Exclusive
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าว ครบรอบ 10 ปี สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ว่า สถาบันวิจัยแห่งนี้ เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีพันธกิจเพื่อการวิจัยเกี่ยวกับแสงซินโครตรอน เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ทัดเทียมสากลนานาอารยประเทศ และมีเป้าหมายสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาล นั่นคือการสร้างงานวิจัยที่เกื้อกูลต่ออุตสาหกรรมเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยตั้งแต่ปี 2556 – 2560 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน มีอัตราการเติบโตของการให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมกว่า 54% สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยมากกว่า 7,800 ล้านบาท อีกทั้งยังอยู่เบื้องหลังการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ SMEs มากกว่า 50 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประเภทโลหะ เซรามิกและวัสดุก่อสร้าง พอลิเมอร์ รวมถึงอาหารและยา โดยประโยชน์หลักจาก แสงซินโครตรอนนั้นใช้เพื่อการวิเคราะห์วิจัยเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ของวัตถุต่างๆ ในระดับอะตอมและโมเลกุล โดยสามารถทดสอบได้ทั้งวั
ได้รับฉายาว่า “มนุษย์ร้อยอาชีพ” เพราะหาเงินเลี้ยงชีพด้วยวิธีต่างๆ มาแล้วมากมาย สำหรับ “อนันต์ เดชอนันต์ชาติ” หรือคุณอนันต์ที่หลายคนรู้จักกันดีว่าผู้ชายคนนี้ คือ เจ้าของอาณาจักรโยโกะ ผลิตภัณฑ์ความงามส่งออก 80 ประเทศทั่วโลก โรงแรมโยโกะริเวอร์แคว รีสอร์ท โยโกะ อพาร์ตเมนต์ และห้างเจ๊หลี ซุปเปอร์สโตร์ สำหรับจุดเริ่มต้นธุรกิจทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของผู้ชายคนนี้ ในวัย 75 ปี เขาเติบโตมาจากครอบครัวชาวจีน เป็นบุตรชายคนที่ 2 เป็นพี่ชายคนโตต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่วัยเด็ก “ผมทำงานตั้งแต่อายุ 12 ขวบ อาชีพแรกคือ การขายของบนรถโดยสาร ต่อมาเป็นลูกจ้างขายปาท่องโก๋ เป็นเด็กเสิร์ฟร้านก๋วยเตี๋ยว ขายปลาหมึกปิ้ง ขายเฉาก๊วย ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้มีรายได้ ไม่ได้เรียนหนังสือ ชีวิตในวัยเด็กค้าขายเพียงอย่างเดียว” OLYMPUS DIGITAL CAMERA กระทั่งคุณอนันต์อายุ 15 ปี เขาบอกว่า ไปเป็นลูกจ้างร้านขายผ้าที่ตลาดสำเพ็ง ได้เรียนรู้งานจากเถ้าแก่ในหลายเรื่อง และพอจะมีเงินเก็บ เลยมาทดลองทำโรงงานพลาสติกของตัวเอง ด้วยเงินทุน 6,000 บาท นับจากนั้นมาได้ร่วมงานกับเจ้าของบริษัทศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ทำคอนโดมิเนียมและบ้านจัด
คุณเชา-ชวลิต ประเสริฐ วัยห้าสิบเศษ อดีตผู้รับเหมาวางระบบไฟฟ้า ที่ปัจจุบันหันมาเอาจริงเอาจังกับการทำสวนเกษตรอินทรีย์พื้นที่กว่า 17 ไร่ บนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ให้สัมภาษณ์ว่า จบการศึกษาทางช่างไฟจากเทคนิคสุราษฎร์ฯ พื้นเพเป็นคนเกาะสมุย แต่เป็นเขยเกาะพะงัน และย้ายมาอยู่บนเกาะพะงัน ได้ 22 ปี ก่อนหน้านี้ทำงานหลายอย่าง ทั้งผู้รับเหมาวางระบบไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง ทำเกสต์เฮ้าส์ ร้านค้า ร้านอาหาร ส่วนสวนเกษตรอินทรีย์ในแบบของเขา เริ่มมาได้กว่า 10 ปีแล้ว เกิดจากแนวคิด อยากนำผลผลิตที่ปลูกได้ มาใช้ในร้านอาหารของตัวเอง และทำเป็นแนว “เกษตรอินทรีย์”ตั้งแต่แรก เพราะมั่นใจผลผลิตที่ได้จะดีต่อสุขภาพทั้งคนปลูกและคนทาน แต่ด้วยความที่เรียนมาทางช่างไฟฟ้า จึงศึกษาข้อมูลด้านเกษตรจากการอ่านหนังสือเป็นหลัก พอมาช่วงหลังหันมาใช้ “กูเกิ้ล” ช่วยอีกทาง “บนที่ดิน 17 ไร่ เริ่มจากเลี้ยงไก่ ต่อมา ปลูกมะพร้าว กล้วยหอม ทุเรียน มังคุด ลำไย และ ผักสวนครัว ปริมาณผลผลิตพออยู่ได้ ส่งให้ร้านตัวเองแล้ว หากเหลือก็ขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้ารับไปขายต่อ” คุณเชา บอกมาอย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ และด้วยความที่มีการปลูกพืชหลากหลายช
คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารหนุ่ม วัย 33 ปี ทายาทรุ่นที่สามของธุรกิจผลิตและจำหน่าย “นันยาง” รองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะแบรนด์เก่าแก่อายุในตลาดยาวนานมากว่า 60 ปี ในฐานะเจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า รองเท้าแตะนันยาง หรือที่ลูกค้าส่วนใหญ่ เรียกกันติดปากว่า รองเท้าแตะช้างดาว เป็นสินค้าที่แทบไม่ได้ทำการตลาดมาตลอด 60 ปี แต่ยังขายได้เรื่อยๆ ลูกค้ายังถามหา แต่ไม่โตหวือหวาอะไร ซึ่งแม้จะเป็นสินค้าที่ “ยังขายได้” แต่ต้องยอมรับว่า ภาพลักษณ์ด้านหนึ่ง ของรองเท้าแตะช้างดาว นั้น หลายคนอาจมองว่าเชย เป็นของคนมีรายได้น้อย ใส่แล้วดูไม่ดี ไม่เท่ ทำให้คน รุ่นใหม่ไม่เลือกใส่ แล้วจะทำอย่างไร เพราะลูกค้าที่ชื่นชอบมีอยู่ แต่เป็นคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ถ้าไม่สร้าง “ฐานลูกค้า” กลุ่มใหม่ขึ้นมา สินค้าตัวนี้คงไปต่อไม่ได้ คุณจักรพล กล่าวต่อ ที่ผ่านมา นันยาง พยายามสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ และปรับภาพลักษณ์สินค้าให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ได้ เพื่อเปลี่ยนจากรองเท้า ที่คนรุ่นใหม่ไม่อยากใส่ ให้กลายมาเป็นรองท้าสำหรับคนมีสไตล
มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า “อาหารไทยในเมืองนอก ร้านไหนอร่อยหรือไม่อร่อย เจ้าของเป็นคนไทยแท้หรือเป็นคนต่างชาติ ให้ลองสั่งไข่เจียวมากินแล้วจะรู้คำตอบได้ทันที” ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นๆ นะครับ “ไข่เจียวแบบไทยๆ” ใช้เป็นดัชนีชี้วัดหรือมาตรฐานอาหารไทยได้เป็นอย่างดี เพราะไข่เจียวไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต้องเนื้อฟู กรอบนอกนุ่มใน ไข่ไม่ด้าน มีผิวเกรียมนิดๆ ไข่แดงกับไข่ขาวต้องตีเข้ากันดี ไม่เห็นเป็นชิ้นไข่ขาวหรือไข่แดง ผมเคยสั่งไข่เจียวในร้านอาหารที่เมืองจีน ได้ไข่ด้านๆ หนาๆ ไม่ประทับใจ ครั้งหนึ่งที่ฝรั่งเศส ทัวร์พาเข้าร้านอาหารไทย ให้กินน้ำพริกกะปิ กับไข่เจียว กันลูกทัวร์คิดถึงบ้าน บอกได้คำเดียวว่าไม่ผ่าน ไข่เจียวแฟ่บ เหี่ยว หนังเหนียว น้ำพริกกะปิใสจ๋องแจ๋ว เค็มทางเดียว สอบถามได้ความว่าเจ้าของเป็นชาวเวียดนาม จึงยืนยันสมมติฐาน “ไข่เจียว” ได้ชัดแจ้ง วิชาไข่เจียว จึงเป็นวิชาที่คนทำอาหารไทยทุกคนต้องทำให้เป็นถึงจะสอบผ่านเป็นกุ๊กอาหารไทยได้ โชคดีในข้อสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติไม่ยักกะมีข้อสอบไข่เจียว ไม่งั้นคงตกกันระนาว ไข่เจียว เจียวยังไงให้ฟู นุ่ม กรอบ จะว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่าย ข้อสำคัญต้องห้ามเสียดายของท
