Exclusive
ในอดีตผู้คนอาจจะรู้จัก ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ลูกชายของ “อาภัสรา หงสกุล” นางงามจักรวาลคนแรกของเมืองไทย กับอดีตสามี “ม.ร.ว.เกียรติคุณ กิติยากร” ในภาพลักษณ์บุคคลที่อยู่ในสังคมไฮโซ แต่หลายปีมานี้ เจ้าตัวซึ่งเคยบวชพระสายวัดป่ามาหลายพรรษา ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว นอกจากนี้ ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ยังเป็นคุณพ่อที่มีหนุ่มน้อย ด.ช.กัสสป วัย 6 ขวบ อยู่เคียงข้าง พร้อมด้วยภรรยาสุดสวย “กิ๊บ-บุรีรัตน์ พรมดาว” ที่อายุอ่อนกว่าเกือบ 20 ปี โดยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สวน “Roong Organic” แถวปากช่อง มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 45 ไร่ และปลูกผลหมากรากไม้หลากหลายชนิด ซึ่งตอนนี้เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว โดยเฉพาะมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ที่เป็นอินทรีย์ ใช้ชื่อแบรนด์ “Roong Organic” สวนนี้เป็นสมาชิกของโครงการสามพรานโมเดลด้วย และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คุณกิ๊บจะไปทำหน้าที่ขายมะละกอที่ตลาดสุขใจ ซึ่งมีลูกค้าประจำมาอุดหนุนตลอด ชี้ทำเกษตรอินทรีย์ไม่ยาก หม่อมโจ้ แจกแจงให้ฟังว่า ผลไม้หลักๆ ที่ออกปริมาณเยอะเลยคือ มะละกอฮอลแลนด์ ประมาณ 30% นอกนั้นก็มีกล้วย มีมะม่วง กล้วย 3 ชนิด มีกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า อีกแปลงเ
เก็บตกอีกเรื่องราวน่าสนใจจากสองข้างทาง สืบเนื่องจากเมื่อวันก่อน ตอน ทีมงาน“เส้นทางเศรษฐีอออนไลน์”กลับเข้ากรุงเทพฯจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี ขับรถมาเรื่อยๆจนถึงเขตตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ท้องเริ่มร้องตอนสิบโมงเศษ ด้วยความไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงไม่มีร้านเป้าหมายชัดเจน เลยอาศัยมองป้ายข้างทางไปเรื่อยๆ สะดุดตาป้าย “ครัวนายบ้าน อีก 500 เมตร” เลยชะลอความเร็ว ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าไปขอดรถหน้าร้านได้พอดิบพอดี ดูโหงวเฮ้งร้านเมื่อแรกพบ รู้สึกชอบใจในความโปร่งโล่งตา พอเดินขึ้นไปมองหาอาหาร เห็นหม้อแกง สแตนเลสสะอาดสะอ้านมันแวบเรียงรายอยู่หลายหม้อ ความหิวเลยเหมือนถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกรอบ เมื่อได้กับข้าวตามต้องการแล้ว ก็เดินไปหยิบ “ผักเหนาะ” กับน้ำพริกกะปิ ที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ลูกค้าหยิบได้แบบบริการตนเอง เห็นแล้วนึกชอบใจในรูปแบบการจัดวาง ที่ใช้ตู้กระจกคล้ายตู้ใส่ผลไม้รถเข็น มาวางไว้บนโต๊ะกลางร้าน ใครต้องการผักอะไรก็ไปเปิดหยิบเอาเองตามชอบ สำหรับการจัดวาง “ผักเหนาะ” ของร้านอาหารใต้ ส่วนใหญ่ที่เคยเห็น มักเป็นถาดหรือกระจาดวางไว้ ตักครั้งหนึ่งอาจหกเรี่ยราด หากร้านไหนพิถีพิถันหน่อยก็จะนำผ้าข
