SMEs เกษตร
มะม่วง เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างมหาศาล และมีอัตราการเติบโตถึงปีละ 10-15% ทำให้มะม่วงเป็นไม้ผลที่มีเนื้อที่ปลูกมากที่สุดในประเทศกว่า 2 ล้านไร่ มะม่วงไทยมีจุดเด่นหลายด้านที่กินขาดคู่แข่งขัน ทั้งด้านรสชาติ “หวาน หอม อร่อย” และจุดเด่นด้านคุณภาพ “สด สะอาด ปลอดภัย” รวมทั้งมีเทคนิคการดูแลจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม ทำให้มะม่วงเป็นสินค้าขายดีทั้งในประเทศและส่งออก “สวนลุงสอน” ศูนย์รวมไม้ผลและกิ่งพันธุ์คุณภาพดี หากใครอยากได้มะม่วงพันธุ์แท้ คุณภาพดี ขอแนะนำให้แวะชมและเลือกซื้อพันธุ์ไม้ได้ที่ “สวนลุงสอน” บ้านเลขที่ 55/1 หมู่ที่ 14 ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ 60110 โทร. (081) 888–6245, (089) 666–7580 ปัจจุบัน สวนแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นที่สอง คือ คุณแดง หรือ คุณเจษฎา สุวรรณศรี คุณแดง บอกว่า สวนลุงสอน เป็นกิจการของพ่อตา บางคนรู้จักในชื่อนครสวรรค์พันธุ์ไม้ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่นิยมเรียกติดปากว่า สวนลุงสอน เมื่อกิจการนี้กลายเป็นมรดกตกทอดมาอยู่ในมือตัวเองและภรรยา ก็ไม่คิดเปลี่ยนชื่อกิจการ เพราะชื่อ “สวนลุงสอน” ฟังดูขลังดี และเป็นมงคลชีวิต เพราะคุณ
แม้วันนี้ทุเรียนทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี จะยังไม่โด่งดังมีชื่อเสียงเทียบเท่าทุเรียนเมืองนนท์หรือทุเรียนหลงลับแล แต่หากสอบถามผู้ที่ได้ลิ้มชิมรสแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหวานอร่อยไม่แพ้ทุเรียนที่ไหนเลย โดยเฉพาะทุเรียนอินทรีย์ ผลผลิตของศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรอินทรีย์ทองผาภูมิ “บิลาลออร์แกนิกฟาร์ม” (บิ-ลาล ภาษาอาหรับ แปลว่า ความสะอาด) ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ ที่มีคุณอารีย์ เฉลยสุข อดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นเจ้าของ ทุเรียนทองผาภูมิ ชิมแล้วติดใจ ศูนย์แห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ และปลูกพืชผักผลไม้ออร์แกนิกหลากหลายชนิด โดยมีทุเรียนหมอนทองเป็นหลัก รองลงมาเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง แซมด้วยชมพู่ ส้มโอ มะไฟ ฝรั่ง เลม่อน มัลเบอร์รี่ มันหวานญี่ปุ่น ผักสลัด พืชผักสวนครัว และสมุนไพรต่างๆ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังทำฟาร์มเลี้ยงกระต่าย ประมาณ 500 ตัว เพื่อขายทั้งตัวเป็นๆ และนำมูลมาทำเป็นปุ๋ยใช้ในแปลงเกษตร รวมทั้งยังมีฟาร์มม้าเกือบ 20 ตัว เรียกว่าเป็นสวนเกษตรครบวงจรจริงๆ ก่อนหน้าที่จะมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว หลังเกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2556 คุณอารีย์สนใจและศึกษาเร
พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง นับเป็นหนึ่งในทำเลทอง “เมืองแห่งอู่ข้าวอู่น้ำ” ที่อุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ภาคใต้ แต่ปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ได้สร้างความเสียหายแก่พื้นที่การเกษตรในบริเวณนี้อย่างกว้างขวาง จนกระทั่งโครงการส่งเสริมการเกษตรในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเกษตรกรในทิศทางที่ดีขึ้น ทุกวันนี้ เกษตรกรชาวปากพนังมีความสุขที่ได้แหล่งน้ำชลประทานจากโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ มาใช้ปลูกพืชเลี้ยงผัก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งฟักทองเป็นหนึ่งในพืชทางเลือกของพวกเรา โดยใช้เวลาปลูกดูแลระยะสั้น แค่ 2 เดือนเศษ แต่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ “ฟักทอง” คนปักษ์ใต้เรียกว่า “น้ำเต้า” ชาวบ้านเริ่มหันมาปลูกฟักทองหรือที่ภาษาใต้เรียกว่า น้ำเต้า เมื่อ ปี 2546 หลังจากที่ทางราชการได้เข้ามาดำเนินการขุดคูยกร่องแปลงไร่นาสวนผสมตามโครงการส่งเสริมการเกษตร รายละ 3 ไร่ แต่เกษตรกรมองว่า ยังไม่เพียงพอจึงลงทุนขุดคลองชลประทานเพิ่มเป็น 14 ไร่ เพื่อดึงน้ำเข้าที่ดินทำกินของตัวเองให้มากเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกตลอดทั้งปี ระยะแรกเกษตรกรเริ่มต้นปลูกฟักทองสายพ
การปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์จะให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เกษตรกรผู้ปลูกจะต้องมีความรู้ มีการวางแผนและการจัดการที่ดี รวมถึงมีเทคนิคและการดูแลเฉพาะในแต่ละฤดูปลูกอีกด้วย เพื่อให้การปลูกมันเทศบรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ “ให้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด ได้หัวมันที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีต้นทุนในการผลิตต่ำ และขายได้ราคา” “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 901-3760, (081) 886-7398 ได้คลุกคลีกับการปลูกมันเทศมานานประมาณ 10 ปี โดยสายพันธุ์ที่นำมาปลูกล้วนแต่เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ อาทิ มันเทศเนื้อสีม่วงโอกินาวา จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลืองเบนิฮารุกะ จากญี่ปุ่น (มันหวานญี่ปุ่น), มันเทศเนื้อสีส้ม จากญี่ปุ่น, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากไต้หวัน, มันเทศเนื้อสีเหลือง จากเกาหลีใต้ 5 สายพันธุ์ และมันเทศเนื้อสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจากสวนคุณลี (ที่ได้จากการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติในแปลงปลูก ซึ่งมีรสชาติหวาน เนื้อละเอียดเนียน หัวใหญ่ อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 90-100 วัน เท่านั้น) การปลูกมันเทศให้ลงหัวได้ดีนั้น ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เรื่องของโครงสร้างของดิน ถึงแม้ว่ามันเทศจะ
มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรไทยชื่อแปลกที่มีประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลาย มะม่วงหาวมะนาวโห่ จัดเป็นผลไม้ประเภทกินผลสุก มีรสชาติเปรี้ยวเฉพาะตัว ผลสุกสีแดงขนาดเล็ก เป็นแหล่งสำคัญของธาตุเหล็ก วิตามินซี และยังมีปริมาณเพกติน ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ในปริมาณสูง (Pal et al,19751) พบว่า ผลของพืชสกุล Carissa caradas มีสารกลุ่มฟินอลิกปริมาณมาก โดยสารประกอบฟินอลิกได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ สารฆ่าเชื้อ มะม่วงหาวมะนาวโห่จะอุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน เป็นสารสีม่วงแดงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าวิตามินซีหลายพันเท่า คุณภัทรฤทัย พรมนิล (ปุ๊) อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 3 บ้านสมบูรณ์ ตำบลบ้านค้อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม อดีตครีเอทีฟรายการทีวีชื่อดัง ผันตัวเองเป็นเกษตรกรเพื่อสานต่อความฝันของพ่อ ก่อนหน้านี้คุณปุ๊ทำงานในกรุงเทพฯ นานกว่า 5 ปี เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ด้วยลักษณะของงานที่ต้องใช้ความคิดเยอะ เครียด “ปุ๊จึงตัดสินใจลาออกจากงานและช่วงนั้นคุณพ่อเสียชีวิตพอดี จึงทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะกลับมาสานต่อความฝันของคุณพ่อให้สำเร็จ ซึ่งคุณพ่อของปุ๊ได้ปู
