Exclusive
แท็กซี่โอด “เศรษฐกิจ-โควิด-19” กระทบหนัก บางวันเข้าเนื้อ ขับยังไม่ได้ค่าเช่ารถ เพ้อ “ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” ตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจเริ่มเงียบเหงา ผนวกกับกระแสข่าวไวรัสโควิด-19 วันนี้มีโอกาสกลับมาใช้บริการรถสาธารณะอย่าง “แท็กซี่” ย่านหมอชิต เป็นครั้งแรก เปิดประตูบอกจุดหมายกับพี่คนขับ ที่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเองเรียบร้อย บรรยากาศในรถสะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนวุ้น ด้วยความสงสัยว่ามันคือกลิ่นอะไร บทสนทนาระหว่างทางจึงเกิดขึ้น และได้รู้ว่า กลิ่นที่ว่านั้นคือกลิ่นของเตยหอม ที่พี่คนขับวางเอาไว้หลังรถ บทสนทนาเกี่ยวกับเตยหอมสิ้นสุดลง พร้อมกับเสียงบ่นตัดพ้อเล็กน้อยของพี่คนขับ “ช่วงนี้เจอแต่ลูกค้าเงียบ” ประโยคสนทนาเรื่องใหม่ถูกเอ่ยขึ้นมาจากพี่คนขับ ด้วยความสงสัย จึงถามให้กระจ่าง พี่คนขับจึงขยายความว่า ช่วงนี้ลูกค้าไม่ค่อยใช้บริการรถแท็กซี่กันเท่าใดนัก เนื่องจากเศรษฐกิจย่ำแย่ คนรัดเข็มขัดกันเยอะ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ทำคนไม่ค่อยออกจากบ้าน ทำให้ได้รับผลกระทบที่หนักเอาการ “ช่วงนี้แย่หนู จากที่เคยขับได้วันละสองสาม
สาวลาออกจากงานประจำเพราะปัญหาสุขภาพ จับจักรยาน หันทำงานอิสระ แม้เงินไม่มาก แต่ได้สุขภาพดี เครียด ทำงานหนัก ไม่มีเวลาพักผ่อน ต้องเดินทางไกลเพื่อไปทำงาน ติดอยู่บนรถวันละหลายๆ ชั่วโมง น่าจะเป็นเรื่องที่หลายๆ คนในกรุงเทพฯ พบเจอบ่อยจนกลายเป็น ความคุ้นชิน ที่ไม่ได้อยากคุ้นชินกันสักเท่าใดนัก ในวันสตรีสากลที่ผ่านมา “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณทราย – ดาริสา ธรรมสถิร วัย 37 ปี สาวเปรี้ยวอดีตมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ได้เล่าว่า ตัวเธอนั้นเรียนจบมัธยมปลาย ก่อนจะหันไปเรียนด้านวิชาชีพ โดยเน้นเรื่องความสวยความงาม ไม่ว่าจะเป็นการเรียนแต่งหน้า นวดหน้า ทำผม เพราะชอบในงานบริการและเคยทำงานหลายที่ ก่อนที่ได้เป็นพนักงานประจำเคาน์เตอร์ของแบรนด์เครื่องสำอางดังจากฝรั่งเศสยี่ห้อหนึ่ง ที่ราคาครีมกระปุกหนึ่งราวๆ หลักหมื่นบาท เธอเล่าต่อว่า จริงๆ การทำงานประจำเป็นเรื่องดี แต่ติดอยู่เรื่องหนึ่งคือวันหยุด การจะหยุดติดกันสองวันนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ หยุดวันนักขัตฤกษ์ก็ไม่ได้ หยุดเสาร์อาทิตย์ก็เช่นกัน จะหยุดทีต้องวางแผนล่วงหน้า หรือถ้าใครป่วย มาไม่ได้ ก็ต้องทำงานควบกะ นอกนั้นยังมีเรื่องจุ
‘ชมภิญญ์’ น้ำมันสกัดเย็นจากธรรมชาติ เจาะกลุ่มลูกค้าเลี่ยงเคมี ขายดีมากที่ญี่ปุ่น หลังต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานหลายปี บวกกับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่เพราะธุรกิจเครื่องหนังล้ม คุณคัทรินทร์ ประยุกต์วิทยาฐาน จึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยมาช่วยบำบัดและฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้น ด้วยการทำน้ำมันทาหน้าและทาตัวใช้เอง “ทางด้านร่างกาย เราอยากจะให้ผิวหน้าผิวตัวดีเลยหยุดใช้เครื่องสำอางทุกอย่าง ปรากฏว่าผิวแห้งมาก จึงเริ่มจากการใช้น้ำมันมะรุม น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันโจโจ้บาร์ รู้สึกว่ายังขาด เริ่มหาข้อมูลว่าควรจะปรับอย่างไรให้ดีขึ้น