SMEs เกษตร
บ้านสวนเมล่อน อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา สวนเมล่อนขนาด 4 ไร่ ที่ใครๆ ก็ต้องมาลองชิมเมล่อนสักครั้ง ด้วยเอกลักษณ์พิเศษของสายพันธุ์เมล่อนที่มีทั้งหวานกรอบ และหวานเนื้อนุ่ม รวมถึงการปลูกที่ใส่ใจและปลอดภัยจากสารเคมี 100% นางสาวปคุณา บุญก่อเกื้อ (แก้ว) เกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) เจ้าของสวน “บ้านสวนเมล่อน” ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของสวนแห่งนี้ว่า เกิดจากความต้องการปลูกเมล่อนให้สามี จึงลงมือปลูกและลองผิดลองถูกด้วยตนเองจากการเสิร์ชกูเกิ้ลตั้งแต่การเริ่มต้นสร้างโรงเรือนจนถึงการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตเมล่อนจนกระทั่งค้นพบวิธีการสร้างโรงเรือนและการปลูกเมล่อนที่เหมาะสม ทำให้มีผลผลิตเมล่อนสำหรับขายมากขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ ขยายการปลูกเมล่อนเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 17 โรงเรือนแล้วในระยะเวลาเพียง 2 ปี ทั้งนี้บ้านสวนเมล่อนไม่ได้ปลูกแค่เมล่อนเท่านั้น แต่เป็นสวนผสมผสานมีทั้งพืชผักสวนครัวและพืชอื่นๆ ที่เจ้าของสวนชื่นชอบ อาทิ ตะไคร้ ใบกะเพรา ถั่วฝักยาว มะเขือเทศราชินีเหลือง ข้าวโพดหวาน ฮอกไกโด เห็ด ฯลฯ ปลูกร่วมด้วยเสมือนว่ามีตู้เย็นธรรมชาติอยู่ในบ้าน ในกระบวนการผลิตของสวนบ้านเมล่อนจะไม่ใช้สารเคมีในการกำจ
จากนักศึกษาที่หลงรักกล้วยไม้รองเท้านารี สะสม 2 ปี ต่อยอดเป็นธุรกิจ ขายราคาตั้งเเต่หลักร้อย จนถึงพัน ส่งลูกค้าต่างประเทศ ปลูกขายได้ทั้งปี รายได้ประจำของผู้ชายที่รักเกษตร รองเท้านารี เป็นกล้วยไม้กึ่งดินในสกุล Paphiopedilum มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่น และเขตร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดีย ฟิลิปปินส์ พม่า มาเลเซีย และในประเทศไทยพบกล้วยไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่ในป่าทั่วไป ลักษณะเด่นของไม้ชนิดนี้มีรูปร่างคล้ายกับรองเท้าของสตรี และรองเท้าไม้ของชาวเนเธอร์แลนด์ กระเป๋าของรองเท้านารีมีรูปร่างลักษณะและสีสันที่แตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์ จึงทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณชนินทรี สองเมือง อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ที่ชื่นชอบการปลูกกล้วยไม้รองเท้านารี นำมาพัฒนาสายพันธุ์ด้วยการผสมพันธุ์เอง ตลอดไปจนถึงดูแลไม้ให้มีคุณภาพ จำหน่ายเป็นอาชีพสร้างรายได้พร้อมความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รักได้เป็นอย่างดีทีเดียว คุณชนินทรี จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาพืชสวน คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยที่ยัง
หลายคนเมื่อได้ยินแล้วอดนึกขำ หัวเราะว่า นอนนาแก้จนได้อย่างไร วันนี้มีโอกาส เดินทางไปตามคำบอกของชาวบ้านว่า มีผู้ทำโครงการนอนนาแก้จน มีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการและนำไปเป็นตัวอย่าง ที่บ้านบัว พบกับเจ้าของสวนและโครงการ หลังทักทายกันแล้ว ก็พาเที่ยวชม ดร.