Exclusive
หลอดอะไรทำไมกินได้! แถมใช้ไม่หมด เอาไปผัดทำอาหาร ไม่เป็นขยะเหลือทิ้ง ช่วงที่ผ่านมา ข่าวการเสียชีวิตของสัตว์ทะเลส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากขยะพลาสติก โดยเฉพาะหลอดที่มนุษย์ใช้สำหรับดูดน้ำ แต่เมื่อใช้แล้วขยะเหล่านั้นกลับสร้างปัญหาให้โลก เพราะไม่มีวิธีการจัดการที่ถูกวิธี และกว่าจะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลาหลายร้อยปี เพราะสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว ด้วยเหตุนี้ทำให้ คุณบิว-วิวรรธน์ สุเชาว์อินทร์ วัย 30 ปี เล็งเห็นถึงปัญหา เมื่อ 3-4 ปีก่อนเขาได้ปั้นแบรนด์ผลิตหลอดกินได้ จากแป้งข้าวและแป้งมัน ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เพียงปักลงดิน “ผมซึมซับเรื่องสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวเป็นคนรักษ์โลก ถ้าซื้ออาหารจะไม่ใส่กล่องหรือถุงพลาสติก แต่จะนำกล่องทัปเปอร์แวร์ไปใส่อาหารเอง ตั้งแต่เล็กแม่พยายามสอนเรื่องนี้ตลอด จนโตขึ้นผมอยากทำธุรกิจนอกจากหารายได้แล้ว ยังช่วยดูแลโลกได้ด้วย” คุณบิว เล่าถึงแรงบันดาลใจ สุดท้ายแล้ว แนวคิดรักษ์โลกต่อยอดมาเป็น แบรนด์ Strawry- the edible straw หลอดกินได้ ชายหนุ่มอธิบายว่า การรักษ์โลกมีหลายแบบ แต่เลือกผลิตหลอดเพราะ นอกจากรักษ์โลกแล้ว ยังรักษ์สัตว์ด้วย “ถ้าสังเกตสาเหตุการเสียชีว
อดีตมนุษย์ออฟฟิศ ผุด รับจองโต๊ะร้านเหล้า งานง่าย รายได้ดี ช่วยให้คนในชุมชนมีงานทำ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้คนต้องการความปลอดภัย รวมถึงความสบายกันมากขึ้น บริการรับจองโต๊ะร้านเหล้า ก็เป็นหนึ่งในอาชีพ ที่เกิดจากความต้องการด้านความสะดวกสบายของผู้คนในยุคนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณเฟรน-ณัฐนนท์ เขียวพุฒ วัย 36 ปี เจ้าของเพจ ป้าป้าจองโต๊ะ ผู้ให้บริการรับจองโต๊ะร้านเหล้า ย่านข้าวสาร คุณเฟรน เล่าอย่างเป็นกันเองว่า เดิมเธอทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ด้วยสภาวะอิ่มตัวในหน้าที่การงาน จึงตัดสินใจลาออก ผันตัวมาเป็นแม่ค้าขายปลาไข่ทอด แต่เพราะสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ขายได้บ้าง เงียบบ้าง จนเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้กิจการค้าขายของเธอซบเซาลงกว่าเดิม “พอมีโควิด มันก็เงียบลงกว่าเดิม แต่ถามว่ายังขายได้ไหม ก็ยังขายได้อยู่ คือบ้านเฟรนอยู่แถวข้าวสาร ด้วยความที่เราก็เคยไปเที่ยวท่าช้างที่เชียงใหม่ตอนนั้นร้านท่าช้างก็มาเปิดที่นี่ เลยพูดเล่นๆ กับเพื่อนว่า เออคนเยอะจัง ลองเปิดรับจองโต๊ะกันดีมั้ย คือคิดเล่นๆ แต่เพื่อนดันทำจริง หลังจากท่าช้างเป
มาอีกแล้วอาชีพแปลก! รับจ้างด่า สำหรับคนไม่อยากด่า แต่ยังแค้น มาอีกแล้วอาชีพแปลก ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tippy Wu โพสต์ข้อความรับงานรับจ้างด่า ระบุว่า”รับจ้างด่าคนค่ะ สำหรับคนที่ไม่อยากด่า ไม่กล้าด่า แต่ยังแค้นมันอยู่ เรตราคา ถ้าโทรด่า นาทีละ 20 บาท พิมพ์ด่าทางแชต แบบส่งข้อความไปด่าเฉยๆ แล้วหาย 10 บาท ถ้าให้ด่าจนกว่าคนที่โดนด่ายอมแพ้ วันละ 100 บาท มีโปรรับเหมา ทั้งพิมพ์ด่า+โทรด่า ราคา 300 บาท *สำหรับลูกค้าที่จ้างให้ไปด่าสลิ่ม ทางเรามีบริการด่าฟรี ไม่คิดตังค์ค่ะ ด่าได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (ตอนนี้กำลังเรียนเยอรมันเพิ่มเติม) สนใจติดต่อทาง