ส่วนด้านจิตใจเราใช้น้ำมันหอมระเหย บวกกับเข้าวัดฟังธรรมะเพื่อบำบัดตัวเองหลังผ่านวิกฤตชีวิตมาได้” คุณคัทรินทร์ บอกว่า ได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ทั้งน้ำมันหอมระเหย และนำมาใช้กับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เรียกได้ว่าใช้ทั้งตัว “ใช้แล้วดีนะ รู้สึกว่าได้ของดีในราคาไม่แพง มีความบริสุทธิ์ ไม่ต้องใส่เคมีอะไรเลย กลายเป็นของที่ใช้ประจำ เริ่มทำแจกญาติหลายคนบอกใช้ดี บนหน้าเรามีแผล เป็นคนไวต่อเคมีมาก หมอบอกว่าอยากหายต้องเลเซอร์ สรุปไม่ไปทำ เพราะกลัวว่าเลเซอร์แล้วจะเป็นหนอง ก็ใช้น้ำมันของ
เจอวิกฤตมืดที่สุดอย่าท้อ“เจ้าสัวซีพี” แนะ เอาชีวิตรอดก่อน แสงสว่างจะมาเอง คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ กล่าวตอนหนึ่งบนเวที เปิดตัวหนังสือ “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ว่า ตนเห็นโอกาสของเซเว่นฯ แต่ไม่เห็นโอกาสของอาลีบาบา เพราะมันไม่มีตัวตน มองไม่เห็น เป็นภาพเล่าเฉยๆ ตนยังเป็นคนล้าสมัย ต้องเห็นของจริงก่อน ถ้าตอนนั้นไปลงทุนกับเขา ได้กำไรหลายร้อยเท่า แต่ยังไม่กล้า เพราะมองไม่ชัด คิดไม่ออกว่า จะสำเร็จได้ยังไง เพราะไม่มีทางเดิน แต่เขาเชื่อมั่นของเขา เขาเห็นว่าภูเขาเป็นทอง แต่เรามองไปคือต้นไม้ ดิน และหิน เหมือนกับ เซเว่นฯ ตนเห็นแล้วทำสำเร็จที่สหรัฐอเมริกาเลยมาศึกษาที่ไทย เห็นชัดว่าสำเร็จ เชื่อว่าทำได้แน่นอน ตนรู้จักสองพี่น้อง เจ้าของเซเว่นฯ ไปพูดตรงๆ กับเขาว่าสนใจ อยากมาลงทุนที่ไทย เชิญมาที่ไทยเลย ดูงานเสร็จ ก่อนกลับเขาเตือนว่าอย่าทำเลย ทำไม่ได้หรอก รายได้น้อยกว่าสหรัฐอเมริกาตั้ง 10 กว่าเท่า ไม่คุ้มที่จะลงทุน กำลังซื้อไม่พอ 1 คนเขามาซื้อ เท่ากับไทยต้องมาซื้อ 15 คน ถึงจะ
สำรวจ “แฟชั่นเสมือน” สวมใส่ในโลกดิจิตอล ไม่ใช่ในชีวิตจริง คุณจะยอมควักเงิน 9,500 ดอลลาร์ หรือราวๆ 287,000 บาท ซื้อเสื้อผ้าที่ถูกใจสักชุดไหม ถ้าชุดนั้นสวมใส่ได้เฉพาะโลกดิจิตอล ไม่ใช่ในชีวิตจริง แต่ “ริชาร์ด หม่า” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทด้านการรักษาความปลอดภัย “ควอนต์แสตมป์” (Quantstamp) ในสหรัฐ ยอมจ่ายเงินจำนวนนี้ เพื่อซื้อชุดเสมือนจริงให้ภรรยา “บีบีซี” รายงานว่า ชุดดังกล่าวออกแบบโดยบริษัทแฟชั่น “เดอะ แฟบริแคนต์” (The Fabricant) โดยทาบอยู่บนภาพของ “แมรี่ เหริน” ภรรยา และถูกนำไปใช้บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก และวีแชต “หม่า” ยอมรับว่า ราคาขนาดนี้แพงมากจริงๆ ปกติเขาและภรรยาไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าราคาแพงเป็นประจำ แต่ที่ซื้อชุดนี้เหมือนเป็นการลงทุน ที่น่าจะมีคุณค่าในระยะยาว “ในอีก 10 ปี ผู้คนอาจจะสวมใส่แฟชั่นดิจิตอลกัน นี่เป็นช่วงเวลาที่พิเศษ เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย” หม่า กล่าว เดอะ แฟบริแคนต์ ออกเสื้อผ้าดิจิตอลใหม่ๆ แจกผ่านเว็บไซต์ของตัวเองทุกๆ เดือน ซึ่งคนที่สนใจจะต้องมีทักษะและซอฟต์แวร์ในการนำเสื้อผ้าเสมือนเหล่านี้ไปใส่ไว้บนรูปของตัวเอง ส่วนอีกบริษัทที่ปิ๊งไอเดียออกแบบชุดเสมือน แต่ทำ
