Exclusive
คุณพนาสิน ธนบดีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนบดีเดคอร์เซรามิค จำกัด เผยที่มาของธุรกิจว่า “ธุรกิจเซรามิกเริ่มมาจากรุ่นคุณพ่อ จากการได้ค้นพบแร่ดินขาว ที่จังหวัดลำปาง เริ่มกิจการด้วยการตั้งโรงงาน ผลิตชามตราไก่ ส่งขายไปทั่วประเทศไทย ตัวผมเองเป็นรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาสานต่อกิจการของคุณพ่อ โดยผมก็เข้ามารับช่วงต่อ และก่อตั้งอีกบริษัทหนึ่งขึ้นเป็นบริษัทผลิตเซรามิก ที่เน้นสินค้าประเภทงานดีไซน์ ส่งขายไปกว่า 78 ประเทศ ในปัจจุบันการทำธุรกิจเซรามิกของธนบดี เรามีประสบการณ์จากการทำกิจการเซรามิกที่เริ่มมาจากรุ่นคุณพ่อ มากว่า 52 ปี จากการผลิตชามตราไก่ และของตัวผมเองที่มีประสบการณ์ในการทำกิจการเซรามิกที่เกี่ยวข้องกับของตกแต่งบ้าน โดยเน้นงานดีไซน์มาร่วม 25 ปี ทำให้รู้ว่า ธุรกิจเซรามิกไม่ได้ง่ายเลย ดูจากผลประกอบการที่ตกต่ำในปี 2555 แต่ด้วยการนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ โดยเน้นไปที่การบริหารคน ดำเนินกิจการมาถึงปีนี้ 2560 ผลประกอบการเติบโตขึ้นกว่า 27 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นการเจริญเติบโตของธุรกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น” จากประสบการณ์กว่า 25 ปี ในการบริหารงานบริษัทผลิตเซรามิก ไม่ง่าย คุณพนาสิน เล่าว่า “
ได้มีโอกาสเดินทางลงพื้นที่ เยี่ยมผู้ประกอบการภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นจังหวัดจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี กับกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานเครือข่ายการพัฒนาเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นการเดินหน้าสานต่อ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จัด คลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐ ครั้งที่ 7 จึงได้ร่วมพูดคุยกับผู้ประกอบการ คือ คุณอรรถกร หมูนวล วัย 36 ปี เจ้าของสินค้าน้ำพริกกุ้ง แบรนด์จรรย์สุดา ซึ่งเล่าให้ฟังว่า “น้ำพริกกุ้ง เริ่มมาจากรุ่นคุณปู่คุณย่า มาต่อที่รุ่นของพ่อแม่ ซึ่งมาทำขายตั้งแต่ปี 2538 สมัยนั้นทำในครัวหลังบ้าน มัดถุงขาย ขายไปได้สักระยะหนึ่งก็ได้รับความนิยม จนกลายเป็นของฝากของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพราะเวลาใครไปใครมา ก็มักจะแวะมาซื้อและนำเอาไปฝาก โดยน้ำพริกกุ้งนี้ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเมียนมา พอมารุ่นผม ซึ่งเริ่มเข้ามาดูแล รับช่วงต่อมากว่า 10 ปีแล้ว จึงได้เข้ามาต่อยอดจากพ่อแม่ ให้น้ำพริกกุ้งกลายเป็นสินค้าที่ที่เพิ่มมูลค่าและสามารถขายได้ทั่วไป” น้ำพริกกุ้งตอ
ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยในต่างประเทศ ปลูกผักไว้ทานกันเองบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินผักที่อยากกิน ผ่อนคลายการคิดถึงบ้าน ที่สำคัญเกิดความภูมิใจได้ทานผักที่ปลูกเอง เฉกเช่นคุณสุพรรณกรรณิการ์ หรือคุณนิกา วังสีราบิคช ปัจจุบันอายุ 54 ปี สาวไทยที่ไปอาศัยอยู่รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมันนี คุณนิกา ไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันนีนาน 16 ปีแล้ว โดยแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ทางภาคกลาง จังหวัด Schwalmstatd หมู่บ้าน ทรูทสไซน. เขตรัฐเฮสเซิน เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นจังหวัดที่ถูกสร้างใหม่เกิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่2 “ดิฉันแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน16 ปี เริ่มปลูกผักกินเองตั้งแต่แต่งงานปีแรก สามีก็มีความรู้เรื่องการปลูกผักท้องถิ่น และการเลี้ยงสัตว์พอสมควร สำหรับจุดเริ่มต้น เพราะบ้านอยู่นั้น ไกลจากตัวเมือง ของกินหายาก และมีราคาแพง เลยจำเป็นต้องปลูกผักทานเอง แต่ทว่าดินจังหวัดนี้ไม่ค่อยดี มีแต่เศษหิน เศษกระเบื้อ เวลาปลูกพืชจำเป็นต้องปรับปรุงดินก่อน” บริเวณบ้านที่คุณนิกาอาศัยอยู่มีพื้นที่ค่อนข้าง เลยพอจะปลูกผักได้ เธออาศัยปรับปรุงดินใช้วิธีใส่ขี้ไก่ และปุ๋ย
นับตั้งแต่ พ.ศ.2538 เป็นต้นมา “เป๊ปซี่โค” สหรัฐอเมริกา บริษัทแม่ของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่าน ‘โครงการส่งเสริมการเพาะปลูกมันฝรั่งอย่างยั่งยืนภายใต้สัญญาข้อตกลงซื้อขายผลผลิตมันฝรั่งที่กำหนดราคารับซื้อที่แน่นอน’ สำหรับโครงการส่งเสริมฯดังกล่าวนั้น ครอบคลุมทั้งการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากต่างประเทศในด้านเทคนิคการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรและช่วยเพิ่มผลิตผลต่อไร่ให้สูงขึ้น การสนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพและปัจจัยการผลิตต่างๆ รวมทั้งรับซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่องทุกปี เกี่ยวกับราคารับซื้อ ตามกรณีมันฝรั่งได้คุณภาพตามที่ตกลง ราคาประกันขั้นต่ำสุด อยู่ที่ กิโลกรัมละ 10.80 บาท สูงสุดอยู่ที่ 12 บาทเศษ โดยสัญญาในแต่ละปีนั้นราคาเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก และตลอดกว่า 22 ปีที่ผ่านมา มีเกษตรกรที่ “เป๊บซี่โค” เข้าไปให้การส่งเสริมในการปลูกมันฝรั่ง ราว 3,500 ราย ครอบคลุมพื้นที่การปลูกรวมกว่า 22,000 ไร่ ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่
ผศ.รัชด ชมภูนิช รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เปิดเผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า” การจ่ายเงินด้วยระบบคิวอาร์โค้ด หรือการไม่พกเงินสด เป็นโครงการที่ทางมหาวิทยาลัย ทำร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ “คือเราต้องการใช้แพลตฟอร์มดิจิตอล เป็นองค์ประกอบในการพัฒนาทุกอย่าง เริ่มที่บัตรนิสิต บัตรบุคลากร จะต้องเป็นบัตรที่บวกกับอิเล็กทรอนิกส์ มีคิวอาร์โค้ด จัดการทุกอย่างตั้งแต่การสแกนเวลาทำงาน การจัดการพื้นที่ การลงเวลาเรียน การจ่ายเงินค่าลงทะเบียน ระบบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ฯลฯ ทีนี้ ในเรื่องของ การไม่พกเงินสด แต่ใช้ระบบคิวอาร์โค้ด แทน เราทำร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ เพราะเอาเข้าจริงๆ ก็มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น พ่อค้า แม่ค้า ในโรงอาหารไม่ต้องนับเงิน ทอนเงิน ไม่ต้องหยิบจับเงินที่บางครั้งหลายคนมองว่าไม่ถูกสุขอนามัย เขาเองก็สะดวก เวลาให้ลูกจ้างทำงานแทน ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องลูกจ้างโกงเงิน และทางมหาวิทยาลัย ก็จะนำระบบนี้มาใช้ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และลดการทำงานด้วยระบบเอกสารลง” ผศ.รัชด กล่าว ผศ.รัชด เผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์R
