SMEs เกษตร
เกษตรจังหวัดพังงา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา พบปะสมาชิกเครือข่ายไม้ผล อำเภอกะปง และลงดูพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียนสาลิกาของ คุณธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา ซึ่งพื้นที่สวนดังกล่าวเป็นสวนทุเรียนพันธุ์สาลิกา ในพื้นที่เนินเขาตามสไตล์สวนของชาวพังงาทั่วไป ที่มีอายุต้นประมาณ 20 ปีเศษ กำลังติดผลเต็มต้น ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวเข้ามาทุกที นักบริโภคทุเรียนสาลิกาทั้งใกล้ไกล ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาด แต่ผลผลิตออกเยอะจริงๆ ประมาณช่วงเดือนมิถุนายน และจะกระจายไปถึงเดือนกรกฎาคม 2561 ปีนี้คาดว่าทุเรียนสาลิกาจะมีผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา และมีคุณภาพที่ดี อร่อย สมการรอคอยอย่างแน่นอน คุณนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา เล่าว่า จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และเป็นเมืองเกษตรที่ผลิตสินค้าสำคัญๆ หลายชนิด ทั้งไม้ผลจำพวกมังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง สินค้าปศุสัตว์ ประมง และโดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์สาลิกา ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง จังหวัดพังงามีพื้นที่ปลูกทุเรียนสาลิกา ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งขณะนี้ชื่อเสียงของทุ
“ไร่ตะวันยิ้ม” เป็นอีกหนึ่งโครงการสร้างสรรค์ภายใต้การดูแลโดย บริษัท แอ๊ดว้านซ์ซีดส์ เมล็ดพันธุ์ ตราตะวันต้นกล้า มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สอนเทคนิคการปลูกเมล่อนคุณภาพ ปลูกอย่างไร ให้มีความหวานอย่างต่ำต้องไม่น้อยกว่า 13 บริกซ์ พร้อมทั้งยังแนะแนวทางแก้ปัญหาสินค้าราคาถูก สร้างจุดเด่นให้ผลผลิต ด้วยวิธีการเขียนลวดลายบนผลเมล่อนให้แก่เกษตรกรที่สนใจ ขายผลผลิตได้ราคาโดยที่ไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง คุณวีรศักดิ์ โพธิ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายไร่ตะวันยิ้ม ให้ความรู้ถึงเทคนิคการปลูกเมล่อนอย่างไรให้หวาน พันธุ์ที่แนะนำคือเลดี้กรีน และเลดี้โกลด์ ซึ่งเมล่อนทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีต่างกัน แต่เหมาะสำหรับนำมาเขียนลวดลายเพื่อสร้างรายได้ทั้ง 2 พันธุ์ พันธุ์ที่ 1 เลดี้กรีน จุดเด่นของเลดี้กรีน เนื้อสีเขียว เนื้อนุ่ม ทำหวานง่าย ตาข่ายผลละเอียด พันธุ์ที่ 2 เลดี้โกลด์ จุดเด่นเลดี้โกลด์ เนื้อสีเหลืองทอง หวาน กรอบ ตาข่ายผลละเอียด เมล่อนพันธุ์เลดี้กรีน เมล่อนพันธุ์เลดี้โกลด์ เทคนิคปลูกเมล่อน ให้ได้ความหวาน 13-15 บริกซ์ คุณวีรศักดิ์ บอกว่า ที่ไร่ตะวันยิ้ม มีเทคนิคการปลูกเมล่อนให้หวาน อย่างต่ำต้องหวานให้ได้ 13 บริกซ์ ซึ่ง
เรื่องราวของ คุณวันเพ็ญ นิสภวาณิชย์ อายุ 46 ปี อดีตสาวแบงก์ ที่ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวที่จังหวัดลพบุรี ได้รับการนำเสนอออกสู่สายตาผู้อ่านมาตั้งแต่เมื่อราว 2 ปีที่แล้ว ด้วยความน่าสนใจของการที่เธอละทิ้งเงินเดือนหลายหมื่นในเมืองกรุง แล้วมุ่งสู่จังหวัดลพบุรี เพื่อทำการเกษตรอินทรีย์ จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่เธอทำกำลังไปได้สวย แถมขยายการผลิต นำผลผลิตในเรือกสวน มาแปรรูป รวมทั้ง ชักชวนเกษตรกรชาวบ้านให้มารวมกลุ่มกันทำเกษตรอินทรีย์และพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกัน ย้อนกลับไปเมื่อราวปี 2536 คุณวันเพ็ญ จบการศึกษาจากคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นได้เข้าทำงานธนาคารเป็นสาวแบงก์เต็มตัว ระหว่างทำงานศึกษาต่อปริญญาโท สาขาเอ็มบีเอ (การบริหาร) ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน และทำงานแบงก์เรื่อยมา เธอเล่าว่า มุ่งมั่นตั้งใจมาตั้งแต่เป็นพนักงานออฟฟิศแล้วว่า จะเกษียณตัวเองจากงานประจำที่อายุ 45 ปี และความตั้งใจก็เป็นจริง เมื่อเธอได้มุ่งหน้าสู่ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เพื่อทำการเกษตรในที่ดิน 18 ไร่ ที่ซื้อเก็บไว้ระหว่างที่ทำงานประจำ โดยตั้งชื่อว่่า ไร่สบายจิต เริ่มต้นด้วยการทดลองปลูกพื
ฝรั่งไต้หวันสายพันธุ์ดีๆ เข้ามาในเมืองไทยหลายสายพันธุ์ จนเราเริ่มคุ้นเคยกับฝรั่งไต้หวันมากกว่าฝรั่งไทย แม้ฝรั่งไต้หวันได้เข้ามานานแล้ว ก็คงมีแต่ฝรั่งกิมจูพันธุ์เดียวที่ปรากฏว่ามีจำหน่ายในท้องตลาดและปลูกกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งยังมีฝรั่งไต้หวันอีกหลายสายพันธุ์ที่ไม่เคยปรากฏต่อสายตาในท้องตลาดให้คนไทยได้เห็นหรือได้ลองลิ้มชิมรสความอร่อยตามคำกล่าวอ้าง ได้ยินกันแต่ชื่อกับคำพรรณนาคุณสมบัติเลอเลิศ กระตุ้นความต้องการให้กับผู้นิยมของใหม่เฝ้ารอ คาดว่าอีกไม่นานก็ต้องมีการปรากฏตัว หากแต่กระแสของฝรั่งไส้แดงหลายพันธุ์กำลังมาแรง ด้วยลักษณะเนื้อสีแดงที่โดดเด่นและมีรสชาติดี ฝรั่งไส้แดงที่ถูกนำเข้า เช่น หงเป่าซือ, ซีกั่ว (แตงโม), หงซิน เป็นต้น ฝรั่งไส้แดงจากไต้หวันได้รับการคัดเลือกพันธุ์จากเจ้าของสวนและร้านจำหน่ายต้นพันธุ์อยู่ตลอด มีอีกหลายพันธุ์ที่รอการเปิดตัว ฝรั่งไส้แดงหงเป่าซือดังยังไม่ทันจะซา ฝรั่งไส้แดงไต้หวันสายพันธุ์ใหม่สุดก็เข้ามาปลูกในเมืองไทยอีกแล้ว คือ ฝรั่งไส้แดง “เฟิ่นหงมี่” หรือ “น้ำผึ้งสีชมพู” การนำต้นไม้ต่างๆ จากไต้หวันเข้ามาง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ก่อนนั้นมีการนำยอดฝรั่งเข้ามาเสียบมักไม่ประสบควา
การเลี้ยงแพะ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เพราะเป็นสัตว์ที่ให้ลูกเร็ว โตเร็ว ลงทุนน้อย กินง่าย ขายได้เร็ว อีกทั้งไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก สามารถใช้เลี้ยงทดแทนโค-กระบือ รวมถึงตลาดยังมีความต้องการสม่ำเสมอ ขณะเดียวกัน คุณค่าในตัวแพะตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ทุกส่วน ทั้งเนื้อ นม หนัง และขน แล้วยังรวมถึงมูลอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อดีตหนุ่มผู้รับเหมาทำระบบไฟฟ้าชาวสวนผึ้ง อย่าง คุณสมพล สาอ่อน หรือ คุณแดง หันมายึดอาชีพเลี้ยงแพะเนื้อขาย พร้อมนำมูลแพะมาเลี้ยงไส้เดือนผลิตปุ๋ยขาย รวมทั้งยังต่อยอดใช้ปุ๋ยไส้เดือนมูลแพะปลูกต้นอ่อนผักบุ้งจีนและผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ สร้างรายได้แถมยังช่วยปลดหนี้ได้อีกด้วย คุณแดงเรียนจบระดับ ปวส. ด้านไฟฟ้าจากราชบุรี หลังจบการศึกษาได้มารับเหมาทำระบบไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ทำแล้วเพราะต้องกลับมาสวนผึ้งบ้านเกิดเพื่อมาดูแลคุณพ่อ แล้วมองหาอาชีพใหม่ด้วยการเลือกเลี้ยงแพะเนื้อ เนื่องจากมีข้อจำกัดทางพื้นที่ คุณแดงไม่เคยมีความรู้หรือมีพื้นฐานเรื่องการเลี้ยงแพะมาก่อน เขาได้รับการแนะนำจากเพื่อนบ้าน พร้อมไปกับการศึกษาหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต โดยซื้อพันธุ์แพะพื้นบ้านมาจากชาวบ้า
อาชีพปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกษตรกรหลายๆคนหันมาให้ความสนใจและทำเป็นอาชีพเสริมนอกเหนือจากการทำนาที่เป็นอาชีพหลัก ซึ่งปัจจุบันอาชีพเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สามารถทำเม็ดเงินให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอย่างต่อเนื่องทุกๆปี โดยเฉพาะในช่วงของงานเทศกาล วันลอยกระทง วันเข้าพรรษา และวันสงการณ์ จะเป็นช่วงเวลาที่ประชนทั้งในและจังหวัดใกล้เคียงมีความต้องการหาชื้อไม้ดอกเพื่อนำไปกราบไหว้บูชาองค์พระธาตุพนม ณ วัดพระธาตุพนม วรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้พื้นที่บ้านดอนกลางทุ่ง ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมกับให้ความรู้กับเกษตรกรที่สนใจ พร้อมกับสนับสนุนจนกลายเป็นพื้นที่ผลิตไม้ดอกบูชาพระที่สำคัญแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน คุณเดือน สุริวงศ์ และคุณสมพร แสนกลาง เป็นเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกจำหน่ายในพื้นที่บ้านดอนกลางทุ่ง ควบคู่กับอาชีพทำนา สลับหมุ่นเวียนกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ จนถึงปัจจุบันก็ยังคงทำสืบเนื่องทุกปี โดยเนื้อที่ 3 ไร่ ได้จัดแบ่งให้เป็นพื้นที่ปลูกไม้ดอกทั้งหมด 3 ชนิด คุณเดือนและคุณสมพร เล่าใ
ปทุมา (Siam Tulip) เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน โดยพืชชนิดนี้จะพักตัวในช่วงฤดูหนาวและร้อน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะเริ่มผลิใบออกดอก มีต้นสูงประมาณ 2 ฟุต ใบมีลักษณะยาวคล้ายใบพาย ส่วนก้านช่อดอกนั้นสูงเหนือพุ่มใบขึ้นไป มีกาบดอกสีม่วง สีชมพู ซึ่งการขยายพันธุ์ส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีการแยกหน่อ ปทุมานอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์เป็นไม้ประดับแล้ว ดอกยังสามารถรับประทานได้อีกด้วย โดยนำมาลวกเป็นผักแกล้มรับประทานกับน้ำพริก หรือจะนำไปชุบแป้งทอดรับประทานกับน้ำจิ้มที่มีลักษณะคล้ายอาจาดก็อร่อยลงตัวทีเดียว ดร.วาสนา ใจกล้า เจ้าของอู่ทองพรรณไม้ ตั้งอยู่เลขที่ 39 หมู่ที่ 12 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรหญิงแกร่งที่อยู่ในวงการไม้ดอกไม้ประดับมากว่า 10 ปี เธอก็ได้ทำการรวบรวมพันธุ์ปทุมาและนำมาขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ที่สร้างรายได้ให้กับสวนของเธอได้เป็นอย่างดี ดร.วาสนา ใจกล้า จากอาชีพรับราชการ ผันสู่ชีวิตเกษตรกร ดร.วาสนา เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีก่อนที่จะมาทำสวนไม้ดอกไม้ประดับนั้น เธอมีอาชีพรับราชการเป็นงานหลัก โดยช่วงที่ทำงานประจำอยู่ก็ได้ปลูกไว้หลากหลายสายพันธุ์
ปัจจุบัน พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) หรือพลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ (Biodegradable plastic) หมายถึง พลาสติกที่ผลิตขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชได้นานาชนิด เช่น เปลือกทุเรียน เปลือกข้าวโพด เปลือกมันสำปะหลัง กากชานอ้อย ฯลฯ ถูกนำมาแปรรูปเป็นเครื่องใช้ไม้สอยมากมายหลายชนิด เช่น จานอาหาร แก้วน้ำ ตู้ โต๊ะ กล่อง เป็นต้น แนวคิดการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นพลาติกชีวภาพ ช่วยลดปริมาณขยะในสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี คุณกนกศักดิ์ ลอยเลิศ นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า พลาสติกที่ใช้กันทั่วไปเป็นพลาสติกที่สังเคราะห์จากปิโตรเคมี ไม่สามารถย่อยสลายได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว อาจใช้เวลา 100-200 ปี จึงจะย่อยสลายได้ พลาสติกสังเคราะห์มีข้อดี ก็คือ ทนสารเคมีและทนความร้อนได้ดี จัดเก็บอาหารได้ในระยะเวลายาวนาน ส่วนข้อเสีย ก็คือ ทำลายได้ยากมาก ที่สำคัญคือเป็นขยะที่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม สร้างปัญหาต่อชั้นบรรยากาศของโลก และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ด้านคุณศิริพร เต็งรัง นักวิทยา
กระจับเขาควาย เป็นพืชน้ำ มีหัวอยู่ใต้น้ำ ลำต้นโผล่บนผิวน้ำคล้ายบัว ส่วนหนึ่งหยั่งลึกยาวลงดิน ให้ผลออกตามข้อปล้อง ลักษณะคล้ายเขาของกระบือ (เขาควาย) นิยมนำมาต้มรับประทาน คุณสุนัน พละเจริญ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เกษตรกรผู้ปลูกกระจับ ที่อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เล่าว่า กระจับเป็นพืชที่ปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ที่มีน้ำท่วมขังตลาดทั้งปี ปัจจุบันมีปลูกมากในแถบภาคกลาง โดยเฉพาะที่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อุทัยธานี สุพรรณบุรี กระจับปลูกไม่ยาก แต่ต้องเอาใจใส่ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมหรือแล้ง เนื่องจากอยู่ในน้ำอยู่แล้ว มีน้ำแค่เพียง 60 เซนติเมตร ก็อยู่ได้แล้ว ที่สำคัญ ยังปลูกขายฝัก หรือขายต้น ทำเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย “กระจับให้ผลผลิตดี แต่ไม่แนะนำให้ปลูกกระจับอย่างเดียวตลอดไป เพราะพื้นที่ที่มีน้ำขังตลอด ไม่นานจะเกิดสาหร่าย ซึ่งเป็นปัญหาในการปลูกกระจับ จริงๆ ควรปลูกในพื้นที่นาสลับ หรือ ควบคู่กับการทำนา โดยการทำนากระจับ มักจะเริ่มดำในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และเก็บผลผลิตในเดือนตุลาคมของทุกปี” คุณสุนัน เล่าให้ฟัง และได้เล่าให้ฟังถึงรายละเอียดต่างๆ อีกดังนี้ ขั้นตอนการปลูก วิธีการ เหมือนกับการดำ
ปลาเทวดา (Angelfish) เป็นปลาน้ำจืด ที่มีรูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว ลำตัวแบนข้าง มีปากขนาดเล็ก ครีบหลังเป็นกระโดงสูงอยู่ค่อนไปทางด้านหาง ครีบหลังยาวออกมาจากลำตัว ครีบท้องมีอยู่หนึ่งคู่เรียวเล็กและปลายชี้แหลม โดยส่วนมากจะนิยมนำปลาเทวดามาเลี้ยงในตู้เพื่อเป็นปลาสวยงามคู่กับพรรณไม้น้ำต่างๆ ปลาเทวดา เป็นปลาที่มีอุปนิสัยเรียบง่าย รักสงบ แต่ถ้าบางตัวมีลักษณะนิสัยก้าวร้าวก็ไม่สามารถนำไปเลี้ยงร่วมกับปลาสวยงามชนิดอื่นได้ โดยปลาชนิดนี้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันและลวดลายที่สวยงามมากขึ้น เช่น ปลาเทวดาหินอ่อน ที่มีสีสันเป็นสีดำสลับกับสีขาวตลอดทั้งตัว การขยายพันธุ์ สามารถกระทำได้ง่ายๆ ทั้งในตู้เลี้ยง หรืออาจจะจัดพื้นที่สำหรับเพาะพันธุ์ให้ก็ได้ เพียงแต่ในบริเวณเพาะพันธุ์ใต้น้ำต้องมีวัตถุใส่ไว้ให้เป็นที่เกาะเวลาวางไข่บนวัตถุนั้น การวางไข่ของปลาเทวดาแต่ละครั้งอยู่ที่ 300-1,000 ฟอง ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมจะขยายพันธุ์ได้ ต้องมีอายุอย่างน้อย 8 เดือนขึ้นไป คุณฐาปกรณ์ โสนะมิตร์ อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 4 ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลามาหลายสิบปี โดยปลาที่เขาเพาะส่วนใหญ่จ