พลังพงศ์ คำจวง กรรมการบริหาร ศูนย์อุตสาหกรรมบัวแก้วธานี อยู่บ้านเลขที่ 224 หมู่ที่ 5 บ้านบัว ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เล่าถึงความเป็นมาของโครงการชวนนอนนาแก้จนว่า แต่เดิมก็ทำนา ทำสวน หลังจากเรียนหนังสือจบก็เคยคิดที่จะทำงานราชการ แต่ชีวิตก็ไปทำธุรกิจหลายอย่าง และสุดท้ายก็มาทำโรงงานตัดเสื้อผ้า และผลิตถุงกอล์ฟส่งประเทศญี่ปุ่น แต่จากปัญหาภาวะเศรษฐกิจจึงหยุดไปช่วงหนึ่ง แต่ยังคงผลิตเสื้อผ้าเช่นเดิม ในช่วงนั้นก็หันมาลงเล่นการเมืองระดับท้องถิ่น ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกเทศบาลตำบลบัวสว่าง และเนื่องจากมีแนวคิดโครงการช่วยชาวบ้าน จึงคิดโครงการ “นอนนาแก้จน” ขึ้น พร้อมกับโครงการขยายไฟฟ้า เพื่อเป็นฐานของการทำโครงการ ต่อมาได้ลงมือทำเองเพื่อเป็นการนำร่อง ให้ชาวบ้านเห็น ฟื้นวิถีชีวิตชุมชน คนในหมู่บ้าน หันมาทำจริงจัง พร้อมยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเ
ปลานิล เลี้ยงในบ่อดิน ปลาไม่มีกลิ่นโคลน แถมจำหน่ายได้ราคา เป็นที่ต้องการของตลาด คุณไว สายกระสุน อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 3 ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลมามากกว่า 20 ปี โดยเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ พร้อมทั้งลองผิดลองถูกด้วยตนเอง จนทำให้เขาประสบผลสำเร็จ ยึดการเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพหลัก เพราะสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณไว สายกระสุน ทดลองทำเกษตรหลายอย่าง สุดท้ายจบลงที่เลี้ยงปลานิล คุณไว เล่าให้ฟังว่า ชีวิตก่อนที่จะประสบผลสำเร็จเหมือนทุกวันนี้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายหลายอย่าง ซึ่งปัญหาเหล่านั้นเป็นดังบททดสอบที่ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ “สมัยก่อนนี้ผมทำมาหลายอย่าง ไร่นาสวนผสมบ้าง เลี้ยงปลาเล็กๆ น้อยๆ บางทีก็ปลูกผักตามหัวคันนา รายได้นี่ถือว่าได้ไหม ก็พอได้ แต่มันน้อยมาก ต่อมาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงหมูคือทุกอย่างล้มเหลวหมด เลยคิดว่าถ้าเราจะอยากมีเงินเก็บเยอะๆ ก็คงยาก เลยตัดสินใจกับภรรยาว่าจะหาอย่างอื่นทำใหม่ ผมจึงตัดสินใจมาขุดบ่อเลี้ยงปลาเลยที่นี้” คุณไว เล่าถึงอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ประมาณปี 2526 คุณไว เล่าว่า เริ่มเลี้ยงปลาอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงนั้นมีบ้างท
ดอกมะลิ ดอกดาวเรือง ราคาสวิงขึ้น-ลงตลอด หนุ่มวิศวกรหาทางออกช่วยครอบครัวเพิ่มมูลค่านำมาร้อยเป็นพวงมาลัย ช่วงหน้าหนาวมะลิขายดี กิโลกรัมละ 600 บาท พร้อมเผยเทคนิคการปลูกมะลิเพื่อส่งขายตลาด จำหน่ายดอก คุณพูลศักดิ์ คำหอม อยู่บ้านเลขที่ 422 หมู่ที่ 5 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ได้ทำอาชีพร้อยพวงมาลัย เรียกง่ายๆ ว่า เป็นอาชีพที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวเลยก็ว่าได้ โดยไม้ดอกที่นำมาร้อยเขาจะเน้นปลูกเองเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ได้นำผลผลิตคือดอกมะลิมาใช้ ส่วนที่มากเกินก็ส่งจำหน่าย จึงเกิดเป็นรายได้มากขึ้นหลากหลายทางอีกด้วย คุณพูลศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวก็มีที่นาอยู่บ้างโดยสินค้าทางการเกษตรก็ไม่แน่นอน ต่อมาครอบครัวจึงได้เริ่มที่จะร้อยพวงมาลัยจำหน่าย คุณแม่ก็ได้ปลูกสวนมะลิขึ้นมาด้วย เพื่อให้มีวัตถุดิบมาใช้สำหรับร้อยพวงมาลัย ต่อมาเมื่อเขาโตขึ้นจนเรียนจบระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็ได้ทำงานเป็นฟรีแลนซ์เกี่ยวกับวิศวกร จึงมีเวลาว่างในช่วงที่ยังไม่ได้ไปติดตั้งงานระบบ ทำให้มีเวลากลับมาอยู่บ้านบ่อยๆ เม
