SMEs เกษตร
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดหนองคายว่า เกษตรกรชาวอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โค่นต้นยางพารา หันกลับมาทำสวนมังคุดขายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องการตลาด ให้ผลผลิตไวกว่าพื้นที่อื่นๆ ทำให้ไม่มีคู่แข่ง อีกทั้งยังขายผ่านโลกโซเชียล นายกฤษฎา นิลแสง อายุ 45 ปี และนางจุฬารัตน์ นิลแสง อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของไร่นิลแสง บ้านโป่งสำราญ ต.พระบาทนาสิงห์ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เปิดเผยถึงความเป็นมาในการปลูกมังคุดว่า เดิมนั้นตนมีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ก่อนหน้านั้นเป็นสวนยางพารา แล้วมีการปลูกมังคุดแซม ปลูกมาแล้วเป็นระยะเวลา 15 ปี แต่ไม่ได้มีการบำรุงรักษาและไม่ได้ให้ความสำคัญมังคุดที่ปลูกไว้เลย ต่อมาเมื่อ 2 ปีย้อนหลัง ราคายางพาราไม่ดี จึงได้ตัดสินใจโค่นต้นยางพาราขาย แล้วหันมาดูแลและบำรุงรักษาต้นมังคุดอย่างจริงจัง จนมังคุดเริ่มให้ผลผลิต ซึ่งพบว่ามังคุดในสวนมีรสชาติดี สมบูรณ์เกือบทุกผล และที่สำคัญให้ผลผลิตก่อนมังคุดที่อื่น โดยเฉพาะออกผลก่อนมังคุดที่ปลูกในภาคตะวันออกประมาณ 3 เดือน จึงทำให้ไม่มีคู่แข่ง ได้ราคาสูง ราคาขายออกจากสวนอยู่ที่ 60 – 65 บาท/กิโลกรัม ในส่วนของการตลาด นอกจากจะขายท
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ จะเห็นคนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนประสบความสำเร็จในระยะเวลาไม่กี่ปี เนื่องจากนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย พร้อมใช้รูปแบบการบริหารจัดการสมัยใหม่ รวมถึงการทำตลาดที่ใช้โซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการขายทั่วไป คุณกาญจนา ลากุล เจ้าของ นโม ฟาร์ม (Namo Farm) ซึ่งตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 212 หมู่ที่ 8 บ้านคำตานา ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ก็เป็นคนหนุ่มสาวอีกรายที่หันมาเอาดีในการทำเกษตร โดยเริ่มทำเมื่อปี 2556 หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดกิจการร้านขายอาหารสัตว์และขายปุ๋ย เมื่อมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ในปี 2556 เธอจึงได้ใช้วิชาบริหารธุรกิจ ในระดับ ปวส. ที่ร่ำเรียนมาใช้ในเรื่องการตลาด รวมถึงความรู้ที่ได้จากการเรียนระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ขอนแก่น พร้อมกันนั้นยังได้รวบรวมเกษตรกรในพื้นที่ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษ บ้านคำตานา มีสมาชิก 10 ครอบครัว โดยเธอรับหน้าที่เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนฯ แหล่งศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ วันนี้ใช้แต่พืชผักผลไม้ของวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษฯ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “นโม ฟาร์ม” จะขายดีแล้ว คุณ
