SMEs เกษตร
ปลากะพงมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lates calcarifer ชื่อสามัญเรียกว่า Giant Bass เป็นปลาที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ปลาชนิดนี้เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว เนื้อปลามีรสชาติดี และสามารถจำหน่ายได้ราคา จึงนับเป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดีไม่แพ้ปลาน้ำจืดชนิดอื่น นอกจากจะเลี้ยงเพื่อบริโภคภายในประเทศแล้วยังส่งจำหน่ายยังต่างประเทศได้อีกด้วย นอกจากมีการเลี้ยงเพื่อการค้าแล้วยังสามารถพบปลาชนิดนี้ตามธรรมชาติแถบชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำใหญ่ๆ ที่มีทางออกติดต่อกับทะเล เช่น จังหวัดตราด จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติพิเศษของปลากะพงที่อยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย ทำให้มีผู้ที่สนใจนำไปเลี้ยงแบบปลาตามธรรมชาติที่บ่อในบริเวณบ้านมากขึ้น เมื่อปลามีขนาดใหญ่ก็สามารถจับจำหน่ายเป็นรายได้เสริม คุณนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล อยู่บ้านเลขที่ 11/3 หมู่ 6 ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาที่มากด้วยประสบการณ์ โดยที่เขาเห็นถึงช่องทางการทำตลาด จึงได้นำปลากะพงมาเลี้ยงภายในฟาร์ม จึงทำให้สามารถจำหน่ายได
อีกหนึ่งของดีที่ไปเยือนจังหวัดเพชรบุรีคือ “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” โดย สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี เขียนไว้ในหนังสือ “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” ว่า ชมพู่เพชรสายรุ้ง เป็นไม้ผลที่ปลูกในจังหวัดเพชรบุรีเมื่อประมาณ 176 ปีที่แล้ว เดิมมีชื่อเรียกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ชมพู่เขียวเสวย ชมพู่สายน้ำผึ้ง ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า “ชมพู่เพชรสายรุ้ง” เพื่อเจาะจงลงไปว่าเป็นพันธุ์ใหม่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าอันไหนคือชมพู่เพชรแท้ๆ หากลองเสิร์ชข้อมูลในกูเกิ้ลว่า “ชมพู่เมืองเพชร” รายชื่อสวนอันดับเเรกที่ปรากฏคือ “สวนชมพู่ลุงเทิ้น” ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อีกหนึ่งสวนชมพู่ที่เป็นที่รู้จัก เเละได้รับความนิยม เรณู ผิวขำ หรือ พี่น้ำ ลูกสาว “ลุงเทิ้น” อาสาเป็นคนพาชมสวนชมพู่ที่มีอายุเท่าตนเองก็ว่าได้ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น พื้นที่กว่า 2 ไร่ ต้นชมพู่อายุนับ 40 ปี ขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยนั่งร้านทำจากไม้ เพื่อให้คนงานปีนขึ้นไปห่อชมพู่ เก็บผลผลิต เเละในบางครั้ง พี่น้ำ เล่าด้วยน้ำเสียงขบขันว่า “ลูกค้าก็มีปีนขึ้นไปถ่ายภาพ” เรณู ผิวขำ “พี่น้ำ” เล่าย้อนกลับไปกว่า 40 ปีที่เเล้ว “ลุงเทิ้น” เดิมมีอาชีพทำนา ซึ่งในต
ข้าวอินทรีย์ เป็นการผลิตข้าวที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ตลอดจนสารสังเคราะห์ต่างๆ ทุกชนิด อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเทคนิคอื่นๆ ตามมาตรฐานอินทรีย์อีกมากมาย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแหล่งปลูกข้าวอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานในประเทศจึงมีน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีเกษตรกรรายใหม่สมัครใจเข้ามาปลูกข้าวอินทรีย์กันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแรงจูงใจจากราคาขายและความต้องการของตลาดที่ยังเปิดกว้าง คุณประมวล ขันธ์เพชร ประธานกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนร่วมใจโนนค้อทุ่ง” ตั้งอยู่เลขที่ 157 หมู่ที่ 5 ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ บอกว่า ในอดีตชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาการปลูกข้าวมายาวนานจนมีรายได้ลดลงหรือบางรายมีหนี้สินจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาปลูกข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานภายใต้ความอดทนต่อระเบียบ เงื่อนไขทั้งในเรื่องขั้นตอนการปลูก รวมถึงความซื่อสัตย์ เพราะเล็งเห็นว่ากำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคซึ่งมีตลาดรับซื้อแน่นอนในราคาที่ดี ประธานกลุ่ม กล่าว ยอมรับว่าการปลูกข้าวอินทรีย์ในยุคแรกของการปรับเปลี่ยนในสังคมคนทำนาด้วยกันยังไม่มีใครยอมรับ หรือแม้แต่ในจังหวัดอำนาจเจริญยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่เข้มแข็ง
ระยะเวลาปีเศษที่ผ่านมา สินค้าเกษตรหลายชนิดที่เคยเป็นสินค้าดาวรุ่ง ขายดี ทำกำไรสูง เช่น มะม่วง มะนาว มะพร้าวน้ำหอม กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ฯลฯ กลับตกอยู่ในทิศทางตลาดขาลง ทำให้หลายคนรู้สึกกังวลและงวยงงกับสถานการณ์ราคาตลาดว่า จะปลูกต่อดีหรือถอยไปปลูกพืชชนิดอื่นดี แม้หลายคนจะมองว่า ตลาดกล้วยน้ำว้า อยู่ในทิศทางขาลง แต่ อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช เจ้าของไร่พัชชา กลับยืนยันว่า ตลาดกล้วยน้ำว้ายักษ์ยังเติบโตต่อเนื่อง ขายดิบขายดี จนผลิตหน่อพันธุ์ไม่ทันกับความต้องการของตลาด ดังนั้น ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปค้นหาเสน่ห์ของ กล้วยน้ำว้ายักษ์ ที่ทำให้ขายดี ติดลมบนตลอดทั้งปีกันสักหน่อย กล้วยน้ำว้ายักษ์ มาจากไหน อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช ปัจจุบัน ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 โหรหญิงดังยอดนิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือ ที่แบ่งเวลามาทำสวนเกษตร ชื่อว่า ไร่พัชชา ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองปรือ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เบอร์โทร. (084) 548-9000 และ (086) 128-8000 อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช โชว์กล้วยน้ำว้ายักษ์ อาจารย์พัชนี เล่าว่า การทำอาชีพเกษตรกรรมในวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากความชอบสะสมที่ดิน ที่ดินแปลงหนึ่งในจังหวัดราชบุรี
ข้าวอินทรีย์เป็นการผลิตข้าวที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ตลอดจนสารสังเคราะห์ต่างๆ ทุกชนิด อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเทคนิคอื่นๆ ตามมาตรฐานอินทรีย์อีกมากมาย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแหล่งปลูกข้าวอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานในประเทศจึงมีน้อย ขณะเดียวกัน ก็มีเกษตรกรรายใหม่สมัครใจเข้ามาปลูกข้าวอินทรีย์กันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแรงจูงใจจากราคาขายและความต้องการของตลาดที่ยังเปิดกว้าง คุณประมวล ขันธ์เพชร ประธานกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนร่วมใจโนนค้อทุ่ง” ตั้งอยู่เลขที่ 157 หมู่ที่ 5 ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ บอกว่า ในอดีตชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาการปลูกข้าวมายาวนานจนมีรายได้ลดลงหรือบางรายมีหนี้สินจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาปลูกข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานภายใต้ความอดทนต่อระเบียบ เงื่อนไขทั้งในเรื่องขั้นตอนการปลูก รวมถึงความซื่อสัตย์ เพราะเล็งเห็นว่ากำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคซึ่งมีตลาดรับซื้อแน่นอนในราคาที่ดี ประธานกลุ่มกล่าวยอมรับว่า การปลูกข้าวอินทรีย์ในยุคแรกของการปรับเปลี่ยนในสังคมคนทำนาด้วยกันยังไม่มีใครยอมรับ หรือแม้แต่ในจังหวัดอำนาจเจริญยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่เข้มแข็ง ด้