12 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะม่วง – มะม่วงเป็นผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ในประเทศไทยมีมะม่วงหลากหลายพันธุ์ และเราก็นิยมนำผลไม้ชนิดนี้มากินทั้งแบบดิบ สุก และแบบแปรรูป อีกทั้งยังใช้ทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน บีบีซีชวนอ่านเรื่องน่ารู้ 12 ประการเกี่ยวกับผลไม้เมืองร้อนชนิดนี้ที่คุณรู้จักมายาวนานแต่อาจยังไม่ทราบเกี่ยวกับมัน 1. มะม่วงมีสายพันธุ์หลากหลายไม่ต่างจากแอปเปิลและลูกพลัม เทศกาลมะม่วงในกรุงนิวเดลีของอินเดีย มีมะม่วงกว่า 500 พันธุ์ให้คนรักมะม่วงได้ลิ้มลอง / Getty Imagesในโลกมีมะม่วงหลายร้อยชนิด บางชนิดมีอยู่เฉพาะในบางภูมิภาค บางชนิดมีรสชาติหวานมัน บางชนิดมีรสเปรี้ยว และบางชนิดมีรสชาติคล้ายสับปะรด ส่วนใครชอบทานมะม่วงสุก ควรลิ้มลองมะม่วงพันธุ์ต่าง ๆ และหนึ่งในนั้นคือ มะม่วง “อัลฟองโซ” (Alphonso) ซึ่งผลสุกมีรสชาติหอมหวานจนชาวอินเดีย ยกให้เป็น “ราชาแห่งผลไม้” 2. มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติของ 3 ประเทศ หลายประเทศยกมะม่วงเป็นพืชสำคัญ / Getty Images 3 ประเทศที่จัดให้มะม่วงเป็นผลไม้ประจำชาติ ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ บังกลาเทศยังจัดให้มะม่วงเป็นต้นไม้ประจำชาติด้วย
ผมเป็นคนที่ชอบกินข้าวราดผัดพริกใบกะเพราเนื้อวัว มาตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าร้านที่กินครั้งแรกๆ เป็นร้านตามสั่งหน้าโรงพยาบาลราชบุรี ตั้งแต่ราว พ.ศ. 2515 เจ๊กคนทำจะผัดเนื้อวัวสับหยาบๆ ในน้ำมันหมู ใส่พริกขี้หนูทุบสองสามเม็ด พริกชี้ฟ้าเขียวแดงหั่นแฉลบ บุบกลีบกระเทียมด้วยปังตอจนแบน ปรุงรสเค็มหวานด้วยน้ำปลาและซีอิ๊วดำหวาน โรยใบกะเพราตบท้าย ผัดคลุกเร็วๆ ก่อนจะตักราดข้าวสวยหุงร่วนๆ โปะไข่เป็ดดาวกรอบๆ ตั้งให้เรากินพร้อมถ้วยน้ำปลาพริกขี้หนูถ้วยเล็กๆ มันมักเป็นผัดกะเพราที่มีกลิ่นไหม้นิดๆ เพราะผัดด้วยไฟแรง มีน้ำมันเยิ้มมากน้อยแล้วแต่ร้าน ทว่าน้ำสีดำๆ ที่เกิดจากการใส่ซีอิ๊วดำหวานนั้นเหมือนกันหมด และเขาน่าจะใส่ผงชูรสด้วยไม่น้อยนะครับ ผมยังจำรสนัวติดลิ้นนั้นได้รางๆ ตามที่ผมได้ลองสืบค้นประวัติมาบ้าง ผัดพริกใบกะเพราไม่ใช่สำรับเก่า มันเพิ่งเกิดใหม่ช่วงก่อน พ.ศ. 2500 ไม่นาน เรียกว่าอายุไม่น่าจะเกิน 80 ปี ทั้งจากคำบอกเล่าของคนแก่ๆ และทั้งการไม่ปรากฏในตำรากับข้าวที่มีอายุ 8 ทศวรรษขึ้นไปเอาเลย ก่อนหน้านี้ กะเพราถูกใช้ในผัดเผ็ดบ้าง แกงเผ็ด แกงป่าบ้างนะครับ แต่ไม่เคยถูกปรุงในลักษณะผัดพริกกระเทียมแบบนี้มาก่อน อย่า
แม้กำแพงเพชรจะเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่า “กล้วยไข่” อร่อย และเป็นผลไม้เศรษฐกิจประจำจังหวัด แต่สำหรับเกษตรกรที่จังหวัดกำเเพงเพชร กลับบอกว่าการปลูกกล้วยไข่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องดูแลเอาใจใส่เรื่องความสะอาด อย่าให้แปลงรก ที่สำคัญมีเทคนิคการปลูกกล้วยให้ได้ผลผลิตไร่ละ 2 ตัน ทีมงานได้ลงพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ของสมาชิกกลุ่ม อย่าง คุณป้าพิมพ์ และ คุณลุงไพริน คำพวงวิจิตร เป็นเจ้าของสวน อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 1 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โทรศัพท์ (063) 750-9275 ปลูกกล้วยไข่มานานกว่า 30 ปี ใช้เนื้อที่ปลูก 12 ไร่ จำนวน 2,000 กว่าต้น