Exclusive
เราเคยพากันมาเดินตลาดที่รัสเซียมา 2 ครั้งนะถ้าฉันจำไม่ผิด ครั้งสุดท้ายก็เมื่อเขาฉลองครบ 100 ปีการปฏิวัติรัสเซีย หรือการก่อตั้งประเทศเขา ซึ่งก็เน้นไปในเรื่องพิธีการ ไม่เฮฮากันเท่าไหร่ ก็อย่างว่าน่ะ มันเป็น 100 ปีของประเทศยิ่งใหญ่ที่ไม่มีอีกต่อไปแล้ว มันเป็น 100 ปีของสหภาพโซเวียต ที่บัดนี้แยกออกมาเป็น 20 กว่าประเทศ อดีตยิ่งใหญ่โอฬารของสหภาพโซเวียตเหลือแต่อดีตมาตั้งแต่ปี 2534 โน่น เลยไม่รู้จะฉลองไปทำไม และจะให้ประเทศไหนฉลองดี ครั้นรัสเซียจะฉลองคนเดียวก็เหว่ว้าพิลึก เขาเลยเพลาๆ การฉลองลงเสีย เน้นพิธีกรรมรำลึกพองาม ซึ่งฉันก็ว่าพอดีแล้ว อย่าไปฟูมฟายอะไรนักหนาเลยกับอดีต ขอมารัสเซียอีกรอบ มาหน้าหนาวเพื่อหนาวกันให้สุดใจ ไปเดือนแห่งการฉลองคริสต์มาส ที่ทั้งประเทศขาวโพลนไปด้วยหิมะ และแสงสีแห่งการเฉลิมฉลอง อย่าคิดว่ารัสเซียเป็นคอมมิวนิสต์เขาฉลองคริสต์มาสไม่เป็น เขาฉลองกันอึกทึกครึกโครมกว่าแถวตะวันตกเป็นไหนๆ ขอบอก เรามักติดกับภาพว่าคนรัสเซียต้องเชย ต้องใส่เสื้อตัวโคร่ง ไม่รู้จักแฟชั่น กินแต่วอดก้า แต่รัสเซียรุ่นใหม่เขาทันสมัย เขากินโค้กและแฮมเบอร์เกอร์ ร้านรวงเขาใหญ่โตโอฬารติดไฟเฉลิมฉลองคริสต์มาสมลั
แม่ๆ หลายคนมักพบปัญหากับการปั๊มนมให้ลูกน้อย เพราะน้ำนมมีปริมาณไม่เพียงพอ หรือมาไม่สม่ำเสมอ ต้องแสวงหาวิธีการต่างๆ ทั้งทาน ทั้งดื่มของที่โบราณบอกว่าช่วยเรื่องบำรุงน้ำนม เช่นเดียวกับ คุณกิ๊ฟ วัชราภรณ์ ลิมป์วชิรคม วัย 36 ปี คุณแม่ลูกสองที่พบเจอปัญหาเดียวกันนี้ แต่เธอพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส นำประโยชน์จากหัวปลีที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำนมมาผลิตเป็นสินค้าพร้อมดื่มสำหรับคุณแม่ ตรานมจงมา ทานง่าย พกพาสะดวก ต้องบอกก่อนว่าคุณแม่ลูกสองคนนี้เธอทำธุรกิจร้านอาหารควบคู่ไปกับการทำน้ำหัวปลีตรานมจงมา ภายใต้บริษัท นมจงมา 2559 จำกัด เธอเล่าถึงที่มาของธุรกิจให้ฟังว่า เป็นหนึ่งในคุณแม่ที่พบปัญหาการให้นมบุตรเนื่องจากนมไม่คัด ตอนท้องแรกยังไม่มีตัวช่วยเพิ่มน้ำนมมากนัก ทำได้เพียงทานยาที่คุณหมอสั่งพอหยุดทานยาน้ำนมกลับไม่ไหลเหมือนเดิม จึงลองทานอาหารที่โบราณว่าไว้ว่าช่วยเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่จนไปสะดุดเข้ากับอาหารที่มีส่วนผสมของหัวปลีอย่างต้มข่า จึงทำให้รู้ว่าร่างกายถูกกับหัวปลี ทานแล้วนมคัด กระทั่งได้สูตรน้ำหัวปลีจากพี่สาวที่มีปัญหาเรื่องนมไม่คัดเหมือนกัน คุณกิ๊ฟจึงให้บุคลากรในร้านอาหารของเธอผลิตน้ำหัวปลีในรูปแบบโฮมเม