จั๋งเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาปลูกประดับตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร เพราะด้วยความสวยงาม ทนทาน ขนาดของต้นไม่ใหญ่มากและมีความสามารถในการช่วยปรับสภาพอากาศ ช่วยดูดไอระเหยของสารเคมีต่างๆได้ดีเท่าต้นหมากเหลือง ทำให้ต้นจั๋งได้รับความนิยมนำมาปลูกประดับตามอาคารสถานที่ต่างๆซึ่งปัจจุบันแหล่งผลิตต้นจั๋งในบ้านเรานั้นมีให้เห็นอยู่ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะชุมชนหมู่บ้านแคร่ ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หมู่บ้านแคร่เป็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงและความชำนาญในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ต้นจั๋งที่มีคุณภาพเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละปีนั้นสามารถทำรายได้ให้กับชุมชนได้มากกว่ารายได้จากการปลูกพืชหลักที่ทำอยู่ รับซื้อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ สร้างรายได้เป็นเท่าตัว จั๋งเดิมที่เป็นพืชที่คนในอำเภอลองจังหวัดแพร่นำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งจะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย ในขณะที่คนในชุมชนมองว่าต้นจั๋งเป็นพืชที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้นั้น คุณศรีรัตน์ วงค์สุนะได้มองเห็นว่าต้นจั๋งนั้นสามารถนำมาปลูกใส่กระถา
หนู เป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับสวนปาล์มน้ำมันทุกระยะ โดยหนูพุกใหญ่ และหนูนาใหญ่ มักกัดทำลายต้นกล้าปาล์มน้ำมันในแปลงเพาะชำและต้นปาล์มปลูกใหม่ นอกจากนี้ ยังมีหนูป่ามาเลย์ ที่เข้าทำลายปาล์มน้ำมันในช่วงให้ผลผลิต กัดกินตั้งแต่ช่อดอกอ่อน ผลปาล์มอ่อน ผลดิบ และกินกระทั่งเนื้อเปลือกผลสุก เกษตรกรหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากหนูป่ามาเลย์ ที่กัดกินทะลายปาล์มสดเสียหายสะสมรุนแรง ทำให้ขายผลผลิตไม่ได้ราคา รวมทั้งยังต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีเพื่อกำจัดหนูค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไม่สามารถปราบหนูได้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทำการศึกษาวิจัย การใช้ “นกแสก” กำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งพบว่าได้ผลดีมาก นกแสก เป็นนกประจำถิ่นของไทยซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ และเป็นนกกลางคืนที่อาศัยอยู่ใกล้ชุมชน ปกติใช้โพรงไม้และช่องใต้หลังคาเป็นรังวางไข่ กินหนูเป็นอาหาร มีพฤติกรรมล่าเหยื่อในที่โล่ง ทุ่งหญ้า ไร่นา และสวนปาล์มน้ำมัน มีการผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เลี้ยงลูก 2 ครอก ติดต่อกัน จำนวนไข่ รังละ 5-7 ฟอง จำนวนต่ำสุด 2 ฟอง สูงสุด 15 ฟอง เพศเมียจะฟักไข่ประมาณ 30 วัน ใ
“ปลูกผักแลกค่าเทอม” เป็นโครงการยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ในการนำความรู้ ภาคทฤษฎีมาทำการผลิตพืช ผัก ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา/นักวิชาการทำหน้าที่พี่เลี้ยง นำเทคนิค องค์ความรู้ มาสอนแนะแก่นักศึกษา ซึ่งมาจากทุกคณะ ทุกชั้นปี ที่สนใจ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แบ่งเบาภาระให้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในค่าเล่าเรียน ปัจจุบันมีนักศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมในโครงการจำนวน 467 คน จาก 11 คณะ สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคทางการเกษตรจากการปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียน รวมทั้งมีรายได้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการลงทะเบียนเรียน ขณะที่ทางคณะและสำนักได้บูรณาการการเรียนการสอน เพื่อการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ป้อนเข้าสู่กาดแม่โจ้ 2477 ผลการดำเนินงานในภาคเรียนที่ผ่านมา (ภาคเรียนที่ 2/2559) นักศึกษาสามารถจำหน่ายผลผลิตที่ผลิตจากพื้นที่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย จัดสรรให้ดำเนิน
