Exclusive
คุณนัด ธนิษฐ์ กับ คุณบอส อิทธิศักดิ์ เป็นคนตลก ชอบเล่นมุข เรียนวาดรูปมาก่อน เลยเลือกวาดการ์ตูนนำเสนอบนเพจ “นัดเป็ด” ซึ่งมีที่มาจากชื่อตัวและชื่อคุณพ่อของเพื่อน ปัจจุบันเป็นเพจดังมียอดไลก์หลักล้าน คุณนัด เล่าให้ฟัง ถึงแรงบันดาลใจในการสร้างมุขบนเพจ “นัดเป็ด” ที่ตัวเขาเป็นหนึ่งในแอดมินว่า ต้องดูกลุ่มเป้าหมาย เป็นหลัก คือ นักศึกษาอายุ 18-24 ปี เขาต้องจำลองตัวเองเป็นนักศึกษาว่า วันหนึ่งๆ นักศึกษาทำอะไร เรื่องความรัก การเรียน เรื่องเที่ยว นำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลในการวาดมุข และถ้าให้ลึกต้องรู้ถึงขั้นว่า ณ เวลานั้น กลุ่มเป้าหมายทำอะไรอยู่ เช่น รู้ว่าช่วงนี้นักศึกษาสอบ ก่อนสอบอาจจะทำโพสต์ให้กำลังใจ หลังสอบเสร็จ โพสต์เกี่ยวกับเรื่องการสอบ รู้ว่าศุกร์เย็นนักศึกษาชอบเที่ยวจะทำเรื่องเที่ยว เขาพยายามเสิร์ฟ Content ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในเวลาที่เหมาะสม นัด กับ บอส แอดมินเพจ “นัดเป็ด” สำหรับตัวการ์ตูนคาแร็กเตอร์หลัก ในเพจ “นัดเป็ด” นั้น มี 6 ตัว พระเอก นางเอก เพื่อนพระเอก เพื่อนนางเอก หมอ กับแม่ค้า แต่ละตัวเลือกใช้ตามบริบทของมุข แต่ละตัวไม่มีชื่อ อยากให้ทุกคนอ่านแล้วสมมติว่าเป็นใคร
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) และ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมดำเนินการกิจกรรมยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหาร ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต ปีงบประมาณ 2561 เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการประกอบการให้เข้มแข็งยั่งยืน อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น โดยการบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เป็นความร่วมมือแบบพหุภาคี กล่าวคือ อย. ได้ดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการในด้าน Primary GMP ITAP เอานวัตกรรมมาช่วยในการทำ Product ใหม่ Central Lab ช่วยตรวจวิเคราะห์เพื่อช่วยให้ได้การรับรองมาตรฐาน สสว. เป็นส่วนเติมเต็มและต่อยอดให้ผู้ประกอบการแข็งแรงและมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น นอกจากเรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์แล้ว สสว. ยังให้ความสำคัญในด้านอื่นๆ เช่น
ย้อนอดีตไปเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน บน “มาบุญครอง” ห้างสรรพสินค้าดังกลางกรุง มีกิจการชื่อไทยๆ “เจริญธรรม” เปิดจำหน่ายรองเท้าแฟชั่นทั่วไปของหญิงและชาย ว่ากันว่าเวลานั้นเป็นร้านที่ขายดีมาก ถึงขั้นเป็น “แม่เหล็ก” ตัวสำคัญ วันหนึ่งๆ สามารถช่วยเรียกลูกค้าเข้ามาจับจ่ายในห้างได้ไม่น้อย “เจริญธรรม เป็นกิจการรุ่นคุณพ่อ-คุณแม่ ช่วยกันเริ่มต้นมา ตอนนั้นผมยังเด็ก แต่พอจำได้ ร้านเราขายดี แต่ละวันมีลูกค้าเข้ามาเยอะมาก” คุณเม้ง-ธนพล มธุปายาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิลก สโตร์ จำกัด วัยยี่สิบปลาย บุคลิกแคล่วคล่อง เป็นกันเอง ย้อนให้ฟังถึงธุรกิจเริ่มต้นของครอบครัว ก่อนเล่าต่อ กิจการดำเนินไปพักใหญ่ มีตัวแทนจำหน่ายของรองเท้ากีฬาหลายแบรนด์มาติดต่อ ขอวางขายรองเท้าประเภทกีฬา ทางคุณพ่อ-คุณแม่ของเขา จึงตัดสินใจไม่สั่งรองเท้าแฟชั่นมาขายเพิ่ม แต่ขอขายของเดิมให้หมด นับจากนั้นรองเท้ากีฬาสารพัดแบรนด์ ได้กลายเป็น “สินค้าหลัก” ในร้าน ตั้งแต่นั้นมา คุณเม้ง เจ้าของกิจการรุ่นสอง “ถ้าจำได้ มียุคหนึ่งหนุ่มสาวนิยมใส่รองเท้าใหญ่ๆ ความนิยมน่ามาจากการ์ตูนเกี่ยวกับบาสเกตบอล เรื่อง สแลมดังก์ ที่วัยรุ่นยุคนั้นชื่นชอบ ฉะนั้น สินค้าใ
