Exclusive
ซื้อง่าย ขายคล่อง อาหารจานเดียว ยอดนิยมของไทย ใส่ใจคุณค่าโภชนาการ การบริการอาหารจานเดียว ควรจัดให้ครบคุณค่าทางโภชนาการ คือมีสัดส่วนของแป้งประมาณ 40% เนื้อสัตว์ 40% ผัก 20% เช่น ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว ควรมีผักสด แตงกวา มะเขือเทศ ผักสลัด อาหารจานเดียวยอดนิยมของไทย เช่น ผัดไทย นิยมจัดผักเคียงเป็น หัวปลี ใบบัวบก ถั่วงอก ใบกุยช่าย ข้าวคลุกกะปิ ต้องมี ไข่เจียวฝอย กุ้งแห้งทอด หอมแดง มะม่วงเปรี้ยวซอย หมูหวาน ข้าวผัดแบบไทย นิยมใส่ หอมใหญ่ มะเขือเทศ คะน้า ไข่ใส่หลังผัดข้าว นิยมให้ไข่เป็นแผ่นเล็กน้อยเกาะกับข้าวและผัก การผัดข้าวต้องผัดเร็ว ผัดไว คุมไฟแรง ไฟกลาง ให้เหมาะกับจังหวะการผัด กุ๊กมือใหม่มักจะผัดข้าวนาน ผัดแล้วผัดอีก จนข้าวฉำแฉะ ติดกระทะ ไหม้ ขนมจีนซาวน้ำ ได้ชื่อตามวิธีการทำขนมจีนคือต้มเส้นและซาว (จับเป็นเส้น) ด้วยไม้แหลม และไปซาวในน้ำเย็นให้อยู่ตัวอีกที เครื่องซาวน้ำมี กะทิต้มสุก แจงลอน (ลูกชิ้นปลาปั้นคล้ายลูกรักบี้) กระเทียมไทยซอยตามยาวกลีบ ขิงซอยเส้นยาว กุ้งแห้งป่น พริกน้ำปลา สับปะรดสับเป็นเส้น เวลากินผสมทุกอย่างคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขนมจีนน้ำยา เครื่องแกงหลักคือ พริกแห้ง ตะไคร้ หอม กระเทียม
จากนักเทรดหุ้นพันล้าน สู่ผู้ปั้น DeepSeek คู่แข่งใหม่ ChatGPT ชวนรู้จัก ‘เหลียง เหวินเฟิง’ สตาร์ตอัปจากจีน ที่สะเทือนทั้งวงการ AI “ตอนที่เราเจอเขาครั้งแรก เขาเป็นหนุ่มเนิร์ดที่มีทรงผมแย่มากๆ พูดถึงแต่เรื่องการสร้างคลัสเตอร์ชิป 10,000 ชิ้นเพื่อฝึกโมเดลของเขาเอง เราไม่ได้จริงจังกับเขาเลย” หุ้นส่วนธุรกิจคนหนึ่งของเหลียงกล่าว เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng) วัย 40 ปี เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท DeepSeek กลายเป็นชื่อที่ถูกค้นหามากที่สุด หลังจากที่ DeepSeek ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน AI ที่กลายเป็นแอปฟรียอดนิยมอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา แซงหน้า ChatGPT ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี เช่น เอ็นวิเดีย (Nvidia) บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ มูลค่าตามราคาตลาดลดลงไปแล้วเกือบ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 20,305,798 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าการร่วงที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แบ็คกราวน์เดิมของเหลียง มาจากธุรกิจการเงิน เขาจบการศึกษา ระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมข้อมูลและสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ในปี 2015 เขาร่วมก่อต
รู้จัก “Crumbl” คุกกี้ขวัญใจวัยรุ่นในอเมริกา ยอดขายโต 1 พันล้าน/ปี ด้วยกลยุทธ์ ออกรสชาติ ‘ลิมิเต็ดอีดิชัน’ ทุกสัปดาห์บน TikTok ประสบการณ์ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีในการก้าวข้ามผ่านอุปสรรคได้ และทำให้การดำเนินธุรกิจเติบโตไปได้เร็วขึ้น แต่สำหรับบางคน เริ่มต้นทำธุรกิจจากสิ่งที่รัก ไม่ได้มีแม้แต่ประสบการณ์เลยสักนิด ก็ประสบความสำเร็จได้ แต่ต้องพยายาม ฝึกฝน เรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เช่นเดียวกับแบรนด์ Crumbl ที่เริ่มต้นมาจากศูนย์ เจ้าของไม่มีพื้นฐานใดๆ ในการทำคุกกี้เลย แต่ก็ลองผิด ลองถูก