ย้อนทบทวนสภาพเศรษฐกิจ ปี 2560 ที่ผ่านมา คนทำมาค้าขายในหลายๆวงการ ต่างออกมาพูดบ้าง บ่นบ้าง เป็นเสียงเดียวกัน ปีนี้ไม่ “เซ้ง-ลี้-ฮ้อ” เอาซะเลย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเล็ก เจ้าใหญ่ หันไปทางไหนเห็นแต่หน้าจ๋อยๆ พวกที่ทุนหนาหน่อยอาจยังพอประคองกันไปได้ ส่วนพวก “สายป่านสั้น” ก็มีอันล้มหายตายจาก ต้อง“ม้วนเสื่อ”กลับบ้านไปตั้งหลักกันอยู่หลายราย แม้บรรยากาศในการทำธุรกิจดังว่าจะส่งผลกระทบไปยังผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย หากสำหรับ CARNIVAL (คาร์นิวัล) ร้านขายรองเท้าผ้าใบหรือเรียกให้ร่วมสมัยว่า รองเท้า“สนีกเกอร์”มัลติแบรนด์ แล้วหล่ะก็ บอกเลยว่า เรื่องที่จะ “ขายไม่ได้” หรือ “ขายไม่ดี”นั้น เป็นประเด็นไกลตัวสำหรับกิจการดังว่านี้เหลือเกิน เพราะข้อมูลที่ได้รับมาจากซีอีโอหนุ่มไฟแรงนั้น เขายืดอกภูมิใจ ก่อนบอกเสียงดังให้ฟังกันชัดๆ “เปิดมา 7 ปี ผลประกอบการน่าพอใจตั้งแต่ปีแรก ยิ่งเข้าปีที่ 3-4-5 ยอดขายโตแบบก้าวกระโดดเป็นเท่าตัว ส่วนปีล่าสุดนี้ตัวเลขรายรับอยู่ที่เก้าหลักหรือหลักร้อยล้านบาท ครับ” แม้จะเป็นช่วงเวลาของบ่ายวันทำงาน แต่บรรยากาศภายในร้าน CARNIVAL สาขาสยามสแควร์ ซอย 11 ก็คึกคักไปด้วยลูกค้าทั้งชายหญิงหลากหลายว
ร้านอาหารซีฟู้ดยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องขับรถไปถึงริมทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา สด ใหม่ก็มีพร้อมเสิร์ฟถึงในเมือง ทาลาเล ซีฟู้ด เรสเตอรองท์ (Talalay Seafood Restaurant) ร้านอาหารสไตล์ไทย-ซีฟู้ด เปิดใหม่ย่านนนทบุรี บนถนนชัยพฤกษ์ บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ไปมาสะดวก ถือเป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งการพักผ่อนและรับประทานอาหาร เจาะลูกค้ากลุ่มครอบครัว บริหารงานโดยนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง อย่าง คุณพลอย อยู่ศรี, คุณภาคิน ศุภนิธิโชค ร่วมด้วย คุณพิจิกา โรจน์ศตพงศ์ ฟู้ดดีไซเนอร์มือฉมังและที่ปรึกษาของร้านแห่งนี้ คุณพลอย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านแห่งนี้ว่า อยากส่งต่อวัตถุดิบสดใหม่ อาหารที่มีคุณภาพจากในครัวสู่ผู้บริโภค ส่งตรงจากเมืองแม่กลองและอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ผสานกับการปรุงอย่างประณีต โดยเชฟผู้มากประสบการณ์ด้านอาหารกว่า 20 ปี จึงได้รสชาติอาหารทะเลแบบดั้งเดิมแท้ๆ ส่วนแนวคิดในการออกแบบร้าน คุณภาคิน เล่าว่า เป็นสไตล์เทรนดี้ จัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว เอื้อต่อลูกค้ากลุ่มครอบครัว เริ่มตั้งแต่โซน Open Air รองรับลูกค้าได้มากกว่า 200 ท่าน แอบอิงความเย็นสบายด้วยสายน้ำที่เย็นฉ่ำจากน้ำตกขนาดใหญ่ พร้อมเพลิด
