SMEs เกษตร
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรเชื่อมเกษตรกรเข้าถึงข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรที่สำคัญ โดยศูนย์ดังกล่าวให้บริการข้อมูล ทั้งด้านองค์กร แผนปฏิบัติงาน ข้อมูลด้านโยบายงานวิจัย การติดตามและประเมินผลตลอดจนข้อมูลด้านราคาสินค้าเกษตร การพยากรณ์ การเตือนภัย การผลิต การตลาด การนำเข้า-ส่งออก ทั้งของพืช ปศุสัตว์ และประมง รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือน เกษตรกรและข้อมูลแผน ที่แสดงถึงความเหมาะสมในการผลิต เพื่อกำหนดเขตเศรษฐกิจสินค้าเกษตร สศก. ได้ทำการเชื่อมโยงกับศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรไปยังระดับเขตและระดับเศรษฐกิจการเกษตรอาสา(ศกอ.) ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบอาสาสมัคร ของสศก. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรอย่างเต็มรูปแบบให้เกษตรกรในพื้นที่ ให้เข้าถึงข้อมูล และสามารถใช้เป็นทางเลือกในการตัดสินใจทำการผลิต และการตลาด เช่น ข้อมูลราคา ต้นทุน การผลิต และข้อมูลแนวโน้มการตลาด เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกรให้สูงขึ้น ที่ผ่านมา สศก.เปิดศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรอาสา(ศบอ.) ในหลายพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดนครปฐม เศรษฐกิจกา
ในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด แม้จะเป็นแหล่งแดนดินถิ่นอีสาน ที่เคยได้ชื่อว่าแห้งแล้งเหลือเกินนั้น ยังมีเรื่องของการเลี้ยงปลา ซึ่งต้องอาศัยแหล่งน้ำ และยึดการเลี้ยงปลาเป็นอาชีพทำกิน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวมหาศาล คุณวิลัย แพงคำแสน วัย 56 ปี เจ้าของ “สมโชคพันธุ์ปลา” ตั้งอยู่เลขที่ 65 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ถนนแจ้งสนิท ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้มีงานประจำทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถยนต์ ของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดร้อยเอ็ด คุณวิลัย เล่าย้อนให้ฟังว่า งานในหน้าที่คือพนักงานขับรถยนต์ ช่วงว่างช่วยงานด้านการผสมเทียมปลา เลี้ยงปลา จนเกิดความชำนาญระดับผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมเทียมปลาน้ำจืดทุกชนิด เช่น ปลาดุกบิ๊กอุย ปลาดุกรัสเซีย ตัวละ 1 บาท ปลานิลจิตรลดา ถุงละ 100 บาท ปลาทับทิมใหญ่ ตัวละ 2 บาท ปลาหมอเทศ 80 ตัว 100 บาท ปลาตะเพียน ถุงละ 100 บาท ปลาแรด ตัวละ 5 บาท ปลากดเหลือง ตัวละ 1 บาท ปลากระโห้ ตัวละ 1 บาท ปลาสวายบิ๊กโพ ตัวละ 2 บาท ปลาจาระเม็ด ตัวละ 2 บาท ปลาไน ถุงละ 100 บาท ปลาบึก ตัวละ 200 บาท ปลานิลหมัน ตัวละ 2 บาท และปลาสลิด 80 ตัว 100 บาท “ผมสามารถเพาะพันธุ์โดยวิธีการ
ดร.ลูกหลานเกษตรกร ไม่ลืมกำพืช วางแผนหลังเกษียณจะทำเกษตร “เลี้ยงปลา-ทำสวนผลไม้” อยากให้ได้อ่านเรื่องราวชีวิตของ ดร.ปรีชา ชื่นชนกพิบูล ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา (ETV) ในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) กระทรวงศึกษาธิการ เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ซึ่งเขาวางแผนชีวิตหลังเกษียณจะทำเกษตร “เลี้ยงปลา-ทำสวนผลไม้” มั่นใจสร้างรายได้ ชีวิตมีความสุข เชื่อว่า มีข้าราชการและพนักงานบริษัทจำนวนมากที่อายุใกล้ 60 ปี เริ่มนับวันถอยหลังที่ก้าวเข้าสู่วัยเกษียณอย่างมีความสุข แต่บางคนอาจมีความกังวลว่าเมื่อตนก้าวพ้นวัยทำงานไปแล้วจะใช้เวลาว่างที่เหลืออย่างไร จะเข้าวัดฟังธรรม อยู่บ้านเลี้ยงหลาน หรือใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ หากใครยังคิดไม่ตกว่าจะวางแผนการใช้ชีวิตอย่างไร อยากให้ลองอ่านชีวิตเกษตรก่อนเกษียณ ของ “ ดร.ปรีชา ชื่นชนกพิบูล ” เขาวางแผนทำสวนเกษตรไว้ล่วงหน้า จนรู้ปัญหาอุปสรรคในการทำสวนเกษตร เมื่ออายุครบ 60 ปี เขาสามารถเก็บเกี่ยวความสุขในวิถีชีวิตเกษตรกร หลังวัยเกษียณได้อย่างเต็มที่ ดร.ปรีชา ชื่นชนก
พื้นที่ลาดเชิงเขา และมีความสูงจากระดับน้ำทะเล ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นตัวชี้ว่า ไม่ใช่พืชทุกชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในถิ่นนี้ ถ้าจะให้ดีต้องปลูกพืชที่มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ผลผลิตที่ได้จากการปลูกพืชจึงจะงอกเงยเห็นผลที่ชัดเจน ไม้ผลอย่าง อะโวกาโด ยังคงเป็นพืชที่หลายคนมองว่า ปลูกง่าย หากพื้นที่มีความเหมาะสมมากพอ ทั้งยังเก็บผลผลิตได้ยาวนาน ไม่ต้องรื้อแปลงปลูกใหม่ เป็นไม้ผลที่ยืนต้นเช่นเดียวกับไม้ผลชนิดอื่น คุณวิทุน ขยันใหญ่ยิ่ง คุณวิทุน ขยันใหญ่ยิ่ง ที่อดีตเป็นเด็กในพื้นถิ่นตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ปัจจุบัน มีความยิ่งใหญ่ตามนามสกุล เพราะเขาเป็นหนุ่มที่มีความขยันใหญ่ยิ่งจริงๆ ทำให้ทุกวันนี้ คุณวิทุน เปรียบได้กับผู้นำด้านเกษตรและสุขภาพของชุมชนในถิ่นนั้น นับตั้งแต่วัยเยาว์ คุณวิทุนมีความโดดเด่นในหลายเรื่อง ทำให้ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนเยาวชนเข้ารับการอบรมเรื่องการรักษาสุขอนามัยเบื้องต้น ตามโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งให้คัดเลือกเยาวชนเข้ารับการอบรม เพื่อนำกลับมาดูแลสุขภาพและถ่ายทอดให้กับชาวบ้านในพื้นที
“ละมุด” เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน กลิ่นหอม คนไทยและต่างชาตินิยมบริโภคเป็นของหวานหรือของว่าง เพราะละมุดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยมาก ต้นละมุด เป็นไม้ผลอีกชนิดที่น่าปลูก เพราะเมื่อต้นละมุดมีอายุมาก ยิ่งให้ผลดกมากเป็นเงาตามตัว ละมุดสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินทราย ดินเหนียว หรือแม้แต่ดินลูกรังก็ตาม แถมต้นละมุดยังปลูกดูแลไม่ยากเหมือนกับไม้ผลชนิดอื่นๆ ละมุดยักษ์สาลี่ หรือ ละมุดพันธุ์สาลี่เวียดนาม ละมุดเวียดนาม ละมุดเวียดนาม เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ละมุดยอดนิยม ที่คนไทยนิยมปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน และปลูกเชิงการค้าเพราะมีผลขนาดใหญ่ รสชาติหวาน กรอบ เนื้อไม่เละ กินอร่อยถูกใจคนซื้อและคนขาย คุณสมพร ไพบูลย์ (ลุงพร) เกษตรกรคนเก่ง เจ้าของสวนลุงพร ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 6 บ้านใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกต้นละมุดเวียดนาม เพื่อจำหน่ายกิ่งพันธุ์ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ ละมุดเวียดนามเป็นหนึ่งในกิ่งพันธุ์ไม้ขายดีของสวนแห่งนี้ เพราะต้นละมุดเวียดนาม ปลูกดูแลง่าย แถมให้ผลดกตลอดทั้งปี ลุงพร (คุณสมพร ไพบูลย์) โชว์ผลละมุดเวียดนาม ลุงพร พาไปชมต้นละมุด ที่ปลูก
