Exclusive
“ซันกรุ๊ป” ต้นตำรับเลี้ยงไก่ด้วยอาหารสมุนไพร คว้าสุดยอดนวัตกรรม ในงาน THAIFEX 2019 คุณจำลอง เติมกลิ่นจันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ซันกรุ๊ป เป็นผู้ผลิตเนื้อไก่สดและแปรรูปของไทย ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี มุ่งเน้นการทำวิจัยทั้งภายในองค์กร มีความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและต่างประเทศมาโดยตลอด ทำการวิจัยค้นคว้าในทุกส่วนของธุรกิจปศุสัตว์ คิดค้นสูตรอาหารสัตว์ที่ประกอบด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด ทั้งสมุนไพรไทยและสมุนไพรนำเข้าจากต่างประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าเป็นผู้ผลิตเนื้อไก่ที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะทุกชนิดในการเลี้ยงไก่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ด้วยเหตุนี้ เนื้อไก่ของซันกรุ๊ป จึงได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนวัตกรรม Top Innovative Product ในงาน THAIFEX – World of Food Asia 2019 จากกว่า 700 นวัตกรรมที่ส่งเข้าประกวดจากทั่วโลก “เนื้อไก่ของซันกรุ๊ป ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานคุณภาพระดับส่งออก GMP, HACCP, BRC และ HALAL รวมทั้งได้รับการยอมรับจากต่างประเทศว่าเป็นเนื
เอกลักษณ์อาหารไทย – มีคำถามมาไกลจากเมืองกว่างโจว หรือสำเนียงไทยๆ ว่า กว่างเจา นักข่าวท้องถิ่นถามผ่านสำนักกงสุลใหญ่ ณ เมืองกว่างโจว มา คำถามเขามีว่า “เอกลักษณ์ของอาหารไทยที่โดดเด่นจริงๆ สัก 2 อย่าง คืออะไร” ถามสั้นแต่ตอบยาวครับ คนไทยเราส่วนใหญ่จะตอบได้ เอกลักษณ์ของอาหารไทยปัจจุบันคือ ครบรส เผ็ด เค็ม หวาน เปรี้ยว มัน ขม เป็นอาหารมีเครื่องเคียง เป็นสำรับ เป็นอาหารตามหลักโภชนาการ มีสมุนไพรหลากหลายนานาชนิด และเป็นอาหารผสมผสานคือ ผสมเอาอาหารที่มาจากชาติต่างๆ มาลงอยู่ในอาหารไทยได้ลงตัว เช่น น้ำพริกแกงเผ็ดจากอินเดียมาอยู่ในแกงเผ็ด เส้นก๋วยเตี๋ยวจีนมาอยู่ในผัดไทย ซึ่งไปหากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากเมืองไทย (และร้านอาหารไทยในเมืองนอก) จำกัดให้ตอบเอกลักษณ์แค่ 2 อย่าง ผมเลือกตอบเรื่องรสชาติ กับความเป็นอาหารโภชนาการ อาหารไทย เป็นอาหารที่ครบรสใน 1 จานหรือใน 1 สำรับ รสชาติของอาหารไทยมาจากการกินผสมผสานส่วนประกอบในอาหารจานนั้นๆ หรือในสำรับนั้นๆ ได้รสชาติที่หลากหลายทั้ง เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด มัน ขม แล้วแต่ความต้องการของผู้กิน เช่น ผัดไทยคือก๋วยเตี๋ยวผัดมีรสเค็มหวานมัน ผู้กินอาจจะบีบมะนาวเพิ่มรส
“อาฟเตอร์ยำ” ร้านยำคิวยาว แซ่บนัวทุกจาน ดารายังถ่อมากิน พูดถึงร้านยำแซ่บๆ นาทีนี้คงต้องยกให้ “AFTER YUM (อาฟเตอร์ยำ)” ที่เหล่าดารา เซเลบ เน็ตไอดอล เว็บไซต์และเพจรีวิวต่างๆ แวะเวียนมาแทบทุกวัน ถึงขนาดเอาเสื่อมานั่งรอนอนรอ บางคนมารับจ้างหิ้วให้คนอยู่ไกลแต่อยากกินเกิดเป็นอาชีพซะอย่างนั้น แต่ทั้งหมดบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุกจานอร่อย วัตถุดิบสดใหม่ น้ำยำรสเด็ดแซ่บถึงใจ โดยร้านนี้เป็นการรวมหุ้นกันระหว่าง คุณแต๋ง-กฤษฎ์กูล ชุมแก้ว กับ คุณดุจดิว-ธีรวิวัฒน์ บุตรตะยา สองเพื่อนซี้เน็ตไอดอล ที่มีฝีมือการยำสุดแซ่บ โดยร้านนี้เริ่มต้นจากการทำยำกินกันเองเล่นๆ เมื่อช่วงเทศกาลกินเจ ปลายเดือนตุลาคม ปี 2561 “ทำยำให้น้องกินแล้วติดใจ ยำให้กิน 4 วันติด ถ้าจะขนาดนี้ เราเปิดร้านขายยำกันเล่นๆ มั้ย บังเอิญไปเติมน้ำมันที่ปั๊มคาลเท็กซ์ พัทยากลาง เห็นมีล็อกว่างอยู่เลยติดต่อ วางเงิน อีกวันเปิด กะเปิดกันเล่นๆ 3 เดือนแล้วเตรียมตัวเจ๊ง” คุณแต๋ง เล่าให้ฟังแบบติดตลก แต่ใครจะคิด หลังเปิดร้านตั้งแต่วันแรก จากที่คิดไว้ว่าร้านคงเงียบเหงา แต่อาฟเตอร์ยำกลับได้รับความนิยมจากลูกค้าทุกสารทิศเรียกว่าล้นหลามเลยก็ว่าได้ สำหรับเมนูที