ฝึกฝนจนกลายเป็นคุกกี้ยอดฮิตได้ และทำรายได้ปีละ 1 พันล้านดอลลาร์ แบรนด์คุกกี้ Crumbl ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 เริ่มต้นจากลูกพี่ลูกน้อง 2 คน คือ Jason McGowan และ Sawyer Hemsley ที่ตอนนั้นยังทำขนมไม่เป็นเลย แต่มีแนวคิดที่อยากจะทำธุรกิจเพื่อหารายได้เสริม จนปัจจุบัน ขยายสาขาไปมากถึง 980 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา และมียอดขายโตถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จุดเริ่มต้นถึงแม้จะมาจากคนที่ไม่มีประสบการณ์ แต่หากไม่ท้อถอยและตั้งใจศึกษาต่อไป ก็อาจจะประสบความสำเร็จได้ อย่าง McGowan และ Hemsley ที่ไม่เคยอบขนมเป็นอาชีพมาก่
เริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 40 ที่อเมริกา! อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจ เปิดร้านอาหารไทย ใกล้ทำเนียบขาว ไม่ง่ายเลย สำหรับผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ ที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้ชีวิตอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ที่มีความแตกต่างทั้งด้านวัฒนธรรม ภาษา และสิ่งแวดล้อม แต่ด้วยใจมุ่งมั่นและความช่วยเหลือเกื้อกูลกันของพี่น้อง ครูตุ๊ก-ขนิษฐา ชัยชาญกุล คุณตู่-บุษบงค์ นิ่มครุธ ทำให้ คุณเก่ง-เกษร อัจฉริยวิวิธ อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถเปิดร้านอาหารไทย “สัมปันนี (Sampannee)” ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สำเร็จ จากไทย สู่ อเมริกา คุณเก่ง หรือ ที่คนส่วนใหญ่ในอเมริกาเรียกว่า เคท ต่อสายตรงจากอเมริกาเพื่อพูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เธอเล่าย้อนให้ฟัง ว่าเริ่มหลงใหลการทำอาหารตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยมีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิง ได้รับการบ่มเพาะวิชาความรู้ด้านการทำอาหาร ขนมไทย รวมถึงวิชาแกะสลัก ร้อยมาลัย น้ำอบน้ำปรุง และดนตรีไทย ใช้เวลาเรียนได้ประมาณครึ่งปี ก็ได้กลับมาเรียนต่อจนจบปริญญาโท ด้านคอมพิวเตอร์ ก่อนเข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง และสอบเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำงานนี้ยาวนานถึง 25 ปี แ
ต่อขนตาบนคอนโด ธุรกิจเงินแสน ของอดีตสาวออฟฟิศ เติบโตสู่หน้าร้าน สาขาแรก คืนทุนใน 3 เดือน เพราะหมดไฟในการทำงานประจำ ทำให้ คุณส้ม-สุพิชชา พุกเผื่อน หันมาวางแผนชีวิตใหม่ กับความตั้งใจ “อยากทำให้เพื่อนสาวชาวโลกมีความมั่นใจมากขึ้น” ด้วยการเปิดร้านต่อขนตาเล็กๆ บนคอนโด ย่านทองหล่อ พร้อมรับลูกค้าหลังเลิกงานประจำอันแสนหนักหน่วง สู่การมีหน้าร้านถึง 2 สาขา และมีลูกค้าต่างชาติเป็นกลุ่มหลัก ธุรกิจนี้ขยับขยายจากคอนโดสู่หน้าร้านได้อย่างไร และทำไมถึงมีชาวต่างชาติมาเป็นลูกค้าประจำ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณส้ม เจ้าของร้าน LASHLY.BKK วัย 25 ปี ทำงานประจำควบคู่อาชีพเสริม หลังเรียนจบวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) คุณส้มเริ่มทำงานประจำด้านไฟแนนซ์ในบริษัทแห่งหนึ่งเกือบ 2 ปี เธอได้รับเงินเดือนสูงเกือบ 4 หมื่นบาท แต่ก็เป็นงานที่มีความเครียดสะสม และระบบการทำงานที่ค่อนข้างซับซ้อน จนทำให้เธอหมดไฟในการทำงาน และเป็นเหตุผลให้ตัดสินใจลาออก แล้วหันมาจริงจังกับธุรกิจต่อขนตา ที่ได้เริ่มทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำมาสักพักใหญ่ อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง จบปริญญา มาเป็นแม่ค้า “