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมอยากทราบว่า เพราะเหตุใด ญี่ปุ่นจึงสามารถปลูกข้าวได้สูงในระดับต้นๆ ของโลก ผมเคยอ่านหนังสือทำให้ทราบว่า ญี่ปุ่น เคยเป็นลูกค้านำเข้าข้าวจากไทยมาก่อน แต่ปัจจุบันเขาผลิตได้เกินความต้องการแล้ว ช่วยกรุณาอธิบายด้วยครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง พิเชษฐ์ วิวัฒน์พงษ์ ตอบ คุณพิเชษฐ์ วิวัฒน์พงษ์ ญี่ปุ่น เร่งพัฒนาระบบการทำนาอย่างจริงจัง หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ในธรรมชาติ ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น ผลผลิตของพืชจะสูงกว่าในเขตร้อน สาเหตุจากอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนมีความแตกต่างกันหลายองศา ซึ่งในฤดูร้อนมีแสงแดดจ้า การสังเคราะห์แสงดำเนินไปเต็มประสิทธิภาพ การสะสมแป้งและน้ำตาลในอัตราที่สูง แต่พอตกกลางคืนอากาศเย็นลง การนำแป้งและน้ำตาลไปใช้ในกระบวนการหายใจจึงอยู่ในอัตราที่ต่ำ ส่งผลให้กระบวนการสะสมอาหารได้มากกว่าในเขตร้อนตามที่กล่าวมาแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งรัฐบาลจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรถือครองที่ดิน รายละ 1 เฮกเตอร์ หรือ 6.25 ไร่ เท่านั้น การทำนาของญี่ปุ่นจึงประณีตมากเป็นพิเศษ เนื่องจากญี่ปุ่นมีอากาศร้อนเพียงระยะสั้นๆ เกษตรกรจึงเริ่มเพาะกล
เปลี่ยนทำนา มาปลูกหญ้าหวาน รายได้เพิ่ม 7 เท่า ต่อปี ปลูกหญ้าหวาน รายได้เพิ่ม ก่อนเข้าถึงเนื้อหา ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า อำเภอสะเมิง เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ฉะนั้น จะมีพื้นที่ราบสำหรับทำนาน้อย จะได้ข้าวประมาณ 100 ถัง ขายได้เงินประมาณ 10,000 บาท เมื่อปี 2557 สถาบัน IQS เข้ามาส่งเสริมการผลิตหญ้าหวาน จึงตัดสินใจทดลองปลูก จำนวน 1 ไร่ จนถึงปัจจุบันเปรียบเทียบแล้วมีรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง 7 เท่า ต่อปี หญ้าหวาน นั้น หลังจากปลูกได้ 30 ถึง 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยทยอยเก็บทุกวัน ส่วนหญ้าหวานสด 10 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งในโรงเรือนหลังคาพลาสติก หากแดดจัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะเหลือน้ำหนักแห้ง ประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม คุณภาพของหญ้าหวานจะแตกต่างกัน ในแต่ละฤดูกาลคือ หน้าร้อนและหน้าฝนใบจะบางต้นสูง แต่หน้าหนาวใบจะหนาต้นจะเตี้ย หญ้าหวานถือเป็นพืชทนแล้ง จากช่วงแล้งที่ผ่านมาไม่มีน้ำรดระยะเวลาเป็นเดือนก็ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถปลูกเป็นพืชทางเลือกทดแทนข้าวที่มีปัญหาด้านราคาอยู่ในขณะนี้ และเป็นพืชทนแล้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้อีกด้วย คุณละออง ศรีวรรณะ เกษตรกรบ้านอมลอง บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่
ได้จับเงินล้านกับคนอื่นเค้าเสียที หลังจากเลิกปลูกยางพาราและข้าว แล้วหันมาปลูกแตงโมปลอดสารพิษ ที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 100 ไร่ ซึ่งพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ผลผลิต 3,000 กิโลกรัม ตอนเเรกเพื่อนบ้านไม่เห็นด้วย แต่สุดท้าย 2 ปีได้จับเงินล้าน “เกาะแก้วฟาร์ม” อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแตงโมไร้เมล็ด คุณภาพดีแห่งหนึ่ง ที่ บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ จำกัด ได้เข้ามาส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรให้สามารถปลูกดูแลบ่มเพาะ เพื่อพลิกฟื้นจากผืนนากว่า 100 ไร่ ให้กลายเป็นไร่แตงโมคุณภาพขนาดใหญ่ บนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้สำเร็จในระยะเวลาเพียง 2 ปี คุณภัคพล ชวีวัฒน์ เจ้าของเกาะแก้วฟาร์ม อยู่บ้านเลขที่ 147 หมู่ที่ 4 ถนนร้อยเอ็ด-โนนทอง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ภูมิลำเนาเดิมคุณภัคพลเป็นคนอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด แต่มีความตั้งใจอยากทำเกษตร จึงเดินทางมาที่อำเภอเสลภูมิ ซึ่งเป็นที่ของญาติสนิท เดิมปลูกยางพารา แต่พื้นที่ไม่อำนวย คุณภัคพลจึงเอ่ยปากขอมาบุกเบิกพื้นที่เพื่อปลูกแตงโมไร้เมล็ด คุณภัคพล ชวีวัฒน์ เจ้าของเกาะแก้วฟาร์ม “ตอนเริ่มทำใหม่ๆ ชาวบ้านแถวนี้ก็หาว่าบ้ารึเ
ก่อนเข้าถึงเนื้อหา ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า อำเภอสะเมิง เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ฉะนั้น จะมีพื้นที่ราบสำหรับทำนาน้อย จะได้ข้าวประมาณ 100 ถัง ขายได้เงินประมาณ 10,000 บาท เมื่อปี 2557 สถาบัน IQS เข้ามาส่งเสริมการผลิตหญ้าหวาน จึงตัดสินใจทดลองปลูก จำนวน 1 ไร่ จนถึงปัจจุบันเปรียบเทียบแล้วมีรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง 7 เท่า ต่อปี หญ้าหวานนั้น หลังจากปลูกได้ 30 ถึง 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยทยอยเก็บทุกวัน ส่วนหญ้าหวานสด 10 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งในโรงเรือนหลังคาพลาสติก หากแดดจัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะเหลือน้ำหนักแห้ง ประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม คุณภาพของหญ้าหวานจะแตกต่างกัน ในแต่ละฤดูกาลคือ หน้าร้อนและหน้าฝนใบจะบางต้นสูง แต่หน้าหนาวใบจะหนาต้นจะเตี้ย หญ้าหวานถือเป็นพืชทนแล้ง จากช่วงแล้งที่ผ่านมาไม่มีน้ำรดระยะเวลาเป็นเดือนก็ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถปลูกเป็นพืชทางเลือกทดแทนข้าวที่มีปัญหาด้านราคาอยู่ในขณะนี้ และเป็นพืชทนแล้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้อีกด้วย คุณละออง ศรีวรรณะ เกษตรกรบ้านอมลอง บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตหญ้าหวานมาตรฐานออร์แกนิกไทยแ
จบปริญญาโท ปลูกฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ไร่ 3 เดือน เก็บผลผลิตขาย ฟันรายได้หลักแสน บัตเตอร์นัท เป็นผลไม้กลุ่มสควอช (Cucurbita moschata) รูปทรงคล้ายน้ำเต้า เป็นฟักทองเทศที่เติบโตเป็นเถา รสชาติหวาน มัน มีสีเหลืองอ่อนและส้ม โดยที่แกนเมล็ดอยู่ด้านล่างของผล เมื่อผ่าออกมาแล้ว จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มเข้มขึ้นและจะมีรสหวานขึ้น คุณทาริกา วงค์น้อย (พี่นิ) อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 14 บ้านร่องปลาค้าว ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เกษตรกรสาวดีกรีปริญญาโท จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงแม้จะเริ่มเข้าสู่ชีวิตการเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัวได้เพียง 4 ปี แต่ระยะเวลาแค่ 4 ปี ก็สามารถทำให้พี่นิสะสมประสบการณ์มาได้ไม่น้อย คุณทาริกา วงค์น้อย (พี่นิ) พี่นิ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการเข้ามาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัวเกิดจากงานประจำก่อนหน้านี้ พี่นิเรียนจบปริญญาตรี และปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยจบปริญญาโทจากคณะเกษตรศาสตร์ เมื่อเรียนจบได้เข้าทำงานที่ต้องข้องเกี่ยวกับสารกัมมันตภาพรังสีค่อนข้างเยอะ ทำได้ระยะหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีอาการป่วยเรื้อรัง ร่างกายไม่แข็งแรง จึงตัดสินใจลาออกจากงานกล