อินทผลัม มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสูงประมาณ 30 เมตร มีขนาดลำต้น ประมาณ 30-50 เซนติเมตร ใบเป็นแบบขนนก ผลทรงกลมรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร ออกเป็นช่อ รสหวานฉ่ำ กินได้ทั้งผลดิบและสุก นิยมปลูกกันมากในประเทศอิสราเอล และอิหร่าน แต่ในปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรนำเข้ามาปลูกทั่วทุกภาคในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ปลูกที่จังหวัดเชียงใหม่ แพร่มาตามภาคอีสาน แถบจังหวัดสกลนคร เข้ามาถึงดินแดนข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด อีกหนึ่งพื้นที่ที่มีเกษตรกรปลูกอินทผลัมกินผลสด และได้ผลดีจนถึงปัจจุบันนี้ คุณสมภพ ลุนาบุตร อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 9 บ้านน้อยพัฒนา ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เกษตรกรผู้ริเริ่มเปลี่ยนผืนนาหันมาปลูกอินทผลัมเพื่อสร้างรายได้ โดยก่อนที่คุณสมภพจะเปลี่ยนมาปลูกอินทผลัม ได้ประกอบอาชีพเป็นช่างโยธา อบต. แถวบ้านมาก่อน แต่เมื่อทำงานช่างได้สักระยะ จึงรู้ว่ารูปแบบงานที่ทำไม่ตรงตามความถนัดกับตัวเอง จึงตัดสินใจลาออกจากงาน กลับบ้านมาช่วยที่บ้านทำนา จุดเริ่มต้นเปลี่ยนความคิด พลิกผืนนา ปลูกอิ
ความก้าวหน้าทางการสื่อสาร โดยเฉพาะมือถือแบบสมาร์ทโฟนช่วยยกระดับความสำคัญของภาคเกษตรกรรมให้มีความทันสมัย รวดเร็ว แม่นยำชนิดพลิกมิติในวงการเลย แต่สิ่งที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นตรงที่คนหนุ่ม-สาว ทุกสาขาอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ต่างนำมาใช้ประโยชน์ทำเกษตรกรรมในสาขาต่างๆ กันเพิ่มมาก อย่างหนุ่มชาวกรุงที่กำลังกล่าวถึงรายนี้ ร่ำเรียนมาทางสายการตลาด เบื่อวิถีชีวิตในเมืองหลวง เบื่ออาชีพลูกจ้าง เลยหันมาเอาดีทางปลูกผักอินทรีย์ส่งขายที่ปากช่องจนมีรายได้ดี แถมยังค้นพบว่าการทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นความสุขที่แท้จริง แล้วยังทำให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงด้วย คุณมนัส รัตนพันธุ์ หรือ คุณโจ้ พักอยู่เลขที่ 98 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ความจริงคุณโจ้ไม่ใช่คนโคราช แต่เป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบทางการตลาดแล้วทำงานเป็นเซลล์มานานกว่า 10 ปี รู้สึกอิ่มกับอาชีพพนักงานขายที่ต้องเดินทางตระเวนไปหลายจังหวัดจึงลาออก พร้อมกับตั้งเป้าจะหาอาชีพใหม่เป็นของตัวเอง กระทั่งได้มาพบกับเพื่อนที่ทำอาชีพปลูกผักออร์แกนิกส่งขายตลาดหลายแห่งอยู่ที่ปากช่อง แล้วกำลังต้องการผักปลอดสารส่งขายอีกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมองว่าไ
“คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ” หรือ คุณอิ๋ว เป็นคนในวงการสื่อสารมวลชนอีกคนที่หันมาทำอาชีพเกษตรกรรมควบคู่กับงานผู้ประกาศข่าว ปัจจุบันเธอมีเวลาทุ่มเทให้กับ “บ้านไร่ศุภรัตน์” เต็มร้อย เพราะหมดสัญญากับช่องเดิมที่เธอนั่งอ่านข่าวอยู่เมื่อต้นปีนี้ ขณะที่เรื่องการเมืองเจ้าตัวประกาศชัดว่า ไม่สมัคร ส.ส. แน่นอน แต่ถ้าพรรคไหนมาชักชวนให้ทำงานในซีกการเมืองก็ต้องดูเงื่อนไขอีกครั้ง ซึ่งในอดีตเธอเคยสมัคร ส.ส. กทม. และเคยรับหน้าที่อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยุคพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ตอนนี้ คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ ในวัย 50 ปี ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรแนว “อินทรีย์” ชัดเจน โดยใช้เวลาปลูกผักปลอดสารพิษ-เลี้ยงสัตว์ อยู่ในเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ย่านร่มเกล้า กทม. ควบคู่กับการเรียนหลักสูตรนวัตกรรมการบริหารในโลกยุคใหม่สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เน้นแปรรูปเพิ่มมูลค่า วันที่สนทนากันนั้น เธอชวนไปดูและไปชิมผลผลิตที่บ้านไร่ศุกรัตน์ ซึ่งใช่จะมีแค่พืชผักผลไม้เท่านั้น ยังเต็มไปด้วยสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ ไม่ว่าจะเป็น แมวเมนคูน (แมวยักษ์), นกหงส์หยกพันธุ์อังกฤษ-พันธุ์ฮอลแลนด์, นกค็อกกาเทล,
มะละกอ เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะมะละกอรับประทานผลดิบ ที่เป็นวัตถุดิบหลักของ “ส้มตำ” เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วทั้งประเทศ ทำให้สัดส่วนความต้องการมะละกอผลดิบมีมาก แต่ในแง่ของการผลิต เกษตรกรยังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทั้งโรคระบาด สภาพอากาศที่แปรปรวน เมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ตลอดจนปัญหาการปนเปื้อนของสายพันธุ์ที่ไม่ต้องการ ทั้งหมดล้วนส่งผลทั้งต่อปริมาณ คุณภาพ และตลาดโดยตรง ด้วยเหตุนี้ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ศรแดง” จึงได้พัฒนามะละกอ “พันธุ์ส้มตำ 90” ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น คุณละไม ยะปะนัน ผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด (ประเทศไทย) และในฐานะนักปรับปรุงพันธุ์ ให้ข้อมูลว่า เป้าหมายของการพัฒนามะละกอพันธุ์ส้มตำ 90 ก็เพื่อแก้ปัญหาด้านการผลิตให้กับเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรจะได้มีโอกาสเข้าถึงสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพตรงตามของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันต้องปลูกและจัดการดูแลง่ายด้วย คัดเลือกกว่า 100 สายพันธุ์ ใช้เวลานาน 15 ปี ได้มะละกอพันธุ์ดี “ส้มตำ 90” “มะละกอพันธุ์ส้มตำ 90 ใช้เวลาการปรับปรุงพันธุ์นานถึง
ในช่วง 10 ปีมานี้ วงการแมลงบ้านเราเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยหันมาเลี้ยงกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ จิ้งหรีด ซึ่งเลี้ยงง่ายและได้ราคาดี มีเงินลงทุนหลักร้อยหลักพันก็สามารถเริ่มต้นเลี้ยงกันได้แล้ว ที่สำคัญหน่วยงานต่างๆ ของรัฐต่างส่งเสริมอย่างจริงจัง อย่างกรณีของ คุณยุวดี ผลาปรีย์ วัย 61 ปี เกษตรกรบ้านเหล่าอ้อย หมู่ที่ 9 ตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งปัจจุบันเลี้ยงจิ้งหรีดมากถึง 30 คอก โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พื้นที่ต้นแบบ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 44 ราย เป็นรายใหญ่ 4 ราย นอกนั้นเป็นรายเล็กๆ ที่เลี้ยงกันรายละ 2-3 คอก ให้อาหาร เช้า-เย็น คุณยุวดี เล่าว่า เมื่อปี 2558 ได้สมัครเข้าโครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำให้ความช่วยเหลือในการทำโรงเรือน และจัดหาจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยทางสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกร
