SMEs เกษตร
ในบทความนี้ นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลจำเพาะของมะขามป้อม ประโยชน์ของมะขามป้อม สายพันธุ์ต่างๆ การปลูก การดูแล จากแปลงเพาะปลูกจริงของเกษตรกรในพื้นที่ที่ปลูกเชิงการค้า เพื่อให้ท่านผู้อ่านเกิดความสนใจและมีความมั่นใจ หากจะนำกิ่งพันธุ์มาปลูก หรือเกษตรกรที่ปลูกมะขามป้อมอยู่แล้ว อาจวางแผนขยายพื้นที่และพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นที่ต้องการของตลาด มะขามป้อม ไม้ดีมีคุณค่า มะขามป้อม เป็นไม้ยืนต้น ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Phyllanthus emblica (ผลเล็ก) Phyllanthus indofischeri (ผลใหญ่) ชื่อสามัญ Indian gooseberry หรือ Malacca tree อยู่ในวงศ์ EUPHORBIACEAE ในประเทศอินเดียและเปอร์เซีย เรียกว่า อัมลา (Amla) หรือ อมาลกะ (Amalaka) แปลว่า พยาบาล มะขามป้อม พบมากในประเทศแถบเอเชียใต้ โดยเฉพาะอินเดียและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ ในประเทศไทย พบเห็นกันมานานในป่า จึงเป็นผลไม้ป่าชนิดหนึ่งเป็นพืชท้องถิ่นไทย พบมากในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีการขยายพันธุ์พัฒนาพันธุ์กันมาก ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี จันทบุรี พิจิตร กำแพงเพชร ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน พะเยา
การเลี้ยงกุ้งก้ามแดงได้แพร่หลายในวงกว้าง สร้างอาชีพให้กับคนไทยนับร้อยนับพันคนทั่วประเทศ รวมถึงคุณสุพรรณี ศิริสวัสดิ์ ได้มีโอกาสทดลองเลี้ยงกุ้งก้ามแดง เมื่อปี 2556 ปัจจุบันมีรายได้ต่อเดือนหลักแสนบาท คุณสุพรรณี เล่าว่า ตนเองได้ติดตามโครงการพระราชดำริของในหลวง ร.9 หลายโครงการ เกี่ยวกับการประมงและการเกษตร ทุกโครงการมีประโยชน์กับประชาชนมาก ซึ่งตนเองเป็นแม่บ้านทำงานอยู่กับบ้าน การทำเกษตรเป็นเรื่องไกลตัวมาก เพราะพื้นที่อยู่อาศัยเป็นทาวน์เฮ้าส์ เนื้อที่ไม่มาก แต่พอได้รู้จักกับกุ้งก้ามแดง ที่พระองค์พระราชทานให้แก่เกษตรกรไทย เกิดความคิดว่าน่าจะทดลองเลี้ยง “ดิฉันเริ่มเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเมื่อปี 2557 ลองไปซื้อพ่อแม่พันธุ์จากผู้เพาะเลี้ยงกุ้งในจังหวัดกำแพงเพชร มาเลี้ยงในบ่อเลี้ยงปลา ตอนนั้นคิดเพียงว่าเลี้ยงไว้ดูเล่น แต่พอเลี้ยงได้ระยะหนึ่ง ปรากฏว่ากุ้งก้ามแดงออกลูกมาราว 3,000 ตัว เลยนำไปขายในเฟซบุ๊ก ขายในราคาตัวละ 3 บาท” สำหรับพื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดง คุณสุพรรณี ได้ปรับพื้นที่บริเวณหน้าบ้าน และบนดาดฟ้า โดยใช้การก่ออิฐและกะละมังพลาสติกดำขนาดใหญ่เป็นบ่อเลี้ยง ปัจจุบันฟาร์มกุ้งก้ามแดงของหญิงสาว มีจำหน่าย