ส้มโอ เป็นผลไม้ที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้นานาชนิด แต่รสชาติของส้มโอก็แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ต่างๆ และบางสายพันธุ์อาจจะกำลังสูญหายไปอย่างน่าเสียดายหากไม่มีการอนุรักษ์ไว้ วันนี้จึงขอพามาเยี่ยมชมสวนส้มโอของ ยายใบ-คุณทองใบ พากุดเลาะ เจ้าของสวนที่มีการทำสวนส้มโอทั้งส้มโอพันธุ์พื้นเมืองและส้มโอพันธุ์ฮิตที่เป็นที่นิยม แต่ที่มีความน่าสนใจควบคู่ไปกับการทำสวนส้มโอคือ มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่บ้านบุ่งสิบสี่ ตำบลโนนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งชาวบ้านทุกคนพร้อมใจกันมาบริหารจัดการท่องเที่ยวด้วยตนเอง โดยมีกิจกรรมบริการนักท่องเที่ยวที่หลากหลายและให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนด้วยน้ำใจ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นความประทับใจของผู้มาเยือนอย่างมิรู้ลืม ส้มโอที่บ้านบุ่งสิบสี่ เป็นแหล่งปลูกพันธุ์พื้นเมืองที่มีอายุไม่น้อยกว่า 150 ปี โดยมีหน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกส้มโอสายพันธุ์ส่งเสริม เช่น ทองดี ขาวแตงกวา ฯลฯ เป็นต้น ส่งผลให้ส้มโอพันธุ์พื้นเมืองเริ่มถูกตัดโค่นต้นทิ้ง เนื่องจากพันธุ์พื้นเมืองมีต้นและทรงพุ่มขนาดใหญ่ต้องใช้พื้นที่ในการปลูกมาก ทำให้อยากส่งเสริมให้ทุกคนเ
“…สวัสดีครับ ผมชื่อนายถิรพุทธิ์ ชื่อเล่น โฟล์ค ผมประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2558 ต้องตัดเนื้อสมองบางส่วนทำให้ผมไม่สามารถพูดได้ แต่ผมสามารถเข้าใจได้ทุกอย่าง ผมจบเทคโนโลยีพงษ์สวัสดิ์ มัลติมีเดีย (ปวช.) ผมมีความสามารถในการถ่ายรูป เพจนี้สร้างขึ้นเพื่อเสนอผลงานของผม สามารถแนะนำและคำติชมได้ หรือ สามารถเรียกไปถ่ายรูปได้ (แบบมือสมัครเล่น) เพื่อเพิ่มประสบการณ์ ในราคากันเอง” เรื่องราวข้างต้น คือ ข้อความจาก “ต้น” เพื่อนสนิทของ “โฟล์ค-ถิรพุทธิ์” ปัจจุบันอายุ 20 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ จนสมองซีกซ้ายส่วนหนึ่งเสียหาย กระทั่งสูญเสียความสามารถในการสื่อสาร “โฟล์ค” ไม่สามารถพูด อ่าน เขียน ได้เหมือนเดิม แต่เมื่ออาการบาดเจ็บเริ่มทุเลา ซึ่งใช้เวลาการรักษาและการกายภาพมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสองปี “ต้น” ซึ่งอยากให้เพื่อนรักของเขา ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และอาจได้ค่าขนมเป็นค่าตอบแทนบ้าง จึงอาสาเป็นสื่อกลาง ด้วยการโพสต์เรื่องราวและผลงานภาพถ่ายของโฟล์ค ลงบนเพจส่วนตัว ที่ใช้ชื่อว่า Picture Of Effort ปรากฏว่า มีผู้คนชื่นชมในความพยายาม และแห่เข้ามาให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก สอบ
เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ออกสำรวจบรรยากาศบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง พบประชาชนจำนวนนับหมื่นมายืนคอยคิวกันอยู่หลายจุด นับตั้งแต่ หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์, ภายในเต็นท์ใกล้รูปปั้นแม่พระธรณีบีบมวยผม, ข้างตึกกรมการรักษาดินแดน จากการสอบถามโชเฟอร์รถตุ๊กๆ ที่จอดคอยรับส่งในละแวก ได้ความว่า ช่วงนี้เขาวิ่งรถแทบจะทั้งวันทั้งคืน เนื่องจากมีประชาชนมาคอยคิวกันแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง เท่าที่พูดคุยด้วย ทราบว่าบางคนมารอถึง 12 ชั่วโมง คือ คอยคิวตอนสี่ทุ่ม ได้เข้ากราบตอนประมาณ 