SMEs เกษตร
3 เกษตรกรยุคใหม่ ผู้รักบ้านเกิด ผลักดันธุรกิจสู่ เกษตรอินทรีย์ดิจิทัล สร้างสุขยั่งยืน ดิจิทัล เป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อชีวิตมนุษย์ในทุกวันนี้ โดยเทคโนโลยีดิจิทัล เปรียบเสมือนมันสมองที่ได้เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่ ภาคเกษตร ซึ่งนับเป็นรากฐานหลักของประเทศไทย มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าภาคท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม จากข้อมูลของ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พูดถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในปี 64 ไว้ว่า มีการขยายตัวร้อยละ 1.5 และคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2565 จะขยายตัวสูงขึ้นอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0-3.0 โดยมีภาคเกษตรเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต ปัจจุบันมีการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มากมาย มาใช้อำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรยุคใหม่ ช่วยแก้ปัญหาในด้านต่างๆ ซึ่งเราอาจเรียกสั้นๆ ว่า “เกษตรดิจิทัล” เกษตรดิจิทัล คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการผลิตทางการเกษตรไปสู่ผู้บริโภค เป็นการใช้ประโยชน์จากการเก็บข้อมูลด้านการเกษตรต่างๆ ทั้ง สภาพดิน สภาพน้ำ อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณแสง พื้นที่เพาะปลูก การเจริญเติบโตข
ลูกชาวนา ต่อยอดอาชีพพ่อแม่ ทำคอนเทนต์ กะเทยขายข้าว ขายดี ออร์เดอร์ปังทั้งปี ชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ (ไทย) ประโยคนี้คงคุ้นหูใครหลายคนมาพอสมควร แต่ทำไมเวลาเอาข้าวไปจำนำ กลับได้ราคาที่ไม่คุ้มเหนื่อย ในขณะที่ปลายทางอย่างผู้บริโภค กลับซื้อข้าวมาในราคาที่สวนทางกับต้นทาง? ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ คุณโอวา-ธนาวัฒน์ จันนิม วัย 33 ปี ตัดสินใจต่อยอดอาชีพชาวนาของพ่อแม่ เปิดเพจทำคอนเทนต์ขายข้าวโดนใจชาวเน็ต จนทำให้ข้าวขายดิบขายดี มีออร์เดอร์เข้ารัวๆ ตลอดทั้งปี คุณโอวา ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า พื้นเพเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ เรียนจบจาก คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าทำงานเป็นพนักงานประจำที่บริษัทแห่งหนึ่งมาได้ 10 กว่าปี อยากขยับขยายหน้าที่การงาน จึงดูงานไว้ 2 แห่ง ที่ให้เงินเดือนและตำแหน่งสูงกว่า ประกอบกับเกิดความรู้สึกอยากพัก จึงตัดสินใจลาออกกลับไปพักผ่อนที่บ้านเกิด “ต้องบอกก่อนว่าที่บ้านมีอาชีพทำนา เราก็เลยเป็นชาวนามาตั้งแต่จำความได้แล้ว พอเข้าไปเรียนกรุงเทพฯ จบมาก็ทำงานที่นั่นเลย ตั้งแต่จบมาได้ 10 กว่าปี เราก็เข้าทำงานเลย มันเหมือนไม่มีเวลาพัก เลยตัดสินใจลาออกกลั
ปลูกไม้ด่าง ในตู้คอนเทนเนอร์ ไม่โดนแดดครึ่งปี ก็งามดี ช่วงพีก ต้องต่อคิวแย่งซื้อ คุณนัท-ณัฐพงศ์ จินดารักษ์ ปัจจุบัน อายุ 30 ปี จบการศึกษาจากคณะนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยทำงานประจำ ตำแหน่งช่างภาพของนิตยสารหัวหนึ่งมาก่อน จากนั้นลาออก มาลงทุนร่วมกันกับเพื่อน เปิดบริษัทของตัวเอง ทำโปรดักชั่นเฮ้าส์รับงานโฆษณา ดำเนินกิจการได้พักใหญ่ เกิดสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพเร็วขึ้น “ความจริงผมทำงานมาตั้งแต่สมัยเรียน มีประสบการณ์มาพอสมควร เลยรู้สึกอิ่มตัวกับงานโฆษณาแล้วประมาณหนึ่ง พอมาทำโปรดักชั่นเฮ้าส์ของตัวเอง เจอช่วงขาลงอีก เลยให้เพื่อนทำบริษัทต่อ ส่วนผมออกมาทำต้นไม้” คุณนัท เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังอย่างนั้น ก่อนหัวเราะอารมณ์ดี และว่า เขาชอบต้นไม้เป็นทุนเดิม มีงานอดิเรก คือ เป็นนักสะสมต้นไม้หลายแบบ พอคิดหันมาทำแบบจริงจัง ก็ได้คำแนะนำจากเพื่อนว่า “ไม้ด่าง” กำลังมา “เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา เพื่อนชวนไปเดินสวนจตุจักร เห็นตลาดคึกคัก มีคนจับจ่ายใช้สอย ซื้อขายกันเยอะ เลยซื้อไม้ด่างมาเลี้ยงดูบ้าง กระทั่งเดือนมีนาคม เริ่มสะสมจริงจัง แต่บ้านทาวน์เฮ้าส์ย่านพญาไท
อาชีพการเกษตร มีความอ่อนไหวต่อสภาพ ดิน ฟ้า อากาศ บางปีก็แล้ง บางช่วงก็น้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเสียหาย หนำซ้ำเสี่ยงเจอความไม่แน่นอนเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวน เลยอยากชวนเกษตรกรนำพืชสมุนไพร ไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมนำมาแปรรูปในลักษณะ “ น้ำมันหอมระเหย” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด และขยายช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้น น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คือ น้ำมันที่พืชสร้างขึ้นและเก็บไว้ในส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ดอก ใบ ผล ลำต้น ตลอดจนเมล็ด ซึ่งจะพบแตกต่างกันไปในพืชแต่ละชนิด คุณสมบัติที่เด่นชัดคือมีกลิ่นหอมและระเหยได้ง่ายที่อุณหภูมิปกติ ปริมาณและคุณภาพน้ำมันหอมระเหยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ดิน ภูมิอากาศ อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ความสูงจากระดับน้ำทะเล การเก็บเกี่ยว ตลอดจนเทคนิค และวิธีการสกัดและการกลั่นใส ทุกวันนี้ “น้ำมันหอมระเหย” เป็นที่ต้องการในวงการอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง ทั้งอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง ผงซักฟอก ธุรกิจสปา ฯลฯ ล้วนต้องการใช้น้ำมันหอมระเหย มาช่วยปรุงแต่งกลิ่นผลิตภัณฑ์สบู่ ยาสีฟัน แชมพูสระผม น้ำมันใส่ผม โลชั่น โคโลญ สินค้าอุปโภคบริโภคประเภทต่างๆ ปัจจุบันประเทศไทยผลิตน้
หนุ่มใต้ปิ๊งไอเดีย ทำ “ถุงเพาะชำจากยางพารา” ย่อยสลายได้ เจ้าแรกของโลก คุณนัท – ณัฐวี บัวแก้ว วัย 24 ปี ผู้บริหารหนุ่ม และ เจ้าของไอเดีย “ถุงเพาะชำจากยางพารา” แบรนด์ Greensery ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ยางพาราแล้ว ยังถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก และลดโลกร้อนได้อีกด้วย คุณนัทเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ตนเรียนจบมาจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวิศวกรรมการผลิต ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ในสมัยที่เขาเรียนอยู่ปี 3 ได้เข้าไปช่วยน้องสาวทำโครงงานเกี่ยวกับถุงเพาะชำดูดซับน้ำ ซึ่งเป็นโครงงานในวิชาวิทยาศาสตร์ ประกอบกับก่อนเรียนจบ คุณนัทมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม PSU Startup Challenge ที่จัดโดยสถาบันพัฒนาการเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้ง 5 วิทยาเขต ซึ่งเป็นการแข่งขันเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการเกษตร นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณนัทอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง “ก่อนเรียนจบ ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ PSU ที่เป็นโครงการแข่งขันเกี่ยวกับนวัตกรรมทางการเกษตร บวกกับเคยช่วยน้องสาวทำโครงงานเก
