SMEs เกษตร
หนอนหัวดำมะพร้าว เป็นแมลงศัตรูมะพร้าวต่างถิ่นที่ระบาดเข้ามาในไทย พบการระบาดครั้งแรกที่ประจวบคีรีขันธ์ หนอนหัวดำมะพร้าวเข้าทำลายใบเฉพาะระยะตัวหนอนเท่านั้น โดยจะแทะกินผิวใบบริเวณใต้ทางใบ โดยเฉพาะใบแก่ หากการทำลายรุนแรงจะทำลายก้านทางใบ จั่น และผลมะพร้าว ต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวลงทำลายจะมีใบแห้ง และมีสีน้ำตาล ผลผลิตลดลง หากการทำลายรุนแรงอาจทำให้ต้นมะพร้าวตายได้ หนอนหัวดำมะพร้าวสามารถแพร่กระจายตัวโดยติดไปกับต้นกล้ามะพร้าว หรือปาล์มประดับ ผลมะพร้าว หรือส่วนใบมะพร้าวที่มาจากแหล่งที่มีการระบาดแล้วนำเข้าไปในพื้นที่ใหม่ ดังนั้นหนอนหัวดำจึงจัดเป็นแมลงศัตรูสำคัญของต้นมะพร้าวที่กำลังแพร่ขยายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จังหวัดศรีสะเกษ แม้จะมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวไม่มาก แต่ชาวบ้านก็ใช้ประโยชน์จากมะพร้าวในการบริโภค อีกทั้งในบางพื้นที่มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ ชาวบ้านเริ่มมองมะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจ เพราะสามารถส่งขายให้แก่นักท่องเที่ยว และส่งขายประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาสูงกว่าด้วย ฉะนั้น หากหนอนหัวดำเกิดระบาดขึ้นในพื้นที่อาจส่งผลเสียหายต่อรายได้เกษตรกรทันที นายอำเภอกันทรารมย์(เสื้อขาว)พร้อมหัวห
คุณอำไพ สุขไกรรัตน์ หรือน้าไพ ทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน เนื้อที่ 32 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 22/12 หมู่ 3 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกไม้ผล เช่น ปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ อินผาลัม ส้มโอ ส้มเขียวหวาน เนื่องจากไม้ผลให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง น้าไพจึงตัดสินใจปลูกมะกรูด เป็นพืชเสริมรายได้เพราะต้นมะกรูด จะมีผลผลิตออกมาสม่ำเสมอ เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง ไม่ต้องเหนื่อย วิ่งหาคนซื้อเหมือนพืชอื่นๆ น้าไพ ตัดสินใจปลูก มะกรูดพวง เพราะเป็นมะกรูดพันธุ์ผลใหญ่และติดเป็นพวง ผลมีลักษณะขรุขระมาก และมีจุกที่หัว ใบมีขนาดใหญ่ เกษตรกรจำนวนมาก นิยมปลูกมะกรูดพวง เพื่อผลิตใบและผลขายส่งให้แก่โรงงานน้ำมันหอมระเหย และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากใบและผลมะกรูด เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องสำอาง โรงงานน้ำพริก อุตสาหกรรมยาฯลฯ การปลูกมะกรูด ควรเลือกสภาพพื้นที่ ที่เป็นแหล่งดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดี ให้ขุดหลุมลึก ขนาด 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุมและแถวก็ประมาณ 4-5 เมตร หลังจากนั้นปล่อยดินตากแดดอยู่สัก 1-2 เดือน ก่อนปลูก
ทีมงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำยืน พาแวะไปชมแปลงปลูกพืชของเกษตรกรในอำเภอน้ำยืนหลายแปลงด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้คือ คุณหนูจร พุดผา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (091) 019-7163 คุณหนูจร เป็นอดีตกำนันดีเด่นแหนบทองคำ ปี 2552 จากซ้ายไปขวา คุณณรงค์ ทูลสูงเนิน เกษตรอำเภอน้ำยืน นำทีมงานทำข่าวทั้งวัน คุณวิไล อุตส่าห์ คุณหนูจร พุดผา ทายาทเกษตรรุ่นที่ 3 คุณอำนาจ พุดผา ลูกชายคุณหนูจร และ ว่าที่ร้อยตรี รณยศ โมฆรัตน์ คุณหนูจร บอกว่า เกษียณจากกำนันไม่นานนัก ทุกวันนี้เป็นเกษตรกรเต็มตัว ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หรือหวาดระแวงว่าคดีต่างๆ จะเข้าถึงตัว เพราะขณะที่ทำงานรับใช้ประชาชน ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความซื่อสัตย์ พื้นฐานเดิมของอดีตกำนันแหนบทองคำเป็นเกษตรกร มีที่ดินเป็นมรดกตกทอดอยู่บ้าง ก่อนเกษียณ 10 ปี ได้เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ โดยเสาะหาที่ดินเพิ่ม ซึ่งซื้อหาในราคาไม่แพง แต่ที่สำคัญมากนั้น เขาได้ปลูกไม้ยืนต้น โดยทะยอยปลูก จากน้อยไปหามาก จึงไม่ได้ลงทุนสูง ขณะเดียวกัน ก็มีรายได้ตั้งแต่ปีแรกๆ เพราะปลูกพืชอายุสั้น ส่วนพืชที่ให้
คุณโสภา สุขแสนโชติ จากข้าราชการเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกร ผลิตผักเชียงดาส่งตลาด รายได้อย่างต่ำเดือนละหมื่น คุณโสภา สุขแสนโชติ หรือ พี่ต้อย ของน้องๆ ลาออกจากราชการ หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ ผักเชียงดา พี่ต้อยเล่าให้เราฟังว่า จบการศึกษาทางด้านการเกษตรจากเกษตรน่าน รุ่นที่ 36 ก็เข้ารับราชการจนเมื่อ ปี 2556 ก็ตัดสินใจอำลาชีวิตราชการ มาทำการเกษตรร่วมกับครอบครัวทั้งสามีและลูกชาย โดยพี่ต้อยช่วยงานทุกคนมาตลอด จนเมื่อไม่นานมานี้จึงเริ่มผลิตผักเชียงดาอย่างจริงจัง เมื่อช่วงต้นปี 2554 ได้นำผักเชียงดามาปลูกไว้ 2 ต้น ตายไป 1 ต้น โดยซื้อมาจากตลาดคำเที่ยง จังหวัดเชียงใหม่ เหตุที่นำผักเชียงดามาปลูกหลังบ้านก็เพราะชอบกินแกงผักเชียงดามาตั้งแต่เล็กๆ ถูกปลูกฝังให้กินผักพื้นบ้านทุกชนิด ที่บ้านเกิดบ้านป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย คุณพ่อ คุณแม่ ได้ปลูกไว้ 4-5 ต้น ตอนเด็กๆ คุณแม่ใช้ให้ไปเก็บผักเชียงดามาประกอบอาหารอยู่เป็นประจำ เช่น แกงใส่ปลาแห้ง ใส่แกงแค เอามาผัดไข่ ลวกกินกับน้ำพริก และตำมะม่วง ทุกคนในครอบครัวจะชื่นชอบมากๆ ผักเชียงดายิ่งเด็ดยอดก็จะยิ่งแตกยอดอย่างรวดเร็ว ญาติๆ และ
หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชต่างถิ่นอยู่เขตติดต่อระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ชาวกรีกและชาวโรมันนำมาบริโภคมากว่า 2,000 ปีแล้ว โดยชาวตะวันตกถือกันว่าเป็นอาหารสุขภาพ กินแล้วมีกำลัง โดยเฉพาะผู้ชายเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงกำหนัดเนื่องจากลักษณะของหน่อไม้ฝรั่งคล้ายเครื่องเพศชาย ประเทศไทยรู้จักหน่อไม้ฝรั่งเมื่อประมาณ 60 กว่าปี โดยได้นำพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย ทดลองปลูกครั้งแรกที่ สถานีกสิกรรม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้กระจายปลูกในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงในปี พ.ศ. 2530 หน่อไม้ฝรั่งจึงเป็นที่รู้จักทั่วไปและราคาไม่แพงมากนัก จากเกษตรเชิงเดี่ยวการทำไร่ข้าวโพดและไร่มันสำปะหลังหมุนเวียนกันไป ปีไหนข้าวโพดดี ปีต่อไปก็จะปลูกข้าวโพด ปีไหนมันสำปะหลังดี ปีต่อไปก็จะแห่กันปลูกมันสำปะหลัง ทำให้ต้องขาดทุนเป็นหนี้เป็นสินมากมาย คุณปฐม ชูเชื้อ เกษตรกรชาวไร่จากบ้านคลองกุ่ม ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เบอร์โทรศัพท์ (086) 805-4393 บอกว่า ขืนทำต่อไปต้องถึงกับขายที่แน่ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ฐานะไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเลย เกษตรเคมีที่ต้องพึ่งปุ๋ยพึ่งยาทำให้เกษตรกรต้องเป็นหนี้เป็นสินมาตลอด “หลายปีที่ผ