10 โมงเช้า แต่ไม่มีใครถอดใจ หลายคนเดินทางมาจากที่ไกลๆ เป็นหมู่คณะ ยินดีที่จะรอเพื่อขอเข้ากราบพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเดินสังเกตการณ์ไปถึงบริเวณถนนท่าพระจันทร์ ไล่ไปจนถึงท่าช้าง ไม่พบบรรยากาศค้าขายสินค้าเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ ฟุตปาธสะอาดเรียบร้อยไม่มีการวางขายของระเกะระกะ อาจเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่เทศกิจมีการเข้มงวด เดินตรวจตราอยู่ตลอด สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ส่วนอื่น ยังดำเนินไปอย่างเข้มแข็ง ทั้งเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของกทม. เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จิตอา
ยามเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ถนนคนเดิน บริเวณทุ่งศรีเมือง เขตเทศบาลเมือง จ.อุบลราชธานี มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน เบ็ดเตล็ดมาวางขายอันอย่างคึกคัก ร้านหนึ่งที่ทีมข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สะดุดตา และสะกิดให้กันดู คือ ร้านขายลูกชิ้น ถ้าจะบอกว่าเป็นร้านขายลูกชิ้น ก็ดูจะธรรมดาไป เพราะตลาดไหนๆ ก็มีร้านขายลูกชิ้น แต่ร้านแห่งนี้ วางลูกชิ้นเสียบไม้ เป็นแผงยาวเหยียด อลังการ ที่สำคัญ ลูกค้าซื้อแล้ว จ่ายเงิน ยืนจิ้มน้ำจิ้ม กินมันตรงนั้นแหละ บรรยากาศสุดคึกคักด้วย ผักสดหลากหลายชนิดให้กินแกล้มกัน กินกันไป คุยกันไป ยืนเต็มแผงได้เกือบ 10 คน กินอิ่ม เดินออก ลูกค้ารายใหม่เข้ามาแทนที่ วนเวียนอยู่อย่างนี้ คุณวรกัญญา แสนปินตา หรือ คุณเจี๊ยบ วัย 53 ปี เจ้าของร้าน ลูกชิ้นทอด “หม่องแซ่บ” เล่าให้ฟังว่า ขายมาตั้งแต่ราวปี 2553 ขายทุกเย็น วันศุกร์ วันเสาร์ อาทิตย์ที่ตลาดแห่งนี้ ตั้งแต่ 05.30 น. ไปจนถึง สอง-สามทุ่ม แล้วแต่สถานการณ์หน้าร้าน เช่น ของหมด ฝนตก เป็นต้น เดิมเธอเป็นแม่บ้าน อยู่บ้านเฉยๆ แต่เมื่อคิดจะลงมือค้าขาย เธอเลือก ขายลูกชิ้น เพราะอยากขา
หลังจบ ป.7 ลูกสาวคนที่ 8 ในบรรดาพี่น้อง 11 คน ลูกเกษตรกร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้ากรุงเทพฯ มาทำงานเป็นลูกจ้าง แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย อาศัยหมั่นฝึกฝนฝีมือการทำอาหารจนได้ดี เปิดร้านอาหารซีฟู้ด ย่านประชาชื่น จากรถเข็นริมถนน ปัจจุบันขยายกิจการเป็นอาคารพาณิชย์ 8 คูหาติดริมถนนใหญ่ทำเลดี มีพนักงาน 40 คน แม่ครัว 10 คน ขายกุ้งได้เดือนละกว่า 2 ตัน รสชาติไม่เป็นสองรองใคร สร้างรายได้ถึงวันละ 5 แสนบาท คุณนิภาพร ซื่อสัตย์ หรือ เจ๊ไข่ เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า มีพี่น้องทั้งหมด 11 คน ตัวเองเป็นลูกคนที่ 8 ฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่เป็นเกษตรกรปลูกข้าวอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้นเมื่อจบ ป.7 และส่วนตัวมีฝีมือการทำอาหารเลยเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ กระทั่งอายุ 17 ปี ตัดสินใจสละโสด และหันมาช่วยสามีขายแก๊ส “ดิฉันเข้ามากรุงเทพฯ พร้อมเพื่อน 1 คน มาเป็นลูกจ้างในตำแหน่งแม่ครัวร้านข้าวแกง ร้านข้าวต้ม ร้านก๋วยเตี๋ยว กระทั่งอายุ 17 ปี ตัดสินใจแต่งงาน ซึ่งครอบครัวสามีเปิดร้านขายแก๊ส เลยลาออกจากแม่ครัวไปช่วยกิจการสามี แต่เนื่องจากส่วนตัวชอบทำอาหาร ราวปี พ.ศ. 2526 เปิดร้านขายข้าวต้ม และอาหารต
