Exclusive
“ทำยังไงได้ ก็ไม่ได้เกิดมาบนกองทอง” บทเพลง “ชีวิตหนี้” ของศิลปินดังในอดีต แว่วมาในโสตประสาท ช่างสอดรับกับสถานการณ์กำลังเป็นที่ฮือฮา “ครูไทย” เป็นหนี้พัวพันกันแทบทั้งประเทศ แต่จะว่าไปแล้วสภาพ “การเป็นหนี้” น่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่ของคนส่วนใหญ่ในประเทศที่มีเสียงค่อนขอดมาตลอดว่า “รวยกระจุก จนกระจาย” “คนเป็น ครู ก็อยากมีชีวิตสุขสบายเหมือนคนปกติทั่วไปนั่นแหละค่ะ และที่ต้องเป็นหนี้มันก็มาจากหลายสาเหตุ” ข้าราชการครูวัยสี่สิบ สังกัดโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มากว่า 11 ปี เริ่มต้นบทสนทนา ก่อนบอกว่า เธอยินดีแจ้งชื่อ-นามสกุล และต้นสังกัด แต่เป็นฝ่ายสื่อมวลชนอย่างเราเองต่างหาก ที่บอกไม่ต้องเปิดเผยขนาดนั้น เพราะเกรงคุณครูจะมีเรื่องยุ่งยากภายหลัง จากนั้นคุณครูท่านเดิม จึงให้ข้อมูลต่อ เมื่อถูกตั้งคำถาม เหตุผลของการมีหนี้ “คือ โดยพื้นฐานของครอบครัว ไม่ได้มีเหลือเฟือจนเหลือเก็บอยู่แล้ว ถ้าเราอยากมีชีวิตที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ก็ต้องสร้างจากการลงทุนกับตัวเอง ค่าตอบแทนจากอาชีพที่เป็นเพียงอย่างเดียว คงใช้เวลานานพอสมควร กว่าที่เราจะมีเงินเหลือเก็บ เราก็ต้องสร้างเครดิตให้กับตัวเอง สร้างภาระหนี้ เพื
เดียว-สิทธิศักดิ์ ตนานุสรณ์ เจ้าของผลงาน “รองเท้าแตะแกะลาย” วัย 24 ปี พื้นเพเป็นคนพัทลุง เรียนจบชั้นม.3 จากโรงเรียนสตรีพัทลุง และไม่ได้เรียนต่อ เพราะเคยมีพฤติกรรมเกเร กระทั่งได้รับโทษ ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำตั้งแต่อายุ 18 ปี ระหว่างที่ต้องขังเป็นเวลา 3 ปี หลังจากต้องปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เขามักใช้เวลาว่างช่วงพักเที่ยงและวันเสาร์-อาทิตย์ ไปฝึกฝนวิชาแกะลายรองเท้าแตะ จาก “พี่เขียว คนตรัง” ด้วยเหตุผล อยากหาสตางค์ไปซื้อขนมกิน “ตอนอยู่ในเรือนจำ ที่บ้านไม่ค่อยมีตังค์ส่งเสียให้ พอเห็นเพื่อนนักโทษคนอื่น มีญาติฝากตังค์มาให้ซื้อขนมกิน รู้สึกอยากกินขนมแบบเขาบ้าง เลยคิดว่า ถ้าทำเป็น ทำเก่ง เหมือนพี่เขียว อาจหากินได้ ไม่ต้องรอเงินจากพ่อแม่” เดียว เล่าความหลัง เดียว-สิทธิศักดิ์ ตนานุสรณ์ เจ้าของผลงาน “รองเท้าแตะแกะลาย” ลงทุนด้วยเงิน 200 กว่าบาท ซื้อรองเท้าแตะยี่ห้อนันยาง มาได้ 2 คู่ พร้อมใบมีดโกนหนวด ใช้เวลาฝึกฝนวิชาดีจากพี่เขียว อยู่เดือนกว่า สามารถรับงานจากเพื่อนๆ ได้ทันที ทำให้ตลอด 3 ปี ที่อยู่ในเรือนจำ ได้ฝึกปรือวิชาแกะลายรองเท้าแตะ มาแล้วอย่างเชี่ยวชาญ เดียว เล่าต่อ ราว 2 ปีก่อน หลังพ้นโทษ เคยไ
ที่จังหวัดเพชรบุรี ว่ากันว่ามีประเพณี ชอบทำ “ขนมโค” ในเทศกาลวัวลาน คือ การแข่งขันวัวในหน้าแล้งหลังทำนา เขาว่า คนเมืองเพชร ทำขนมโคแจกในหน้านี้ แต่เป็นขนมโคใส่น้ำกะทิ ไม่เหมือนของภาคใต้ ที่เป็นขนมโคแห้งโรยมะพร้าวขูด ซึ่งเหมือนกับขนมต้มของภาคกลาง ขนมทั้ง 2 ชนิดนี้จะเจอได้ประจำในพิธีตั้งศาลพระภูมิ สืบเนื่องมาจากศาสนาพราหมณ์ ศาสนาแรกๆ ของโลก มีอิทธิพลสูงในวัฒนธรรมไทย และปนเปอยู่กับศาสนาพุทธแบบไทยๆ ตามบ้านคนไทยเราเลยมีศาลพระภูมิ ศาลตาศาลยายกันแทบทุกบ้าน เวลาเราทำบุญวันพระ เรามักทำบุญกับพระควบคู่ไปกับตั้งของไหว้ศาลพระภูมิ พระบางรูปก็มีวิชาพราหมณ์ตั้งศาลพระภูมิได้ด้วย ขนมโคของทางใต้ มักใช้น้ำตาลอ้อยหั่นเป็นก้อน