เป็นพันธุ์กล้วยไข่ดั้งเดิมของกำแพงเพชร คุณป้าพิมพ์ บอกว่า การปลูกกล้วยไข่ที่กำแพงเพชรนับเป็นเรื่องยาก ต้องดูแลเอาใจใส่ในเรื่องความสะอาดในแปลงปลูก อย่าให้รก ปุ๋ยที่ใช้ในตอนเริ่มปลูกใช้สูตรเสมอ 15-15-15 พอตกเครือจะใช้ปุ๋ยน้ำตาลสูตร 21-0-0 ใส่เพื่อเร่งผล ส่วนปัญหาที่เกิดเป็นประจำคือ โรคใบไหม้ แล้วยังต้องเผชิญกับภัยจากพายุลมแรงที่พัดจนต้นกล้วยหักโค่นเสียหาย ซึ่งลมพายุดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงที่กำลังมีผลผลิต แล้วสังเกตทุกปีมักเกิดขึ้นหลังจาก
ตำรวจไทยไม่เพียงแต่จับผู้ร้าย หรือทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเดีใยว แต่ยังมีใจรักงานเกษตร เฉกเช่น ตำรวจที่จังหวัดตรัง เจ้าของ “ไร่ลุงแกรก” ที่นี่ปลูกเสาวรสรสชาติเดียวกับโครงการหลวง และปลูกพืชผักผลไม้นานาชนิดแบบเกษตรอินทรีย์ บนพื้นที่ 3 ไร่ มีรายได้ เดือนละ 20,000-25,000 บาท เป็นตำรวจอีกคนที่น่ายกย่อง เพราะนอกจาก ร.ต.อ. จำรูญ ทองขำดี วัย 58 ปี หรือที่เรียกกันว่า “ผู้กองแกรก” จะยึดอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง แล้ว ยังใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการเป็นเกษตรกร ปลูกเสาวรสและพืชผักผลไม้นานาชนิดแบบเกษตรอินทรีย์ ชื่อ “ไร่ลุงแกรก” อยู่ที่ตำบลนาพละ หมู่ที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ในเนื้อที่ 3 ไร่ ซึ่งในอนาคตหากมีความพร้อมมากกว่านี้เจ้าตัวตั้งใจว่าจะเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ผู้คนได้มาศึกษาเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียงตามศาสตร์ของพระราชา และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามากินและเก็บเสาวรสสดๆ ด้วยตัวเอง มีรายได้ เดือนละ 20,000-25,000 บาท ยามนี้ผลไม้หลักที่ทำเงินให้กับ “ไร่ลุงแกรก” คือ เสาวรส ทั้งพันธุ์สีม่วงและพันธุ์สีเหลือง ใ
ว่านหางจระเข้ ปลูกไม่ยาก ลงทุนไร่ละ 2 หมื่น ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้นาน 10 ปี ขายหน่อสดหน่อละ 10-100บาท หัวดีแปรรูปสร้างมูลค่า นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก ส่งขาย กิโลกรัมละ 60 บาท หรือตันละ 6หมื่น เป็นอาชีพสร้างรายได้ดี ว่านหางจระเข้ สมุนไพรชั้นดี สรรพคุณทางยามากมาย ทั้งช่วยรักษาแผล หรือสมานแผล ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนของแผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ว่านหางจระเข้ก็ช่วยได้ และนอกจากเป็นสมุนไพรรักษาแผลที่ดีแล้ว ปัจจุบันนวัตกรรมที่ก้าวไกล มีผู้คิดค้นวิจัยนำว่านหางจระเข้มาทำเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย มากมาย ทำให้ปริมาณความต้องการว่านหางจระเข้มีมากขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรในประเทศไทยเป็นอย่างดี ซึ่งแหล่งปลูกสำคัญอยู่ทางภาคตะวันตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การปลูกว่านหางจระเข้ส่งโรงงาน ถือเป็นอาชีพสร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกรแถวนั้นมานานกว่า 30 ปี และปัจจุบันนี้ได้สืบทอดมาถึงรุ่นลูก ตลาดก็ยังสดใสอยู่ คุณธนัชญาน์ มีสวัสดิ์ หรือ คุณจูน อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 10 ตำบลบ่อนอก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรสาวผู้สืบทอดงานเกษตรกรรมจากครอบครัว เล่าว่า ครอบครัวของตนทำไร่ปลูกว่านห