เอกลักษณ์ที่เป็นรูปแบบของการรับประทาน “อาหารปักษ์ใต้” บ้านเรานั้น ถ้าให้นึกเร็วๆ เห็นจะเป็นการนำผักพื้นบ้านนานาชนิดมา “กินแนม” แก้ความเผ็ดร้อนของกับข้าว โดยอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ พื้นที่จังหวัดที่อยู่ทางฝั่งอ่าวไทยจะเรียกผักสดเหล่านั้นว่า “ผักเหนาะ” ส่วนจังหวัดที่อยู่ทางฝั่งทะเลอันดามัน จะเรียกว่า “ผักเกล็ด” ซึ่งหมายถึงการกัดกินทีละนิด วันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ล่องใต้ไปรับลมทะเลที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ระหว่างการเดินทางมีโอกาสแวะรับประทานอาหารอร่อยๆ อยู่หลายร้าน แต่ที่ประทับใจจนอยากนำมาแชร์ “ร้านขนมจีนใต้น้องนุ่น” พิกัดหาไม่ยาก ตั้งอยู่หลังปั๊มน้ำมัน ปตท. ติดกับสำนักงานตลาดสดละไม หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวย่านสำคัญบนเกาะสมุย “ขนมจีนน้ำยาปู” คือ เมนูที่แนะนำ ตอนแรกที่สั่งคิดคนเดียวในใจ คงราคาจานละหลายบาท เพราะเคยสั่งรับประทานในกรุงเทพฯ เมนูนี้หรูใช่เล่น เซตหนึ่งถึงหลักหลายร้อย พอถูกเสิร์ฟมาวางตรงหน้า ถึงกับรีบคว้าสมาร์ตโฟนมาบันทึกภาพ ด้วยเหตุหน้าตาของอาหารจานที่อยู่ตรงหน้า ช่างแปลกตา-น่ารับประทานยิ่งนัก และที่ว่าแปลกตานั้น เห็นจะเป็น “ปู” พระเอกของจาน ที่มากันเป็นช
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า สสว.พร้อมรุกโครงการ SME ONLINE ปี 2561 เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างยอดขายในรูปแบบ B2 B2C พร้อมจัดแคมเปญถึงใจ SME 1 BAHT ช็อปสินค้าดีในราคา 1 บาท กว่า 100,000 รายการ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน และเข้าถึงผู้บริโภค โดยแคมเปญนี้จะดำเนินการในทุกวันที่ 1 ของเดือน หวังสร้างยอดขายกว่า 650 ล้านบาทภายในปีนี้ จากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน ทำให้รัฐบาลยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตมวลรวมของประเทศ สสว. จึงดำเนินโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SME หรือ “SME ONLINE” อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 นี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ สสว. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขน
เมื่อไม่นานมานี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วมือ หรือ “ก้อง วัลเลย์” ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาบ้านบกราย ตำบลบางน้ำจืด อำเภอกระบุรี สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งนี้มีจุดขายอยู่ที่ “ความดั้งเดิม” ซึ่งว่ากันว่ามีพลังดึงดูดมหาศาล และทำให้ไม่ต่ำกว่า 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาศึกษาดูงานแล้วนับได้หลายหมื่นคน คุณก้อง – สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ ประธานผู้ก่อตั้ง “ก้อง วัลเลย์” ในฐานะเจ้าบ้าน แนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ เป็นการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่จังหวัดระนอง ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า มีคุณภาพและรสชาติดีไม่แพ้ใคร โดยรูปแบบการทำงาน นับแต่การปลูก การเก็บเมล็ด การตาก การบ่ม ไล่ไปจนถึงการคั่ว นั้นเลือกใช้กรรมวิธี “โบราณที่สุดในโลก” โดยเฉพาะการคั่วนั้น เป็นที่กล่าวขานถึงในหมู่ชาวคอกาแฟอย่างมาก เพราะพวกเขาเลือกใช้วิธี “คั่วด้วยมือ” ในกระทะเหล็กใบเล็กๆ เมื่อได้ที่ จึงนำไปบดด้วยมืออีกครั้ง ก่อนบรรจุถุง ทำให้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ “ก้อง กาแฟ” นั้นมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และมีลักษณะเฉพาะตัว