ไม่ต่าง ไม่โต! สถาปนิกสาว ออกแบบ “ขนมปัง” ลูกค้าชอบใจ ต่อคิวยาวเหยียด คุณฟาง-ศศิธร แซ่ฮู๋ วัย 42 ปี คือเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เธอแนะนำตัวให้ฟัง จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท ด้านสถาปนิกจากสหรัฐอเมริกา เคยทำงานอยู่ต่างแดนราว 5 ปี ก่อนกลับมาทำธุรกิจตกแต่งภายในซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว หลังแต่งงานอยากหากิจกรรมเสริมทักษะให้ลูก เลยเปิดสตูดิโอสอนการทำเบเกอรี่ให้กับเด็กๆ รวมทั้งลูกของตัวเอง หวังช่วยสร้างพัฒนาการ “เป็นคนชอบทำขนม ตอนทำงานสถาปนิกเคยทำเค้ก/คุกกี้ ขาย ควบคู่กับเปิดสตูดิโอสอนเด็ก แต่พอโควิด ทุกอย่างหยุดหมด แต่เรายังขายคุกกี้ออนไลน์ส่งให้ถึงบ้านได้ แต่เป็นแค่กลุ่มคนเล็กๆ ที่ชอบ เลยคิดว่าจะทำยังไงให้ทุกเพศทุกวัยเข้าถึงของของเรา เลยคิดเป็นขนมปังดีไซน์ขึ้นมา” คุณฟาง เล่าอย่างนั้น ก่อนขยายความที่มาของ “ขนมปังดีไซน์” “เวลาเราเห็นขนมปังมันก็คือขนมปัง ข้างนอกเป็นสีขาวข้างในเป็นสีน้ำตาล ธรรมดามาก ราคาก็ไม่แพง ทีนี้เราอยากเพิ่มมูลค่า อยากทำยังไงให้มันไม่เหมือนขนมปัง ให้คนเห็นแล้วถามว่าคือขนมอะไร หรือว่ากินได้ไหม เพราะหน้าตาจะไม่เหมือนใครเลย” คุณฟาง เผยแนวคิดตั้งต้น และบอกว่า ขนมปังตัวแร
ตรุษจีน 68 ขนม-ผลไม้-เนื้อสัตว์ คึกคักขึ้น แต่ ‘กงเต๊ก’ ขายไม่ออก คนห่วงเรื่องฝุ่นที่มาจากการเผา วันที่ 27 มกราคม 68 ตรงกับวันจ่าย ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายใช้สอยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการไหว้ในวันพรุ่งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตลาดย่านประชานิเวศน์ 1 โดยมีคนไทยเชื้อสายจีนเข้ามาจับจ่ายบางตา ด้วยสภาพเศรษฐกิจมีส่วนให้ผู้คนประหยัดเงินกันมากขึ้น หรือแม้แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไม่ได้ยึดติดหรือจำเป็นต้องจัดของไหว้ชุดใหญ่ตามแบบคนรุ่นก่อนทำมา พ่อค้าแม่ค้าจึงต้องปรับตัวและตามพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ทันเพื่อความอยู่รอด ร้านขนมน้ำเพชร กล่าวว่า ลูกค้าจะมาเป็นบางช่วง เนื่องจากวันจ่ายไม่ได้ตรงกับวันหยุด ปีที่แล้วก็ไม่ได้ตรงกับวันหยุด แต่มีความรู้สึกว่าปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว คึกคักกว่า ถึงแม้ต้นทุนแต่ละอย่างสูง แต่ทางร้านก็ไม่อยากปรับราคาขึ้น เพราะเข้าใจ หากปรับราคาสูงลูกค้าก็จะหนี ด้วยประสบการณ์จากปีที่แล้ว ไม่ได้เตรียมของไว้เยอะยังขายยาก ดังนั้น ปีนี้เลยไม่ได้กักตุนสินค้าไว้เยอะเท่าไหร่ อีกเรื่องคือ เงินดิจิทัล มีความคิดว่าไม่ได้มีผลช่วยกระตุ้นเท่าไหร่ เพราะคนเริ่มไหว้เจ้ากันน้อยลง พอมาคนรุ่
จากคนออกแบบไม่เป็น ไม่เข้าใจตลาดออนไลน์ ทดลองทำแบบเสื้อผ่าน Canva แล้วโพสต์ขาย สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน เพราะไม่หยุดเรียนรู้ ปัจจุบันใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ เพราะว่าไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งใหญ่ๆ ถึงจะเติบโต แต่อาจจะเริ่มจากเล็กๆ หาสิ่งใกล้ตัวหรือชำนาญ ทำควบคู่ไปกับงานประจำ ก็อาจจะสร้างรายได้ให้จนสามารถเติบโตต่อไปได้ เช่นเดียวกับ Gina Van De Voorde ที่ไม่ได้มีพื้นฐานความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซหรือกราฟิกดีไซน์มาก่อน แต่ถึงอย่างไร เธอก็ไม่ยอมให้อุปสรรคเหล่านี้มาทำลายความทุ่มเทได้ลง ในปี 2021 เธอทำงานอยู่ที่สถานพยาบาลสุขภาพจิต แต่สุดท้ายเธอพบว่างานที่ทำอยู่นี้กลับบ่อนทำลายสุขภาพจิตของเธอเอง เธอกล่าวว่า “ฉันเกลียดงานนั้นมาก” การไปทำงานในทุกๆ วัน เธอมักจะมีความรู้สึกที่ระแวงและหวาดกลัวเสมอ จนทำให้เขามานั่งคิดและมองหาหนทางในการสร้างรายได้เสริมหรือหาหนทางเริ่มต้นธุรกิจใหม่ Van De Voorde ใช้เวลาเป็นชั่วโมงบน YouTube ในทุกๆ วัน เพื่อค้นหาหนทางและแรงบันดาลใจ จนวันหนึ่ง เธอเกิดสะดุดตากับการช่วยสอนกับการพิมพ์ตามความต้องการ หรือ print-on-demand บริการ print-on-demand นี้ ช่วยให้ผู้ประกอ
จากฟุตปาธสู่ร้านในตำนาน “ยืนพื้น ก๋วยจั๊บน้ำข้น” ต้นตำรับเจ้าตำรากว่า 60 ปี สี่แยกพรานนก เอกลักษณ์ที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำ หากใครอยู่แถวๆ พรานนก ต้องเคยได้ยินชื่อ “ยืนพื้น” ร้านกวยจั๊บเจ้าดังในตำนานที่เปิดให้บริการมากว่า 60 ปี ที่มาพร้อมกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และการพัฒนาอยู่ตลอด โดยมองถึงความต้องการของลูกค้าและทำให้ตอบโจทย์ จึงกลายเป็นร้านเด็ดในตำนานที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาพูดถึงเรื่องราวของร้าน ตลอดจนแนวคิดในการพัฒนาร้าน ที่หลายๆ คนเรียกว่าเป็นตำนาน ต้องบอกว่า ถึงแม้จะเป็นตำนานก็จริง แต่แนวคิดของเขาไม่เก่าเลย คุณติ๊บ-อรอุมา บุญสุริยกิจจา อายุ 40 ปี สะใภ้เล็กของร้านยืนพื้น ได้ให้สัมภาษณ์กับเราว่า เริ่มต้นเป็นรุ่นคุณพ่อคุณแม่ทำกันมาตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว จนส่งต่อมาถึงรุ่นลูก ก็สานต่อมากว่า 10 ปี เรียกได้ว่ายาวนานถึง 60 ปีเลย ในสมัยก่อน เริ่มต้นขายอยู่ที่ชามละ 3 บาท ผ่านมาหลายสิบปี ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 60-70 บาท จุดเริ่มต้นของตำนานความอร่อย เล่าย้อนไปตอนที่คุณแม่ตั้งท้องลูกคนแรก ในระหว่างนั้นเกิดอยากกินกวยจั๊บน้ำข้น แต่หารสชาติที่ถูกปากไม่ได้ คุณพ่
อบขนมขายตั้งแต่มัธยม สู่ร้านเค้กออนไลน์ เล่าความพังจนปังบน TikTok สร้างกำไรเดือนละหลักหมื่น ในวันเกิด คุณได้อะไรเป็นของขวัญ เรื่องราวของ เจนนี่-ภาวิดา พรวนิชเจริญ เธอได้เตาอบเป็นของขวัญวันเกิด และเตาอบตัวนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทำขนมขายตั้งแต่ชั้นมัธยม สู่ Bonbon Mer ร้านเค้กออนไลน์ที่เป็นไวรัลในติ๊กต็อก จากการทำคอนเทนต์สุดฮา นำเสนอความผิดพลาดของการทำเค้กที่กว่าจะได้เค้กสวยๆ สัก 1 ปอนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนนำมาสู่การสร้างรายได้ ที่มีกำไรเดือนละหลักหมื่นบาท สร้างธุรกิจจากของขวัญวันเกิด เจนนี่ เล่าให้ฟังว่า ชอบดูรายการทำขนมทุกคืน ตั้งแต่ชั้นประถมถึงมัธยม ครอบครัวจึงคิดว่าคุ้มค่าหากได้ซื้อเตาอบขนาด 100 ลิตร เป็นของขวัญวันเกิดให้ แม้ตอนนั้นจะยังทำขนมไม่เป็น แต่ก็มีสิ่งที่ถนัดอยู่บ้างคือขนมเมอแรงก์ “เมอแรงก์ เป็นขนมที่ถนัดที่สุด ช่วยกันทำกับย่าแล้วเอาไปขายในโรงเรียนกล่องละ 20-30 บาท มันก็บูม เพราะเหมือนในโรงเรียนยังไม่มีขาย และท้าทายมากสำหรับเราเพราะเขาไม่ให้เอาของเข้ามาขาย ตอนนั้นก็ขายได้วันหนึ่งเกือบ 100 แพ็ก ต้องให้เพื่อนช่วยกันขนจนไปเรียนสาย ต้องแบ่งของกันไปว่าแต่ละคนเอาเข้าไปกี่ถุ