เรื่องและรูป โดย ธงชัย พุ่มพวง ปัจจุบัน เรื่องของสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและให้ความร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ การกำจัดขยะอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษอาหาร เศษผักและผลไม้ เป็นต้น หากกำจัดไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น มลพิษทางน้ำและกลิ่น ปัญหาขยะล้นเมือง แหล่งเพาะเชื้อโรค แมลง ที่ส่งผลต่อมวลมนุษย์ วิธีการหนึ่งในการกำจัดขยะอินทรีย์คือ การใช้ไส้เดือนดินเพื่อกำจัดขยะ ในทางตรงแล้ว ยังทำให้เกิดประโยชน์ด้านการเกษตรหลายชนิด ได้เป็นปุ๋ยไส้เดือนดิน และปุ๋ยน้ำหมักไส้เดือนดิน ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาด้านการเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรรมพิษณุโลก หรือเกษตรบ้านกร่าง รุ่นที่ 8 ได้สอบบรรจุเป็นครูสอนในจังหวัดพิษณุโลกหลายปี ล่าสุดย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตนเอง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นครูเกษตรจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนดิน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นจึงสร้างเรือ
ด้วยอาชีพหมอที่รู้ว่าคนป่วยเป็นมะเร็งนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เลยเป็นสาเหตุทำให้ “สุกิจ จำปาเงิน” รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ และยังเป็นเจ้าของคลีนิกตรวจโรค บางซ่อน คลีนิก หันมาสนใจเรื่องเกษตร และปลูกผักปลอดสารพิษ สบโอกาสส่งผักเข้าโรงพยาบาล หวังให้คนไข้ได้ทานผักปลอดภัย นอกจากนั้นยังส่งผักตามร้านอาหาร อนาคตวางแผนเกษียณออกมาเป็นเกษตรกร คุณสุกิจ จำปาเงิน รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของฝั่งธนบุรี และยังเป็นเจ้าของคลีนิกตรวจโรค บางซ่อน คลีนิก อายุ 59 ปี เล่าว่า หลังจบคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี บินลัดฟ้าไปเรียนต่อแพทย์เวชปฏิบัติที่ประเทศฟิลิปปินส์ จากนั้นต่อ ป.โท หลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ก่อนหน้านี้เป็นหมออยู่โรงพยาบาลปากน้ำ 4 ปี รับเงินเดือนหลักแสน ทว่าล่าสุดเข้ามารับตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบางไผ่ ช่วงที่คุณหมอสุกิจ เข้ามาเป็นรองผู้อำนวยการ คุณหมอ เล่าว่า แต่ละวันจะต้องส่งผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาได้ที่โรงพยาบาลบางไผ่ไปโรงพยาบาลอื่น ซึ่งโรคที่เป็นกันมาก คือ โรคมะเร็งตับ มะเร็งเต้
คุณเอกพงษ์ ขุนทอง อายุ 18 ปี นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปีที่ 1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง จังหวัดพัทลุง ได้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR FOOD CROP หรือ GAP ซึ่งจัดโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อกลางปี 2559 โดย คุณเอกพงษ์ได้นำเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ จนได้รับรางวัลชมเชย จากนั้นได้นำกลับมาขยายต่อยอด ใช้พื้นที่ว่างรอบบริเวณบ้านปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ขายผลมะนาว ซึ่งจากผลผลิตที่ได้ขายได้ราคาดี จึงขยายปลูกเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังตอนกิ่งชำมะนาวเองขายสร้างรายได้ระหว่างเรียน เดือนละกว่า 10,000 บาท คุณเอกพงษ์ กล่าวว่า โครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร หรือ GAP ที่ได้เข้าร่วมโครงการ และเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ได้รับรางวัลชมเชย รู้สึกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ไม่ใช่จะเริ่มเรียนรู้ในการปลูกมะนาวหลังเข้าร่วมโครงการ เพราะก่อนหน้านี้ ก็ได้ทดลองปลูกและตอนกิ่งพืชต่างๆ มาจากปู่ พ่อ แม่ โดยเริ่มทำการเกษตรมาตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 แต่การได้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติ
แม้ว่าจะเคยฮิตมากในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยความแปลกตาและรสชาติเปรี้ยวจี๊ด แถมยังไร้เมล็ด เลยทำให้มะนาวคาเวียร์ หรือมะนาวนิ้วมือ ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารหรู ซึ่งปัจจุบันราคาทะยานพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 4,500 บาท คุณสมเจตน์ พิมพ์ทอง ผู้จัดการฝ่ายบริหารเสียงลูกค้าทางอินเตอร์เน็ต บริษัทบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ปัจจุบันอายุ 48 ปี เล่าว่า เมื่ออายุเข้าเลข 3 เริ่มสนใจเรื่องเกษตร เพราะคิดว่าอาหาร คือ ปัจจัย 4 ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต เลยศึกษาหาความรู้จากหนังสือ สื่ออินเตอร์เน็ต และอบรมตามหน่วยงานต่างๆ กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หรือ พ.ศ.2556 นำสายพันธุ์มะนาวคาเวียร์” หรือ “มะนาวนิ้วมือ จากประเทศออสเตรเลีย รัฐนิวเซาท์เวลส์ เข้ามาปลูก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ราคาขายลูกละ 200 บาท ปัจจุบันกิโลกรัมละ 4,500 บาท คุณสมเจจน์ บอกว่า มะนาวนิ้วมือในประเทศออสเตรเลียนิยมปลูก แต่ทว่าสามารถเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศประเทศไทย ปัจจุบันราคาแพงมาก นิยมใช้ปรุงอาหาร ตกแต่งจานอาหารตามภัตตาคาร ร้านอาหารญี่ปุ่น วิธีใช้มะนาวนิ้วมือ จะขูดเนื้อออกจากผล นำมาคลุกเคล้า หรือวา
คุณภิญโญ นัครมนตรี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว คือ การปลูกผัก ผลไม้ ต่อมาจึงอยากให้ภายในบริเวณบ้านมีการทำเกษตรที่หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องของรายได้ เพื่อให้มีรายได้จากหลายๆ ทางเป็นตัวเลือกในการสร้างเงิน “เรามาคิดว่าถ้าปลูกพืชเพียงอย่างเดียว รายได้ที่มีบางครั้งอาจจะไม่แน่นอน เพราะพืชบางช่วงก็มีราคาขึ้นลง จึงได้ตัดสินใจนำการเลี้ยงสัตว์เข้ามาเสริม เพื่อให้รายได้มีมากขึ้นหลายทาง จึงได้ตัดสินใจเลี้ยงไก่ไข่ เพราะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย สามารถกินเศษพืชผักที่เราคัดออกได้ และที่สำคัญยังสามารถปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ก็สามารถคุ้ยเขี่ยหากินเองได้อีกด้วย” คุณภิญโญ บอกถึงจุดประสงค์ของการเลี้ยง โดยไก่ไข่ที่นำมาเลี้ยงภายในพื้นที่บริเวณบ้าน คุณภิญโญ บอกว่า เป็นไก่ที่ได้รับจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และเขาได้หาซื้อบางส่วนเข้ามาเลี้ยงเองด้วย จากเริ่มแรกประมาณ 10 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมาทำให้ตอนนี้มีไก่ไข่ที่เลี้ยงภายในบริเวณบ้านทั้งหมดถึง 200 ตัว ไก่ไข่ที่เลี้ยงแบบปล่อย ซึ่งเคล็ดลับการเลี้ยงไก่ไข
