SMEs เกษตร
หมากเม่า เป็นไม้ป่าขึ้นชื่อของจังหวัดสกลนคร ปัจจุบันถือเป็นไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ มีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้อย่างน่าสนใจ มุมหนึ่งที่ไม่ค่อยได้กล่าวถึงกันมากนักคือ เพื่อนและศัตรูของหมากเม่า เรื่องนี้ คุณบุญเชิด วิมลสุจริต แห่งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสกลนคร ได้ให้ข้อมูลถึงศัตรูของหมากเม่าว่า ที่พบการทำลายจะมีมาจากแมลง แต่ในธรรมชาติหมากเม่าจะมีแมลงศัตรูรบกวนน้อยมาก แต่ถ้าชะล่าใจปล่อยให้หมากเม่าอยู่เองตามธรรมชาติไปไม่ดูแล อาจจะเป็นที่ซ่อนตัวของแมลงที่ทำลายหมากเม่าได้ โดยเฉพาะบริเวณเปลือกของหมากเม่าจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าส่วนอื่น แมลงศัตรูที่พบมาก ได้แก่ หนอนเจาะเปลือก ตัวสีเหลืองอ่อนที่กัดกินเปลือกหมากเม่า กินแล้วก็จะขับถ่ายออกมาเป็นก้อนๆ คล้ายขี้เลื่อย ด้วงหนวดปม จะมีลายจุดเหลืองดำให้เป็นที่สังเกต หนอนเจาะลำต้น จะเป็นหนอนที่สวยสีชมพูแดง จะเจาะลำต้นและกิ่งหมากเม่า หนักเข้าอาจจะถึงขั้นตัดท่อน้ำเลี้ยงหมากเม่าเลยทีเดียว ดังนั้น ไม่ควรปล่อยให้ต้นหมากเม่าแตกกิ่งในทรงพุ่ม เพราะเป็นกิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ไม่แทงช่อดอก ไม่ให้ผลผลิต ควรตัดแต่งกิ่งที่อยู่ในทรงพุ่มให้โปร่งจนแดดส่องทะลุถึงโคน
ว่าที่พันตรีวิเวก จงสูงเนิน เกษตรอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงสถานการณ์ การปลูกส้มโอของอำเภอบ้านแท่นว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกให้ผลผลิตแล้ว 510 ไร่ โดยเฉลี่ยแล้ว พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ จำนวน 36 ต้น เมื่อส้มโออายุต้น 5 ปีขึ้นไป เก็บผลผลิตได้ 100 ผล ต่อต้น ต่อปี แต่ละผลมีน้ำหนักเฉลี่ย 1.3-1.8 กิโลกรัม พันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ทองดี “ส้มโอบ้านแท่น ปลูกมากที่ตำบลบ้านแท่นและสามสวน จุดเริ่มต้นของงานปลูกส้มโอนั้น เมื่อปี 2530 นายบุญมี นามวงศ์ นำมะม่วงจากอำเภอบ้านแท่นไปจำหน่ายยังตลาดสี่มุมเมือง เมื่อนำผลผลิตไปถึงตลาดพบว่ามีความเสียหายไม่น้อย ขณะที่ส้มโอจากนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ขนย้ายไม่เสียหาย นายบุญมีจึงไปซื้อกิ่งพันธุ์ส้มโอทองดี จากนครชัยศรี มาปลูกที่อำเภอบ้านแท่น พื้นที่ปลูกแต่เดิมไม่มากนัก แต่เนื่องจากจำหน่ายได้ดี จึงขยายพื้นที่เพิ่ม ปัจจุบันมีผู้ค้าชาวจีนมาซื้อ ราคาส้มโอทองดี กิโลกรัมละ 43 บาท เกษตรกรมีความพึงพอใจมาก เกษตรกรบางรายปลูกส้มโอ 12 ไร่ ได้เงิน 1 ล้านบาท ปีหนึ่งๆ ส้มโอนำเงินเข้าสู่อำเภอบ้านแท่น ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท” ว่าที่พันตรีวิเวก กล่าว ว่าที่พันตรีวิเวก กล่าวว