ฟังหลักคิด “พี่วิน” หัวใจติสท์ “ไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะทำงานพร้อมกับสิ่งที่ชอบ” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาไปรู้จักกับ “พี่วิน” หัวใจติสท์ อย่าง คุณเอก – พิชัย แก้ววิชิต หลังจากเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์อยู่พักใหญ่ๆ เกี่ยวกับนิทรรศการภาพถ่ายสุดมินิมอลของเขา ที่เพิ่งจัดไปในพิพิธภัณฑ์บ้านฝรั่ง เมื่อหลายวันก่อน คุณเอก ย้อนความให้ฟัง เคยเป็นเด็กเข็นผักผลไม้อยู่ตลาดมหานาค จนกระทั่งแฟนตั้งท้องลูกคนแรก ค่าใช้จ่ายมันก็เยอะขึ้น ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่านม ค่าจิปาถะ จึงไปสมัครเป็นแมสเซนเจอร์ หวังเพิ่มรายได้ แต่เงินเดือนที่ได้มาก็ยังก็ไม่พอใช้อยู่ดี โชคดีที่คนข้างห้อง รู้จักกับ “หัวหน้าวิน” แถวเขตราชเทวี เขาเลยฝากงานให้ นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ โลกของวินมอเตอร์ไซค์อย่างคุณเอกไม่ได้กว้างมากนัก ชีวิตที่วันๆ วนเวียนอยู่กับถนน มีแต่ความวุ่นวาย หดหู่ ทางออกของความเครียดที่ดีที่สุดคือ ความสุนทรีจากงานศิลปะ “ผมชอบดูงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เวลาเสพงานศิลป์แล้วผมรู้สึกเหมือนได้อยู่กับตัวเอง จนผมรู้สึกว่าขาดไม่ได้ นั่นคือชีวิตของผม จุดเปลี่ยนของชีวิตที่
“พาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล” บริการรับจ้างตอบโจทย์สังคมสูงวัย จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทย ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยใกล้จะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แน่นอนเมื่อสังคมเปลี่ยน อะไรหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนตาม หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงนั้น ก็มีการเกิดใหม่ของธุรกิจ หรือบริการต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทในสังคมด้วย “บริการรับจ้างพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล” ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ บริการที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสัมคม โดยครูอ๊อด – วรรณวิภา มาลัยนวล วัย 58 ปี ผู้ให้บริการรับจ้างพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงที่มาที่ไปของบริการนี้ว่า เมื่อก่อน เธอเคยเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง แต่เออร์ลี่ รีไทร์( early retire ) ออกมาก่อน จึงหันมาเป็นครูสอนโยคะ และได้ทำงานร่วมกับกลุ่มพีซฟูล เดธ ( peaceful death ) ชื่อโครงการชุมชนกรุณาเพื่อการอยู่และตายดี ปกติ คุณอ๊อดจะเป็นคนพาคุณแม่ไปโรงพยาบาลเป็นประจำ ผู้ป่วยที่มาใช้บริการโรงพยาบาล ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุที่เดินทางมาคนเดียว เธอจึงเห็นว่า ผู้สูงอายุยังไม่ค่อยเข้าใจขั้น
