Exclusive
ยุคที่การจราจรสุดเมืองใหญ่สุดแสนจะวิกฤติ ส่งผลให้การออกไปจับจ่ายใช้สอยลำบากมากขึ้น แต่นั่นคงไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว พราะยามนี้ มีอาชีพ “รับหิ้วสินค้า Sale”โดยเฉพาะ มาคอยบริการรับกระแสสินค้าลดราคาที่กำลังล่อตาล่อใจ “ขาช็อปฯ”น้อยใหญ่ทั้งหลาย สนใจสินค้าตัวไหน แค่ อินบ็อกซ์ เจรจา โอนเงิน รอรับของอยู่บ้านแบบสบายๆ ได้เลย คุณแอร์-พัชรา สุภาวัฒน์เจริญกุล อายุ 30 ปี เป็นอีกคนที่หันมา “รับหิ้วของ Sale” เป็นอาชีพเสริมจากงานประจำที่ทำอยู่ เธอเล่าว่า ทำมาเกือบ 1 ปี 2 เดือน เพราะอยู่ใกล้แหล่งที่มีสินค้าลดราคาเยอะ สามารถหิ้วได้ จึงลองทำดู โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ช่วงวันหยุด และพักกลางวัน ออกไปหิ้ว แต่ต้องวางแผนก่อนออกไปหิ้ว เช่น ถ้าเวลาน้อยจะหิ้วบริเวณใกล้เคียงเพื่อกลับมาทำงานให้ทัน เน้นที่ใกล้ๆ สามารถเดินไปได้ จะไม่รับรายการหิ้วไกลและเดินทางไปยาก สรุปเน้นความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นนักหิ้วมืออาชีพ ต้องมีเวลา มีรถถึง จะคล่องตัวกว่าที่เธอทำ “ส่วนใหญ่เวลาไปหิ้วของ จะอาศัยการเดินเพื่อประหยัดต้นทุน เพราะบางครั้งไปหิ้วแล้วสินค้าไม่มีก็เยอะ ความเสี่ยงที่จะไม่ได้ก็มีค่ะ” คุณแอร์ บอกรูปแบบการทำงาน ค
ในยุคที่ “ช้อปออนไลน์” กำลังเติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ เพียงแค่คลิก จ่ายเงิน จากโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว กลายเป็นยุคที่ห้างร้านต้องคิดหนักว่าจะทำเช่นไรจึงจะอยู่รอด แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็ยังมี “ช็อปเครื่องสำอาง” แบรนด์หนึ่ง ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับกระแส กับ “อีฟแอนด์บอย” หรือที่ใครหลายคนคงจะคุ้นตากันดีกับแบรนด์ร้านเครื่องสำอางสีชมพูดำ ที่ได้เห็นสาวๆ แน่นร้านตลอดวัน เรียกได้ว่า เป็นมัลติแบรนด์สโตร์สัญชาติไทย ที่เทียบชั้น มัลติแบรนด์สโตร์ของเมืองนอกที่มาเปิดในเมืองไทยได้อย่างสูสีทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้ ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม อีฟแอนด์บอยยังมีผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 2,200,000 ราย จากวันแรกจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 12 ปีที่ “อีฟแอนด์บอย” มัลติแบรนด์สโตร์สัญชาติไทย เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยมี “บอย-หิรัญ ตันมิตร” ลูกเจ้าของร้านโชห่วยเมืองมหาสารคาม อายุ 35 ปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่นำแบรนด์ไทยสู่ความสำเร็จ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 เมื่อสำเร็จการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระแสของห้างร้านดังที่กำลังจะแทนที่โชห่วย กลายเป็นเรื่