โรงเรียนเสนารัฐวิทยาคาร ตั้งอยู่พื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จัดเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนนักเรียน 312 คน บุคลากรทางการศึกษารวมถึงอัตราจ้างที่จำเป็น 20 คน เมื่อโรงเรียนเสนารัฐวิทยาคารเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ การจัดงบประมาณสำหรับโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งปกติโรงเรียนจะบริหารจัดการภายในโรงเรียนเอง จึงจัดการด้วยการให้ผู้สนใจเข้ามาบริหารจัดการ แตกต่างจากการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนบางแห่ง ที่นำผลผลิตที่ได้จากแปลงเกษตรของเด็กนักเรียน นำมามีส่วนในโครงการอาหารกลางวันด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ผลผลิตที่ได้จากแปลงเกษตรส่วนหนึ่งก็ยังเข้าสู่โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ด้วยการรับซื้อไปประกอบอาหารให้กับนักเรียนภายในโรงเรียน อาจารย์มานะ กอสูงเนิน ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนารัฐวิทยาคาร มีนโยบายในการปูพื้นฐานในภาคเกษตรให้กับนักเรียนทุกระดับชั้นของโรงเรียนไว้อย่างดี เพราะมองเห็นว่า เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่จบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะเรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นกับโรงเรียน และหลังจากนั้นเกือบทั้งหมดจะเลือกศึกษาต่อในสาย
ขาวแตงกวาชัยนาท รายได้ไร่ละแสน ดีกว่าข้าวเกวียนไม่ถึงหมื่น มีงานส้มโอ 9-18 กันยายนนี้ ของปลอมเพียบ อยากได้ของแท้ต้องเข้าถึงสวน นางสาวรัตนา แสงสุย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกส้มโอขาวแตงกวา จังหวัดชัยนาท มี 1,137 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 900 ไร่เศษ ซึ่งถือว่าพื้นที่ลดลง เนื่องจากน้ำท่วมใหญ่ เมื่อ ปี 2554 ประกอบกับภาวะภัยแล้งเมื่อต้นปี 2559 ทำให้ผลผลิตส้มโอออกสู่ตลาดไม่มากนัก นางสาวรัตนา กล่าวว่า ในงานส้มโอจังหวัดชัยนาท ระหว่าง วันที่ 9-18 กันยายน 2559 มีผลผลิตมาจำหน่าย ประมาณ 50 ตัน ราคาอยู่ระหว่าง 60-70 บาท ต่อกิโลกรัม ตามที่มีผู้สอบถามว่า ส้มโอขาวแตงกวาของจังหวัดชัยนาทแท้ๆ หาซื้อได้ที่ไหน สำนักงานเกษตรจังหวัดไม่กล้าการันตี แต่ได้แนะนำให้ไปซื้อที่สวนเกษตรกรโดยตรง คือที่อำเภอเมือง นายวิเชียร ชั้นเกียรติคุณ โทรศัพท์ (088) 545-8181 นายภัทรพล คุ้มชนะ โทรศัพท์ (081) 888-3489 นายชัชชัย ทับทอง โทรศัพท์ (081) 379-9166 อำเภอมโนรมย์ นายสุภาพ สุขสำราญ โทรศัพท์ (089) 272-2531 นายอานนท์ ม่วงแป้น โทรศัพท์ (081) 887-9908 และอำเภอวัดสิงห์ นายทะว
รัตติกานต์ เกตุแก้ว หรือ ตั๊ก อดีตสาวแบงก์หน้าตาดี จบ ม.ธรรมศาสตร์ วัย 25 ปี แต่ใจรักเกษตร โบกมือลามนุษย์เงินเดือน ขอผันตัวไปเป็นชาวสวนปลูกมะนาวไร้เมล็ดและทำปุ๋ยใช้เองที่บ้านเกิดจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลผลิตมะนาวลูกใหญ่ๆ ขายห้างแม็คโคร และตลาดสด กำเงินแสนทุกเดือน ชีวิตแฮปปี้ อนาคตเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ ตั๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ไปทำงานธนาคารแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างทำงานจะนำมะนาวไร้เมล็ดที่ปลูกเองมาขายเพื่อหารายได้พิเศษ และจากการขายไม้ผลรสเปรี้ยวจัดชนิดนี้ ทำให้รู้ตัวเองว่าแท้จริงแล้วใจรักเกษตรมากกว่าทำงานประจำ หนที่สุดเลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านไปปลูกมะนาวขายเป็นเรื่องเป็นราว สำหรับพื้นที่ปลูกมะนาวที่ตั๊กพูดถึงอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ดินของครอบครัว ราว 50 ไร่ เลี้ยงหมู ปลูกกล้วย และปลูกมะนาวไร้เมล็ดพันธุ์ตาฮิติ ปลอดสารเคมี สาเหตุที่เลือกพันธุนี้ ตั๊ก บอกว่า ทนทานต่อโรค เฉลี่ยต่อไร่ ปลูกมะนาวได้ 90 ต้น ลงทุนไร่ละ 5,000 บาท ทำปุ๋ยใส่เอง ใช้นำขี้หมูรด ผลดกเป็นที่น่าพอใจ “ตั๊กปลูกมะนาวไ
ปลาทองหัวสิงห์ ได้ถูกนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ในสนนราคา ตัวละ 2,000-3,000 บาท ในขณะที่ข้าวราดแกง จานละ 5 บาท ถือได้ว่าในสมัยนั้นใครที่เลี้ยงปลาทองหัวสิงห์จะต้องเป็นผู้มีฐานะมีอันจะกิน ปลาที่นำเข้าจะนำมาจากประเทศจีน หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ได้ทรงนำเข้าปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นมาเลี้ยงเล่นในวังละโว้ ต่อมาได้ทรงแจกจ่ายให้กับผู้สนใจเลี้ยงไปจำนวนมาก ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นจึงแพร่หลายในประเทศไทย ภายหลังจึงมีเอกชนผู้นำเข้าสั่งปลาชนิดนี้เข้ามาโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอีกทีหนึ่ง ปลาทองหัวสิงห์จีน (Chinese lionhead) มีลักษณะเด่นที่ตัวค่อนข้างกลมสั้น หัววุ้นฟูก้อนใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว ส่วนด้อยคือ ตัวมีขนาดเล็ก สันหลังเล็ก ส่วนครีบหางบางและห้อย ส่วนปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น (Ranchu) มีลักษณะเด่นคือ หัววุ้นจะยื่นออกมา นักเลี้ยงเรียกว่า เขี้ยว สันหลังหนาใหญ่ ครีบหางค่อนข้างหนาและกางออก มีจุดด้อยคือ ตัวมีขนาดยาวเกินไป ความจริงแล้วที่มาของปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่นนี้นำมาจากประเทศจีนและปรับปรุงพันธุ์จนมีความแตกต่างกัน แล้วเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น
จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความฝืดเคือง หรือเรียกว่ายุคข้าวยากหมากแพง อาจทำให้หลายๆ คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกติดขัดในเรื่องของสภาพความคล่องตัวทางการเงินมิใช่น้อย ส่งผลให้เกิดสภาวะหนี้สินมากขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่พยายามมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้นสำหรับพอใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองเกิดหนี้สิน แม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่มากเท่ากับงานประจำที่ทำ แต่ก็ทำด้วยใจรักจสามารถเป็นงานที่สร้างเงินได้ เหมือนเช่น คุณวรินดา สุวรรณทอง อยู่บ้านเลขที่ 351 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร คุณวรินดา สาวอินดี้ผู้รักความอิสระ เล่าให้ฟังว่า ปัจุบันตัวเธอทำงานเป็นสาวออฟฟิศ แต่มีความชอบในเรื่องของการปลูกต้นกระบองเพชร มาตั้งแต่ ปี 2551 สมัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในช่วงนั้นคือ ได้ศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยงตามโซเชียลมีเดียต่างๆ “เหตุที่ปลูกต้นกระบองเพชร เพราะว่าช่วงนั้นซื้อมาเพื่ออยากเอาไว้ถ่ายรูป เพราะดูแล้วมันสวยดี คราวนี้พอดูๆ ไป เห็นว่าเอ้ย! มันก็สวยแปลกกว่าไม้อื่น ก็เลยชอบ แล้วก็ปลูกมาเรื่อยๆ ซื้อตาม
ลำไย เป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล มีพื้นที่เพาะปลูกในประเทศกว่า 1.10 ล้านไร่ แหล่งเพาะปลูกส่วนใหญ่กว่า ร้อยละ 81 อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ แถบจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา และน่าน ที่เหลือกระจายอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จันทบุรี สมุทรสาคร เป็นต้น ปัจจุบัน ผลผลิตลำไยส่วนใหญ่ถูกส่งออกในลักษณะลำไยสด ลำไยอบแห้ง ลำไยแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ลำไย ฯลฯ ไปยังตลาดคู่ค้าหลักคือ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง เวียดนาม แคนาดา มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากกว่าปีละหมื่นล้านบาท ทำให้เกษตรกรรายเก่าและรายใหม่สนใจที่จะลงทุนทำสวนลำไยเพื่อป้อนตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม ลำไย เป็นไม้ผลที่ต้องใช้ระยะเวลาปลูกนานพอสมควร ดังนั้น ระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไป เกษตรกรสามารถหารายได้เสริมในสวนลำไยได้หลายช่องทาง เช่น ปลูกผักหวานออกจำหน่าย โดยเริ่มจากขุดหลุมและรองก้นหลุมด้วยขี้วัว ปลูกผักหวานในระยะห่าง ประมาณ 1.5×2 เมตร จะปลูกผักหวานได้ 500 ต้น ต่อไร่ หากปลูกในระยะห่าง 2×2 เมตร จะได้ 400 ต้น ต่อไร่ ดูแลให้น้ำต้นผักหวานอย่างสม่ำเสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายพิภพ ปานแย้ม อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยถึงการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเป็นรายได้เสริมครอบครัว ว่าปกติงานบริหารขององค์กรนั้น ผู้บริหารก็จะให้นโยบายไปยังผู้ปฏิบัติ เพียงติดตามงานและความคืบหน้ามีปัญหาอย่างไรบ้างในการปฏิบัตินั้นๆ ซึ่งบางครั้งก็ลงไปรับฟังความคิดเห็น ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แต่ก็มีเวลาว่างบ้างในการที่จะหารายได้เสริมเข้ามาในครอบครัว ก็ใช้เวลาบางช่วงมาทดลองเลี้ยงกุ้งก้ามแดง (Redclaw Crayfish) หรือล็อบสเตอร์น้ำจืด เริ่มซื้อกุ้งก้ามแดงมา 30 ตัว ราคา 1,600 บาท มาเลี้ยงเพื่อความสวยงาม โดยมีถังซีเมนต์ที่เคยใช้เลี้ยงปลาทั่วไปเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา โดยปกติแล้วชอบการเกษตรแบบปรัชญาเศรษฐกิจตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คืออยู่อย่างพอเพียง ซึ่งก็ได้ชักชวนพนักงานของเทศบาลรวมกลุ่มกัน โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างบ่อซีเมนต์เล็กๆ เลี้ยงกุ้งก้ามแดง ใครไม่มีก็มาขอแบ่งปันกันไปศึกษาวิธีการเลี้ยงและดูแลให้กุ้งมีสุขภาพที่แข็งแรงและเจริญเติมโตเร็ว ซึ่งก็เริ่มกระจายกลุ่มในเทศบาลของเราเอง ตอนนี้ก็ม