IB เฟซบุ๊กเลยค่ะ มีคนละครึ่งค่ะ ไม่เลือกงานไม่ยากจน แม่บอกว่าให้เอาสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุดมาพัฒนา” จากโพสต์ดังกล่าว ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก โดยมียอดไลก์สูงถึง 1.1 หมื่นครั้ง คอมเมนต์ 5.5 พันครั้ง และยอดแชร์ 1.6 หมื่นครั้ง จากคอมเมนต์พบว่า ส่วนใหญ่แล้ว ชาวเน็ตจะแท็กเพื่อนให้มาดูว่ามีอาชีพรับจ้างด่า บ้างก็ถามว่า มีจริงมั้ย ส่วนบางคนถามว่า ถ้ามีจริงจะจ้างไปด่าลูกหนี้
รายได้ไม่มี สนองนี้ดล้วนๆ หนุ่ม 22 ตามรอยไอดอล ผุดบริการ เช่าตัวเองไปทำอะไรก็ได้เป็นเพื่อนคุณ หากใครยังจำกันได้ ที่ประเทศญี่ปุ่น มีหนุ่มหัวใสคนหนึ่ง ผุดบริการ คนที่ไม่ได้เช่า หรือบริการคนที่ไม่ทำอะไรเลย ให้คนอื่นเช่าตัวเขาเอง อาจจะให้ไปนั่งทานข้าวเป็นเพื่อนหรือคอยรับฟังคนระบายทุกข์ เป็นต้น ซึ่งบริการดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยหนุ่มคนดังกล่าวเป็นชาวโตเกียว ที่ชื่อว่า โชจิ โมริโมโตะ วัย 37 ปี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ไม่ได้คุยกับคุณโชจิ โมริโมโตะ แต่ได้คุยกับ คุณลีโอ-ภูรินท์ ดอนสี วัย 22 ปี เจ้าของเพจ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อนละกัน ชายหนุ่มผู้ที่ได้แรงบันดาลใจและยึดเอาคุณโชจิ โมริโมโตะ เป็นบุคคลต้นแบบนั่นเอง คุณลีโอ เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้เขาเป็นนักศึกษาสาขาภาพยนตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ด้วยความเป็นคนชอบคิดชอบเขียนบท อีกทั้งชื่นชอบ คุณโชจิ โมริโมโตะ เป็นการส่วนตัว วันดีคืนดีเกิดไอเดีย อยากเล่าเรื่องด้วยภาพและแคปชั่น จึงทำเพจในคอนเซ็ปต์ ใดๆ คือคอนเทนต์ จึงเกิดเป็นที่มาของการ จ้างทิพย์ (ทิพย์ ศัพท์วัยรุ่น ถูกใช้เรียกสำหรับอะไรก็ตามที่ไม่มีจริง แต่เรามโนหรือจินตนาการขึ้นมาเอง เช่น จ้างทิพย์
ไม่กั๊ก ไม่อาย นักจัดดอกไม้ไฮเอนด์ ขยันทำกิน แตกไลน์ขายน้ำพริก หารายได้เพิ่ม โลดแล่นอยู่ในวงการนักจัดดอกไม้ มายาวนานไม่ต่ำกว่า 20 ปี มีประสบการณ์เริ่มต้นจากโรงแรมห้าดาว ก่อนตัดสินใจออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ศิลปินอิสระ รับงานจัดดอกไม้ให้กับสินค้า องค์กร หน่วยงาน บริษัท แบรนด์ชั้นนำระดับไฮเอนด์มาแล้ว…นับไม่ถ้วน ปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการออนไลน์ ใช้ชื่อในไอจี ร้านดอกไม้โอฟลอริส ให้คำนิยามตัวเองไว้ เป็นร้านดอกไม้แนวศิลปะ เป็นตัวตนชัดเจนในทุกงาน และยังบอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ แบบหนักแน่น ด้วยว่า “ร้านผม…ไม่ตามใจลูกค้า” ……….. “ชีวิตการทำงานของผม ไม่มีไอดอล ไม่มีต้นแบบ จะมองตัวเองเป็นหลัก อาจเป็นเพราะลำบากมาตั้งแต่เด็ก ต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียนตั้งแต่อยู่ ปวช. ปีสอง” คุณโอ-สุวิชัย สุขโพธิ์ ปัจจุบันอายุ 44 ปี เป็นเจ้าของกิจการ ร้านดอกไม้โอฟลอริส เริ่มต้นบทสนทนาด้วยอัธยาศัยกันเอง ก่อนย้อนความเป็นมาให้รู้จักมากขึ้น พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบมาทางด้านคหกรรมศาสตร์ แต่ด้วยความจำเป็นของครอบครัว ไม่สามารถส่งเสียให้เรียนได้ จึงต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ตั้งแต่อายุสิบกว่า