ผัดไทย เป็นอาหารที่มีขายทั่วไป เจ้าไหนรสชาติดี มีชื่อเสียง ก็ขายดีหน่อย เป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ แต่นับเป็นเมนูยอดฮิต ที่ขายกันทั่วบ้านทั่วเมืองจริงๆ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจอมาเจ้านี้ ใช้จุดขายที่ต่างออกไป คือเป็นผัดไทยใส่ในกะลา ถ้าเป็นแบบซื้อกลับบ้าน ก็ถือกะลากลับไปเลย ราคาเริ่มต้นที่ 59 บาทสำหรับผัดไทยธรรมดา 69 บาทสำหรับผัดไทยกุ้ง และ 99 บาทสำหรับผัดไทยกุ้งก้ามกราม ผัดไทยกะลา เจ้านี้ มีคุณกวี วัฒกีเจริญ วัย 34 ปี เป็นเจ้าของ มีร้านประจำอยู่ที่ ตลาดนัดหัวมุม เกษตร-นวมินทร์ ขายทุกวัน ตั้งแต่ 17.00-24.00 น. คุณกวี เล่าว่า สูตรผัดไทยดั้งเดิม ได้รับสืบทอดมาจากคุณแม่ ที่ขายมานานกว่า 20 ปี และเป็นของบรรพบุรุษ ที่นับย้อนไปได้ราว 50 ปี เป็นผัดไทยซอสมะขาม คุณกวีเอง ก็เรียนรู้และคลุกคลีอยู่กับมันตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อเรียนจบระดับชั้นมัธยมปีที่ 6 คุณกวี ไปทำงานเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้าอยู่หลายปี จนตำแหน่งสุดท้ายคือรองผู้จัดการแผนก แต่คุณกวี ก็มีความฝันว่าอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง และมองหาสิ่งใกล้ตัว “ผมมีความฝันตั้งแต่ทำงานประจำแล้วว่า อยากสร้างธุรกิจส่วนตัว อยากรวย และ
“บ้านแดง” แห่งซีเหมินติง ไต้หวัน เป็นอาคารสไตล์ตะวันตก ถูกสร้างในปี 1908 ครั้่งแรกถูกใช้เป็นตลาด ดีไซน์โดย คอนโน จูโร่ ทีมีอาคารด้านหน้าเป็นทรงแปดเหลี่ยม และต่อด้วย อาคารทรงไม้กางเขน อันแสดงให้เห็นถึงการผสมผสารระหว่างตะวันตกและตะวันออก อาคารหลังนี้ ถูกสร้างขึ้นในช่วงญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน เนื่องจากญีปุ่นต้องการแหล่งค้าขาย ไม้ดอกไม้ประดับ ข้าวของเครื่องใช้ ตำรา และสินค้าพื้นเมืองของญีปุ่่นเอง หลังสงคราม บ้านแดงก็ถูกทิ้งร้างเรื่อยมา กราะทั่ง ในปี 2007กระทรวงวัฒนธรรมของไทเป ก็ปรับรูปแบบของอาคารแปดเหลี่ยม ให้เป็นโรงภาพยนตร์ แห่งแสดงงานศิลปะของชาวไต้หวัน บนชั้น 2 มีร้านชา และร้านค้าแอนทีค โดยให้เป็นย่านของศิลปินและนักออกแบบ ได้รับกา่รสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ ในอันที่จะให้ คนสร้างสินค้าจากไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ (ข้อมูลจากเอกสารแผ่นพับเพื่อการสื่อสาร ที่ีบ้านแดง ไต้หวัน) การเดินทางไป บ้านแดงแห่งนี้ก็ง่ายมาก ถ้าขึ้นรถ สายสีน้ำเงิน หรือสีเขียว ก็มาลงที่ ซีเหมินติง แล้วออกทางออกหมายเลข 6 ขึ้นมาจากรถไฟใต้ดินก็จะเจอเลย อันนี้เป็นสินค้าที่สร้างจากส่วนประกอบต่างๆ ในคอมพิวเต