หลายท่านที่ติดตามข่าวอาจจะทราบกันดีแล้วว่า อดีตนักร้องนำวง ซิลลี่ ฟูลส์ คุณวีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ คุณโต ชายหนุ่มวัย 40 หลังจากที่แขวนไมค์แล้วไปเริ่มต้นทำธุรกิจเนื้อวัว “Dry Age” ภายใต้แบรนด์ “Company B” จากความชอบทานเนื้อ เป็นเหตุผลให้คุณโต ทำเป็นธุรกิจ ซึ่งเขา บอกว่า ภายหลังที่เลิกทำงานในวงการบันเทิง ก็หันมาศึกษาเรื่องเนื้อวัว อยากจะ setup ฟาร์มวัว ทำอะไรที่เกี่ยวกับเนื้อวัวอย่างจริงจัง เก็บข้อมูลอยู่นาน 2 ปี กระทั่งเมื่อต้นปี 2558 ธุรกิจก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างใช้เงินลงทุนไปนับสิบล้านบาท โดยแรกเริ่มตั้งเป้าขายลูกค้าต่างชาติ นักท่องเที่ยว แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศ เปลี่ยนแนวคิดใหม่หันมาสนใจตลาดคนไทย กลุ่มมีกำลังซื้อสูง ช่องทางจำหน่ายเปิดหน้าร้านในแผนก Butchery ของ Gourmet Market ศูนย์การค้าสยามพารากอน ส่งตามร้านอาหาร และกระจายสินค้าผ่านดีลเลอร์ไปต่างจังหวัด ล่าสุด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พบกับ ร้านเนื้อปิ้งบังโต ซึ่งเป็นของคุณโต เช่นเดียวกัน เป็นเนื้อปิ้งเสียบไม้ ขายไม้ละ 15 บาท และออกตามงานอีเว้นต์ทั่วไป คุณศุภชัย สุทธิศีลธรรม คุณศุภชัย สุทธิศีลธรรม ผู้จัดการสา
เป็นเสน่ห์อยู่คู่ชุมชนมายาวนานหลายทศวรรษสำหรับ รถเร่ รถกับข้าว หรือ หลายคนมักเรียกว่า รถพุ่มพวง ที่แต่ละวันจะขนข้าวของสารพัดชนิด อาทิ ผักสด เนื้อสัตว์ อาหารแห้ง ขนมหวาน เครื่องปรุงรส มาบริการลูกค้าถึงที่บ้าน ชนิดว่าได้กับข้าวครบ ไม่ต้องง้อตลาดเลยทีเดียว ลัดเลาะตามไซต์งานก่อสร้าง คัดมาแล้ว เน้นขายความหลากหลาย คุณสังวร โคงอยู่ หรือคุณหนุ่ม พ่อค้ารถกับข้าวย่านบางปะอิน ไปจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวัย 56 ปี เล่าว่า ก่อนจะมาประกอบอาชีพอิสระ เคยทำงานเป็นลูกจ้างหลายบริษัท อาทิ ตัวแทนจำหน่ายบุหรี่ ฝ่ายผลิตชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์ประเภทกระป๋อง และรับจ้างส่งของ รายได้ขึ้นลงไม่แน่นอน ประกอบกับพี่ชายภรรยามาแนะนำอาชีพรถเร่ หรือ รถกับข้าว ด้วยความสนใจและมองเห็นโอกาสสร้างรายได้ เลยยุติบทบาท มนุษย์เงินเดือน “พี่ชายของภรรยาทำงานบริษัทก่อสร้าง ฉะนั้นมักจะเห็นรถกับข้าวเข้ามาขายกับข้าวตามไซต์งานทุกวัน ปี 2540 เขาตัดสินใจดาวน์รถมือสองเพื่อมาลงทุนในอาชีพนี้ แต่ละวันซื้อของมาขาย 1 หมื่นบาท ขาย 2 รอบ ช่วงเช้า-ช่วงเย็น รายได้ค่อนข้างดี มีกำไรทุกวัน” เมื่อเห็นต้นแบบจากพี่ชายภรรยา ประกอบกับงานประจำคุณหนุ่มเร
