Exclusive
นิสิตจุฬาฯ ผุดเว็บรวมที่พัก หนุนเสรีภาพการแสดงออก แถมช่วยคนตัวเล็กฝ่าวิกฤต ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทั่วโลกเผชิญกับปัญหาที่ยังคิดไม่ตก อย่าง การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งเรื่องของสุขภาพ การใช้ชีวิต ธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม ที่ประกาศปิดกิจการกันเป็นแถบๆ แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่เกิดใหม่ขึ้นมา ท่ามกลางวิกฤตที่แสนหนักหน่วงนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณแสตมป์-เธียรธัญ วลัยฤาชา วัย 24 ปี ผู้ก่อตั้ง mutual+ (มิวชวล พลัส) แพลตฟอร์มที่รวบรวม โฮสเทล โรงแรมรายเล็ก หรือ เกสต์เฮ้าส์ต่างๆ เพื่อนำมาเสนอเป็นที่พักทางเลือกใหม่ ในราคาที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า ซึ่งมีพร้อมทั้งบริการ บรรยากาศ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมือง คุณแสตมป์ เล่าว่า ก่อนมาทำธุรกิจนี้ เขาเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยโลดแล่นอยู่ในวงการการทำแพลตฟอร์มมาบ้าง ด้วยคอนเน็กชั่นที่รู้จักกับรุ่นพี่ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจโฮสเทลเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อเจอเข้ากับสถานการณ์โควิด จึงเห็นถึงปัญหาที่คนตัวเล็กๆ ต้องพบเจอ ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกั
ขนมหวานสุดแรร์ อัญมณีนกคุ้ม แห่งบ้านทุ่งประดู่ หากินได้ที่ทับสะแกที่เดียวเท่านั้น พื้นที่ อ.ทับสะแก ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกมะพร้าวที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัด รองจากผลผลิตจากสวนสับปะรด ที่ผ่านมา การประกอบอาชีพ มีความไม่แน่นอนของราคา ดังนั้น การส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกมะพร้าว โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากฝีมือและภูมิปัญญาของชาวบ้าน ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อย่าง เมนูของหวาน อัญมณีนกคุ้มแห่งบ้านทุ่งประดู่ หนึ่งในผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวสายพันธุ์นกคุ้ม ซึ่งเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นของหมู่บ้านนั่นเอง โดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้นำสูตรขนมที่ได้รับการอนุญาตนี้มาฝากทุกคนกัน โดยสามารถเปลี่ยนจากใช้มะพร้าวสายพันธุ์นกคุ้ม มาใช้พันธุ์อื่นก็ได้ แต่รสชาติก็จะมีความแตกต่างไปจากออริจินัลเป็นธรรมดา วัตถุดิบหลัก มีดังนี้ เนื้อมะพร้าว ที่ลอกเปลือกออกจนเหลือแต่เนื้อขาวๆ 2. เกลือ 3. แป้งมัน 4. ดอกอัญชัน /น้ำหวาน วิธีทำ ขูดมะพร้าวออก และลอกเนื้อมะพร้าวให้มีเนื้อสีขาวล้วน จากนั้นหั่นให้มีขนาดเท่าๆ กัน 2. นำมะพร้าวที่หั่นได้ขนาดแล้ว มาคลุกกับ