“ทุ่งกังหันลม เขาค้อ” นับเป็น “แลนด์มาร์ก” ใหม่ล่าสุด บน “เขาค้อ” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนบอกต่อกันว่า ถ้ามีโอกาสไปถึงแล้วต้องห้ามพลาดไปแวะเยี่ยมชม พร้อม “เซลฟี่” ไว้เป็นที่ระลึกตามยุคสมัย “ทุ่งกังหันลม” แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านเพชรดำ ตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ หากเมื่อขับรถตามทางหลวงหมายเลข 2196 (สี่แยกรื่นฤดี-แคมป์สน) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 14 จะเห็นป้าย ให้เลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข 2305 ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงทุ่งกังหันลม หรือห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อ ประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากสามแยกแคมป์สน ประมาณ 21 กิโลเมตร ตามการคำนวณของ “กูเกิ้ล แมพ” “ทุ่งกังหันลม” นอกจากจะมีทิวทัศน์สวยงามสุดลูกตาแล้ว ยังมีสินค้าน่าสนใจจากท้องถิ่นมาคอยจำหน่าย อย่าง มะระหวาน ยอดฟักแม้ว เสาวรส ถั่วพูยักษ์ ฟักหอม เป็นต้น นอจากนี้ยังมีสินค้าและบริการ จากชาวบ้านหมู่บ้านเพชรดำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์เผ่าม้ง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย นับตั้งแต่ “พิซซ่าม้ง” ขนมของคนท้องถิ่นที่ถูกนำมาตั้งชื่อใหม่ ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมกับมันม่วง ก่อนนำไปปิ
“สวนวชิรเบญจทัศ” คือ ชื่อเรียกขานสวนสาธารณะของคนกรุงเทพฯ หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า “สวนรถไฟ” นั้น ตั้งอยู่บนถนนกำแพงเพชร 3 เขตจตุจักร บนเนื้อที่กว่า 375 ไร่ ปัจจุบันได้รับความนิยมจากกลุ่ม “คนรักษ์สุขภาพ” เป็นจำนวนมาก ทั้งคนไทยและต่างชาติ เพราะนอกจากสถานที่แห่งนี้ จะมีบรรยากาศร่มรื่นสวยงาม เหมาะแก่การหย่อนใจแล้ว ยังมีกิจกรรมน่าสนใจให้เลือกทำกันตามแต่อัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นการ เดิน วิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน โดยเฉพาะ “การปั่นจักรยาน” นั้น ว่ากันว่าเป็นกิจกรรมสุดฮิต ชนิด “ต้องห้ามพลาด” และได้รับความนิยมจากผู้คนทุกเพศ-วัย ที่เดินทางมาพักผ่อนที่สวนสาธารณะแห่งนี้ สำหรับพาหนะสองล้อ ที่ใช้ปั่นกันในสวนรถไฟนั้น ใครจะหอบหิ้วของส่วนตัวมา หรือว่าจะมาหาเช่าจากร้านที่เปิดบริการอยู่ในละแวกก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ซึ่งจักรยานเช่านั้นมีให้เลือกกันหลายแบบ หลายขนาด ตามแต่ใครจะถนัด ส่วนราคาค่าเช่านั้นแสนจะถูก ปัจจุบันอยู่ที่คันละ 20 บาท ปั่นกันได้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้ายันเย็น สวนรถไฟ “ปอดใหญ่ของคนกรุง” เปิดทุกวันตั้งแต่ตีห้าถึงสามทุ่ม อาจเป็นตัวเลือกน่าสนใจ สำหรับวันพักผ่อนของครอบครัวR