ขึ้นแท่นสมุนไพรเศรษฐกิจอีกชนิดสำหรับ “มะกรูด” เพราะสามารถทำรายได้ให้เกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ เฉกเช่น มะกรูดตัดใบของ คุณศิวาวุธ สงวนทรัพย์ หรือ คุณเก่ง ชายหนุ่มวัย 35 ปี ไอดอลของเกษตรกรหลายคน เพราะเขาสามารถส่งสมุนไพรไทยชนิดนี้ไปประเทศญี่ปุ่น 1.5 ตันต่อเดือน ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ภายใต้ชื่อแบรนด์ “สวนมะกรูด บ้านคุณปู่” คุณศิวาวุธ หรือ คุณเก่ง เล่าว่า หลังจากเรียนจบเคยทำงานอยู่ฝ่ายส่งออกชุดชั้นในแห่งหนึ่ง ทำได้ไม่นาน รู้สึกไม่ชอบลักษณะงานที่ต้องนั่งอยู่กับโต๊ะ เลยออกมาหุ้นกับเพื่อนเปิดผับเปิดได้ 3 ปี เริ่มสนใจอาชีพเกษตร โดยเฉพาะมะกรูด เพราะคิดว่าปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก เป็นพืชที่ขายง่าย ตลาดมีความต้องการทุกวัน น่าจะเหมาะกับเกษตรกรมือใหม่ แต่ทว่าทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มะกรูดปลูกยากกว่าที่คิด “คุณพ่อซื้อที่ดิน ที่ตำบลดอนยายหอม อำเมืองเมือง จังหวัดนครปฐม ผมอยากใช้ที่ดินบริเวณนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเลยคิดจะปลูกพืช เบื้องต้นไปอบรมเรื่องการปลูกมะนาว ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ในครั้งนั้นมีเรื่องมะกรูดตัดใบด้วย ผมเห็นว่ามะกรูดปลูกง่ายกว่ามะนาว ตลาดรับซื้อทุกวัน เลยลองปลูกมะกรูด พอปลูกจริง พบว่าพืชสม
จ่าสิบเอก ไพทูล พันธาตุ อดีตข้าราชการทหารเป็นบุคคลหนึ่งที่หันมาจับอาชีพเพาะเลี้ยงปลาเบญจพรรณควบคู่กับทำการเกษตรแบบผสมผสานในช่วงบั้นปลายของชีวิต อยู่ที่ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว จ่าสิบเอก ไพทูล เล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่รับราชการอยู่มีโอกาสทำงานพัฒนาส่งเสริมด้านการเกษตรกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ทำให้ได้สัมผัสและได้เรียนรู้การทำการเกษตรทุกรูปแบบ จนมีความชำนาญ พอเกษียณราชการจึงออกมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน ภายใต้จิตสำนึกรักในอาชีพเกษตรกรรมที่ติดตัวมา จ่าสิบเอก ไพทูล พันธาตุ “อายุก็มาก จะไปปลูกมัน ทำไร่ ทำนา เหมือนกับคนอื่นๆ ก็ทำไม่ไหว จึงปรับแนวคิดมาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชผัก ไม้ผล เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ต้องใช้แรงเยอะ ใช้ความรู้ที่ติดตัวจากการทำงานในหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ เป็นระยะเวลากว่า 8 ปี มาปรับใช้ในพื้นที่ก็เพียงพอ” จ่าสิบเอก ไพทูล เริ่มทำการเกษตรผสมผสาน ช่วงประมาณ ปี 2545-2546 โดยเริ่มจากพื้นที่ทั้งหมด 28 ไร่ จัดสรรแบ่งทำนาปลูกข้าว 7 ไร่ ขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้และเลี้ยงปลาเบญจพรรณ 6 ไร่ และส่วนที่เหลือปลูกพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น เก็บผลผลิตจำหน่ายรายวัน เช่น
“หมู่บ้านหนองเม็ก” นับเป็นหมู่บ้านต้นแบบผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร จังหวัดอำนาจเจริญ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล คือ Organic Thailand และ IFOAM เป็นโรงเรียนผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร “คุณป้อม” หรือ “ศุภชัย มิ่งขวัญ” เป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ทำหน้าที่ส่งเสริมการผลิตและด้านการตลาด คุณป้อมเรียนจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ไปฝึกงานเป็นยุวเกษตร ที่อิสราเอลนานถึง 7 ปีเต็ม เมื่อกลับมาเมืองไทย ได้แต่งงานและย้ายถิ่นฐานมาอยู่บ้านหนองเม็ก ตำบลคึมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา คุณป้อมได้นำนวัตกรรมความรู้ด้านการเกษตรที่ทันสมัยจากประเทศอิสราเอลมาใช้ปลูกผักอินทรีย์ของตัวเองในชื่อ“ ไร่ภูตะวัน ออร์แกนิก ฟาร์ม” โดยปลูกพืชผักอินทรีย์บนเนื้อที่ 35 ไร่ ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนหันมาปลูกผักอินทรีย์และรวบรวมผลผลิตจากสมาชิกส่งขายตลาด ปัจจุบัน ไร่ “ภูตะวัน ออร์แกนิก ฟาร์ม ” มีสมาชิกลูกไร่ ที่ปลูกผักอินทรีย์รวมกันประมาณ 100 ไร่ พวกเขามุ่งปลูกพืชผักอินทรีย์ในโรงเรือนระบบปิด ที่เรียกว่า “โรงเรือนกรีนเฮ้าส์” ข
เมื่อไม่กี่วันก่อน เห็นข่าวจาก ไทยพีบีเอส ว่ามีอาชีพวิ่งทุเรียน (อ้างอิง ช่องทีวีให้เลย เพราะข่าวนี้เจ๋งมาก ต้องให้เครดิตคนคิดประเด็น) อาชีพวิ่งทุเรียน ก็คือ จะมีมอเตอร์ไซค์ ไปดัก รถขนทุเรียน ที่ออกมาจากสวนทางภาคตะวันออก จากนั้นก็ขับประกบเลย แล้วถามว่า ไปส่งที่ล้งนี้ไหม ราคานี้ๆ เรียกว่า แย่งทุเรียนกันไปขายจะดีกว่า ปรากฏการณ์นี้ กำลังบอกอะไร กำลังบอกว่า ทุเรียน เป็นผลไม้ที่ฮอตมากในเวลานี้ไง ผลไม้อะไรก็ตาม ถ้าได้กลุ่มลูกค้าคนจีน ตลาดพุ่งปรี๊ดแน่นอน (สองปีก่อน เคยมีคลิป คนจีน ทำซุปทุเรียน แบบฮอตพอท หรือหม้อร้อน แบบสุกี้ เอาทุเรียนลงไปต้มซดน้ำร้อน แต่ไม่น่าจะถูกจริตผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยมีนิดเดียว เมื่อเทียบกับ ชาวจีน) ลองมาดูตัวเลขกัน ทุเรียนของไทยส่งออกสู่ต่างประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ประเทศอันดับแรกที่มีการส่งออกทุเรียนมากที่สุดคงไม่พ้นประเทศจีน เมื่อปี 2559 อยู่ที่ 329,790,765 กิโลกรัม มูลค่า 9,571,005,691 บาท และในปี 2560 อยู่ที่ 305,853,240 กิโลกรัม มีมูลค่ามากถึง 15,280,299,599 บาท จะเห็นว่าตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นมา (เดาว่า ชาวจีนกินแล้ว
อาชีพปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกษตรกรหลายๆคนหันมาให้ความสนใจและทำเป็นอาชีพเสริมนอกเหนือจากการทำนาที่เป็นอาชีพหลัก ซึ่งปัจจุบันอาชีพเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สามารถทำเม็ดเงินให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอย่างต่อเนื่องทุกๆปี โดยเฉพาะในช่วงของงานเทศกาล วันลอยกระทง วันเข้าพรรษา และวันสงการณ์ จะเป็นช่วงเวลาที่ประชนทั้งในและจังหวัดใกล้เคียงมีความต้องการหาชื้อไม้ดอกเพื่อนำไปกราบไหว้บูชาองค์พระธาตุพนม ณ วัดพระธาตุพนม วรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้พื้นที่บ้านดอนกลางทุ่ง ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมกับให้ความรู้กับเกษตรกรที่สนใจ พร้อมกับสนับสนุนจนกลายเป็นพื้นที่ผลิตไม้ดอกบูชาพระที่สำคัญแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน คุณเดือน สุริวงศ์ และคุณสมพร แสนกลาง เป็นเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกจำหน่ายในพื้นที่บ้านดอนกลางทุ่ง ควบคู่กับอาชีพทำนา สลับหมุ่นเวียนกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ จนถึงปัจจุบันก็ยังคงทำสืบเนื่องทุกปี โดยเนื้อที่ 3 ไร่ ได้จัดแบ่งให้เป็นพื้นที่ปลูกไม้ดอกทั้งหมด 3 ชนิด คุณเดือนและคุณสมพร เล่าให้ฟั
