SMEs เกษตร
ปัจจุบันกระแสออร์แกนิก ไร้สารพิษ มาแรงมาก ด้วยผู้บริโภคหวั่นเกรงอันตรายจากสารเคมี อันนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และไก่ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ ดังนั้น ทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ว่าง ข้างๆ บ้าน ก็คือเลี้ยงไก่ไว้บริโภคเอง ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อหรือไก่ไข่ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” นำ แปลนสำหรับการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่มาฝากกัน ซึ่งจุดประสงค์หลักก็คือ การเลี้ยงในปริมาณที่ไม่มาก แต่สามารถต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพเสริมได้ โรงเรือนไก่พื้นเมืองต้นแบบ ที่ได้มาคราวนี้ มาจาก ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ที่มีคำแนะนำการสร้างโรงเรือนดังนี้ เป็น โรงเรือนขนาด 6X6 ตารางเมตร สามารถเลี้ยงไก่ได้ 15-20 ตัว วัสดุก่อสร้างเป็นไม้ไผ่ และหลังคามุงด้วยจาก ต้นทุนก่อสร้างประมาณ 4500-5000 บาท นั่นหมายความว่า พื้นที่ที่จะสร้าง น่าจะเป็นในสวน ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มเย็น และสร้างอยู่บนพื้นดิน เนื่องจากจะมีพื้นที่ส่วนที่เป็นลานอิสระ ปล่อยให้ไก่ได้ออกมาหากิน ทั้งพืช ต้นหญ้า มด หรือปลวก เป็นต้น นอกจากนี้ โรงเรือนลักษณะนี้ย
คุณประกิต โพธิ์ศรี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 7 ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นผู้ที่ชื่นชอบหม้อข้าวหม้อแกงลิงมากจนสามารถทำเป็นอาชีพ ที่ส่งขายได้ทั้งในและต่างประเทศกันเลยทีเดียว ประกิต เล่าว่า เรียนจบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่บริษัทเอกชน ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้ซื้อบ้านหลังใหม่จึงเริ่มรู้สึกว่าอยากจะมีต้นไม้มาปลูกประดับตกแต่งให้ทั่วบริเวณรอบบ้าน เพื่อให้มีความสวยงามของสีเขียวชอุ่ม พร้อมทั้งไม้ดอกที่มีสีสันสะดุดตา ซึ่งระหว่างที่เดินหาซื้อพันธุ์ไม้ต่างๆ จากตลาดต้นไม้ สายตาก็ได้ไปมองเห็นต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีวางขาย ดูแล้วมีความแปลกตาจึงได้ซื้อมาเพื่อทดลองปลูก เมื่อมีความชำนาญในการเลี้ยงมากขึ้น คุณประกิต บอกว่า จึงได้ทดลองส่งหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ปลูกเข้าประกวดเพื่อสร้างความท้าทายมากขึ้น ผลปรากฏว่าก็ได้รับรางวัล จึงรู้สึกเกิดความสุขและอยากจะปลูกเลี้ยงไม้ชนิดนี้อย่างจริงจังตั้งแต่นั้นมา ในช่วงแรกๆ คุณประกิต เล่าว่า อยากทำเป็นเชิงอนุรักษ์เพราะช่วงนั้นกลัวไม้ที่เป็นสายพันธุ์ไทยจะสูญพันธุ์ เมื่อขยายพันธุ์มากขึ้นไม้ก็มีจำนวนที่เยอะ จึงได้นำมาทดลองขายในราคากระถางละ 20 บาท
ฟักทองสยามเป็นพันธุ์ผสมใหม่จากสวนแปดริ้ว ปลูกได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทนต่อไวรัส และโรคแมลงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ให้ผลดกมากกว่า 10 ผล/ต้น ขนาดผลกะทัดรัด น้ำหนัก 1-2 กก. อายุเก็บเกี่ยวค่อนข้างกว้างตั้งแต่ 80-120 วัน หรือเก็บได้เรื่อยๆ จนกว่าเถาจะตาย เนื้อเนียนละเอียดไม่เป็นเส้นสีเหลืองส้ม หนาและไส้ตัน มีเมล็ดน้อยมาก รสชาติมัน เหนียวแน่นหนึบ หากปล่อยให้แก่เกิน 120 วัน จะมีรสหวานเพิ่มขึ้นอีกด้วย ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 081-091-9959 หรือแวะเยี่ยมชม ได้ในงาน “เกษตรมหัศจรรย์ 2560” ภายใต้แนวคิด “พืชกินได้ ไม้ขายดี” ระหว่าง วันที่ 7-10 กันยายน 2560 ณ สกายฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