ไม่ต้องเรียนจบสูงก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นนายตัวเองได้ หากมีไอเดีย และลงมือทำ เหมือนกับ คุณเก่ง-อารีรัตน์ ราโพธิ์ วัยเพียง 23 ปี สาวสิงห์บุรี เจ้าของร้าน ถั่วปั่น 5 สี ธุรกิจเล็กๆ แต่สร้างรายได้ได้จริง เธอเล่าว่า เรียนจบเพียงชั้น ม.3 ทำงานมาหลากหลายอาชีพ จนรู้สึกว่าอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง จึงหันมาค้าขายปรับเปลี่ยนจนเป็นร้านถั่วปั่น 5 สี ขายมานานร่วม 2 ปี “ตอนแรกทำน้ำถั่วปั่นกินเองอยู่เป็นประจำ อีกอย่างมีแฟรนไชส์น้ำถั่วปั่นค่อนข้างเยอะ แต่เราไม่ได้ซื้อมา เห็นว่าน่าสนใจและดีต่อสุขภาพ ลองมาทำกินเอง หาสูตรจนลงตัวแล้วยึดเป็นอาชีพ” เจาะกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพ แก้วละ 30 บาท รายได้ต่อวันประมาณ 3-4 พันบาท ตื่นแต่เช้าเตรียมวัตถุดิบออกขายราว 6 โมงเช้า จนถึงบ่ายโมงโดยประมาณ ใช้ถั่วซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก 5 ชนิด วันละ 5 กิโลกรัม นำไปนึ่ง 8 ชั่วโมง โดยถั่วแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณ ดังนี้ ถั่วเหลือง – ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง ถั่วแดง – ช่วยขับปัสสาวะ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ลมพิษ บรรเทาอาการปวดข้อและบวม ถั่วดำ – มีสารช่วยบรรเทาอาการปวดลำไส้เล็ก บำรุงโลหิต ถั่วเขียว – แ
คุณแนน – วัชราภรณ์ คล้ายเนียม เจ้าของ “รถนิยม CAR BAR MILK” กิจการขายอาหาร-เครื่องดื่มประเภทนมชง ขนมปังปิ้ง สเต๊ก และ อาหารไทยจานหลักหลากหลาย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ทุกเพศ-วัย กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เธอเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว ปัจจุบันอายุ 34 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก่อนหน้านี้ทำงานประจำอยู่ฝ่ายการตลาดของหมู่บ้านจัดสรร ส่วนแฟนหนุ่มซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ คือ คุณต้อม –อนุรักษ์ สุดดี ทำงานในตำแหน่งเป็นวิศวฯไฟฟ้าประจำห้องเย็นแห่งหนึ่งในมหาชัยนี้เอง ทำงานกันมาได้พักใหญ่ เธอเกิดความคิดอยากให้แฟนหนุ่มออกจากงานประจำมาหาอะไรทำที่ได้เงินมากกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท เพราะแม้จะทำโอทีหนักหน่วงแค่ไหน ก็ได้ค่าตอบแทนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท คุณแนน เจ้าของกิจการ “ตอนนั้นที่กรุงเทพฯกำลังฮิตรถโฟล์กตู้ มาแต่งแล้วเปิดเป็นร้านขายนมปั่น-ขนมปังปิ้ง เลยตัดสินให้แฟนลาออกมาทำรถนม บ้างดีกว่า แต่เราไม่มีรถโฟล์กตู้ มีแต่รถกระบะเก่าคันหนึ่ง ซื้อมาสะสมไว้นานแล้ว เลยคิดนำมาดัดแปลงเป็นหน้าร้านหาเงินดีกว่า” คุณแนน