“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 41 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาท รุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer (YSF) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็น ประธานกลุ่ม young smart farmer จังหวัดจันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้านเกษตร
เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประชาชนทั่วไป เข้าชมนิทรรศการโครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม โดยสถาบันอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมดได้นำผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลระดับภาค ปี 2559-2560 เกือบ 200 ผลงานด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และเทคโนโลยีต่างๆ มาจัดแสดง ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ระหว่าง วันที่ 6-7 พฤษภาคม 2561 พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นี่คือ จุดเริ่มต้นสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของเหล่านักเรียนอาชีวศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการได้นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปที่สนใจนำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์นี้ไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป กิจกรรมครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังนำร่องโครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ของอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบธุรกิจจริง โดยการจัดกิจกรรมให้อาชีวศึกษาภาคตะวันออกทั
คุณบุญลือ สุขเกษม อยู่บ้านเลขที่ 5/2 หมู่ที่ 2 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรเจ้าของสวนบุญบันดาล สวนที่โด่งดังและถือเป็นมืออาชีพเรื่องการทำไม้ผลแปลกมานาน คุณบุญลือ เล่าว่า “สวนเรามีไม้ผลแปลกๆ ที่ทำชื่อเสียงอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น มะม่วงบุญบันดาล ทับทิมแดงมารวย ที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย ส้มโอแดงเวียดนาม มะกอกยักษ์อินโด ลำไยสีชมพู และอื่นๆ” ล่าสุด คุณบุญลือ มีไม้ใหม่คาดว่าจะตีตลาดได้ คือ “มะไฟพันธุ์ทองสยาม” จุดเด่นคือ รสชาติหวาน ลูกใหญ่ ปลูกง่าย ติดผลดก ออกลูกทะวาย ผิดจากมะไฟทั่วไป มะไฟหวานพันธุ์ทองสยาม เป็นมะไฟสายพันธุ์ไทยแท้ๆ ค้นพบโดย คุณบุญลือ นำเมล็ดจากจังหวัดระยองมาเพาะ ปรากฏว่าเมื่อผลผลิตออกมา ลองเก็บมาชิมพบว่า มะไฟสายพันธุ์นี้ ลูกใหญ่ รสชาติหวาน วัดได้ 19-20 บริกซ์ เป็นพันธุ์ที่กลายจากเมล็ดแล้วคัดมา ซึ่งต่างจากมะไฟทั่วไปที่มีรสเปรี้ยวนำ มีรสชาติหวานเล็กน้อย และมีขนาดผลเล็ก เกษตรกรส่วนใหญ่โค่นทิ้ง แต่ สวนบุญบันดาล มองเห็นโอกาสทำเงิน ปัจจุบัน สวนบุญบันดาล ปลูกมะไฟทองสยามไว้มากกว่า 300 ต้น ซึ่งต้นแม่มีอายุกว่า 7 ปี โดยทั่วไปหากพูดถึงมะไฟคนจ