จั๋งเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาปลูกประดับตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร เพราะด้วยความสวยงาม ทนทาน ขนาดของต้นไม่ใหญ่มากและมีความสามารถในการช่วยปรับสภาพอากาศ ช่วยดูดไอระเหยของสารเคมีต่างๆได้ดีเท่าต้นหมากเหลือง ทำให้ต้นจั๋งได้รับความนิยมนำมาปลูกประดับตามอาคารสถานที่ต่างๆซึ่งปัจจุบันแหล่งผลิตต้นจั๋งในบ้านเรานั้นมีให้เห็นอยู่ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะชุมชนหมู่บ้านแคร่ ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หมู่บ้านแคร่เป็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงและความชำนาญในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ต้นจั๋งที่มีคุณภาพเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละปีนั้นสามารถทำรายได้ให้กับชุมชนได้มากกว่ารายได้จากการปลูกพืชหลักที่ทำอยู่ รับซื้อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ สร้างรายได้เป็นเท่าตัว จั๋งเดิมที่เป็นพืชที่คนในอำเภอลองจังหวัดแพร่นำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งจะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย ในขณะที่คนในชุมชนมองว่าต้นจั๋งเป็นพืชที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้นั้น คุณศรีรัตน์ วงค์สุนะได้มองเห็นว่าต้นจั๋งนั้นสามารถนำมาปลูกใ
“ทุเรียนน้ำกะทิ นวัตกรรมการแปรรูปใหม่ล่าสุด อีกความสำเร็จบ่งบอกความก้าวหน้าของเกษตรกรไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก” คุณพุทธไนย ตันมณี เลขที่ 77 หมู่ที่ 12 ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เกษตรกรผู้คิดค้นและวิจัยผลิตภัณฑ์ทุเรียนน้ำกะทิเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลก เล่าถึงประวัติความเป็นมา กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ว่า “ผมเรียนจบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกพละศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หลังจากเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้ 2 ปี ถือว่ามีความรู้เรื่องข้าวระดับหนึ่ง จึงเอาความรู้ที่มีมาประกอบอาชีพทำข้าวถุงจำหน่ายช่วงปี พ.ศ. 2530 ช่วงนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก แต่ก็ต้องเลิกรากิจการไปเพราะมีปัญหาลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าสินค้า” เมื่อต้องผิดหวังกับธุรกิจค้าข้าว หลังจากนั้น จึงหันหลังให้อาชีพค้าขายไปทำงานสวนแทน โดยได้ไปซื้อที่ทำสวนอยู่ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ปลูกไม้แบบผสมผสาน ปลูกมังคุด ลองกอง สวนป่า พืช สมุนไพร และทุเรียนอินทรีย์ เริ่มทำสวนจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ปลูกแบบขายผลผลิตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาปี 2540 ประเทศไทยเกิดวิกฤตฟองสบู่แตก คนกลับบ้านมาทำสวนกันเ
