Exclusive
คุณแพท-ธัญญารัตน์ เธียรอำนาจ และ คุณปุ๊ย-แพรวไพลิน ศิริชัยมนัส สองพาร์ตเนอร์ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Garden Atlas เริ่มต้นบทสนทนากับทั้งสองท่าน โดยคุณแพทเป็นคนเล่าจุดเริ่มต้น “พวกเราเริ่มทำแบรนด์เมื่อต้นปี 2560 คุณปุ๊ยซึ่งเป็นดีไซเนอร์ชอบที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการปลูกต้นไม้โดยเฉพาะ เราเห็นตรงกันว่า ต้นไม้ที่สวยงามยังไม่มีกระถางที่โดนใจหรือมีทางเลือกมากนัก เน้นสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย โครงสร้างเหล็กเพื่อความแข็งแรง” ส่วนการร่วมงาน คุณแพทกับคุณปุ๊ยรู้จักกันผ่านการทำงาน ด้วยคุณปุ๊ยเป็นดีไซเนอร์ ส่วนคุณแพททำงานแมกกาซีนตกแต่งบ้าน จึงรู้จักกัน โดยในงาน “FUZE” ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์พิเศษ ที่รวบรวมผลงานดีไซน์คอลเล็กชั่นพิเศษ ในรูปแบบ POP UP STORE ของดีไซเนอร์ไทยจากโครงการ Talent Thai & designers’ Room Garden Atlas ได้นำผลงานคอลเล็กชั่นพิเศษมาแสดง ผลงานชิ้นดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจาก “ครก”ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมของไทยที่มีเอกลักษณ์มาช้านาน นำงานกลึงในการผลิตครกและวัสดุหินแกรนิตไทย ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความทนทานและไม่เป็นตะไคร่มาออกแบบให้เป็นกระถางสำหรับต้นบอนไซขนาดเล็ก (มินิบอนไซ) คุณปุ๊ย เล่าต่อ อ
5 กย 61 “เส้นทางเศรษฐี” จัดสัมมนาฯ ภายใต้หัวข้อ “ดราม่า SMEs ไทย! โต หรือ ตาย…ใครจะรู้” เป็นเวทีที่เหล่าผู้ประกอบการSMEs ไทย จะได้มาแลกเปลี่ยนความคิด แชร์ประสบการณ์ช่วงเวลาวิกฤตของแต่ละธุรกิจ เรียนรู้แนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อเป็นบทเรียนและปรับตัวให้อยู่รอดได้ต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่นี่ คลิก https://www.eventbrite.com/e/-smes-40-smes-tickets-48633702714?aff=es2 ผู้ประกอบการ ที่จะเข้ามาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง แบบ “เล่นเอง เจ็บจริง ไม่มีสแตนด์อิน” ในรูปแบบของ Ted Talk ครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณสุเทพ โพธิ์งาม หรือ “ป๋าเทพ” ฉายาดาวตลกขั้นเทพ กับอีกบทบาทในฐานะ “เอสเอ็มอีผู้ไม่ยอมแพ้” คุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล เจ้าของสลัดผักและผลไม้พร้อมรับประทาน โอ้! เวจจี้ (Oh! Veggies) มนุษย์เงินเดือนที่ยอมเสี่ยงทิ้งงานประจำหันจับธุรกิจที่เชื่อว่ามีอนาคตไกล คุณชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ เจ้าของธัญพืชไร้แป้ง “ไดมอนด์เกรนส์” เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุแค่ 19 เจออุปสรรคสารพัดกว่าที่สินค้าจะติดตลาด คุณชวพจน์ ชูหิรัญ เจ้าของหมูปิ้งเฮียนพ ผู้สร้างตัวเองจากวินมอเตอร์ไซค์ สู่เถ้าแก
ฟาร์มต้นผักแมวน้ำ เปิดมาได้ 2 ปีครึ่ง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ราว 100 ตารางวา ย่านลาดพร้าว โดยพื้นที่แห่งนี้ถูกเนรมิตให้เป็นฟาร์มปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขนาดย่อมๆ ของอดีตตากล้องนิตยสาร ที่อยากหาอาชีพรองรับเพื่อเตรียมพร้อมหลังออกจากงานประจำ เจ้าของต้นเรื่องชื่อว่า คุณแมวน้ำ-บุษกร เบญจกุล อายุ 54 ปี บอกว่า เริ่มทำฟาร์มต้นผักแมวน้ำ เพราะคิดหาอาชีพรองรับหลังออกจากงานประจำ เป็นจังหวะพอดีที่น้องสาวของเธออยากทำฟาร์มเพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้เสริมด้วยเหมือนกัน จึงช่วยกันคิด วางแผน และลงมือทำทันที โดยมีน้องเป็นหุ้นส่วน แต่คุณแมวน้ำคอยดูแลเป็นส่วนใหญ่ เจ้าของฟาร์ม เล่าอย่างใจดีต่อว่า เลือกปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพราะหลงใหลการทำสวน และการปลูกผัก มาตั้งแต่สมัยทำงานเป็นช่างภาพนิตยสาร เพราะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับแหล่งข่าวซึ่งเป็นเกษตรกร และเจ้าของทำสวนอยู่บ่อยครั้ง ได้เห็น ได้ฟังถึงที่มาของแต่ละสวนจึงสั่งสมความชอบมาตลอด “เป็นช่างภาพตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ จนถึงอายุใกล้เกษียณ เรารู้ตัวเองว่าการเป็นช่างภาพเป็นอาชีพที่ไม่คงที่ สักวันต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพราะมีเด็กรุ่นใหม่เข้ามา ฉะนั้น พี่ต้องเตรียมหาอาชีพรองรับ ช่วงเตรียมต
เพราะเงินเดือนอย่างเดียวมันไม่พอใช้ เลยทำให้อดีตเด็กหนุ่มที่อยากรวย ตัดสินใจไม่ทำงานประจำ แล้วหันมาทำธุรกิจส่วนตัว แต่กว่าจะกินหรู ช้อปปิ้ง อยู่สบาย มีเงินพาเเม่เที่ยวต่างประเทศ เคยโดนเจ้าหนี้นอกระบบซ้อมเกือบปางตาย ถูกโกงหมดตัว ทั้งชีวิตมีเงิน 60 บาท สุดท้ายจับทางถูกไปขอความช่วยเหลือให้โรงงานผลิตสบู่ จากนั้นนำไปขาย อาศัยทำการตลาดแบบบ้านๆ ไม่น่าเชื่อยอดขายปีเดียว 300 ล้าน ลูกเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด ชีวิตลำบากตั้งแต่ยังเล็ก ต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยการรับจ้างทุกอย่างจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ก่อนมาเป็นเจ้าของธุรกิจความงามอดีตเคยขาดทุนโดนเจ้าหนี้นอกระบบซ้อมเกือบปางตาย ถูกโกงหมดตัว ทั้งชีวิตมีเงิน 60 บาท สุดท้ายจับทางถูกไปขอความช่วยเหลือให้โรงงานผลิตสบู่ จากนั้นนำไปขาย อาศัยทำการตลาดแบบบ้านๆ ไม่น่าเชื่อยอดขายปีเดียว 300 ล้าน คุณธนกฤต ผ่องใส หรือ คุณเอ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีออนไวท์ ไทยแลนด์ จำกัด เผยเรื่องราวชีวิตว่า เป็นลูกชายคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 3 คน พ่อและแม่เป็นเกษตรกรทำนาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ครอบครัวฐานะยากจน พี่ชายได้เรียนหนังสือจนถึงชั้นมัธยมศึกษา ส่วนตัวเองอาศัยทำงานรับจ้างทุ
บริษัท GM Interfoods จำกัด เป็นบริษัทน้องใหม่ในกลุ่มบริษัท GM Multimedia จำกัด (มหาชน) หรือ GM Group ที่ขยายตัวออกมาเพื่อบริหารจัดการทางด้านธุรกิจด้านอาหารแปรรูป โดยมีคุณเอกระพีร์ สุขกุลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์อยู่ในวงการสื่อสิ่งพิมพ์มากกว่า 20 ปี เป็นผู้นำทัพในธุรกิจใหม่ของ GM Group นี้ โดยได้กล่าวถึงผลิตภัณฑ์แรกที่จะออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ไว้ว่า “สำหรับผลิตภัณฑ์แรกที่กำลังจะนำออกสู่ตลาดเร็วๆ นี้ เป็นขนมผักกรอบสุญญากาศ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ มันม่วงญี่ปุ่น สายพันธุ์โอกินาวา ฟักทอง ถั่วแขก เห็ดฮังการี และแคร์รอต ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘Deedy’ ที่บรรจุอยู่ในแพ็กเกจจิ้งที่ทันสมัยสะดุดตา และยังคงรักษาความกรอบของขนมไว้ได้ ประกอบด้วย 3 รสชาติ คือ Wasabi Salad (สูตรผงน้ำสลัดวาซาบิ), Seafood Salad (สูตรผงน้ำสลัดซีฟู้ด) Thousand Island Salad (สูตรผงน้ำสลัดเทาซันไอส์แลนด์) เพื่อให้มีรสชาติอร่อยและรับประทานง่าย เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย “โดยในกระบวนการผลิต เราใช้น้ำมันรำข้าวเพียง 2% ในการทอด ด้วยเครื่องจักรทันสมัยที่ได้มาตรฐาน GMP แล้วสลัดน้ำมันอ