ใช้เป็นไส้ขนมแทนหน้ากระฉีก ขนมโคน้ำกะทิ ส่วนผสมไส้ มะพร้าวทึนทึกขูด 1 1/2 ถ้วย น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย ใส่น้ำตาลปี๊บลงในกระทะทอง พอละลายตามด้วยมะพร้าวขูด กวนไฟกลางให้พอเหนียว อย่าเหนียวมาก เพราะพอเย็นแล้ว ถ้าเหนียวเกินไปมันจะแข็งเป็นตังเมเลย พอไส้เย็นปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ ต้องคอยเอานิ้วแตะน้ำ ไส้จะไม่เหนียวติดมือ ส่วนผสมแป้ง แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง
ไนจีเรีย เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกา เพิ่งได้เงยหน้าอ้าปากปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเมื่อ พ.ศ. 2542 นี่เอง หลังจากทุกข์แร้นแค้นยาวนานใต้การปกครองระบอบเผด็จการทหารหลายคนที่โหดร้ายและคดโกง จนถึงปัจจุบันไนจีเรีย ยังเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ซึ่งก็เหมือนอีกหลากหลายประเทศในเครือจักรภพทั้งที่ยังคงอยู่และที่พ้นไปแล้ว…คือยากจน ชื่อไนจีเรีย Nigeria มาจาก “Niger” ชื่อแม่น้ำไนเจอร์ แม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศ กับคำว่า “Area” ที่แปลว่าพื้นที่ ไนจีเรียมีเมืองหลวงชื่ออาบูจา แต่คนไม่ค่อยรู้จักหรอก เขารู้จักกันแต่ลากอสที่เป็นเมืองหลวงเก่าและเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ไนจีเรีย เป็นประเทศยากจนอันดับต้นของโลก และตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโลกในฐานะดินแดนแห่งการหลอกลวงสารพัดรูปแบบ ทั้งกลลวงเงินดำ หรือเงินดอลลาร์ปลอมที่หลอกเหยื่อมาแล้วทั่วโลก ทั้งอีเมลหลอกว่าเป็นรัฐมนตรีลี้ภัย หรือเจ้าชายตกยาก มาขอแต่งงานกับสาวพร้อมสัญญาจะขนทรัพย์ศฤงคารมาอยู่กิน ต่อมาก็บอกว่าขนทรัพย์สินมาแล้วแต่ติดอยู่ท่าเรือเพราะไม่มีเงินเสียภาษี ขอสาวเจ้าผู้เฝ้ารอรักปาฏิหาริย์ได้ช่วยโอนเงินค่าภาษีให้ เรื่องเศร้าแบบนี้ดำเนินเร
นับวันยิ่งจะหาทานยาก สำหรับ ‘บะหมี่เส้นสด’ เพราะกว่าจะได้แต่ละชามต้องผ่านหลายกระบวนการเพื่อให้ได้เส้นสดๆ รสสัมผัสเหนียวนุ่ม เคี้ยวง่าย ดังนั้นเมื่อเจอร้านที่ถูกใจ 3 เพื่อนซี้อย่าง แอมป์ – พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, เดียร์ – ลิลลี่ แม็คกร๊าธ และน้ำนุ่น – ณทิตา ทรัพย์สินวิวัฒน์ จึงไม่รอช้า ขอเข้ามาร่วมหุ้นกับ เชฟเล็ก – เสาวลักษณ์ ทิพย์เจริญ แห่งร้าน ชิเซน (Shizen) “ปกติเดียร์เป็นคนไม่ทานเส้น ชอบกินข้าว แต่พอชิมอันนี้แล้วอร่อย เส้นบะหมี่นุ่ม เหนียว ที่สำคัญคือปลอดภัย ไม่มีสารกันบูด ถ้าปิดไปเสียดายมากเลยคุยกับเขาว่าเดี๋ยวทำต่อเอง” เดียร์ ลิลลี่ พิธีกรสาวให้เหตุผลถึงการเข้ามารับช่วงต่อ“ ขณะที่น้ำนุ่น พิธีกรรายการบันเทิงที่ควบตำแหน่งอาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็เห็นด้วยว่า “การเข้ามาปรับปรุงร้าน เรามองว่ามีข้อดีอยู่ คือ ถ้าเริ่มทำร้านใหม่มันจะเท่ากับเริ่มต้นจากศูนย์ อันนี้เราเริ่มจากที่มีอยู่แล้ว ถามว่าเสี่ยงไหม ทำธุรกิจทุกอย่างมันเสี่ยงหมดเลย เพียงแต่ว่าการมาลงทุนครั้งนี้ ของเก่าเคยโดนติอะไรมาบ้าง เราก็มาแก้ไข ในแง่การลงทุนมันไม่เสี่ยงถึงขั้นรับไม่ได้