แจกวิธีทำ เจลล้างมือ ด้วยตัวเอง สูตรจากกรมวิทยาศาสตร์บริการ หากใครไม่อยากเสียเงินซื้อเจลล้างมือ ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยเพจ Doctor D ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ สอนทำเจลล้างมือด้วยตัวเอง โดยนักวิทยาศาสตร์ จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ โดยสูตรการทำมีดังนี้ อุปกรณ์ 1. Ethanol 95% – 750 มล. 2. Glycerin – 9 กรัม 3. 2% Lanolin – 9 กรัม 4. Triethanolamine 99% (TEA)- 0.75 กรัม 5. Carbopol 940 – 3.6 กรัม 6. น้ำสะอาด – 225 มล. ส่วนผสมข้างต้น สามารถหาซื้อได้ตามร้านเคมีสำหรับทำเครื่องสำอางทั่วไป วิธีการทำ * วิธีการเตรียม 2% Lanolin * ชั่ง Lanolin 5 กรัม ละลายในน้ำร้อน 250 มล. คนให้ละลายเทกลับใส่ขวด * วิธีการทำ เจลล้างมือ * 1. ชั่ง Carbopol 940 3.6 กรัม ละลายในน้ำสะอาด 225 มล. ทิ้งไว้ค้างคืนเพื่อให้ Carbopol 940 ละลายจนหมด 2. เติม Ethanol 95% 750 มล. ลงในภาชนะที่มี Carbopol 940 ละลายอยู่ คนให้เข้ากัน 3. เติม Glycerin และ 2% Lanolin คนให้เข้ากัน 4. ค่อยๆ เติม TEA คนจนเป็นเนื้อเจล และคนต่อจนเนื้อเนียนไม่เป็นก้อน/เม็ด 5. บรรจุใส่ขวด สามารถใช้งานได้ทันที สูตรนี้จะได้ปริมาณเจลประมาณ
ลุงเป้ง เกษตรกรระดับชาติ “ได้ดีทุกวันนี้ เพราะเชื่อในหลวง เดินตามรอยพอเพียง” เศรษฐกิจพอเพียง แม้จะเป็นวลีฮิตที่หลายคนนิยมกล่าว ทว่าน้อยคนไม่ได้ลงมือทำ แต่สำหรับ คุณเชาวรัตน์ อ่ำโพธิ์ หรือ คุณลุงเป้ง เกษตรกรตามแนวพระราชดำริ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2552 และประธานชมรมส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์แพะ แกะ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เขาได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกร พร้อมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างแท้จริง ปัจจุบันไม่ต้องไปคอยแก่งแย่งชิงดีในสังคมทำงาน มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน มีความสุขทุกวันอยู่ในผืนแผ่นดินไทย สำหรับประวัติคุณลุงเป้ง ครั้งหนึ่ง เขาคือผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ต้องคอยไปประมูลงานราชการ เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ที่ดี กระทั่งปี 2536 ตัดสินใจเป็นเกษตรกร เพราะต้องการหนีชีวิตที่ต้องคอยเอาแต่แย่งชิงคนอื่น มาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้สีเขียว มีรายได้ยั่งยืนโดยไม่ต้องฝืนใจทำ จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ว่า “คุณสุขฟาร์ม”
ม้งภูทับเบิก ปลูกกะหล่ำปลี เจอแต่เคมี หันทำผักอินทรีย์ ได้ความรู้จากพระองค์ท่าน พื้นที่ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เดิมเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่บนภูทับเบิกแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวแทน อย่าง การปลูกกะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งปลูกมากบนพื้นที่ดอยของภูทับเบิก ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยผู้ปลูกส่วนใหญ่เป็นชาวม้ง คุณอาเซ็ง แซ่ลี ผู้อาวุโสชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หมู่บ้านภูทับเบิก ม.14 เล่าว่า ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อแม่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่การปลูกฝิ่นไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข หรือหายจากความยากจนที่มีอยู่ได้เลย เพราะพอฝิ่นขายไม่ได้ ชาวบ้านก็เอามาสูบ สูบเสร็จก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้อีก เป็นวังวนซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบสิ้น แต่พอพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมให้ชาวม้งหันมาปลูกผักอย่างกะหล่ำปลีที่ชอบอากาศเย็นบนดอยนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็ปลูก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของตนคือ การใช้สารเคมี ชาวม้งที่นี่ปลูกกะหล่ำปลีกันแต่ก็ต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างมาก เป็นเห