ผักไฮโดรโปนิกส์ จ๊อบเสริมรายได้ดี ของหนุ่มออฟฟิศ ต่อยอดเป็นตัวแทน ขายอุปกรณ์การเกษตรครบวงจร การมีอาชีพที่ 2 3 4 5 กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้คนในปัจจุบัน อาจเพราะมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น หรือจะเรื่องสภาพเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ซึ่ง คุณบอล-ชรัช ทองหยาด มนุษย์ออฟฟิศวัย 34 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ตนทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมาได้ 11 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนจึงรัดเข็มขัดกันมากขึ้น ไม่ว่าจะปลูกผักกินเอง ทำอาหารทานเอง รวมถึงหางานเสริมที่ 2 ที่ 3 ทำกัน “ด้วยความที่ผมเป็นลูกชาวไร่ชาวสวน ก็มีความรู้เรื่องการทำการเกษตรอยู่พอสมควร มันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งคนนิยมปลูกผักกัน แล้วผมเห็นว่า ผักไฮโดรโปนิกส์ มันน่าสนใจนะ ไม่ต้องปลูกด้วยดินก็ได้ ก็เลยเกิดความสนใจ ไปหาศึกษาแล้วก็มาลองปลูก กะเอาไว้ทานเอง แต่มันกลายเป็นว่า ทำไปทำมา เราเห็นช่องทางการตลาด แล้วเทรนด์สุขภาพมันกำลังมา ผักเราที่ปลูกไว้มันก็น่าจะเอามาขายได้ สีสวย ไม่มีสารเคมี ก็เลยลองขาย ตอนนี้ก็ทำมาได้ 1 ปีแล้วครับ” คุณบอล เล่า โดยผักที่คุณบ
ไม่ใช่พืชไร้ค่า! ผักตบชวา วัสดุกันกระแทกชั้นดี นำมาตากแห้ง ยอดขายปังถึงหลักล้าน ผักตบชวา ไม่ใช่พืชไร้ค่าอย่างที่คิด นอกจากนำมาทำจักสานแล้ว ยังเป็นวัสดุกันกระแทกชั้นดี สามารถใช้แทนบับเบิ้ลและโฟม เพราะมีน้ำหนักเบา ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แถมช่วยกำจัดวัชพืชในน้ำได้ด้วย จุดเริ่มต้นของ ผักตบชวากันกระแทก คุณเจ-วศการ ทัพศาสตร์ วัย 36 ปี กัปตันสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ และควบตำแหน่ง CEO บริษัท ตบชวา จำกัด บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เริ่มทำผักตบชวากันกระแทกมาตั้งแต่กลางปี 2562 เพราะตนเองทำธุรกิจซื้อมาขายไปร่วมกับเพื่อน เมื่อสั่งของจากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้มีบับเบิ้ล เม็ดโฟม หรือวัสดุกันกระแทก ล้นออฟฟิศ ซึ่งไม่สามารถนำไปต่อยอดอะไรได้ “บังเอิญว่าช่วงหนึ่งมีข่าวรัฐบาลให้งบกำจัดผักตบชวา ผมเห็นว่าผักตบชวามีลักษณะเป็นปล้องๆ เลยลองหาข้อมูลเพิ่มในอินเตอร์เน็ต พบว่า มันสามารถดูดซับสารเคมีต่างๆ ในแม่น้ำลำคลอง และสามารถรับแรงกระแทกได้ดี ซึ่งมีคนนำผักตบชวามาตัดเป็นชิ้นแล้วตากแห้ง ทำเป็นวัสดุกันกระแทกมาก่อน แต่รูปแบบยังไม่ชัดเจน ผมก็เอามาพัฒนาต่อ” คุณเจ เล่า ขั้นตอนการทำ ผักตบชวากันกระแทก ต่