หลังจบปริญญาโท ฐานะลูกสาวคนโต อายุ 34 ปี อาสาเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ด้วยการขายปลาร้าที่ตลาดไท เติมไอเดียปรุงรสชาติจัดจ้านถูกใจร้านส้มตำ พร้อมบรรจุลงขวดใช้งานง่าย ได้เครื่องหมาย อย. การันตีความสะอาดปราศจากสารเคมี โดนใจลูกค้าถ้วนหน้า กิจการเล็กๆ ในจังหวัดปทุมธานี แต่สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนนับล้านบาทเลยทีเดียว คุณพัชร์อริญ สายจันทร์ หรือ คุณโอ๋ เจ้าของร้านปลาร้าเงินล้าน ช.วันดี เท้าความว่า เป็นลูกสาวคนโตมีน้องชาย 1 คน เดิมคุณแม่ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล ท่านมองเห็นว่าปลาร้า เป็นอาหารที่สามารถนำมาปรุงได้หลายเมนู คนไทยส่วนใหญ่ชอบทาน อีกทั้งไม่เน่า ไม่เสียง่าย ไม่ต้องกังวลว่าถ้าขายไม่หมดจะต้องเททิ้ง เลยตัดสินใจลาออกจากประจำ แล้วหันมาขายปลาร้า คุณโอ๋ เล่าว่า แม่ใช้วิธีรับปลาร้ามาจำหน่ายต่อ ไม่ได้ทำเอง ไม่ต้มก่อนขายลักษณะรับมา – ขายไป โดยตักขายตามน้ำหนัก หน้าร้านตั้งอยู่ตลาดไท กระทั่งราวปี 2552 ตนเองเริ่มเข้ามาช่วยกิจการเต็มตัว ช่วงที่ลูกสาวคนโตเข้ามาช่วยแม่ขายปลาร้า เธอคว้าใบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เธอเกิดความคิดอยากเพิ่มมูลค่า พัฒนาสินค้า สร้างชื่อเส
เส้นทางเศรษฐีลงพื้นที่สำรวจรถพุ่มพวง หนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ ใช้เวลาไม่นาน เห็นรถพุ่มพวงสีแดงคันใหญ่กำลังจอดขาย มีพืชผักมากมาย พ่วงขายรอบๆ คันรถ อีกทั้งแม่ค้ารถพุ่มพวงรายนี้สวยใช่เล่น แวะเข้าไปพูดคุย ทราบชื่อแม่ค้า คุณสุกัญญา ไชยหาญ หรือ คุณก้อย อายุ 26 ปี ยึดอาชีพรถเร่ได้ 5-6 ปีเท่านั้น เหตุที่เลือกทำอาชีพนี้เพราะไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร ภายในรถเต็มไปด้วย พืชผักสำหรับปรุงอาหาร ถูกจัดเรียง แพ็กใส่ถุงไว้อย่างดีพร้อมขาย โดยของทั้งหมดที่เห็นบนรถพุ่มพวงคันนี้ คุณก้อยไปคัดสรรคุณภาพจากตลาดสี่มุมเมืองด้วยตนเอง จากนั้นตระเวนขายบริเวณหมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 ไปจนถึงบริเวณโรงเรียนเพชรรัตน์ ถนนประชาชื่น ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึงเวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวัน ชมภาพเลยค่ะ ..
จากร้านอาหารที่เป็นเพียงจุดนัดพบของนักการเมืองในย่านสุขุมวิท มีแต่ทหารอเมริกันเดินเพ่นพ่าน เสิร์ฟเพียงไอศกรีมโฟร์โมสต์ และอาหารจานเดียวไม่กี่เมนูในตึกแถวคูหาเดียวเล็กๆ ปัจจุบันผงาดกลายเป็นบริษัทมหาชน เจ้าของอาณาจักรเบเกอรี่ที่มีสาขาเกือบ 500 สาขา มีพนักงานมากถึง 7,000 คน แต่ละปีจำหน่ายเค้กได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านก้อน รายได้รวมทั้งปีเหยียบหมื่นล้านบาท นั่นคือ บริษัท เอส แอนด์ พี จำกัด (มหาชน) หรือ S&P (Super Service & Premium Product) เจ้าของสโลแกน “ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย” บุกเบิกโดย 5 นักเรียนนอกพี่น้องตระกูล “ไรวา” โดยมีคุณภัทราเป็นหัวเรือใหญ่ ตามมาด้วย คุณพรพิไล คุณพันทิพา คุณสุทธิสุดา และคุณสมศรี ช่วยกันลงขัน คนละ 2 หมื่น 5 พันบาท 5 พี่น้อง ร่วมกันลงขันเปิดร้านอาหาร ไม่รีบโต 7 ปี ขยายสาขา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาย้อนวันวานกลับไปในช่วงแรกของร้าน S&P เป็นเพียงห้างหุ้นส่วน สภาพร้านเป็นตึกแถวคูหาเดียวเล็กๆ ตั้งอยู่ที่หัวมุมซอยสุขุมวิท 23 ร้านแรกใช้ชื่อ S&P Ice-Cream Corner (เอส แอนด์ พี ไอศกรีม คอร์เนอร์) เพราะว่าเริ่มต้นขายไอศกรีม อาหารจานเดียวและของว่างไม่กี่เมน