ทุกคนสามารถดำรงตน ตามรอยพอเพียงได้ ไม่เว้นแม้แต่ เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว ทุกคนสามารถดำรงตนตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว เพราะตลอดชีวิตผ่านมาของเขา นับตั้งแต่เรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก อำเภอเมือง จังหวัดตาก ก่อนที่จะกลับบ้านเกิด เพื่อมาบวชเรียนที่วัดโตนดหลวง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เขาดำรงตนในเพศสมณะที่น่าเคารพ ศึกษาธรรมะอย่างเข้าใจ กระทั่งไปอ่านหนังสือ “ตัวกูของกู” ของท่านพุทธทาสภิกขุ จึงทำให้เขาคิดอยากจะไปสวนโมกขพลาราม ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุสักครั้ง ก่อนที่จะลาสิกขามาช่วยเหลือครอบครัวในการทำธุรกิจรับซื้ออาหารทะเลที่บ้าน เขายอมรับว่าการสนทนาธรรมครั้งนั้น ทำให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะหลักธรรมที่ว่ามนุษย์ย่อมมีด้านดี และด้านเลว มีด้านมืด และด้านสว่าง มีประสบความสำเร็จ และล้มเหลว เราจะเลือกอย่างไหน อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น เพราะทุกข์ก็อยู่ที่ตัวเรา สุขก็อยู่ที่ตัวเรา ดังนั้น เมื่อเขานำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต
ลงทุนสี่พัน พ่อค้าโอด หมดล็อตนี้ไม่ขายแล้ว เหตุ เป็ดเหลืองเต็มบ้าน เต็มเมือง เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจการชุมนุมบริเวณ ห้าแยกลาดพร้าว คุณทอง อายุ 65 ปี หนึ่งในคนที่นำของมาขายในการชุมนุม เผยว่า ตอนแรกขายพวงกุญแจให้เด็กนักเรียน พอมีม็อบเลยเปลี่ยนมาขายเป็ด ไปรับของมาจาก เยาวราช กับ สำเพ็ง แต่เดี๋ยวนี้หายากแล้ว เพราะคนขายเยอะ โดยตนลงทุนไป 3-4 พันบาท คุณทอง เผยต่อว่า มาถึงห้าแยกลาดพร้าวตั้งแต่บ่ายสอง ครั้งที่แล้วไปตั้งขายกลางม็อบขายดี ส่วนมากคนช่วยซื้อเพราะสงสาร “ตามไปขายทุกม็อบ เพราะขายดีกว่าไปตามตลาดนัด แต่ถ้าขายเป็ดหมดล็อตนี้ จะเปลี่ยนไปขายอย่างอื่นแล้ว เพราะตอนนี้เป็ดเหลืองมีเต็มบ้าน เต็มเมือง” คุณทอง กล่าว
ร้านกาแฟ คุณทาม ธุรกิจสร้างตัวของเด็กพิเศษ มีท้อบ้าง แต่สู้ไม่ถอย แม้เกิดมาบกพร่องทางการได้ยินจนไม่สามารถพูดได้ แต่เด็กหนุ่มวัย 21 ปีคนนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความบกพร่องนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตแต่อย่างใด ในทางกลับกันเขามีความสามารถด้านชงกาแฟคล่องแคล่วกว่าคนปกติเสียด้วยซ้ำ จนวันนี้เขาได้กลายเป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆ ในจังหวัดพิษณุโลก ได้สำเร็จ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ติดตาม น้องทาม– อิศรุจน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ในวัย 21 ปีจากเพจเฟซบุ๊ก ร้าน “กาแฟ คุณทาม” เรื่องราวของเด็กหนุ่มคนนี้ถูกถ่ายทอดโดยคุณพ่อของเขา คุณอิศเรศ อิศรางกูร ณ อยุธยา อายุ 