มานะ-มานี-ปิติ-ชูใจ คือ ชื่อของตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในแบบเรียนภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมฯ1-6 ช่วงระหว่าง พ.ศ.2521-2537 และด้วยความ “คลาสสิค” ที่ถูกส่งต่อมาถึงปัจจุบัน ทำให้มีใครหลายคนหวนรำลึกถึงอดีตกันในหลายแบบ ทั้งในรูปของบทเพลง ละครเวที ปกนิตยสาร หรือแม้กระทั่งสินค้าและบริการต่างๆ “มานี มี กาแฟ” ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ขนาดสิบโต๊ะ บรรยากาศภายล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน นับเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่เริ่มต้นธุรกิจ จากความชื่นชมหลงใหลในประสบการณ์วัยเยาว์ ซึ่งมีสาวน้อยผูกแกละสองข้าง ชื่อว่า “มานี”เติบโตมาด้วยกัน ราวกับเพื่อนสนิท “เรียนทันยุคมานี มานะ ปิติ ชูใจ และเคยเป็นครูมาก่อน สมัยสอนที่โรงเรียน ผมเอาหนังสือพวกนี้ไปสอนเด็กบางครั้ง และทุกวันนี้ในร้านผม มีหนังสือ มานี มานะ ตั้งแต่ป.1 ถึง ป.6 ให้ยืมอ่านด้วย”คุณออส – กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ วัยสามสิเศษ เจ้าของกิจการ “มานี มี กาแฟ” ร้านอาหารบรรยากาศย้อนยุค ที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างมากในจังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงที่มาของชื่อร้าน ก่อนบอกต่อ กิจการของเขา ไม่มีความเกี่ยวข้องกับร้านชาบูชื่อดังที่นำชื่อ ของ
ละมุน เบบี้ หนึ่งในแบรนด์สกินแคร์ออร์แกนิกที่คุณแม่สมัยใหม่เลือกใช้ เป็นที่รู้จักและขวัญใจแม่ๆ มาแล้ว 7 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 อย่างมั่นคง คุณเนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ละมุน เบบี้ จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกชายที่มีอาการแพ้ ระคายเคืองจากการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทั่วไปในท้องตลาดซึ่งตอนนั้นยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสารที่ไม่ควรมีในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก จนนำมาสู่การสร้างแบรนด์ ละมุน เบบี้ ทำผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกสำหรับเด็ก ที่มีแหล่งกำเนิดจากธรรมชาติในทุกส่วนผสม รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ต้องมีใบรับรองและผ่านการทดสอบคุณภาพว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ปัจจุบัน ละมุน เบบี้ มีสินค้า 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่ โดยผลิตภัณฑ์ขายดีเรียงตามลำดับคือ โฟมอาบน้ำสระผม น้ำยาซักผ้าเด็ก น้ำยาล้างขวดนม และแผ่นแปะกันยุง จำหน่ายผ่าน 3 ช่องทางหลัก 217 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น โมเดิร์นเทรด เช่น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน ท็อปส์ มาร์เก็ต ฯลฯ 140 สาขาทั่วประเทศ ดีลเลอร์ ร้านค้าแม่และเด็ก มีตัวแทนกว่า 1