โควิดทำ นทท.ลด อาณาจักรโกโก้ชื่อดัง ผุดกลยุทธ์ เพิ่มเซอร์วิส แทนการปรับลดราคา หากใครยังจำกันได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของ คุณมนูญ ทนะวัง เจ้าของ Cocoa Valley (โคโค่ วัลเล่ย์) ชายผู้ทิ้งเงินเดือนหลายแสน แล้วหันมาทำสวนโกโก้ที่ตนเองชื่นชอบ อีกทั้งมีการสนับสนุนชาวบ้านให้หันมาปลูกโกโก้ พร้อมรับซื้อต่อในราคาที่ดี จนทำให้ชุมชนมีรายได้เหมือนๆ กับเขา (อ่านเรื่องราวก่อนหน้า คลิก) นอกจากจะปลูกแล้ว คุณมนูญยังต่อยอดกิจการตัวเอง แตกแขนงออกมาอีกหลากหลายจนครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น การแปรรูปโกโก้ กิจกรรมเวิร์กช็อปโกโก้ คาเฟ่ รวมไปถึงรีสอร์ต ที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งในหมู่นักท่องเที่ยว แต่เมื่อโควิดมาเยือน ก็ทำให้อาณาจักรโกโก้แห่งนี้ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน คุณมนูญ กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชม โคโค่ วัลเล่ย์ แห่งนี้ลดลง “ตั้งแต่โควิดมา ก็ได้รับผลกระทบนะครับ นักท่องเที่ยวเดินทางมาน้อยลง แต่ทุกอย่างก็ยังให้บริการปกติ เพียงแต่ในส่วนของรีสอร์ต เปิดรับแขกปกติแต่อาจจะลดจำนวนห้องลงเล็กน้อย คาเฟ่ก็จะมีการลดจำนวนโต๊ะในร้านลง ตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนเด
เปิดกลยุทธ์ นักธุรกิจ จบ ป.7 ทะยานสู่เจ้าของอาณาจักรเจ๊ไข่ซีฟู้ด หลังจบ ป.7 ลูกสาวคนที่ 8 ในบรรดาพี่น้อง 11 คน ลูกเกษตรกร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้ากรุงเทพฯ มาทำงานเป็นลูกจ้าง แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย อาศัยหมั่นฝึกฝนฝีมือการทำอาหารจนได้ดี เปิดร้านอาหารซีฟู้ด ย่านประชาชื่น จากรถเข็นริมถนน ปัจจุบันขยายกิจการเป็นอาคารพาณิชย์ 8 คูหาติดริมถนนใหญ่ทำเลดี มีพนักงาน 40 คน แม่ครัว 10 คน ขายกุ้งได้เดือนละกว่า 2 ตัน รสชาติไม่เป็นสองรองใคร สร้างรายได้ช่วงเทศกาลถึงวันละ 5 แสนบาท คุณนิภาพร ซื่อสัตย์ หรือ เจ๊ไข่ เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า มีพี่น้องทั้งหมด 11 คน ตัวเองเป็นลูกคนที่ 8 ฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่เป็นเกษตรกรปลูกข้าวอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้นเมื่อจบ ป.7 และส่วนตัวมีฝีมือการทำอาหาร เลยเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ กระทั่งอายุ 17 ปี ตัดสินใจสละโสด และหันมาช่วยสามีขายแก๊ส “ดิฉันเข้ามากรุงเทพฯ พร้อมเพื่อน 1 คน มาเป็นลูกจ้างในตำแหน่งแม่ครัวร้านข้าวแกง ร้านข้าวต้ม ร้านก๋วยเตี๋ยว กระทั่งอายุ 17 ปี ตัดสินใจแต่งงาน ซึ่งครอบครัวสามีเปิดร้านขายแก๊ส เลยลาออกจากแม่ครัวไปช่วยกิจการสาม
ร้านดังผุดเมนูชวนเคลิ้ม “ขนมเขียว” เน้นขายประสบการณ์การกิน มากกว่าแค่ใส่กัญชา คนไทยเราเองคุ้นชินกับ “กัญชา” หรือพืชที่ถูกขนานนามว่าเป็นพืชต้องห้าม เพราะกฎหมายจัดว่าเป็นยาเสพติด แต่เมื่อไม่นานมานี้มีการ ปลดล็อก บางส่วนของกัญชา-กัญชง ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ยกเว้น ช่อดอก และเมล็ดกัญชา สิ่งที่เราได้เห็นจากการปลดล็อก กัญชา คือไอเดียธุรกิจใหม่ๆ ของผู้ประกอบการไทย เห็นได้จากการนำกัญชามาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ขนม อาหาร หรือแม้แต่เครื่องดื่ม นอกจากช่วยเพิ่มมูลค่าแล้ว