เช้าวันนี้ น้องเต้ย และ น้องฮาร์ท วัย 9 ขวบ ชั้น ป.2 รวมทั้งน้องปั๊บ ชั้นป.1 นักเรียนโรงเรียนบ้านคลองแขยง จ.กำแพงเพชร ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ “ผ.ผักสวนครัว” ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยคุณครู ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน กิจกรรมใหม่ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ โรงเรียนมีขนาดเล็กทำให้ต้องจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ อาทิ แหล่งเรียนรู้ “ผ.ผักสวนครัว” “ข.ขยะขายได้” “บ.บ้านอัญชัน” “ร.เรือนนางฟ้า” “น.น้ำหมักชีวภาพ” “บ.ใบไม้ทับถม” และ “ป.ปลาตากลม” เป็นต้น สามหนุ่มน้อยขมีขมันช่วยกันตัดต้นอ่อนทานตะวันที่ปลูกไว้ในตะกร้า แบ่งใส่ถุงพลาสติกใสแล้วนำไปชั่งให้ได้ถุงละ 150 กรัม ฝากให้คุณครู ผู้อำนวยการนำไปจำหน่ายในราคาถุงละ 20 บาท กิจกรรมการเพาะต้นอ่อนทานตะวันของโรงเรียนบ้านคลองแขยงเริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นการต่อยอดกิจกรรมภายใต้โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เข้ามาส่งเสริมการผลิตอาหาร ให้ความรู้ด้านคุณภาพอาหารและคว
ระยะเวลาปีเศษที่ผ่านมา สินค้าเกษตรหลายชนิดที่เคยเป็นสินค้าดาวรุ่ง ขายดี ทำกำไรสูง เช่น มะม่วง มะนาว มะพร้าวน้ำหอม กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ฯลฯ กลับตกอยู่ในทิศทางตลาดขาลง ทำให้หลายคนรู้สึกกังวลและงวยงงกับสถานการณ์ราคาตลาดว่า จะปลูกต่อดีหรือถอยไปปลูกพืชชนิดอื่นดี แม้หลายคนจะมองว่า ตลาดกล้วยน้ำว้า อยู่ในทิศทางขาลง แต่ อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช เจ้าของไร่พัชชา กลับยืนยันว่า ตลาดกล้วยน้ำว้ายักษ์ยังเติบโตต่อเนื่อง ขายดิบขายดี จนผลิตหน่อพันธุ์ไม่ทันกับความต้องการของตลาด ดังนั้น ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปค้นหาเสน่ห์ของ กล้วยน้ำว้ายักษ์ ที่ทำให้ขายดี ติดลมบนตลอดทั้งปีกันสักหน่อย กล้วยน้ำว้ายักษ์ มาจากไหน อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช ปัจจุบัน ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 โหรหญิงดังยอดนิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือ ที่แบ่งเวลามาทำสวนเกษตร ชื่อว่า ไร่พัชชา ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองปรือ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เบอร์โทร. (084) 548-9000 และ (086) 128-8000 อาจารย์พัชนี ตุษยะเดช โชว์กล้วยน้ำว้ายักษ์ อาจารย์พัชนี เล่าว่า การทำอาชีพเกษตรกรรมในวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากความชอบสะสมที่ดิน ที่ดินแปลงหนึ่งในจังหวัดราชบุรี
“นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2018” ทำหน้าที่เป็นพาหนะคู่ใจนักข่าวเกือบ 20 ชีวิต วิ่งจากโชว์รูม นิสสัน เคเคที จังหวัดขอนแก่น มุ่งหน้าไปยังจังหวัดมหาสารคาม เพื่อพบกับบุคคลต้นแบบ “ปลิว” หรือ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ เกษตรกรตัวอย่าง ที่น้อมรับคำสอนการพึ่งพาตนเองและดำเนินการต่อยอดแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์จนประสบความสำเร็จ กิจกรรมในครั้งนี้ จัดโดย นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ที่น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั่วประเทศไทย ผ่านโครงการ แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง คุณชัยกฤต เทภาสิต ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิสสันต้องการพาสื่อมวลชนไปพบกับ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ เป็นบุคคลตัวอย่าง ในการเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ “Young Smart Farmer” เนื่องจากเขาใส่ใจชุมชนอย่างมาก และได้ผสมผสานเทคโนโลยีมายังงานที่เขาทำเพื่อผลิตผลที่ดีที่สุด และสร้างความมั่นคงต่ออาชีพเกษตรกรรม คุณปลิว หรือ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ “นิสสัน ใส่ใจในทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเรา ดังนั้น เร
คุณสมชาย เหลี่ยมศร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ผลวังซับเปิบ เลขที่ 32 หมู่ที่ 9 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. (087) 660-1152 เกษตรกรที่ปลูกมะขามหวานมานานกว่า 25 ปี อธิบายว่า พันธุ์มะขามหวาน หากแบ่งตามอายุการเก็บเกี่ยวนั้น เบื้องต้นพอจะแบ่งได้ 3 แบบคือ มะขามหวาน พันธุ์เบา คือ เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตก่อนพันธุ์อื่นๆ มีช่วงการเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม-มกราคม ได้แก่ พันธุ์น้ำผึ้ง พันธุ์สีชมพู พันธุ์ประกายทอง (ตาแป๊ะ) พันธุ์กลาง เป็นพันธุ์ที่แก่ และให้ผลผลิตช้ากว่าพันธุ์เบา ประมาณ 7-15 วัน ได้แก่ พันธุ์อินทผลัม พันธุ์ขันตี และ พันธุ์หนัก เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตช้ากว่าพันธุ์อื่นๆ เพราะมีระยะเจริญของผลนาน โดยจะเก็บผลได้ประมาณปลายเดือนมกราคม ได้แก่ พันธุ์สีทอง (นายหยัด) พันธุ์หมื่นจง พันธุ์เพชรเกษตร เป็นต้น ลักษณะของฝักมะขามหวาน คุณสมชาย อธิบายว่า แบ่งคร่าวๆ ได้ 3 แบบ ฝักดิ่งหรือฝักตรง ฝักประเภทนี้มีรูปร่างเหยียดตรง ฝักไม่โค้งงอ เช่น พันธุ์ขันตี ฝักดาบ ฝักประเภทนี้มีรูปร่างคล้ายฝักดิ่ง แต่ฝักจะเอนโค้งเล็กน้อยคล้ายรูปดาบ ฝักอาจกลมหรือแบน เช่น พันธุ์อินทผลัม และ ฝักฆ้องหรือโค้ง ฝักปร
ไม่น่าเป็นเรื่องแปลก หากโรงเรียนหลายแห่งเปิดหลักสูตรเกษตรกรรมเพื่อสอนนักเรียน โดยมีเป้าหมายให้เป็นหนึ่งในทางเลือกของอาชีพ ไว้รองรับนักเรียนที่มีโอกาสศึกษาต่อไม่มากนัก ที่โรงเรียนโคกสวาสดิ์หนองสองห้องดอนแดง หมู่ที่ 9 บ้านโคกสวาสดิ์ ตำบลนาผือ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ มีหลักสูตรที่ได้รับการรับรองและเขียนขึ้นโดยความเห็นจากครูหลายท่านของโรงเรียน เป็นหลักสูตรการเลี้ยงผึ้ง ซึ่งมั่นใจได้ว่ามีเพียงไม่กี่โรงเรียนในประเทศที่มีหลักสูตรการเลี้ยงผึ้งสอน เท่าที่ทราบ โรงเรียนโคกสวาสดิ์หนองสองห้องดอนแดง มีหลักสูตรนี้ขึ้น ก็เพราะ ดร.สมพงษ์ สุรารักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งที่ผ่านมา ดร.สมพงษ์ เคยริเริ่มหลักสูตรนี้เมื่อครั้งยังสอนอยู่สถานศึกษาแห่งอื่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 เพื่อหวังให้เป็นต้นแบบและสานต่อเจตนารมณ์ให้เด็กนักเรียนมีทางเลือกในสายอาชีพเพิ่มมากขึ้น เมื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนโคกสวาสดิ์หนองสองห้องดอนแดง ในปี พ.ศ. 2548 จึงนำแนวคิดนี้มาดำเนินการอีกครั้ง โดย ดร.สมพงษ์ บอกว่า แม้จะเคยเริ่มดำเนินการในโรงเรียนแห่งอื่นมาก่อน แต่เมื่อย้ายไปยังโรงเรียนอื่น ก็จะถ่ายทอดให้กับครูที