หลายคนอาจรู้จักกันดี สำหรับ ท๊อฟฟี่ – จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร เจ้าของฉายา “นางฟ้าไอที”คนล่าสุด ผู้ก่อตั้ง เพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” ที่มียอดไลก์นับแสน และเขายังเป็นเจ้าของเอกลักษณ์แต่งกายภายใต้คอสเพลย์ชุดนักเรียนสาวมัธยมฯญี่ปุ่น ไว้ผมบ๊อบหน้าม้า ทว่าหนวดเครารุงรัง กระทั่ง “ลุคส์”ดังว่า เข้าตาเจ้าของสินค้าหลายราย จนมีการว่าจ้างให้เป็นเป็น “พริตตี้”ของแบรนด์ ค่าตัววันละหลักหมื่นเลยทีเดียว ความน่าสนใจของ “นางฟ้าไอที” คนนี้ ไม่ได้อยู่แค่ที่ รูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่เหมือนใคร แต่สาระสำคัญบนเพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” นั้น ยังมีประโยชน์ต่อคนทั่วไป โดย ท๊อฟฟี่ เคยบอกไว้ “หัวใจหลัก” ของเพจนี้ อยากให้คน ทุกเพศ ทุกวัย มองว่า คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หรือเข้าถึงยาก อย่างที่คิด เนื้อหาที่นำเสนอเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องคอมพิวเตอร์ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในเบื้องต้น เวลามีปัญหา ไม่ต้องคอยแต่ส่งร้านซ่อมอย่างเดียว เป็นเหมือนการปูพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์เบื้องต้นให้กับคนทั่วไป โดยนำเรื่องในชีวิตการทำงานของตัวเขา เอง มาสร้างเนื้อหาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ด้วยความน่าสนใจของบุคลิกภาย
“การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อ ไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ”คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็นเวลาหนึ่งปี จากนั้นจึงย้ายกลับมาประจำโรงงานในเมืองไทย ตำแห่งหัวหน้าฝ่ายผลิตต่ออีก 3 ปี “ตอนเรีย
คุณภคพล กิจประภาศิริ วัย 28 ปี อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ปัจจุบันหันมาสร้างกิจการของตัวเอง ด้วยอาหารญี่ปุ่น เมนู เทมปุระ คุณภคพล เผยแนวคิดเบื้องหลังว่า เทมปุระ น่าจะนำมาทำเป็นของกินเล่นได้ เนื่องจากตัวเองชอบกินเทมปุระมาก “ผมเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย ชอบกินเทมปุระ ไปนั่งกินที่ร้านอาหาร แต่อยากกินแค่เทมปุระไง ก็เลยเกิดไอเดียว่า ทำไมไม่ทำเป็นสแน็ก กุ้ง หอย ปู ปลา ผัก นำมาทอดได้หมด” ส่วนสาเหตุที่ลาออกจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก็เนื่องจาก เบื่อการเดินทาง และคิดว่าน่าจะทำอะไรเป็นของตัวเองดีกว่า ด้วยความรู้ที่เคยมี ทางด้านการทำอาหาร เนื่องจากเคยเป็นผู้ช่วยพ่อครัวที่โรงแรมแมริออท ทำให้คุณภคพล ตัดสินใจพัฒนาสูตรเทมปุระให้เป็นของตัวเอง โดยไม่แพง แต่เป็นของทอดแบบญี่ปุ่น ยังทาด้วยซอสเผ็ด และราดชีสเยิ้ม ถูกใจผู้บริโภคยุค 4G “ตอนแรกไปขายที่ เอแบค บางนา นั่งขายอยู่หลายชั่วโมงได้ 2 กล่อง รับงานถัดมา ก็ขายได้ประมาณนี้ ผมก็ท้อนะ แต่ไม่เลิก จนกระทั่งมาได้ที่ขายอาร์ตบ๊อค เกิดเลย ขายได้เกือบ 400 กล่อง กล่องละ 99 บาท ได้เงินเกือบ 40,000 บาท ผมคิดว่ามาถูกทางแล้ว คือเราต้องหาทำเลที่ลูกค้าเราอยู่ตรงนั้