ข้าวหลาม ขนมทานง่ายไม่ว่าช่วงไหน “วงษ์สุวรรณ์ ข้าวหลาม” ร้านข้าวหลามชื่อดังจังหวัดนครสวรรค์ มีที่มาไม่ธรรมดา เพราะร้านนี้สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นทวด รุ่นยายแล้ว กระทั่งถึงรุ่นปัจจุบัน โดย คุณธนภัสสร์ ศรีสังข์ หรือ คุณแจ็ค อายุ 41 ปี คุณแจ็ค บอกกับเราว่า ตนเป็นรุ่นที่ 4 มารับช่วงต่อได้ 15 ปีแล้ว ข้าวหลามของทางร้านเป็นสูตรของนครสวรรค์โดยแท้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานเป็นเซลขายยา พอเข้าช่วงอายุหนึ่งจึงกลับมาสานต่อการทำข้าวหลามของที่บ้าน ถามคุณแจ็คต่อว่าทำไมเลือกสานต่อการทำข้าวหลาม เจ้าตัว บอกว่า เห็นว่านำมาเป็นอาชีพ ยึดเป็นรายได้หลักได้ ในรุ่นก่อนนั้น วงษ์สุวรรณ์ ข้าวหลาม มีรสชาติปกติคล้ายกับข้าวหลามทั่วไป หลังจากคุณแจ็คเข้ามาดูแล มีการเพิ่มรสชาติขึ้นให้หลากหลาย ด้วยเพราะต้องการนำข้าวหลามเป็นสินค้า OTOP จังหวัดนครสวรรค์และแข่งดาวกับข้าวหลามเจ้าอื่นๆ “การจะเข้า OTOP เราจะต้องคัดสรรสิ่งดีๆ ดัดแปลง และปรับสูตร เพื่อแข่งดาว การเข้า OTOP ยังทำให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้าน เพราะมีการรวมตัวกันทำ เรียกได้ว่าหมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านข้าวหลามก็ได้” รสชาติที่บอกว่าทำเพิ่มขึ้น มีดังนี้ ไส้ถั่วดำ ไส
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สามารถขยายผลในวงกว้าง สร้างรากฐานที่ดีของเอสเอ็มอีในหลากหลายพื้นที่และเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้ก้าวทันกับยุค 4.0 จำเป็นต้องอาศัยพี่เลี้ยงที่เป็นมืออาชีพ คอยให้คำแนะนำแก่เอสเอ็มอี สสว. จึงเปิดตัวกิจกรรม Train the Coach เพื่อพัฒนาโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจและด้านเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าหมายในช่วง 3 ปี จะผลิตโค้ชมากกว่า 2,200 ราย และพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 10,000 ราย พร้อมสร้างระบบฐานข้อมูลโค้ชของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางทั้งให้คำปรึกษาและจับคู่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง ทั้งนี้ กิจกรรม Train the Coach ภายใต้โครงการศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจร (OSS) ของ สสว. และเป็น 1 ใน 9 มาตรการของภาครัฐ ที่ต้องการยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่ยุค 4.0 โดยเป็นการช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีได้รับการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจหรือชี้แนวทางการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจด้วยเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน มีการลงทะเบียนโค้ชเข้าสู่ระบบผ่าน www.thesmecoach.com รวมถึงฝ
“ไข่มดแดง” ໄຂ່ມົດແດງ หรือ “ไข่มดส้ม” ໄຂ່ມົດສົ້ມ ในภาษาอีสาน–ลาว เป็นไข่ของมดแดงที่เรียกกันว่า “แม่เป้ง” ซึ่งเป็นไข่และตัวอ่อนระยะดักแด้ของมดแดง ที่ว่าเป็นของหรูนี้ก็เพราะว่าราคาของมันนั้นแพงเอาเรื่อง กิโลกรัมละหลายร้อยบาท ความนิยมของไข่มดแดงในฐานะอาหารโอชารส ที่ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวนี้ ทำให้เกิดการคิดค้นในการเลี้ยงมดแดงขึ้น และยังมีการบรรจุใส่กระป๋องส่งออกขายไปยังต่างแดนด้วย อาหารบ้านๆ จึงได้โกอินเตอร์ไปบริการชาวไทย-ลาวทั่วโลก เมื่อลมแล้งเริ่มฤดู มดแดงต่างขะมักเขม้นม้วนใบไม้ทำรังบนต้นไม้สูง เขาจึงว่ามันเป็นอาหารชั้นสูง