“ปากช่อง” จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกน้อยหน่าที่มากสุดของไทย สายพันธุ์น้อยหน่าที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ น้อยหน่าพันธุ์ลูกผสม พันธุ์เพชรปากช่อง น้อยหน่าหนัง และน้อยหน่าฝ้าย สถานีวิจัยปากช่อง ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รวบรวมเชื้อพันธุ์และ คัดเลือกพันธุ์ไม้ผลสกุลน้อยหน่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 โดยสำรวจและเก็บตัวอย่างน้อยหน่าพันธุ์ดีจากแหล่งปลูกทั่วประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุง เพื่อให้ได้สายพันธุ์น้อยหน่าลูกผสม ที่มีลักษณะโดดเด่นตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาได้แนะนำน้อยหน่าลูกผสมให้เกษตรกรได้ทดลองปลูกมาแล้วหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์เพชรปากช่อง เนื้อทอง ปากช่อง 46 ปากช่องเคยู1 ปากช่องเคยู2 หนังเขียวเกษตร 1 ฝ้ายเขียวเกษตร 1 เป็นต้น “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นลูกผสมของพันธุ์เพชรปากช่องกับฝ้ายเขียวเกษตร 1 ลักษณะเด่น คือ ติดผลง่ายและดก ผลมีขนาดปานกลาง (ตลาดต้องการ) ผลสุกช้า เปลือกหนาติดกันเป็นแผ่นไม่แยกตา และผลไม่เละง่าย ปริมาณเนื้อที่รับประทานได้สูง และอายุหลังการสุก ยาวนาน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของฝ้ายเขียวเกษตร เป็น ไม้ผลขนาดเล็ก ทรงพุ่มเป็นร
ทุ่งดอกทานตะวัน จังหวัดลพบุรี เป็นแห่งแรกที่ได้รับการโปรโมตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งมีแหล่งปลูกกระจายอยู่ทั่วไปในเขตอำเภอเมือง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอชัยบาดาล ในทุกปีดอกทานตะวันจะบานสะพรั่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก ทานตะวัน เป็นพืชทนแล้งที่เกษตรกรนิยมปลูกหลังจากข้าวโพด เมล็ดทานตะวันจะมีสารอาหารที่มีคุณค่า นิยมใช้สกัดทำน้ำมันปรุงอาหาร หรืออบแห้ง เพื่อรับประทาน หรือใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง และนอกจากนี้ยังสามารถนำมาเลี้ยงผึ้งและเก็บเอาน้ำหวานจากรังผึ้งที่สร้างจากเกสรดอกทานตะวัน เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง หมดข้าวโพด ต่อทานตะวัน คุณดาหวัน ห้องกระจก อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 9 ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ปลูกทานตะวันเสริมจากพืชหลัก ในทุกปีช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคม หลังจากปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คุณดาหวันจะปรับพื้นที่และเตรียมดินเพื่อปลูกพืนรุ่นที่สอง อย่าง ทานตะวันบนพื้นที่ 280 ไร่ การมองหาพืชรุ่นที่สอง มาปลูกต่อจากพืชหลักในช่วงนั้นหาได้ยาก เพราะด้วยข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมและสภาพพื้นที่ แหล่งน้ำ อีกท