จากกระแสฮือฮาในวงการ “ปลาร้า” ภายหลังที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศช่วงราวกลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้า : ปลาร้าตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 โดยมีการระบุ ตั้งแต่คำอธิบาย กระบวนการผลิต ส่วนประกอบและเกณฑ์คุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะทางกายภาพที่ต้องคลุกเคล้ากันพอดี ไม่แห้งหรือเละเกินไป เนื้อปลานุ่ม หนังไม่ฉีกขาด มีสีตามลักษณะเฉพาะของเนื้อปลา กลิ่นหอมตามลักษณะเฉพาะของปลาร้า ไม่มีกลิ่นคาว เหม็นอับ เหม็นเปรี้ยว นั้น คุณสิวพงศ์ สัจจะวัฒนวิมล ผู้จัดการโรงหมัก “ปลาร้าป้าสาย” และผู้ผลิตปลาร้าแปรรูปพาสเจอไรซ์ แบรนด์ “ปลายจวัก” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า หลังข่าวประกาศราชกิจจาฯ ออกเรื่อง “การควบคุมมาตรฐานปลาร้า” มาไม่นานนี้ ปรากฏมีประชาชนติดต่อสอบถามกันเข้ามา อย่างมากมาย ส่วนใหญ่สอบถาม ปลาร้าต้องทำยังไงให้ผ่านมาตรฐาน ทำยังไงถึงจะสะอาดน่ารับประทาน ทางเราหวงวิชาหรือไม่ เพราะอยากรู้เคล็ดลับอื่นๆ บ้าง คุณสิวพงศ์ สัจจะวัฒนวิมล (สวมแว่น) “ทางเราไม่หวงวิชาการทำปลาร้าครับ สามารถอธิบายเป็นขั้นตอนใ
ในอดีตผู้คนอาจจะรู้จัก ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ลูกชายของ “อาภัสรา หงสกุล” นางงามจักรวาลคนแรกของเมืองไทย กับอดีตสามี “ม.ร.ว.เกียรติคุณ กิติยากร” ในภาพลักษณ์บุคคลที่อยู่ในสังคมไฮโซ แต่หลายปีมานี้ เจ้าตัวซึ่งเคยบวชพระสายวัดป่ามาหลายพรรษา ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว นอกจากนี้ ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ยังเป็นคุณพ่อที่มีหนุ่มน้อย ด.ช.กัสสป วัย 6 ขวบ อยู่เคียงข้าง พร้อมด้วยภรรยาสุดสวย “กิ๊บ-บุรีรัตน์ พรมดาว” ที่อายุอ่อนกว่าเกือบ 20 ปี โดยใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่สวน “Roong Organic” แถวปากช่อง มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 45 ไร่ และปลูกผลหมากรากไม้หลากหลายชนิด ซึ่งตอนนี้เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว โดยเฉพาะมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์ที่เป็นอินทรีย์ ใช้ชื่อแบรนด์ “Roong Organic” สวนนี้เป็นสมาชิกของโครงการสามพรานโมเดลด้วย และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คุณกิ๊บจะไปทำหน้าที่ขายมะละกอที่ตลาดสุขใจ ซึ่งมีลูกค้าประจำมาอุดหนุนตลอด ชี้ทำเกษตรอินทรีย์ไม่ยาก หม่อมโจ้ แจกแจงให้ฟังว่า ผลไม้หลักๆ ที่ออกปริมาณเยอะเลยคือ มะละกอฮอลแลนด์ ประมาณ 30% นอกนั้นก็มีกล้วย มีมะม่วง กล้วย 3 ชนิด มีกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า อีกแปลงเ
เก็บตกอีกเรื่องราวน่าสนใจจากสองข้างทาง สืบเนื่องจากเมื่อวันก่อน ตอน ทีมงาน“เส้นทางเศรษฐีอออนไลน์”กลับเข้ากรุงเทพฯจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี ขับรถมาเรื่อยๆจนถึงเขตตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ท้องเริ่มร้องตอนสิบโมงเศษ ด้วยความไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงไม่มีร้านเป้าหมายชัดเจน เลยอาศัยมองป้ายข้างทางไปเรื่อยๆ สะดุดตาป้าย “ครัวนายบ้าน อีก 500 เมตร” เลยชะลอความเร็ว ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าไปขอดรถหน้าร้านได้พอดิบพอดี