ยังช่วยให้คนรู้จักแบรนด์ได้ชั่วข้ามคืน เช่น แบรนด์เก่าแก่ 45 ปี “ขนมสยาม” แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้ว เพราะเป็นต้นตำรับ “ขนมครกใบเตย” ย่านสยามสแควร์ แต่ยังขานรับการปลดล็อกกัญชา เพราะเชื่อว่า ขนมไทยสามารถสร้างมูลค่าได้ นอกเหนือจากบราวนี่ หรือคุกกี้ “กัญชา คือโอกาสทำให้คนได้รู้จักแบรนด์เรามากขึ้น เพราะยังมีบางส่วนไม่รู้จักขนมครกใบเตย แต่รู้จักกัญชา เมื่อนำสองอย่างมาผสมกัน จึงทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น” คุ
อิ่มบุญ อิ่มใจ ประมวลภาพงานแรลลี่ เส้นทางเศรษฐีฯ เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 5 ผ่านไปแล้ว สำหรับกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม แรลลี่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งเริ่มต้นกันตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา โดยบรรดาผู้ร่วมคณะแรลลี่เกือบร้อยชีวิต ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนที่บริษัท มติชน จำกัด ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง แต่การ์ดไม่ตก มีการตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย และ ตั้งเจลแอลกอฮอล์ ไว้ตามจุดต่างๆ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้า ที่สำคัญ ไม่ลืมเว้นระยะห่าง จุดแรกที่ขบวนแรลลี่ มุ่งหน้าสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม เวิร์กช็อป ทำน้ำมันนวดสมุนไพร ที่ ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ หมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ก่อนพากันไปช็อปปิ้ง กระจายรายได้กันที่ ตลาดสุขใจ ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์ แวะเติมพลังกันที่ลิตเติ้ลทรี การ์เด้น คาเฟ่ในซอยลึก ที่คนรักต้นไม้ต้องมาเช็กอิน ตกบ่าย คณะแรลลี่เดินทางมุ่งหน้าไปที่ โรงเรียนวัดห้วยหมู (อ
ไม่หวั่นโควิด! ทุ่ม 50 ล้าน สร้างคาเฟ่เครื่องบิน หรูสุดในไทย ช่วงหลายปีมานี้ คาเฟ่ ถือเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น หากมีเวลาว่างวันเสาร์หรืออาทิตย์ คาเฟ่ คือหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยวที่ต้องแวะไป บางคนแวะไปถ่ายรูป บางคนไปนั่งทานขนม หรือเครื่องดื่ม อย่างย่านลาดกระบัง มีคาเฟ่เปิดใหม่ หรูหรากว่าที่ไหนๆ เพราะยกเครื่องบินทั้งลำมาตั้งไว้ ให้ลูกค้าได้ตื่นเต้นกับความอลังการของเครื่องบิน ที่เคยได้รับขนานนามว่าใหญ่ที่สุดในโลก คุณแบงค์-ธรรมรักษ์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ อายุ 25 ปี ทายาทเจ้าของคาเฟ่ เล่าให้ฟังว่า คุณพ่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ส่วนตนเองเปิดร้านอาหาร ทั้ง ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหม้อดินนายกร, ร้านหม่าล่าโบอิ้ง และธุรกิจใหม่ล่าสุด ลงทุนไป 50 กว่าล้าน คือ 747 คาเฟ่ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากไอเดียของคุณพ่อ ที่อยากให้คนไทย และชาวต่างชาติได้เห็นความอลังการของเครื่องบิน ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตเคยถูกขนานนามว่า “ราชินีแห่งฟากฟ้า” เพราะลำใหญ่ที่สุดในโลก รองรับได้ประมาณ 416 ที่นั่ง “คุณพ่อคลุกคลีอยู่ในวงการท่องเที่ยว จึงมีคอนเน็กชั่นในการติดต่อขอซื้อเครื่องบิน ซึ่งโบอ