ช่วงนี้ชาวบ้านจะออกชะเง้อมองหารังแล้วแหย่รังสอยลงมา ไข่มดแดงนี้ ว่ากันว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงทั้งโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ขนาดองค์การอนามัยโลก รณรงค์ให้กินเป็นอาหารเช่นเดียวกับการบริโภคแมลงที่ชาวตะวันตกเคยเห็นเป็นของประหลาด ชาวลาวนิยมเอาไปต้มใส่ปลาค้อ (ปลาช่อน) ใส่ในแกงเห็ด แกงผักหวาน เช่นเดียวกับชาวไทยอีสานและเหนือ จะใส่ปลาแห้งหรือเนื้อปลาด้วยก็แล้วแต่ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือปลาร้า ที่จะทำให้แกงถ้วยนี้นัวยิ่งขึ้น เครื่องแกงหลักๆ ประกอบด้วย พริก ห
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ คุณสุวรรณ เหรียญเสาวภาคย์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารจาก 16 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้ประกอบการ SME จัดงานแถลงข่าว การประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 10 และการประกวดรางวัล SME Startup ครั้งที่ 2 ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ คุณสุวรรณชัย เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. คือการส่งเสริมและสนับสนุน การเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการ SME ในการสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานต่างๆ ตามนโยบายซึ่งรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและยกระดับการส่งเสริม SME ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยการประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ หรือ SME National Awards นับเป็นหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ของไทยสู่ระดับสากล โดย สสว. เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2549 และดำเนินการต่อเนื่องมาแล้ว 9 ครั้ง มีผ
คุณนฤมล ใหม่โสภา ตัวแทนสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยว เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเวชสำอางจากมะพร้าวบนเกาะพะงัน แบรนด์ COCONUT Koh Phangan (โคโคนัท เกาะพะงัน) ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นสินค้ามีความหลากหลาย บรรจุภัณฑ์ทันสมัย ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยว่า สืบเนื่องจากที่ผ่านมา หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างมีแผนประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะพะงัน แต่ต้องยอมรับ “คนท้องถิ่น” จำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบ จากการเชิญชวนดังกล่าว เพราะแม้จะมีนักท่องเที่ยวมากันมาก แต่กลุ่มคนท้องถิ่นดังกล่าวไม่มีรายได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ทางสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวฯ ซึ่งต้องการให้คนในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบมีรายได้เพิ่มขึ้นจาการท่องเที่ยว เพื่อจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขทุกฝ่าย จึงเห็นพ้องให้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน มีอุปนายกฝ่ายต่างๆ ขึ้นมา เพื่อรับผิดชอบงานด้านการเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวชุมชน และการทำงานของสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวฯ ลักษณะดังกล่าว พบว่า บนเกาะพะงัน