ความเหมาะสมทางทรัพยากรธรรมชาติของไทยได้เอื้อประโยชน์ต่อการนำพืชผัก ไม้ผล หลายชนิดไปปลูกได้ดียังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ มิหนำซ้ำบางพื้นที่อาจได้ผลผลิตดีทั้งคุณภาพและปริมาณกว่าเจ้าของพื้นที่เดิมเสียด้วยซ้ำ อย่างราย คุณรุ้งตะวัน ช้างสาร หรือ คุณแป๋ว เป็นคนนครปฐมโดยกำเนิด เป็นลูกชาวสวนเต็มตัว ครั้นแต่งงานได้ย้ายไปร่วมชีวิตกับสามีที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พร้อมกับนำความรู้ ความสามารถจากอาชีพชาวสวนที่บ้านเกิดไปบุกเบิกปลูกไม้ผลชนิดถอดแบบจนประสบความสำเร็จ สร้างรายได้และชื่อเสียงให้แก่จังหวัดได้อย่างดี คุณรุ้งตะวัน ช้างสาร เจ้าของสวน รุ้งตะวันที่ระโนด สงขลา ถอดแบบการปลูกไม้ผล ที่นครปฐม ไปใช้ที่สงขลา ได้ผลดี คุณแป๋ว เล่าว่า ด้วยความที่เป็นลูกชาวสวนผลไม้ เมื่อเห็นว่าสภาพดินในพื้นที่มีความคล้ายกับทางนครปฐม จึงนำแนวทางปลูกผลไม้และพืชชนิดอื่นที่เคยปลูกอยู่ที่บ้านเกิดมาใช้กับพื้นที่ของสามี จำนวน 6 ไร่ เริ่มต้นด้วยการปรับผืนนาเดิมให้เป็นร่องสวนตามแบบอย่างของจังหวัดนครปฐม แล้วนำพันธุ์ฝรั่งแป้นสีทองจำนวน 250 กิ่ง มาปลูก กระทั่งพบว่าคุณภาพดิน ตลอดจนสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมไม่สร้างปัญหาแต่ประการใด อีกทั้งย
ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา กระแสการรักสุขภาพเป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสนใจและหันมาตื่นตัวดำเนินชีวิตใหม่ ปรับวิธีการรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ที่ย่อยง่าย สินค้าขายดีติดลมบน และขายได้ราคาสูง คือ พืชผักที่ปลูกดูแลในระบบเกษตรปลอดภัย พืชผักอินทรีย์ รวมทั้งพืชผักสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผักโมโรเฮยะ มีคุณค่าสารอาหารสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก “ฮาร์โมนี่ ไลฟ์ ออร์แกนิค ฟาร์ม” ซึ่งเป็นฟาร์มผักปลอดสารพิษใกล้บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้นำเข้าเมล็ดผักโมโรเฮยะมาจากประเทศอียิปต์ ในราคากิโลละ 10,000 บาท ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมี ปลูกผักโมโรเฮยะส่งขายทั้งในประเทศและส่งออก โกยรายได้กว่าปีละ 100 ล้านบาททีเดียว รู้จัก “ผักโมโรเฮยะ” ผักโมโรเฮยะ ได้ชื่อว่า เป็นผักของพระราชา ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ เนื่องจากเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ เส้นใย รวมอยู่มาก โดยเฉพาะ วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน แคลเซียม วิตามินบี1 วิตามินบี2 และเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารรวมอยู่มาก ชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภคผักโมโรเฮยะกันอย่างแพร่หลาย โดยนำมาแปรรูปเป็นอาหารเสริมสุขภาพ เ
หากติดตามข่าวคราวในแวดวงการเกษตรบ้านเรา เป็นที่น่ายินดีว่ามีคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งหันมาทำการเกษตรอย่างจริงจัง โดยเริ่มค่อยๆ ศึกษาหาความรู้ ตั้งต้นจากการทำเป็นอาชีพเสริมก่อน จนเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงตัดสินใจทำเป็นอาชีพหลัก มูลไส้เดือน ประโยชน์มาก อย่าง คุณไพฑูรย์ ไชยรักษ์ อายุ 32 ปี เจ้าของ รัตนชัยฟาร์มไส้เดือน จังหวัดสตูล ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 7 ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล ซึ่งหนุ่มคนนี้ยังคงทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางโทรศัพท์ แต่ได้ใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และเวลาว่างทำฟาร์มไส้เดือน ตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยให้พ่อแม่คอยช่วยดูแล ก่อนที่เขาวางแผนจะมาทำเต็มตัวในอีกไม่ช้า เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวเต็มที่ คุณไพฑูรย์ ไชยรักษ์ กับไส้เดือนที่เตรียมนำไปเลี้ยง คุณไพฑูรย์ มีดีกรีปริญญาตรี สาขาการจัดการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พูดถึงแรงบันดาลใจของการเลี้ยงไส้เดือนว่า มีที่มาที่ไปจากการที่อยากจะกลับมาอยู่ดูแลพ่อแม่ที่จังหวัดสตูล บวกกับความตั้งใจที่จะเดินหาช่องทางความเป็นไปได้เรื่องปุ๋ยในเส้นทางเกษตรแบบยั่งย
พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จัดเป็นอีกพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อความสวยงามไว้จำนวนมาก ส่วนใหญ่ทำเป็นฟาร์มขนาดย่อม เลี้ยงเพื่อขายส่งตลาดนัดจตุจักร แหล่งค้าสัตว์ปีกทั้งเพื่อการบริโภคและเพื่อความสวยงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นตลาดค้าส่งรองลงมา เช่น ตลาดนัดสนามหลวง 2 ย่านทวีวัฒนา หรือ ตลาดนัดจตุจักร 2 มีนบุรี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครเท่าใดนัก อึดใจเดียวก็ถึง ที่ต้องพามาถึงสถานที่แห่งนี้ก็เพราะเป็นที่ตั้งของฟาร์มไก่สวยงามเล็กๆ ฟาร์มหนึ่ง แต่มากด้วยคุณภาพของไก่สวยงามและมากชนิดให้เลือกซื้อ ประสิทธิ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่บ้านคลอง 19 ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีคุณประสิทธิ์ พัดเย็นใจ เป็นเจ้าของ ครั้งแรกที่พบคุณประสิทธิ์ไม่ต้องการให้เรียกสถานที่เพาะเลี้ยงไก่สวยงามว่า ฟาร์ม เพราะระยะเวลาที่ดำเนินการเพาะเลี้ยงไก่สวยงามเพียง 6 ปี และสถานที่เพาะเลี้ยงไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่เพราะคุณภาพของไก่สวยงามที่ออกสู่ท้องตลาด และ ระบบการจัดการในเรื่องของการคัดคุณภาพไก่ก่อนส่งจำหน่ายให้กับปลายทางเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เ
“ส้มโอ” เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียงและเป็นผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ส้มโอบ้านแท่นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ เปลือกบาง ผิวสวย เนื้อมีปริมาณมาก รสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี และมีกลิ่นหอม เคยคว้ารางวัลชนะการประกวดส้มโอ อันดับ 1 ระดับประเทศมาแล้ว ว่าที่พันตรี วิเวก จงสูงเนิน เกษตรอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ กรุณาสละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปที่หมู่บ้านหนองผักหลอด ตำบลบ้านแท่น ซึ่งเป็นแหล่งปลูกส้มโอที่มีชื่อเสียงของอำเภอบ้านแท่นพร้อมพูดคุยกับ คุณบุญมี นามวงศ์ เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านแท่น คุณจักรินทร์ รัตนประทุม คุณสมสี พลนิกร และสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านแท่นอีกหลายท่าน จุดกำเนิด “ส้มโอบ้านแท่น” เมื่อปี 2530 คุณบุญมี นามวงศ์ โทรศัพท์ (082) 749-9785 ได้นำมะม่วงจากอำเภอบ้านแท่นไปขายที่ตลาดสี่มุมเมือง เมื่อสินค้าไปถึงตลาด ปรากฏว่า ผลผลิตเสียหาย และขายได้ราคาถูก ขณะที่ส้มโอจากนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่นำมาวางขายในตลาดเดียวกัน กลับขายได้ราคาสูงและผลผลิตไม่เสียหายในระหว่างการขนส่ง แถมมีอายุจำหน่ายยาวนานกว่ามะม่วง คุณบุญมีจ