“ปลูกผักแลกค่าเทอม” เป็นโครงการยุทธศาสตร์หนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ในการนำความรู้ ภาคทฤษฎีมาทำการผลิตพืช ผัก ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา/นักวิชาการทำหน้าที่พี่เลี้ยง นำเทคนิค องค์ความรู้ มาสอนแนะแก่นักศึกษา ซึ่งมาจากทุกคณะ ทุกชั้นปี ที่สนใจ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แบ่งเบาภาระให้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในค่าเล่าเรียน ปัจจุบันมีนักศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมในโครงการจำนวน 467 คน จาก 11 คณะ สำหรับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคทางการเกษตรจากการปฏิบัติงานจริงนอกห้องเรียน รวมทั้งมีรายได้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการลงทะเบียนเรียน ขณะที่ทางคณะและสำนักได้บูรณาการการเรียนการสอน เพื่อการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ป้อนเข้าสู่กาดแม่โจ้ 2477 ผลการดำเนินงานในภาคเรียนที่ผ่านมา (ภาคเรียนที่ 2/2559) นักศึกษาสามารถจำหน่ายผลผลิตที่ผลิตจากพื้นที่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย จัดสรรให้ดำเนิน
เมื่อร่วมสิบปีที่แล้วได้เขียนบทความเรื่อง ว่านนางคุ้ม ตัดดอกเชิงการค้า : คุ้มหรือไม่คุ้ม! ลงในเทคโนโลยีชาวบ้าน วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ฉบับที่ 433 เพื่อเล่าประสบการณ์ที่ตั้งใจจะทำช่อดอกว่านนางคุ้มแบบไม้ตัดดอก แต่ได้สรุปเล่าหรือบันทึกไว้ว่า ไม่คุ้มครับ ด้วยฝนหลังสงกรานต์ ไม้หัวประเภทต่างๆ เช่น ว่านสี่ทิศสีสันต่างๆ ทั้งพันธุ์ในและนอกประเทศ ว่านนางคุ้ม และอื่นๆ กำลังแทงช่อทะลุทะลวงดินโผล่ชูก้านช่อแล้วเริ่มบานหรือกำลังจะบานอย่างสวยงาม หลังจากที่ได้ทิ้งใบไปตามธรรมชาติ หลังหมดฝนเข้าหนาวปีที่แล้ว เห็นช่อนางคุ้มกำลังแทงช่อยังไม่แจกดอกบานออกมาที่ใต้ต้นลำดวนที่บ้าน ทำให้นึกถึงศักยภาพของเขาที่ควรจะมีการพัฒนาสายพันธุ์ คัดฟอร์มดอก ความแน่นช่อดอก จำนวนดอก ฯลฯ เพื่อการค้า สำหรับทำไม้กระถาง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีใครเหลียวแลมาวิจัยหาข้อมูลเพื่อส่งเสริมพี่น้องชาวสวนไม้ดอกไม้ประดับเรา ทั้งๆ ที่ศักยภาพในเชิงการทำตลาดไม้กระถางเพื่อใช้จัดสวนหนึ่ง หรือประดับในอาคารหนึ่ง ของว่านนางคุ้มนี้มหาศาลครับ อีกทั้งในอดีต เมื่อไปตามสถานที่ที่มีการจัดสวน หรือโรงแรมที่พักที่มีการปลูกประดับสวนหย่อม หรือใส่กระถางตั้งโชว์
จริงอยู่การปลูกมะม่วงของชาวสวนมะม่วงไทยในเชิงพาณิชย์ปัจจุบันนี้ แทบทั้งหมดจะปลูกพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง เนื่องจากผลิตเพื่อการส่งออกเกือบทั้งหมด โดยมีการส่งไปขายในรูปแบบของผลสด แช่แข็ง ฟรีซดราย ฯลฯ เป็นที่สังเกตว่าพื้นที่ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออกหลักๆ จะอยู่ที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ อุดรธานี พิจิตร สระแก้ว สุพรรณบุรี ฯลฯ ยังมีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเติมขึ้นอีกมาก โดยเกษตรกรไม่มีการตรวจสอบเรื่องการตลาดในอนาคตให้ดีเสียก่อน เช่นเดียวกันกับที่ “สวนคุณลี” อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 886-7398, (081) 901-3760 ก็ปลูกมะม่วงไทยหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง สุดท้ายได้เปลี่ยนยอดเป็นมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูทั้งสวน เพื่อผลิตในเชิงการค้า สร้างปริมาณสินค้าที่มากพอ เพราะมีพ่อค้ามารับซื้อเพื่อการส่งออกทั้งหมด และได้ราคาดีไม่แพ้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ำดอกไม้สื์ทูอีทูทั้งสวน เพราะมีพ้อค้ามารับซือีกทั้งมีราคาดีตลอดฤดูกาล แม้จะเป็นช่วงที่มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมีราคาตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากๆ ซึ่งก็จำหน่ายได้ กิโลกรัมละประมาณ 30-80 บาท (ซึ่งราคาจะปรับตัว