“ครัวในบ้าน สร้างรายได้” ไก่อบวุ้นเส้น+น้ำจิ้มแซ่บสามรส ในสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ แค่รายรับแต่ละเดือนก็แทบไม่พอ เรื่องจะขอกินปู-กินกุ้ง ช่วงปลายเดือน เห็นจะอิมพอสซิเบิ้ล เดินตลาดเมื่อวันก่อน เลยนึกถึงเมนูรสชาติใกล้เคียงของหรู แต่ลงทุนไม่มากขึ้นมาได้ “ไก่อบวุ้นเส้น+น้ำจิ้มแซ่บสามรส” วัตถุดิบหลัก ไก่สด ส่วนสะโพก-น่อง 3 ชิ้น, เครื่องในไก่ 3 พวง, วุ้นเส้น 2 ห่อเล็ก, ขิง 3 แง่ง, ผักขึ้นฉ่าย 10 บาท, กระเทียม 1 หัว, พริกไทยเม็ดห่อเล็ก เบ็ดเสร็จจ่ายไปสองร้อยมีเงินทอน เริ่มต้น บุบ ขิง กระเทียม พริกไทยเม็ด พอเบาๆ ก่อนตักใส่กระทะคั่วไปเรื่อยๆ ด้วยไฟอ่อนจนส่งกลิ่นหอม ค่อยใส่เนื้อไก่ที่ทำความสะอาดดีแล้วลงในกระทะ เอาด้านหนังลงไปจี่ให้เสียงดังฉู่ฉ่า เหยาะซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซีอิ๊วดำ ก่อนเติมน้ำเปล่าให้ท่วมเนื้อไก่ค่อยปิดฝา เร่งแก๊สเพิ่มอีกนิด รออึดใจเดียว น้ำเดือด เปิดฝาใส่เครื่องในไก่ ปิดฝารอน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่วุ้นเส้นแช่น้ำที่หมักด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส มานิดหน่อย ลงไปในกระทะ เกลี่ยและกดวุ้นเส้นให้จมลงไปน้ำซุป ปิดฝาอีกครั้ง หรี่แก๊ส ใช้ไฟอ่อน ทิ้งไว้ไม่เกิน 10 นาที เปิดฝาเห็นน้ำเหือดแห้งดีแ
กรณีกระแสข่าวลือในจังหวัดสุโขทัยว่ามีการใช้สมุนไพรต้น “อังกาบหนู” รักษามะเร็งได้ จนชาวบ้านแตกตื่นแห่เก็บขาย ราคาพุ่งถึงกิโลกรัมละ 150 บาท นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ภญ.ผศ.ดร.มยุรี ตั้งเกียรติกำจาย จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (มศว ประสานมิตร) ให้ข้อมูลทำความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดดังกล่าวตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยผ่านการค้นคว้าเอกสารอ้างอิงจำนวนมากทั้งของไทยและต่างประเทศนั้นว่า อังกาบหนู มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Barleria prionitis เป็นสมุนไพรที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในอินเดีย ศรีลังกา แอฟริกาใต้ และเริ่มเป็นที่สนใจในประเทศไทย และจากงานวิจัยในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ทางยา 3 ด้านหลัก คือ 1) สารสำคัญ iridoids fraction ซึ่งสกัดจากส่วนของใบและ ลำต้น ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย แต่ยังไม่มีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง 2) เมื่อให้หนูกินสารสกัดจากรากอังกาบหนูเป็นเวลา 60 วัน พบว่าลดการสร้างอสุจิและทำให้อสุจิเคลื่อนไหวได้ลดลง มีผลทำให้มีบุตรยาก ต้องระวังการใช้ในชายวัยเจริญพันธุ์ สำหรับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดมีข้อควรระวังคือไม่สามารถคุมกำเนิดได้
ในวัย 21 ปี เราทำอะไรกันอยู่บ้าง คำตอบคงคล้ายกันหมด เป็นไปตามสเต็ปชีวิต นั่นคือ เรียนจบ ต่อด้วยทำงาน แต่งานที่ทำนั้นคงต่างกันไป บางคนไม่ได้ทำงานที่ถนัด เพราะยังไม่รู้ตัวว่าชอบอะไร แต่กับบางคนนั้นช่วงวัยนี้คือจุดสตาร์ตทำตามความฝันไปเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับ คุณครีม-นฤภร กิจฉลอง วัย 23 ปี เธอเป็นสาวน้อยผู้หลงรักในการทำงานอาหารมาตั้งแต่เด็ก ซึมซับมาจากธุรกิจโรงงานขนมหวานของพ่อแม่ เรียกว่าเกิดมาก็รู้แล้วว่าชอบอะไร คุณครีมเลือกต่อยอดความฝัน ฝึกฝีมือที่สถาบันอาหารชื่อดัง ‘เลอ กอร์ดอง เบลอ’ และเข้าสั่งสมประสบการณ์ที่โรงแรมเลอบัวอีก 4 เดือน และด้วยแรงสนับสนุนจากทางครอบครัวอย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้คุณครีมสามารถเปิดร้านอาหารที่เจ้าตัวควบตำแหน่งเจ้าของร้านและเชฟประจำร้านได้ตั้งแต่อายุ 21 ปี โดยอาหารร้านนี้เป็นแบบฟิวชั่น นำเสนอความหลากหลายของอาหาร มีครบทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน ตั้งอยู่ย่านพุทธมณฑล สาย 7 ชื่อร้าน ‘Sumalee Pastry Cream’ ในช่วงปีแรกที่เปิด คุณครีม บอกว่า ประสบการณ์ทำงานยังน้อยมาก แต่โชคดีที่ได้พ่อกับแม่มาช่วยสอนเรื่องการบริหาร ทั้งสต๊อกของ บัญชี รวมถึงรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ จนมีค
ตั้งแต่ต้นศักราชใหม่เป็นต้นมา พบข้อมูลวิเคราะห์จากบรรดา “กูรู” ทางเศรษฐกิจของไทย หลายต่อหลายท่าน ต่าง “ฟันธง” ไปในทางเดียวกันว่า ปี 2561 น่าจะเป็นปีที่ SMEs ไทย ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และอาจถึงขั้น “อยู่ยาก” ด้วยภาพรวมของประเทศมีความผันผวนสูงมาก อันเกิดจากปัจจัยประกอบหลายด้าน อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ราคาพลังงานมีแนวโน้มขาขึ้น ปัจจัยเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ อัตราเงินเฟ้อที่ไม่แน่นอน มีความผันผวน ผนวกกับหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการ เป็นต้น และถึงแม้ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยหลายหน่วยงาน จะพยายามออกนโยบายและกลยุทธ์มากมาย โดยเฉพาะมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ด้วยเล็งเห็นว่าผู้ประกอบการ SMEs ไทย นั้น เป็น “ฟันเฟือง” ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 3 ล้านราย มีภาคแรงงานกระจายอยู่กว่า 11 ล้านคน และนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากแต่ความพยายามดังกล่าวนั้น หลายฝ่ายต่างลงความเห็น ยังไม่ทำให้สถานการณ์ของเหล่า SMEs ไทย ดีขึ้นมากนัก ดังเห็นได้จากตัวอย่างในหลายธุรกิจ ที่ต่
คุณจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเติบโตของธุรกิจร้าน อาหารและโรงแรมของไทยว่ายังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่คาดว่าตลอดทั้งปีจะสูงถึง 30 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับประเทศถึง 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึง 13.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวชาวจีน ยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30% หรือจาก 3.5 ล้านคน เป็น 4.6 ล้านคน ซึ่งการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยยังได้ส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาเซียนด้วย โดยล่าสุดในการประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวอาเซียน ได้มีการตกลงร่วมกันที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน เพื่อผลักดันให้อาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางเดียวกันด้านการท่องเที่ยว และยังมีการเสนอให้ใช้ระบบ วีซ่าใบเดียว (Single Visa) เพื่อการท่องเที่ยวร่วมกันอีกด้วย ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะส่งผลดีอย่างมากต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ มักจะใช้ไทยเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวและต่อไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค คุณจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศ
