Exclusive
เทรนด์รักสุขภาพยังคงอยู่ในกระแส การดูแลสุขภาพที่ดีก็ต้องเริ่มต้นจากการออกกำลังกายและการดูแลจากภายในผ่านอาหารการกิน ล่าสุด บริษัท ซีพี บีแอนด์เอฟ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ เปิดตัวสินค้าแบรนด์ใหม่ “FARM MEE” (ฟาร์มมี) แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพพร้อมรับประทาน พร้อมกับเปิดพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ “เดี่ยว-สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล” นักแสดงหนุ่มผู้มีบุคลิกและไลฟ์สไตล์ตรงกับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ โดยแบรนด์ FARM MEE (ฟาร์มมี) มาพร้อมคอนเซ็ปต์ FREEDOM OF HEALTHY CHOICE “ทางเลือกอิสระของคนรักสุขภาพ” ที่มาจากแนวคิด “อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพดี ปลอดภัย ทานสะดวก หาซื้อง่าย” นอกจากนี้ FARM MEE (ฟาร์มมี) ยังได้นำผักผลไม้ของเกษตรกรไทย รวมไปถึงสินค้าแนวสุขภาพจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาจัดจำหน่ายด้วย ดร.นริศ ธรรมเกื้อกูล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้บริหารแบรนด์ FARM MEE (ฟาร์มมี) กล่าวว่า FARM MEE เป็นแบรนด์ที่ผลิตและจัดจําหน่ายสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ เรียกได้ว่า เพียงเห็นคำว่า FARM MEE ก็สามารถมั่นใจได้ว่าสินค้าทุกชิ้นที่ซื้อกลับไป จะไ
ไลฟ์สดขายน้ำพริก หาเงินเลี้ยงลูกพิการ รายได้น้อยไม่ท้อ เพราะมีคนลำบากกว่า ในยุคแข่งขันออนไลน์รุนแรง ทำให้รูปแบบการขายของนั้นมีหลากหลาย “ไลฟ์สด” ถือเป็นรูปแบบการขายที่ได้รับความนิยม จากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เป็นอย่างมาก แต่ไลฟ์ของแม่ค้าท่านนี้ มี “จุดสะดุด” จน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ต้องติดต่อขอพูดคุยด้วย คุณมิ้น–ปรียาภา ศุปธรรม คือชื่อของแม่ค้าวัย 26 ปีคนนี้ โดยคุณมิ้นเล่าให้ฟังว่า เดิมทีเธอทำงานอยู่ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง เธอก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป ที่มีสามีมีครอบครัว ต่อมาก็ตั้งครรภ์ใช้ชีวิตและให้กำเนิดน้องบิวไปตามปกติ จนเมื่อพบว่าลูกสาวของตนที่ขณะนั้นอยู่ในวัยเพียง 7 เดือนไม่มีพัฒนาการใดๆ อย่างที่เด็กควรจะเริ่มมี อาทิการตะแคงตัวหรือนอนคว่ำ จึงพาลูกไปตรวจ จนทราบว่าลูกตัวน้อยของเธอมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด “ตอนนั้นหมอส่งให้ไปทำกายภาพ คิดว่าไม่เป็นอะไรมากเพราะเด็กเดี๋ยวนี้เป็นโรคพัฒนาการช้ากันเยอะ ก็พาน้องบิวไปกายภาพที่โรงพยาบาล อาทิตย์ละ 2 วัน วันละ1 ชั่วโมง ตั้งแต่อายุได้ 7 เดือนจนน้องบิวได้ขวบนิดๆหมอเห็นว่าอาการไม่ปกติเลยส่งตัวไปตรวจสมองอีกโรงพยาบาลหนึ่ง จนได้รู้ว่าน้องป่ว
หนุ่มร้อยเอ็ดหัวใจพัฒนา ทิ้งเงินเดือนเหยียบแสน สร้างโมเดลท่องเที่ยวยั่งยืน เพิ่มรายได้ให้ชุมชน “การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ” คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็
เปิดนานกว่า 4 ทศวรรษ ร้านขนมไทยโบราณเมืองแปดริ้ว อร่อยระดับเชลล์ชวนชิม หากเอ่ยถึงร้านขนมไทยสักร้าน ที่ยังคงมนต์เสน่ห์และรสชาติของขนมไทยโบราณไว้จนถึงปัจจุบัน คงต้องยกให้ “รินขนมไทย” ร้านนี้อยู่สร้างความอร่อยมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เป็นร้านของฝากจากเมืองแปดริ้วที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพอย่างดีมาเพื่อผู้บริโภคโดยแท้จริง คุณริน-ภาวริน น้อยใจบุญ ทายาทรุ่นสอง ในวัย 49 ปี เธอเข้ามารับช่วงต่อ ดูแลกิจการร้านรินขนมไทยตั้งแต่ปี 2544 เพียงแต่ตอนนั้นเข้ามาดูแลกิจการในส่วนบัญชี จนปี 2559 เธอได้เข้ามาบริหารเต็มตัว ก่อนเล่าย้อนที่มาที่ไปของร้านให้ฟังว่า ร้านรินขนมไทยเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2517 จากความตั้งใจของรุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่อยากทำขนมสูตรโบราณซึ่งได้รับการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นให้เป็นที่รู้จัก เป็นโอกาสดีช่วงนั้นใกล้วันสารทไทย ขนมชนิดแรกของร้านจึงเป็น กระยาสารท ใช้น้ำอ้อยแท้เข้มข้นไม่เหมือนร้านไหน ณ ตอนนั้น รินขนมไทย ยังเป็นกิจการเล็กๆ ภายในครัวเรือน ตั้งอยู่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 314 ใช้พื้นที่หลังบ้านเป็นที่รังสรรค์ความอร่อย ด้วยคนงานเพียง 2-3 คน ส่วนหน้าร้านใช้พื้นที่หน้าบ้านวางขาย และทำตล
ทำไงดี! ขาย “ของออนไลน์” ไม่ได้เลย ไม่มีลูกค้า ไม่มีคนเข้ามาถาม นานเป็นเดือน ไม่กี่วันก่อน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอตคอม ท่านหนึ่ง ตั้งกระทู้น่าเห็นใจ ในฐานะคนค้าขายออนไลน์ ระบุเหตุการณ์ไว้ว่า เธอเริ่มขายอาหารเสริมผิวขาวได้ 1 เดือนแล้ว เป็นตัวแทนจำหน่าย เบื้องต้นเปิดหน้าร้านผ่านทางไอจี พยายามแอดเพื่อนที่ดูว่าสนใจเรื่องความงาม ฟอลโล่ (ยอดผู้ติดตาม) ไปเยอะมากจนไม่สามารถฟอลได้ แต่ได้คนที่ฟอลกลับมามีแค่ 100 นิดๆ จากนั้นเธอก็อัพรูป ลงรูปสินค้า ลงรูปรีวิวที่ทางแบรนด์ให้มา อัพสตอรี่ แต่ก็ไม่มียอดฟอลเพิ่มขึ้น เลยตัดสินใจไปจ้างปั๊มยอดผู้ติดตามค่ะ ได้มาประมาณ 1,000 คน “เราคิดว่าแค่ให้ยอดฟอลสูงหน่อย จะได้น่าเชื่อถือ แต่ก็เท่านั้นค่ะ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เราพยายามโปรโมต ถ่ายรูปตัวเองลง (เราผิวขาว) แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราเลยตัดสินใจจ้างไอจีโปรโมต เราจ้าง 1 วัน 300 บาท ผลตอบรับคือ มีคนเห็นโพสต์เราเยอะค่ะแต่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเข้ามาถาม ได้มาแค่ไลก์ประมาณ 300+ไลก์ เราเลยตัดสินใจทำเพจในเฟซบุ๊กค่ะ พอทำเสร็จเราก็เชิญเพื่อนที่เรามีอยู่ 4,000 กว่าคน แต่มีคนที่ยอมกดไลก์ไม่ถึง 50 คน เราจึงพยายามสร้างกิจกรรม ใ
“ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้าน” ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวริมโขง สร้างรายได้มั่นคงให้ชุมชน “เชียงคาน” เมืองโบราณเก่าแก่ริมฝั่งโขง เป็น 1 ใน 14 อำเภอของจังหวัดเลย ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ปัจจุบัน เชียงคาน เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายที่ต้องการเข้ามาสัมผัสความสวยงามของวิถีชุมชน ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนเก่าให้เป็นแหล่งเรียนรู้ พร้อมกับงานศิลปะต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคนรุ่นใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา ประเพณีความเชื่อ และการสืบทอดวัฒนธรรมจากอดีต จนเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้รับเกียรติจาก องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.ให้เข้าร่วมทริปศึกษาศักยภาพพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ที่จังหวัดเลย โดย คุณธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย อพท. ได้พาไป “ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน” บรรยากาศช่วงบ่ายในฤดูฝน ทำให้อากาศกำลังเย็นสบายเหมาะกับการล่องเรือกินลมชมวิวร
POEM ห้องเสื้อแบรนด์ไทย “สวยหรู ดูแพง” ติดระดับโลก POEM – มีอยู่ช่วงหนึ่งที่การเมือง เกิดกระแสที่คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ได้วิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับเรื่องสีเสื้อผ้าที่ตรงกับธรรมเนียมปฏิบัติ ของคุณพรรณิการ์ วานิช สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่สวมใส่เข้าสภา จนสังคมในโลกโซเชียล หันไปโฟกัสกับแฟชั่นเสื้อผ้าของคุณช่อ พรรณิการ์ ที่ต้องยอมรับว่า ถ้าตัดเรื่องข้อโต้แย้งว่า ถูกหรือผิดธรรมเนียมแล้ว เป็นชุดที่ดูดี มีเอกลักษณ์โดดเด่น อีกทั้งสนนราคาก็ใช่ย่อย ชุดนี้เกือบ 3 หมื่นบาทเลยทีเดียว ซึ่งแบรนด์ที่คุณช่อ พรรณิการ์ ใส่ นักสืบโซเชียลต่างสืบทราบกันมาว่า เป็นห้องเสื้อแบรนด์ไทย POEM เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นไทยมายาวนาน ด้วย “ความสวยหรู ดูแพง” ที่เป็นเอกลักษณ์เด่น ดูได้จากชุดแจ๊กเก็ตสูทโทนสีขาว-ดำ คอลเล็กชั่น Black & White OMBRE ที่คุณพรรณิการ์ใส่ ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น จึงไม่แปลก ที่เหล่าเซเลบริตี้ สาวสังคม และดารานักแสดง จะให้ความนิยมกันเป็นอย่างมาก คุณฌอน–ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของร้าน วัย
จำความลำบากได้ดี! หมุนจนหัวหมุน กู้นอกระบบ โดนแย่งลูกค้า กว่าจะมีวันนี้ คุณวาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด วัยหกสิบกว่า เจ้าของสินค้า แบรนด์ Naraya-นารายา ผลิตภัณฑ์งานฝีมือทำจากผ้ากว่าหนึ่งหมื่นแบบ ซึ่งว่ากันว่าใครมาเที่ยวเมืองไทย ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ของเธอติดไม้ติดมือกลับไป ไม่อย่างนั้นอาจมาไม่ถึง เริ่มต้นให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวส่วนตัวในอดีตให้ฟังด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี บ้านของเธอเป็นครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ที่ไม่ให้ลูกสาวเรียนหนังสือเยอะ ตัวเองจบแค่ ป.4 ก็ต้องออกจากโรงเรียนไปขายของที่ตลาดประตูน้ำ “เป็นแม่ค้าขายไข่ไก่ ไข่เค็ม ขายถุงพลาสติก อยู่ที่ประตูน้ำนาน 20 ปี ใจจริงไม่อยากขายของ ไม่ชอบบรรยากาศในตลาด อยากเรียนหนังสือมากกว่า แต่ตอนนั้นเลือกไม่ได้ เลยพยายามหาเวลาไปเรียนช่วงกลางคืน จนได้เทียบวุฒิมัธยมฯ พอคุณแม่เสีย เลยตัดสินใจไม่เป็นแม่ค้าประตูน้ำอีกแล้ว” คุณวาสนา ย้อนความทรงจำ และเผยถึงอาชีพที่ใฝ่ฝัน อยากทำงานเป็นมัคคุเทศก์ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ไกด์” มากที่สุด “ฝันอยากเป็นมัคคุเทศก์ อยากพูดภาษาอังกฤษเป็น อยากเดินคู่กับฝรั่ง เพราะรู้
สุภาพแต่เจ็บมาก! ชาวเน็ตแห่ชื่นชม ร้านนาฬิกาหรูห้างดัง แจงเหตุ “ขายตรง” แต่ไม่ตรง เกิดพฤติการณ์ “ความไม่ตรง” ของผู้คนในแวดวงอาชีพ “ขายตรง” จำนวน 3 คน ที่นำกล่องนาฬิกายี่ห้อแพงของตัวเอง ไป “แอ๊บ” ถ่ายรูปในร้านขายสินค้ายี่ห้อดังกล่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดอยู่ในห้างหรูกลางกรุง ก่อนคนกลุ่มเดิมจะนำภาพดังกล่าวไปโพสต์บนโลกโซเชียล พร้อมระบุข้อความ ให้คนทั่วไปอ่านและเข้าใจผิดว่าอาชีพที่พวกเขาทำอยู่นั้น สามารถหาเงินซื้อของแพงได้แบบสบาย เพียงหวังสร้าง “ฝันลวง” ให้กับบรรดา “ลูกทีม” ทั้งหลายแหล่ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้ชื่อบนเพจฟซบุ๊กว่า Natee Masathienvong ได้ออกมาชี้แจง “ความจริง” ตีแผ่ให้โลกโซเชียลได้รับรู้ถึงพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลของกลุ่มคนดังกล่าว ร่ายยาวเป็นข้อๆ ละเอียดยิบเห็นภาพชัด ชนิดชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น “ชี้แจงได้น่ารักมากค่ะ” “ร้านนี้จรรยาบรรณดีมากค่ะ น่าไปอุดหนุน” “เป็นการตอบคำถามอย่างมืออาชีพมากครับ” “เป็นคำอธิบายที่สุภาพแต่เจ็บมาก” เป็นต้น สำหรับเนื้อหาโพสต์จากเจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้นามบนเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้ “เนื่องจาก
เปลี่ยนแปลงใหญ่ในรอบ 20 ปี! ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดัง เลิกใช้ “ตะเกียบครั้งเดียวทิ้ง” นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สังคมบ้านเราวันนี้ เกิดกระแส “รักษ์สิ่งแวดล้อม” แพร่หลายอย่างจริงจังและกว้างขวาง ในหลายภาคส่วน ทั้งระดับบุคคล องค์กร รวมไปถึงภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ อย่างล่าสุด “ฟูจิ” ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดัง ที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ก่อตั้งสาขาแรกตั้งแต่ปี 2542 หรือราว 20 ปีก่อน ได้รับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ กระทั่งปัจจุบันมีร้านสาขากว่าหนึ่งร้อยแห่งนั้น ได้มีการ “เปลี่ยนแปลง” ครั้งสำคัญ สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับลูกค้า “เก่าแก่” ไม่น้อย นั่นคือการเลิกใช้ “ตะเกียบไม้ไผ่แบบครั้งเดียวทิ้ง” ห่อกระดาษ ที่วางต้อนรับอยู่บนโต๊ะพร้อมถ้วย-จาน เมื่อลูกค้าเลือกสั่งอาหารเสร็จ ก็มักจะฉีกซอง หักตะเกียบ พร้อมคีบทันทีเมื่อจานโปรดมาวางตรงหน้า “อ้าว เลิกใช้ตะเกียบแบบเก่าแล้วหรือ อาทิตย์ที่แล้วมา ยังไม่เปลี่ยนเลย” ลูกค้าวัยกลางคน อดแปลกใจไม่ได้ “เพิ่งใช้วันแรกเลยค่ะ ที่จริงบางสาขาทยอยเปลี่ยนมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่สาขานี้ เพิ่งเปลี่ยนวันนี้ (1 ก.ค.62) แล้วก็จะเปลี่ยนให้เหมือนกันหมดเลยค่ะ” พนักงานสาวประ