ดูโหงวเฮ้งร้านเมื่อแรกพบ รู้สึกชอบใจในความโปร่งโล่งตา พอเดินขึ้นไปมองหาอาหาร เห็นหม้อแกง สแตนเลสสะอาดสะอ้านมันแวบเรียงรายอยู่หลายหม้อ ความหิวเลยเหมือนถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกรอบ เมื่อได้กับข้าวตามต้องการแล้ว ก็เดินไปหยิบ “ผักเหนาะ” กับน้ำพริกกะปิ ที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ลูกค้าหยิบได้แบบบริการตนเอง เห็นแล้วนึกชอบใจในรูปแบบการจัดวาง ที่ใช้ตู้กระจกคล้ายตู้ใส่ผลไม้รถเข็น มาวางไว้บนโต๊ะกลางร้าน ใครต้องการผักอะไรก็ไปเปิดหยิบเอาเองตามชอบ สำหรับการจัดวาง “ผักเหนาะ” ของร้านอาหารใต้ ส่วนใหญ่ที่เคยเห็น มักเป็นถาดหรือกระจาดวางไว้ ตักครั้งหนึ่งอาจหกเรี่ยราด หากร้านไหนพิถีพิถันหน่อยก็จะนำผ้าข
เอกลักษณ์ที่เป็นรูปแบบของการรับประทาน “อาหารปักษ์ใต้” บ้านเรานั้น ถ้าให้นึกเร็วๆ เห็นจะเป็นการนำผักพื้นบ้านนานาชนิดมา “กินแนม” แก้ความเผ็ดร้อนของกับข้าว โดยอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ พื้นที่จังหวัดที่อยู่ทางฝั่งอ่าวไทยจะเรียกผักสดเหล่านั้นว่า “ผักเหนาะ” ส่วนจังหวัดที่อยู่ทางฝั่งทะเลอันดามัน จะเรียกว่า “ผักเกล็ด” ซึ่งหมายถึงการกัดกินทีละนิด วันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ล่องใต้ไปรับลมทะเลที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ระหว่างการเดินทางมีโอกาสแวะรับประทานอาหารอร่อยๆ อยู่หลายร้าน แต่ที่ประทับใจจนอยากนำมาแชร์ “ร้านขนมจีนใต้น้องนุ่น” พิกัดหาไม่ยาก ตั้งอยู่หลังปั๊มน้ำมัน ปตท. ติดกับสำนักงานตลาดสดละไม หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวย่านสำคัญบนเกาะสมุย “ขนมจีนน้ำยาปู” คือ เมนูที่แนะนำ ตอนแรกที่สั่งคิดคนเดียวในใจ คงราคาจานละหลายบาท เพราะเคยสั่งรับประทานในกรุงเทพฯ เมนูนี้หรูใช่เล่น เซตหนึ่งถึงหลักหลายร้อย พอถูกเสิร์ฟมาวางตรงหน้า ถึงกับรีบคว้าสมาร์ตโฟนมาบันทึกภาพ ด้วยเหตุหน้าตาของอาหารจานที่อยู่ตรงหน้า ช่างแปลกตา-น่ารับประทานยิ่งนัก และที่ว่าแปลกตานั้น เห็นจะเป็น “ปู” พระเอกของจาน ที่มากันเป็นช
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า สสว.พร้อมรุกโครงการ SME ONLINE ปี 2561 เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างยอดขายในรูปแบบ B2 B2C พร้อมจัดแคมเปญถึงใจ SME 1 BAHT ช็อปสินค้าดีในราคา 1 บาท กว่า 100,000 รายการ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน และเข้าถึงผู้บริโภค โดยแคมเปญนี้จะดำเนินการในทุกวันที่ 1 ของเดือน หวังสร้างยอดขายกว่า 650 ล้านบาทภายในปีนี้ จากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน ทำให้รัฐบาลยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตมวลรวมของประเทศ สสว. จึงดำเนินโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SME หรือ “SME ONLINE” อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 นี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ สสว. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขน
