SMEs เกษตร

จากมนุษย์เงินเดือน สู่ ผู้ค้าหมากรายใหญ่ ประสบการณ์ 24 ปี ส่งออก “หมาก” ไทย เดือนละ 1,000 ตัน

จากมนุษย์เงินเดือน สู่ ผู้ค้าหมากรายใหญ่ ประสบการณ์ 24 ปี ส่งออก “หมาก” ไทย เดือนละ 1,000 ตัน

ต้นหมากสูงเรียงราย ออกผลหลายทะลาย ถือเป็นพืชที่มากประโยชน์ จนกลายเป็นหนึ่งวัตถุดิบที่ชาวต่างชาติหมายปอง สั่งซื้อกันไม่ขาดสาย โดยมีผู้ประกอบการ “ระนองค้าหมาก” รวบรวมผลหมากของไทย พาโกอินเตอร์ต่อเนื่องมายาวนานกว่า 24 ปี

คุณนิภา ตาครุฑ หรือ คุณโบว์ เจ้าของ บริษัท ระนองค้าหมาก จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรับซื้อและจำหน่ายหมากอบแห้ง จังหวัดระนอง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า จากมนุษย์เงินเดือนทำงานประจำ และหารายได้เสริมด้วยการนำสินค้าของประเทศไทยไปขายยังประเทศเมียนมา (พม่า) ทำให้ตัวเองได้รู้จักกับพ่อค้าแม่ค้าเมียนมา ในเวลานั้นมีการพูดคุยขอให้หาหมากมาส่งขาย เพื่อไปจำหน่ายต่อ กลายเป็นจุดพลิกผันเริ่มเข้าสู่วงการนี้อย่างจริงจัง เพราะเห็นถึงโอกาสของธุรกิจและความต้องการของผู้บริโภคที่มีจำนวนมาก

“ช่วงแรกยอมรับว่าเป็นการทดสอบและเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจค้าหมาก แต่เมื่อเราเข้าใจการทำธุรกิจแล้ว จึงลงพื้นที่ลุยตลาดเข้าไปพูดคุยกับชาวสวนที่ปลูกหมากในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดปัตตานี โดยรับซื้อผลผลิตจากต้นหมากสุก นำมาเข้าสู่กระบวนการปอก หั่น และอบแห้ง เพื่อจำหน่ายเป็นวัตถุดิบให้กับพ่อค้าแม่ค้าในต่างประเทศที่สนใจ”

คุณโบว์ เล่าต่อว่า แกนหลักของธุรกิจของระนองค้าหมาก คือการรับซื้อและจำหน่ายหมากอบแห้ง เพื่อเป็นวัตถุดิบส่งออกไปยังต่างประเทศ เนื่องจากหมากเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีความต้องการสูงในประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน เนปาล และอิหร่าน รวมถึงประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง โดยหมากอบแห้ง ถือเป็นวัตถุดิบที่สำคัญนำไปแปรรูปเป็นของกินเล่นได้มากกว่า 2,000 ชนิด รวมถึงยังใช้เป็นส่วนประกอบของการทำพิธีกรรมทางศาสนาอีกด้วย

สำหรับระนองค้าหมาก ถือเป็นรายใหญ่ที่สุดในจังหวัดระนองที่รับซื้อหมากจากทั่วประเทศ ทั้งรูปแบบของพ่อค้าแม่ค้าคนกลางนำมาขายส่ง หรือเป็นผลผลิตจากชาวสวนมาขายโดยตรงก็รับซื้อเช่นกัน ส่วนราคาขึ้นอยู่กับผลผลิตที่มาจำหน่ายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความแห้งของหมาก หากทำการแปรรูปเป็นหมากแห้งมาและตรงกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ก็จะได้ราคาที่สูงกว่าผลสด

ในปัจจุบันมีสต๊อกหมากเพื่อใช้ในการส่งออกประมาณเดือนละ 1,000 ตัน สามารถรองรับความต้องการจากคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาได้อย่างเสมอ แบ่งการตลาดเป็นบริษัทส่งออกตรงอยู่ที่ 50% และส่งต่อให้กับบริษัทที่รับช่วง อยู่ที่ 50% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าจากเมียนมาที่รับซื้อหมากของเราไปจำหน่ายต่อ เนื่องจากประเทศเมียนมามีอาณาเขตที่ใกล้กับประเทศอินเดีย

“ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างมาก เมื่อเทียบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กำลังซื้อปรับตัวลดลง กดดันราคาหมากปรับลดลงจากเดิมที่เฉลี่ยกิโลกรัมละ 50 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 20 บาทเท่านั้น”

ปัจจุบันระนองค้าหมาก ทำตลาดด้วยการเร่งระบายสต๊อก พร้อมปิดความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน ด้วยการซื้อขายรูปแบบสกุลเงินบาท ควบคู่กับบริหารจัดการต้นทุน โดยกำหนดราคารับซื้อสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พาเข้าถึงแหล่งเงินทุน เสริมสภาพคล่องธุรกิจ ช่วยให้เรามีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอในการบริหารจัดการสต๊อก และรับมือกับผลผลิตที่จะเริ่มทยอยออกมาจำนวนมาก ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปี

ที่สำคัญ ยังเป็นการส่งต่อรายได้ให้กับคนในชุมชนโดยรอบ เพราะการรับซื้อแต่ละครั้ง เราจะส่งผลหมากสุกให้แม่บ้านในพื้นที่ที่สนใจปอกหมาก หั่นหมาก เพื่อเข้าสู่กระบวนการอบแห้ง ช่วยให้เขาเหล่านั้นได้มีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง

สำหรับแนวทางการทำธุรกิจ การใส่ใจรายละเอียดของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ แม้ปัจจุบันราคาหมากจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่มั่นใจว่ายังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ควบคู่กับการลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ ที่ปลูกหมาก เพื่อสำรวจผลผลิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นำมาวางแผนธุรกิจและกำหนดราคารับซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Related Posts

สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
ความสุขไม่ต้องรอเกษียณ! ผู้ประกาศข่าว ใช้เวลาว่าง พลิกที่ดินร้างเป็น “บ้านสวนกำไรสุข” เสิร์ฟวัตถุดิบจากสวนให้ลูกค้า
จากขายผักสู่ผู้ปั้น “แตงโมสเปเชียลตี้” กลยุทธ์เปลี่ยนผลไม้ธรรมดาให้มีมูลค่า สร้างรายได้ 30 ล้านต่อปี