49 ปี เล่าให้ฟังว่า ร้านนี้เริ่มต้นเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว (2561) โดยตนผู้เป็นพ่อได้เห็นพรสวรรค์ด้านการชงกาแฟของลูกชายซึ่งถูกบ่มเพาะจากโรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกุล ซึ่งจัดการเรียนการสอนนักเรียนพิการประเภทบกพร่องทางสติปัญญาและบกพร่องทางการได้ยิน “ทางโรงเรียนได้ส่งเสริมให้นักเรียนเหล่านี้มีอาชีพ ไม่ให้เป็นภาระสังคม น้องทามเองได้เรียนรู้วิชาต่างๆ จากโรงเรียนแห่งนี้หลายด้าน แต่เขามีพรสวรรค์ด้านการชงกาแฟมาก
เจ๊อ๋อย ลุงหมึก อาหารตามสั่ง 10 บาท “จะขายราคานี้ตลอดไป…จนกว่าชีวิตจะหาไม่” เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับร้านอาหารตามสั่งราคาถูกร้านหนึ่ง เปิดขายอยู่ที่จังหวัดราชบุรี วันนี้มีโอกาสมาเยือนเมืองโอ่งมังกรทั้งที จึงไม่ลังเลที่จะไปลองทานอาหารตามสั่งราคาถูกนั้นดู ร้านเจ๊อ๋อย ลุงหมึก อาหารตามสั่ง 10 บาททุกอย่าง เปิดมาตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบันก็เกือบ 30 ปี มี “ป้าอ๋อย” คุณอ้อย ทับทิม อายุ 62 ปี และ “ลุงหมึก” คุณวันชัย คุณเจริญ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าของร้าน ลักษณะของร้านเป็นร้านอาหารตามสั่งขนาดเล็ก แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนครัวสำหรับทำอาหาร มีผู้หญิง 2 คน กำลังยืนทำอาหารกันอยู่ และ โซนสำหรับให้ลูกค้านั่งทานอาหารที่มีลูกค้านั่งรออยู่ประปราย รวมถึงมีลูกค้าเดินมาสั่งอาหารเพื่อกลับไปทานที่บ้านกันด้วย ลูกค้าที่มาสั่งอาหารที่ร้าน มีตั้งแต่เด็กๆ วัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่ ซึ่งน่าจะเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้น เมื่อคนยังไม่เยอะมาก เราจึงได้เข้าไปชวนลุงหมึกคุยสักเล็กน้อย ลุงหมึก เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนทำงานก่อสร้าง ขี่สามล้อ รับจ้างตักส้วม ทำมาแทบทุกอย่าง จึงเข้าใจถึงความยากจน พ่อ
แม่สาย ยอดขายตกตั้งแต่ปิดด่าน เจอสองสาวโควิด ซ้ำอีก คนค้าขาย ได้แต่ทำใจ คุณตีตี้-ฐิติภัทร ง่วนหอม เจ้าของกิจการ ข้าวมันไก่รามัญ ที่เปิดร้านฟู้ดทรักขายข้าวมันไก่ ใกล้กับย่านการค้าใกล้ด่านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวพบสองสาวไทยลักลอบข้ามแดนมาจากประเทศเมียนมา ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ก่อนมาแวะพักที่อำเภอแม่สาย กระทั่งตรวจพบเป็นผู้ป่วยโควิด นั้นว่า เวลานี้ คนแม่สายรู้สึกตื่นกลัวบ้าง แต่ไม่ถึงกับตระหนก หลายคนใช้ชีวิตตามปกติ แต่กลับมาป้องกันตัวด้วยการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง กันมากขึ้น ส่วนบรรยากาศการค้าขายนั้น คุณตีตี้ บอก ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่รัฐบาลประกาศปิดพรมแดนระหว่างประเทศ เพื่อป้องการการแพร่ระบาดของโควิด มาหลายเดือนแล้ว ส่งผลให้ค้าขายซบเซา หลายร้านต้องปิดตัว ส่วนคนที่พอค้าขายได้เพราะอาศัยลูกค้าประจำ จากเคยมีรายได้ ขายวันละสามสี่พัน ก็หายไปเกินครึ่งเลยทีเดียว “การปิดด่าน มีผลกระทบอย่างมาก คนเมียนมา จากที่เคยข้ามมาหาของกิน ตอนนี้ไม่มีเลย ร้านค้าจากเคยปิดสี่ห้าทุ่ม ตอนนี้สองทุ่มกว่าเงียบหมดแล้ว แม่สายเป็นมาแบบนี้ก่อนจะเกิดเรื่องสองสาวโควิดนี้อีก ก็ได้แต่ทำใจ ประ