“บอย โกสิยพงษ์” หาทางรอดให้ธุรกิจ วางแนวคิด “ต้นไม้รอดตาย…จากป่าคอนกรีต” อย่างที่ทราบๆ กันกระแสของการเปลี่ยนแปลงกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจและธุรกรรมในทุกรูปแบบ จนทำให้มีผู้กล่าวกันว่าหากใครไม่ตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ดีจะทำให้ตกยุคสมัยได้ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้กำลังเป็นจริงเข้ามาเรื่อยๆ เพราะถ้าสังเกตจากสิ่งรอบข้างของตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นวงการสื่อสารมวลชน ธุรกิจการเงินการธนาคาร เอนเตอร์เทนเมนต์ โรงพยาบาล รวมไปถึงอุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ เราจะเห็นว่านวัตกรรมทางเทคโนโลยีกำลังเข้ามาทดแทนแรงงานคน กล่าวกันว่าอีกไม่เกิน 3 ปีภาพต่างๆ เหล่านี้จะชัดเจนยิ่งขึ้น ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ โดยเฉพาะค่ายศิลปินเพลงต่างๆ จึงปรับตัว 360 องศา เพื่อหนีตาย เอาตัวรอด และเพื่ออยู่ให้ได้อย่างยั่งยืนต่อไป “บอย โกสิยพงษ์” ก็มองเห็นตรงนี้ ทั้งๆ ที่ค่ายเพลงของเขาไม่ได้ใหญ่โตเหมือนกับค่ายเพลงอื่นๆ แต่กระนั้น เมื่อถึงวันหนึ่งเขาเริ่มมองเห็นกระแสของการเปลี่ยนแปลงกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการทำลายล้างธุรกิจเพลง ตอนนั้นฝั่งตะวันตกเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้ว เพี
สาวฟรีแลนซ์ รับจ๊อบ “หิ้วยำ” เจ้าดังพัทยา รายได้ไม่แน่นอน แต่คุ้มค่าน้ำมัน รับหิ้วยำ – หากเป็นเมื่อก่อน เวลามีร้านอาหารที่ไหนดังๆ คนก็จะดั้นด้นเดินทางไปต่อแถวรอคิวเข้าร้าน เพื่อที่จะได้ลองสัมผัสรสชาติอาหารที่ว่า บางคนรอแล้วได้ทาน บางคนรอเป็นวันก็ยังไม่ได้ทาน หรือบางคนบ้านไกล ไม่สามารถเดินทางไปที่ร้านได้ จะฝากเพื่อนซื้อ ฝากคนรู้จักซื้อบ่อยๆ ก็เกรงใจ แต่ถ้าจะไปกินร้านอื่นแทนก็ไม่เหมือนกันอีก จนมีคนหัวใส ผุดไอเดียทำธุรกิจที่เรียกว่า “รับหิ้ว” ขึ้น การรับหิ้ว หลายๆ คนคงมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเรื่องใหม่อะไรนัก เพราะปัจจุบัน มีธุรกิจรับหิ้วเยอะแยะไปหมด ทั้งรองเท้า โลชั่น น้ำหอม เครื่องสำอาง หรือ ขนมจากต่างประเทศ แต่น้อยมากที่จะเห็นคนหันมาจับ “ธุรกิจรับหิ้วยำ” กัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณมันนี่ – กุลทรัพย์ ตั้งวัฒนะกุล สาวชาวกรุง วัย 27 ปี หนึ่งในคนที่ทำธุรกิจ “รับหิ้วยำ” จากร้าน “อาฟเตอร์ ยำ” เจ้าดังแห่งเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเธอเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันทำงาน เป็น “ฟรีแลนซ์” อาศัยอยู่แถวถนนพระราม 2 เขตราษฎร์บูรณะ โดยปกต
“แฮนด์ครีมกลิ่นกลิ่นต้มยำกุ้ง” ไม่ซ้ำใคร โดนใจต่างชาติ เมื่อไม่กี่วันก่อน มีโอกาสได้ไปเดินที่สยามดิสคัฟเวอรี่ในโซนสปา ไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่ง ชื่อว่า ร้านรื่นรมย์ ขายผลิตภัณฑ์สปา เครื่องประทินผิว ทั้งสครับน้ำหอม ครีม โลชั่น และเครื่องหอมต่างๆ ที่มีให้เลือกซื้อหลากหลาย แต่ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ร้านนี้อยู่ที่ “กลิ่น” และ “แพ็กเกจ” ต่างๆ ของเขานี่แหละ ที่เมื่อหยิบขึ้นมาดูปุ๊บ เป็นอันต้องแปลกใจกับความแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างแฮนด์ครีมกลิ่นต้มยำ หรือ น้ำหอมกลิ่นถนนข้าวสาร หรือจะเป็นเอสเซนเชียลบาล์ม (ยาหม่อง) ที่มีแพ็กเกจเป็น ครกพร้อมสาก แบบครบเซต คุณแก๊ป – พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล วัย 35 ปี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานตลาดและสร้างสรรค์สินค้า บริษัทคาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) (KARMART) เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟัง ถึงที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์สุดครีเอตเหล่านี้ว่า รื่นรมย์ เป็นแบรนด์ในเครือของบริษัทคาร์มาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทที่นำเข้าสินค้าประเภทเครื่องสำอางจากต่างประเทศ มาจัดจำหน่ายที่เมืองไทย ซึ่งแบรนด์รื่นรมย์ ถือเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกในรอบ 8 ปี ที่บริษัทคาร์มาร์ทได้ดำเนินธุรกิ
ต้นแบบ รพ.อาหารปลอดภัย “อภัยภูเบศร” ใช้ผลผลิตอินทรีย์ ซื้อตรงเกษตรกรร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเจ้าภาพในพิธีลงนามความร่วมมือ 29 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนโครงการเกษตรอินทรีย์และโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย โดยตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ไว้ 15,000 ไร่ ภายในปี 2564 เพื่อรองรับการขยายตัวทางความต้องการของตลาด และเพื่อเป็นต้นแบบจังหวัดสุขภาพดีของประเทศไทย โดยทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นับเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายสำคัญ ที่มีจุดแข็งทางด้าน การผลิตสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยา อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ที่กำลังได้รับความนิยมในท้องตลาด โดยวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต รับซื้อจากเกษตรกรผู้ผลิตพืชสมุนไพรด้วยเกษตรอินทรีย์ จากจุดแข็งดังกล่าว ของรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงเป็นต้นแบบโครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย ที่ใช้วัตถุดิบจากพืชเกษตรอินทรีย์ โดยได้รับซื้อจากเกษตรกร 100 เปอร์เซ็นต์ นายแพทย์นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า อภัยภูเบศร ได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร ได้ปรับเปลี่ยนระบบการผลิตที่
เคลียร์ชัด! กัญชา ไม่ใช่ยาวิเศษ เภสัชกร “อภัยภูเบศร” แนะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้อย่างมีสติ จากกรณีนายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ และหัวหน้าห้องฉุกเฉิน รพ.วิชัยยุทธ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่า พบผู้ป่วยใช้น้ำมันกัญชาโดยการหยดใต้ลิ้นเพื่อให้นอนหลับ โดยใช้เกินขนาด กว่า 40 หยดจนประสาทหลอน และต้องส่งห้องฉุกเฉินในกลางดึก พร้อมกันนี้ยังระบุด้วยว่า ขณะนี้ทุกวันจะมีคนไข้หลายคนขอใบรับรองแพทย์จากหมอเพื่อยืนยันว่าป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับและโรคอื่นๆ เพื่อไปขอรับกัญชา ถึงแม้จะไม่มีรายงานว่ากินน้ำมันกัญชาเกินขนาดทำให้ถึงตาย แต่ก็ทำให้ป่วยถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลได้ และเชื่อว่าในอนาคตจะมีคนไทยที่กินน้ำมันกัญชาเกินขนาดมาเข้าโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าถ้ากินน้ำมันกัญชาเกินขนาดอาจเกิดผลข้างเคียงได้ นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฎการณ์ผู้ป่วยแห่เข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชาจาก โรงพยาบาลหนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยเชื่อว่าจะสามารถรักษาได้หลายโรคนับพันราย ตามที่มีการนำเสนอข่าวนั้น ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิ
