุมเรื่องรสชาติ ที่มันทำให้เหมือนกันเป๊ะๆ ในทุกสาขา มันยาก ตอนนั้นก็ยังเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ ตอนนั้น อายุ 25 แล้ว ก็รู้สึกว่า อีก 5 ปีก็จะ 30 แล้ว เราน่าจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างเป็นของตัวเองนะ ด้วยความที่โตมากับร้านอาหารของที่บ้าน เลยตัดสินใจตั้งต้นจ
แม่ค้าน่าร้ากกก เป็นนางแบบต้นไม้ ช่วยครอบครัวหารายได้ ลูกค้าเอฟกันรัวๆ กำลังเป็นที่กล่าวถึง สำหรับ เด็กหญิงฝาแฝด หน้าตาน่าเอ็นดู ใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมยาว มาเป็นนางแบบขายไม้ใบ ไม้ด่าง ท่าทางน่าร้ากกก คล้าย ญาญ่า ดาราสาวชื่อดัง นั้น คุณมด – สุรเดช เหล่าศรี อายุ 31 ปี คุณพ่อของเด็กหญิงฝาแฝด เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ธุรกิจหลักของครอบครัว คือ ขายอุปกรณ์ตกปลาทางออนไลน์ ทำมา 7 ปีกว่าแล้ว ส่วนเรื่องขายต้นไม้นั้น ทำได้ 6 เดือนนี้เอง เริ่มต้นจากงานอดิเรก ปลูกไว้ตกแต่งบ้าน เจอต้นไหนสวยซื้อเก็บไว้ พอมีมากขึ้น และศึกษาเรื่อยๆ จึงลองขยายพันธุ์ และเริ่มขายทางออนไลน์ดู “ธุรกิจอุปกรณ์ตกปลา ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด ยังไปได้อยู่ ส่วนต่อยอดมาขายไม้ประดับนี้ ไม่ได้ทำใหญ่โตอะไร เน้นแค่ตระกูล ฟิโลฯ มอนฯ และ บอน ซึ่งรายรับ ถือว่าใช้ได้ทีเดียว จากแค่เริ่มทำเล่นๆ ไม่นานมีกำไรพอเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับช่วงโควิด ที่หลายคนยังออกมาทำอะไรไม่ได้” คุณมด ให้ข้อมูล มาถึงไฮไลต์ของบทสนทนา ที่หลายคนบอก แม่ค้าร้านนี้ น่ารักจริงๆ คุณพ่อยิ้มกว้าง ก่อนเล่า ลูกสาวของเขา ชื่อ มิลิน กับ มิ
โวย โดนลักหลับตอนตีหนึ่ง รัฐบาลออกมาตรการ สังหารหมู่ร้านอาหาร จากกรณี เมื่อราวตีหนึ่ง ของวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 26 มิ.ย. ระบุ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) มีเนื้อหาโดยสรุปคือ ให้มีการล็อกดาวน์ปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน เพื่อเข้าควบคุมและชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และ การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ในร้านอาหารทั้งหมด ให้เปิดดำเนินการเฉพาะการนำกลับไปบริโภคที่อื่น นั้น คุณสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงกรณีข้างต้น ด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด “แบบนี้เขาเรียก โดนลักหลับ แอบแทงข้างหลังตอนตีหนึ่ง ตื่นขึ้นมาเลือดเต็มเตียง เป็นมาตรการสังหารหมู่ร้านอาหารจริงๆ” ก่อนบอกต่อ การออกประกาศครั้งนี้ ไม่มีความจริงใจ เพราะเท่าที่ทราบ มีการพูดคุยกันในระดับรัฐบาลตั้งแต่บ่ายสาม วันศุกร์ที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยสรุปกันแล้วว่า จะมีคำสั่งไม่ให้นั่งทานอาหารที่ร้านอีกครั้ง แต่กลับไม่ประกาศออ