สาว ป. โท ลูกข้าราชการไทย เห็นช่องว่างธุรกิจเสิร์ฟน้ำตามงานเลี้ยงโต๊ะจีน – งานสังสรรค์รื่นเริง ปิ๊งไอเดียสร้างรายได้ด้วยบริการรับเสิร์ฟเครื่องดื่มตามงาน หรือที่เรียกว่า “บาร์น้ำ” สร้างจุดเด่นชูความหลากหลายของเครื่องดื่ม และชุดยูนิฟอร์มเด็กเสิร์ฟสุดเนี๊ยบ ใส่สูท ผูกเนคไท คิดราคาย่อมเยา 4 ชม. เหมาจ่ายคนละ 40 บาท รับงานทั่วราชอาณาจักร ธุรกิจขนาดเล็กที่อาศัยการเติบโตของเศรษฐกิจ คุณเหมือนฝัน เย็นเจริญ หรือคุณเอ๋ย สาวอัธยาศัยดีวัยเพียง 25 ปี เล่าว่า ธุรกิจบาร์น้ำเป็นของครอบครัวบุกเบิกโดยคุณพ่อ คุณแม่ ดำเนินกิจการมาแล้ว 12 ปี ปัจจุบันตนเองเข้ามารับไม้ต่อ ช่วยหาลูกค้า และหวังต่อยอดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น คุณพ่อและคุณแม่ของคุณเอ๋ยรับราชการ ส่วนธุรกิจบาร์น้ำ คือ อาชีพเสริม คุณเอ๋ย เล่าว่า จากการสังเกตของคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าโต๊ะจีนบางร้านเสิร์ฟแต่อาหาร ไม่เสิร์ฟน้ำ ทางเจ้าภาพต้องหาน้ำดื่มมาเอง หรือ โต๊ะจีนบางเจ้ามีเสิร์ฟน้ำ แต่ไม่มีพนักงานเสิร์ฟ แขกรินน้ำดื่มเอง บางครั้งเกิดปัญหาน้ำไม่พอ จุดนี้เองเลยเกิดบริการบาร์น้ำขึ้นมา บริการ “บาร์น้ำ” ของหญิงสาว เธอสร้างจุดขายด้วยความหลากหลายของเครื่องดื่
เมื่อเร็วๆ นี้ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินชมรม “KTC PR Press Club” จัดกิจกรรม “ย้อนกาลเก่า เล่ารัตนโกสินทร์ ยินผ่านวรรณกรรม” ช่วงรัชกาลที่ 4 โดยมีอาจารย์จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะวัฒนธรรมร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ย้อนอดีตรัตนโกสินทร์ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 โดยสะท้อนเรื่องราวผ่านแว่นวรรณกรรมที่มีสกุล “บุนนาค” เป็นดั่งตัวละครสำคัญ ที่เติมเต็มยุคประวัติศาสตร์ช่วงนั้นให้สมบูรณ์ และยังบ่งบอกถึงการเปิดรับอารยธรรมตะวันตกเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในหลายด้าน ทั้งการศึกษา การทหาร การยกเลิกประเพณีและความเชื่อเก่าๆ หันมายอมรับความคิดแบบใหม่ ทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนยกระดับสูงขึ้น ณ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร และ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร รวมทั้งรับฟังเรื่องราวความเฟื่องฟูทางด้านการค้าและการขนส่งทางน้ำกับต่างประเทศ ทั้งซีกโลกตะวันออกและตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 4 ณ ล้ง 1919 พร้อมชมอุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีด้วย
คอนวี่ดอทคอม เสริมความแกร่ง เพิ่มโอกาสด้านธุรกิจ สร้างกลยุทธ์เป็น ‘สื่อกลาง’ เชื่อมต่อแบรนด์ไทย และพาร์ทเนอร์ต่างชาติ ประเดิมโปรเจคแรกกับแบรนด์สัญชาติไทย ‘คิวท์เพรส’ เดินหน้าผลิต และส่งออกสินค้าด้านความงามสู่ตลาดจีน ซึ่งมีความซับซ้อน และแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นของโลก ผ่านประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของคอนวี่ฯ ซึ่งมีพื้นฐานด้านการทำธุรกิจในประเทศจีน สร้างโอกาสการเติบโตของแบรนด์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้อย่างมั่นคง คุณคิงกุ้ย หวง (QingGui Huang) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอนวี่ดอทคอม (Konvy.com) อีคอมเมิร์ซด้านเครื่องสำอางชั้นนำของไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศจีน มีขนาดความใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้จีนกำลังเข้าสู่การเป็นประเทศทรงอิทธิพลในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า ผนวกกับรัฐบาลจีนกำลังปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจส่งเสริมให้ประชากรบริโภคในประเทศมากขึ้น ทางคอนวี่ฯ จึงเล็งเห็นถึงโอกาสการเพิ่มช่องทางในการทำธุรกิจ สร้างกลยุทธ์เป็น ‘สื่อกลาง’ เชื่อมต่อ แบรนด์ไทย และพาร์ทเนอร์ต่างชาติในการเป็นผู้แทนจัดจำหน่ายสินค้าด้านความ
นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟว่า ปัจจุบันมูลค่าธุรกิจร้านกาแฟพุ่งขึ้นสูงถึง 17,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 15-20% จากปัจจัยสำคัญคือ วัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทย โดยอัตราเฉลี่ยในการบริโภคกาแฟของคนไทยอยู่ที่ปีละ 300 แก้ว/คน/ปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีกมาก เมื่อเทียบกับปริมาณการบริโภคกาแฟจากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่นที่บริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 400 แก้ว/คน/ปี ยุโรปบริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 600 แก้ว/คน/ปี หรือ ฟินแลนด์บริโภคกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 แก้ว/คน/ปี จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟมีการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ละร้านต้องสร้างจุดเด่นและความแตกต่างเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งนอกจากการออกแบบและตกแต่งร้านแล้ว ยังมีการนำเสนอถึงคุณภาพของกาแฟและความสามารถของบาริสต้าควบคู่ไปด้วย ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากกลุ่มผู้ดื่มกาแฟรุ่นใหม่ ให้ความใส่ใจกับรสชาติและคุณภาพของกาแฟมากขึ้น โดยการชงกาแฟให้ได้รสชาติและคุณภาพดีนั้น ต้องอาศัยทักษะ ความรู้ ความสามารถของบาริสต้า ซึ่งต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟ วิธ
“อีริค เคย์เซอร์” ร้านขนมเบเกอรี่อบสดใหม่สไตล์ปาริเซียง ที่นำเสนอความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่มตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ล่าสุดได้จัดงานเปิดตัวสาขาใหม่ ที่ “สยาม ดิสคัฟเวอรี่” ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ภายในงานได้รับเกียรติจาก “คุณอีริค เคย์เซอร์” (Mr. Eric Kayser) เชฟเจ้าของแบรนด์ มาร่วมสอน เซเลปชื่อดัง อาทิ จ๋า – ยศสินี ณ นคร ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ พีท – พีรพัฒน์ ตุลยาเดชานนธ์ ในการทำขนมปังในสไตล์ฝรั่งเศสในงาน พร้อมทั้งเล่าแรงบันดาลใจในการทำขนมปังให้มีความอร่อย และได้มาตรฐานระดับโลกในทุกๆชิ้น นอกจากนี้ “คุณณัฏฐพล ภวไพบูลย์” เชฟและผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และ “คุณศวัสกร วิบุญวิริยะวงศ์” ผู้จัดการทั่วไป ยังมาเล่าถึงตอนการนำแบรนด์ “อีริค เคย์เซอร์” เข้ามาในเมืองไทย และแผนการขยายสาขาในรูปแบบ Grab and Go ร่วมกับพันธมิตรในอนาคต สำหรับ “อีริค เคย์เซอร์” สาขาสยาม ดิสคัฟเวอรี่ ชั้น M มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ในสไตล์ Art Nouveau Colonial ดึงดูดผู้คนด้วยบาร์ที่มีขนมปังฝรั่งเศสละลานตาให้เลือกชิม ไม่ว่าจะเป็น