“แบงค์” ฝึกงานตั้งแต่อายุ 13! มาสาย-โดนอบรม ไม่เว้นแม้นามสกุล “ล่ำซำ” คุณแบงค์ – จรัสพงศ์ ลํ่าซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลฟู้ด โซลูชันส์ จำกัด เป็นผู้ประกอบการธุรกิจด้านอาหาร และเป็น “บริษัทลูก” ของกิจการเทรดดิ้ง ระดับชาติอย่าง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) คุณแบงค์ เป็นทายาทเจนฯ ที่ 4 แห่งตระกูล “ล่ำซำ” ในฐานะลูกชายคนเล็กของ เจ้าสัว “ธงชัย ล่ำซำ” ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ “บิ๊กบอส” แห่งล็อกซเล่ย์ คุณแบงค์ เรียนจบชั้นมัธยมฯ จากสาธิตจุฬาฯ ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและโท ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คุณแบงค์ บุคลิกอ่อนน้อม อัธยาศัยร่าเริง เป็นกันเอง เริ่มต้นบทสนทนา กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 13 โดยคุณพ่อของเขาให้มาฝึกงานเป็น “ออฟฟิศ บอย” ทำหน้าที่เหมือนเจ้าหน้าที่ธุรการ เดินเอกสาร ส่งเอกสาร ตอนแรกไม่เข้าใจ ทำไมต้องมาฝึกด้วย คนอื่นได้ไปเล่นกัน แต่เมื่อถูกสั่งให้มาก็มา “ทุกปิดเทอมใหญ่ของชั้นมัธยมฯ จะมาฝึกงานอย่างน้อยหนึ่งเดือน ทำหน้าที่ซีรอกซ์บ้าง เดินเอกสารบ้าง ให้ฝ่ายบุคคล เป็นงานที่เริ่มจากระดับล่างสุด ตอนนั้นยังงงๆ เพราะ
“ทับทิมสยาม” ส้มโอสองแผ่นดิน อีกหนึ่งความภูมิใจของคนลุ่มน้ำปากพนัง หากเอ่ยถึง ส้มโอ หลายคนที่ชื่นชอบผลไม้ชนิดนี้อาจเคยได้ยินพันธุ์ “ทับทิมสยาม” แห่งลุ่มน้ำปากพนัง อันเลื่องชื่อ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าส้มโอทับทิมสยามไม่ใช่พันธุ์ส้มโอดั้งเดิมในพื้นที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เป็นส้มโอพันธุ์ใหม่ เกิดขึ้นที่บ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง โดยมีการนำพันธุ์พื้นเมืองมาจากจังหวัดปัตตานี มาทดลองปลูก ปรับปรุงพันธุ์ ดูแลรักษา จนได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ สร้างชื่อเสียง กลายเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนลุ่มน้ำปากพนังแห่งนี้ ป้าเล็ก-คุณอัมพร สวัสดิ์สุข เจ้าของไร่สวัสดิ์สุข เล่าถึงความเป็นมาของการทำสวนส้มโอว่า เริ่มปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม เมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นเวลาเกือบ 20 ปีมาแล้วในพื้นที่ 53 ไร่ พื้นที่แห่งนี้สมัยก่อนมีการทำไร่นาสวนผสม แต่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังจึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกส้มโอ เพราะเป็นพืชที่ทนน้ำขังได้ดี อีกทั้งสภาพดินของที่นี่จะมีแคลเซียมสูง เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากทะเล ทำให้เมื่อมีการปลูกส้มโอจะได้รสชาติส้มโอที่มีความเฉพาะไม่เหมือนใคร คือ รสหวานนุ่ม ด้านคุณลักษณะเฉพาะของส้มโ
ธนชาตประกันภัย จับมือ ทีเอ็มบี ขายประกันภัยผ่านสาขาธนาคาร ให้ลูกค้ากว่า 6 ล้านรายเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพได้ง่ายขึ้น ขายประกันภัยผ่านสาขาธนาคาร – ธนชาตประกันภัย จับมือ ทีเอ็มบี ขายประกันภัยผ่านสาขาของทีเอ็มบีกว่า 400 สาขาทั่วประเทศ มอบความสะดวกให้ลูกค้ากว่า 6 ล้านรายของทีเอ็มบีเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัยคุณภาพได้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย โดยมั่นใจด้วยความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ทีเอ็มบีที่สามารถเป็นที่ปรึกษาและดูแลสุขภาพทางการเงินให้ลูกค้าจะทำให้ความร่วมมือกันครั้งนี้ประสบผลสำเร็จด้วยดีอย่างแน่นอน นางสาวสุวิมล บุนนาค Chief Sales Channel Officer บมจ.ธนชาตประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายในการขยายช่องทางการให้บริการเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่าย และสะดวกตรงกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา และถึงแม้ว่าในปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของลูกค้าจะเปลี่ยนไป โดยมีการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่ยังมีลูกค้ากลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งที่ยังมีความพึงพอใจที่จะใช้บริการและมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่เพราะมีความรู้สึกอุ่นใจในก
จราจรคลี่คลาย แมสก์ปัจจัยที่ห้า : โควิด-19 จุดเปลี่ยนสังคมมนุษย์!?! กลัวจะตายอยู่แล้ว…โควิด-19 แล้วไงต่อดี!! รับรู้ข่าวโรคอุบัติใหม่ ชื่อน่ารักมาก “โควิด-19” แต่ไม่ยักจะน่ารัก สุดแสนจะร้ายกาจ ติดง่ายเหมือนหวัด แต่ทำร้ายปอดจนถึงตายได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงคนอายุเยอะ หรือมีโรคประจำตัว ตะแรกก็แค่ช็อก ตกใจ ตามอ่านข่าว ตั้งอกตั้งใจศึกษา ยิ่งรู้ ยิ่งเห็นข่าวการแพร่ระบาดแบบรวดเร็ว จากตัวเลขคนติดเชื้อเป็นร้อย ขยับเป็นพันแค่ไม่กี่วัน จนในที่สุดแตะหลักหมื่น ใกล้ๆ จะเป็นแสนอยู่รอมร่อ จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่นี้ ปาเข้าไป 3,000 กว่าคนแล้ว จากจีนเมืองเดียว ลามระบาดไปถ้วนทั่ว แทบจะทุกทวีป เฉียด 100 ประเทศแล้ว ยิ่งเสพข่าวก็ยิ่งกลัว ความกลัวแผ่ซ่านไปทั้งสังคม กลัวเชื้อโรคจนเลิกไปเที่ยวต่างประเทศ ทั้งที่ช่วงต้นปี หนาวเริ่มคลาย เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้สวย ซากุระยอดฮิตของญี่ปุ่น ปีนี้คงบานแบบไร้คนดูเป็นครั้งแรก อยู่แต่เมืองไทย ก็ยังไม่เลิกกลัว วิ่งวุ่นหาซื้อหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ จนสินค้า (รัฐบอก) ไม่ขาดตลาด แต่หาซื้อกันไม่ได้ ยิ่งกลัวสุดๆ เมื่อเห็นข่าวแก๊งขา
“หากินยากเหลือเกิน” เสียงครวญจากบางแสน! “ลุงตู่” ออกเถอะ เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสเดินทางไปเปิดสมองหย่อนใจริมชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เห็นคนไทยเที่ยวเมืองไทยกันหนาตาพอสมควร นึกดีใจแทนคนทำมาค้าขาย ระหว่างชมวิวทิวทัศน์เพลินๆ เห็น “หมอนวด” เดินมาเสนอบริการให้ถึงเก้าอี้ชายหาด เลยอุดหนุนเสียหน่อย ถามไถ่ถึงค่าเหนื่อย เธอบอก ชั่วโมงละ 200 บาท เท่านั้น เห็นตั้งอกตั้งใจนวดด้วยท่าทางแข็งขัน จึงชวนคุยไปพลางเพื่อให้ผ่อนคลายกันทั้งสองฝ่าย เริ่มต้นถามถึงพื้นเพ เธอบอก ปัจจุบันอายุสี่สิบเศษ พื้นเพเป็นคนภาคอีสาน แต่งงานอยู่กินกับสามีจนมีลูกด้วยกันสองคน สมัยยังใช้ชีวิตคู่ เคยทำธุรกิจรับเหมาตกแต่งภายใน อยู่ที่กรุงเทพฯ กระทั่งราว 14 ปี ก่อนหน้านี้ มีเหตุอันเลิกราแยกทาง จึงต้องเลี้ยงลูกเองในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว ส่งเสียให้ลูกเรียนจบแค่ ม.3 เพราะหาคนเดียวไม่ไหว นวดไป-คุยไป ต่อว่า เมื่อต้องเลี้ยงตัวเองและส่งเสียลูก เธอจึงไปฝึกอาชีพ “หมอนวด” กับกรมฝีมือพัฒนาอาชีพที่บ้านเกิด ก่อนญาติที่มาอยู่บางแสนก่อนแล้ว พามาทำงานด้วยกันตั้งแต่ 12 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเทศบาลยังไม่มีการออกบัตรให้ แต่ต