ข้าวต้ม Ready to Eat ข้าวกล้องหอมมะลิผสานนวัตกรรม ฝีมือคนไทย เข้าถึงลูกค้า ขายผ่านร้านเซเว่นฯ “นวัตกรรม” นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่พร้อมให้การสนับสนุนเรื่องนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการหลายหน่วยงาน โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนและน่าจับตามองได้แก่ “Sipso (ซิปโซ่) ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มข้าวกล้องหอมมะลิ” ซึ่งผลิตโดย บริษัท ซิปโซ่ท้อปปิคอลดริ๊ง จำกัด ผลิตภัณฑ์ที่นำนวัตกรรมมาช่วยให้ข้าวกล้องหอมมะลิ เมื่อต้มแล้วยังคงความหอม แม้จะบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป อีกทั้งยังสามารถคงคุณประโยชน์ของข้าวไว้อย่างครบถ้วน ส่งผลให้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี แม้เริ่มวางจำหน่ายได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ปัจจุบันมียอดผลิตเพื่อจัดจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศจำนวน 20,000 ถ้วยต่อเดือน ในราคาถ้วยละ 22 บาท คุณพลรชฎ เปียถนอม กรรมการ บริษัท ซิปโซ่ท้อปปิคอลดริ๊ง จำกัด พร้อมด้วย คุณดารารัตน์ เปียถนอม ผู้จัดการโรงงาน เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของผลิ
สาวน้อยมือเทพ วัย 14 เพาะ ออดิบจันทร์ฉาย ขาย ใบด่างสวยทั้งกอ ราคาพุ่ง 555,555 บาท ต่อยอดไลฟ์สด ขายบอนสี หารายได้เพิ่ม ในยุคที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เกิดขึ้น ทำให้คนอยู่แต่บ้าน หันมาทำกิจกรรมแก้เบื่ออย่าง การปลูกต้นไม้ เพิ่มมากขึ้น ทำให้กระแสต้นไม้ที่มีมานานแล้ว ยิ่งทวีความฮอตฮิตขึ้นไปอีก จนตอนนี้กลายเป็นอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้ให้หลายๆ คนในยุคนี้ไปแล้ว น้องอร-วริศรา มีเถื่อน วัย 14 ปี ก็เป็นอีกคนที่ก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นในวงการต้นไม้ โดยน้องอร เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้เข้ามาในวงการต้นไม้ คือ เดิมทีทางครอบครัวนั้นชื่นชอบและปลูกต้นไม้กันอยู่แล้ว แต่ด้วยหลายปีให้หลังสภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ทำให้ทุกคนในครอบครัวว่างงาน รวมถึงน้องอรเองก็ต้องเรียนผ่านทางออนไลน์ เมื่อมีเวลาว่างจากการเรียน พี่ชายของเธอจึงหาต้นไม้มาให้ลองปลูกขาย “พี่ชายเป็นคนหามาให้ขายค่ะ ให้หนูมาทำเป็นกิจกรรมเสริมหลังว่างจากเรียนออนไลน์ พี่ชายก็หาไม้ด่างที่กำลังเป็นกระแสมาให้แต่ไปๆ มาๆ ก็ไปถูกใจออดิบจันทร์ฉายจากนครศรีธรรมราช ซึ่งที่นั่นเขาก็มีการพบต้นออดิบจันทร์ฉายเป็นเจ้าแรกๆ ด้วยความที
ธุรกิจ ขายต้นไม้ออนไลน์ สุดรุ่ง ทำยังไงไม่ให้วุ่น เรื่องแพ็กของส่ง? ในหลายปีให้หลังมานี้ธุรกิจ ขายต้นไม้ออนไลน์ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ดารา พนักงานบริษัท หรือกระทั่งเด็กนักศึกษา ก็ผันตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าต้นไม้ เป็นอาชีพเสริมกันทั้งนั้น ซึ่งบางคนก็เปิดเป็นสวน ให้เข้าไปเลือกซื้อเยี่ยมชมกัน และมีไม่น้อยที่ขายส่งทางออนไลน์ ซึ่งการขายส่งทางออนไลน์อาจเกิดปัญหาเรื่อง การแพ็กส่ง เว็บไซต์ POSTFAMILY ได้แชร์เทคนิคการแพ็กต้นไม้ส่งพัสดุไปรษณีย์ ไว้ดังนี้ ปิดกระดาษคลุมหน้าดินในกระถางเพื่อกันดินกระจาย จากนั้นห่อพลาสติกและติดสกอตช์เทปพันให้รอบ นำกระดาษหนังสือพิมพ์พรมน้ำห่อใบไม่ให้ช้ำ นำเชือกผูกกระถางเข้ากับตัวกล่องไขว้สี่ทิศ พร้อมยึดลำต้นเข้ากับตัวกล่องอีกที ติดสัญลักษณ์ลูกศรชี้ขึ้น พร้อมแปะป้ายว่าเป็นต้นไม้ห้ามโยน ห้ามคว่ำ ใช้กล่องที่แข็งแรง พร้อมเจาะรูระบายอากาศ เลือกวันส่ง พยายามเลี่ยงวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดยาว เผยแพร่เมื่อ วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2564