แนะ 4 หลักการ เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ด้อยค่า ให้มีมูลค่าเพิ่ม บรรจุภัณฑ์ (Package) เหมือนเสื้อผ้าสวยๆ ที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้คนใส่ แต่ถ้าบรรจุภัณฑ์ดูด้อยค่า สวยหรือหล่อแค่ไหนใส่แล้วก็หมอง หลักการข้อแรก “ต้องปกป้องสินค้า” หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์อย่างแรกเลย ที่สำคัญมาก คือ ต้องสามารถป้องกันสินค้าของเราให้อยู่รอดปลอดภัยจนถึงมือลูกค้าได้ ไม่ใช่ถึงได้ธรรมดานะ แต่ต้องถึงได้โดยไม่ระคายบุบสลาย หรือโดนขีดข่วนแม้แต่น้อย หลักการข้อที่สอง “ต้องง่ายต่อการขนส่ง” อันนี้เป็นความจำเป็นลำดับสอง ที่ต้องพิจารณาให้ดี เวลาสินค้าถูกขนส่งไปไกลๆ ต้องมีบรรจุภัณฑ์เฉพาะเพื่อการขนส่ง แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมว่า บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งนั้น เขาทำง่ายๆ ไม่ได้เน้นสวยงามแต่อย่างใด แค่ไม่ให้สินค้าบอบช้ำระหว่างการเดินทางเท่านั้น หลักการข้อที่สาม “ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม” การสร้างมูลค่าเพิ่มในที่นี้ หมายถึง การช่วยทำให้สินค้าดูดีมีมูลค่าเกินกว่าความเป็นจริง เพราะส่งผลต่อการตั้งราคาให้สูงขึ้นได้ ดังนั้น บรรจุภัณฑ์ควรมีความ “สวย” มีความ “โดดเด่น” สามารถสร้างความสะดุดตา ยามที่อยู่กับสินค้าชนิดเดียวกันบนชั้นวางจำหน่าย ใครเดินผ่าน เป็นต้องหัน
5 กย 61 “เส้นทางเศรษฐี” จัดสัมมนาฯ ภายใต้หัวข้อ “ดราม่า SMEs ไทย! โต หรือ ตาย…ใครจะรู้” เป็นเวทีที่เหล่าผู้ประกอบการSMEs ไทย จะได้มาแลกเปลี่ยนความคิด แชร์ประสบการณ์ช่วงเวลาวิกฤตของแต่ละธุรกิจ เรียนรู้แนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อเป็นบทเรียนและปรับตัวให้อยู่รอดได้ต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่นี่ คลิก https://www.eventbrite.com/e/-smes-40-smes-tickets-48633702714?aff=es2 ผู้ประกอบการ ที่จะเข้ามาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง แบบ “เล่นเอง เจ็บจริง ไม่มีสแตนด์อิน” ในรูปแบบของ Ted Talk ครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณสุเทพ โพธิ์งาม หรือ “ป๋าเทพ” ฉายาดาวตลกขั้นเทพ กับอีกบทบาทในฐานะ “เอสเอ็มอีผู้ไม่ยอมแพ้” คุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล เจ้าของสลัดผักและผลไม้พร้อมรับประทาน โอ้! เวจจี้ (Oh! Veggies) มนุษย์เงินเดือนที่ยอมเสี่ยงทิ้งงานประจำหันจับธุรกิจที่เชื่อว่ามีอนาคตไกล คุณชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ เจ้าของธัญพืชไร้แป้ง “ไดมอนด์เกรนส์” เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุแค่ 19 เจออุปสรรคสารพัดกว่าที่สินค้าจะติดตลาด คุณชวพจน์ ชูหิรัญ เจ้าของหมูปิ้งเฮียนพ ผู้สร้างตัวเองจากวินมอเตอร์ไซค์ สู่เถ้าแก
คร่ำหวอดอยู่ในวงการ “เวดดิ้ง” มาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาฝึกงาน ก่อนเริ่มต้นชีวิตลูกจ้างในตำแหน่งเซลส์ สั่งสมประสบการณ์อยู่ไม่นาน ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ กระทั่งอายุย่างเข้าสามสิบต้นๆ กลายเป็นเจ้าของธุรกิจ “เวดดิ้ง สตูดิโอ” ด้วยทุนหลักล้านจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง “พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ ครอบครัวไม่ได้ทำธุรกิจมาก่อน คุณพ่อ-คุณแม่รับราชการทั้งคู่ ส่วนตัวผมชอบเรื่องภาพถ่ายพรีเวดดิ้ง เลยเลือกเข้าไปฝึกและทำงานในบริษัทเวดดิ้งสตูดิโอ เรียกว่าทำงานวงการนี้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบครับ” คุณสรรค์ สุดเกตุ ผู้บริหารและเจ้าของห้องเสื้อ “วนัช กูตูร์” วัย 38 ปี เริ่มต้นบทสัมภาษณ์ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นกันเอง ก่อนคุยให้ฟังต่อ สำหรับธุรกิจแรกของตัวเขาเอง เปิดราวปี 2556 ชื่อ Signature bridal atelier เป็นกิจการ “เวดดิ้ง สตูดิโอ” ให้บริการเกี่ยวกับงานแต่งงานแบบครบวงจร เช่น ถ่ายภาพ พรีเวดดิ้ง มีชุดวิวาห์ให้เช่าทั้งบ่าวสาว รับแต่งหน้า-ทำผม เป็นต้น คุณสรรค์ สุดเกตุ ผู้บริหารและเจ้าของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ย้อนไปราว 5 ปีที่แล้ว ต้องยอมรับว่า “เวดดิ้ง สตูดิโอ” จัดว่าอยู่ในช่วง “ขาลง” เรื่อยๆ คุณสรรค์ เองก็เ
ขณะที่หลายอาชีพกำลังเผชิญปัญหา “คนล้นงาน” และ “เสี่ยงตกงาน” ได้ทุกเวลา แต่อาชีพ “นักบิน” ดูเหมือนไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งยังมีข่าวด้วยว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่กำลัง “ขาดแคลน” และเป็นปัญหาของสายการบินหลายแห่งในโลก กระทั่งทำให้ นายวูยานี จารานา ผู้บริหารคนใหม่ของสายการบินเซาท์แอฟริกัน แอร์เวย์ส (South African Airways) หรือ เอสเอเอ (SAA) ที่ประสบปัญหาขาดทุนหนักในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กระทั่งมีหนี้ท่วมถึง 680 ล้านดอลลาร์ หรือราว 22,576 ล้านบาท มองเห็น “ทางรอด” ที่อาจเป็นโอกาสช่วยให้สายการบินเอสเอเอยังสามารถอยู่รอดต่อไปได้ ด้วยการสร้างรายได้จากการ “ให้เช่านักบินและลูกเรือ” แก่สายการบินต่างชาติที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนนักบินและลูกเรือ “เวลานี้พวกเราต่างเป็นห่วงความอยู่รอดของสายการบินเรา” ทัลลิ ทัลลิ โฆษกสายการบินเอสเอเอ บอกกับสื่อ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า เฉพาะปี 2560-2561 สายการบินเอสเอเอ ขาดทุนถึง 420 ล้านดอลลาร์ (ราว 13,944 ล้านบาท) ดังนั้น เป้าหมายหลักของนายจารานา ยามนี้ก็คือ พยายามลดปัญหาการขาดทุน ขณะเดียวกันก็พยายามสร้างผลประกอบการให้เป็นบวก โดยไม่ต้องปลดพนักงาน ซึ่งทางออกนี้ยังสามารถช่วยสายการบินใหญ่
ยำทวาย เป็นอาหารที่คนรุ่นเก่าๆ เท่านั้นถึงจะรู้จัก กลางเก่าหน่อยยังไม่ค่อยรู้จักเลย บางคนตั้งชื่อเล่นให้ยำนี้ว่า “ยำคนแก่” เพราะมันคือยำที่ใช้ผักต้มจนนิ่มเป็นหลัก ราดด้วยน้ำยำที่ทำจากน้ำพริกแกงผัดกับกะทิ แต่ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวนำ ไม่เค็มนำเหมือนแกงเผ็ด ที่แกล้งเรียกอย่างนั้น เนื่องจากคนแก่ (ที่ไม่มีฟัน) ใช้เหงือกเคี้ยวผักนิ่มๆ ได้ โดยไม่ต้องอาศัยฟัน จริงๆ ใครที่เคยได้กินยำทวายแล้วจะบอกว่า “อร่อยมาก เสียดายไม่เคยรู้จักมาก่อนหน้านี้” นักเรียนของโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย น้อยคนนักที่จะเคยกินยำทวาย พอได้กินชอบทุกคน ยกเว้นเด็กๆ ที่ไม่กินผัก เลยสุดวิสัยจะบังคับให้กิน ในบทความจาก “พระนครบันทึก : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก – ประไพวิริยะพันธุ์ ฉบับที่ ๙๔ (เม.ย.-มิ.ย. ๒๕๕๕)” (http://lek-prapai.org/home/view.php?id=752) ได้ไปสัมภาษณ์ คุณจินดา เมตตาจิตต์ ซึ่งเป็นลูกหลานเชื้อสายทวายแต่อดีตในสมัยกรุงธนบุรี ชาวทวาย เข้ามาอาศัยอยู่แถวยานนาวาในปัจจุบัน สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ได้ชื่อว่า บ้านทวาย คุณจินดา บอกว่า คนทวายไม่ใช่มอญและก็ไม่ใช่พม่า แต่เป็นอีกเชื้อชาติหนึ่ง ผู้หญิงแต่งกายคล้ายสาวพม่า ผมมวยเกล้ากลม
