Inspiration
“เขยจันท์” ธุรกิจนี้เพื่อลูก ชาคริตลุยขายทุเรียนหมอนทองพรีเมี่ยม – อาหารทะเล ความเครียดจากการทำงานนอกบ้าน ทำให้สาวๆ หลายคนใฝ่ฝันถึงการได้อยู่บ้านทำหน้าที่ดูแลลูก ดูแลสามี แต่วิถีนั้นอาจไม่ใช่ทางของ แอน-ภัททิรา รุ่งโรจน์ ภรรยา ชาคริต แย้มนาม เพราะระหว่างสามีให้อยู่บ้านเลี้ยงลูก เธอก็ให้กำเนิดธุรกิจอาหารทะเล “เขยจันท์” ที่นับวันกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ “ช่วงที่ท้องน้องโพธิ์ (ลูกชาย) เราอยู่บ้านกัน 2 คน พ่อแม่เป็นห่วงเลยเอาของกินที่แอนชอบจากจังหวัดจันทบุรีมาให้ อย่างปลาหมึกแดดเดียวจากร้านที่แอนชอบก็เอามาแช่ตู้เย็นใส่ช่องฟรีซไว้ ผ่านไปหลายเดือน เอาออกมาเข้าไมโครเวฟกินก็ยังสดอยู่ อร่อยมาก ทุกครั้งที่กินแอนกับพี่คริต ชอบถ่ายรูปลงไอจี ปรากฏว่าคนเรียกร้องว่าน่ากินมาก ทำไมไม่ทำขาย เขาอยากกิน” สาวเมืองจันท์บอกถึงจุดเริ่มต้น ก่อนจะเล่าต่อ “บวกกับช่วงนั้นแอนอึดอัด แอนเคยไปทำงาน ตอนท้องก็อยากทำงาน แต่พี่คริตบอกว่าอย่าเพิ่งทำให้ดูแลลูก แต่แอนไม่อยากให้เขาทำงานคนเดียว ไม่อยากให้เป็นคนเดียวที่หารายได้เข้าบ้าน ช่วงนั้นพี่คริตก็วิกฤตหลายอย่าง คุณแม่ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล เราใช้เงินรักษาคุ
“ตลาดจักจั่น” แหล่งทำเงินของเด็กหัวศิลป์ วาดรูปขายสัปดาห์ละ 3 วัน สร้างรายได้เลี้ยงตัวเองทั้งเดือน ถ้าผู้ใดไปเที่ยวหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับรองว่าแทบทุกคนจะต้องไปที่ตลาดกลางคืนที่มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า จักจั่น หัวหินวันนี้จึงไม่ได้มีแต่ทะเล แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ซึ่งมีทั้งอ่างเก็บน้ำ วัด แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน และอีกหลายแห่ง รวมทั้งตลาดจักจั่นด้วย หลังจากผมและเพื่อนร่วมเดินทางได้ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่หัวหินแล้ว ก็ได้ไปหาอาหารค่ำกินกันที่ตลาดจักจั่น เพียงเริ่มมืดเท่านั้น แต่ตลาดแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ก่อนนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปหัวหินมักจะเป็นฝรั่ง ทว่าในปัจจุบันมีชาวจีนไม่น้อย ที่ตลาดจักจั่นมีอาหารทุกชนิด ทั้งคาว-หวาน ตั้งแผงและตั้งร้านขายรวมแล้วเป็นร้อยๆ เจ้า นอกจากอาหารแล้วก็มีการออกร้านขายของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ รวมทั้งเสื้อผ้าเป็นจำนวนมากไม่แพ้ร้านอาหาร มุมหนึ่งของตลาดจักจั่นมีงานศิลปะขายด้วย โดยศิลปินหรือนักวาด วาดกันสดๆ เพื่อให้ผู้มาเที่ยวได้เห็นฝีมือกันชัดๆ ผมสนใจงานศิลปะ หลังจากกินอาหารจนอิ่มท้องแล้
5 กิจกรรมคลายเหงา สำหรับคน “วัยเก๋า” ที่ทำเป็นอาชีพเสริมได้ เคยสังเกตไหมว่าผู้สูงอายุในบ้านชอบพูดว่า “เบื่อจัง” “เหงามากเลย” “อยู่บ้านไม่มีอะไรให้ทำเลย” “อยู่ลำพังตามประสาคนแก่” ออกมาบ่อยๆ นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอก ถึงความผิดปกติของสภาวะร่างกายและจิตใจที่จะนำไปสู่ทั้งความรู้สึกโดดเดี่ยว ภาวะซึมเศร้า ความเครียด ฯลฯ เพราะในปัจจุบัน โลกกำลังขับเคลื่อนไปสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งกลุ่มคนในวัยนี้ ยังคงเป็นช่วงอายุที่ยังคงมีไฟ มีกิจกรรมหรือสิ่งที่อยากทำไม่แพ้วัยรุ่นและวัยทำงาน และการอยู่เฉยๆ หรือนอนพักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการชีวิตวัยเกษียณได้เหมือนเดิม เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวรุ่นใหญ่ให้มีความสุขมากกว่าที่เคย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขออาสา พาเหล่าวัยเก๋าไปเปิดโลก 5 กิจกรรมที่ทำแล้วช่วยผ่อนคลายความเหงา และทำให้แต่ละวันยังมีคุณค่า ไม่แพ้กับช่วงที่อยู่ในวัยทำงาน นอกจากจะสนุก ได้เพื่อน และได้ความรู้แล้ว บางกิจกรรมยังช่วยสร้างรายได้และประกอบเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย เริ่มต้นที่กิจกรรมแรก กับ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด เพร
สาวโรงงาน สอบเป็น ผู้พิพากษา ได้ตั้งแต่อายุ 27 อาชีพทรงเกียรติ ที่ได้มาเพราะความพยายาม “ผู้พิพากษา” ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ศาล ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการดำเนินคดีในชั้นศาล ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ผู้พิพากษามีอำนาจในการตัดสินคดีความ โดยจะพิจารณาจากหลักฐานที่ปรากฏในรูปคดีเท่านั้น และยังทำหน้าที่เป็นผู้รับคำฟ้องร้องจากอัยการหรือทนายฝ่ายโจทก์ในการฟ้องร้อง รวมถึงเป็นผู้กำหนดวงเงินในการประกันตัว สำหรับจำเลยหรือผู้ต้องหาด้วย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีตัวอย่างของผู้ที่เดินบนเส้นทางอาชีพทรงเกียรติที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาให้ลูกเพจได้อ่านเป็นความรู้กัน โดยเพจ ปรึกษาทนายความ ได้แชร์บทความเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นผู้พิพากษา ที่กว่าจะก้าวสู้อาชีพอันเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ต้องใช้ความเพียรพยายามและอุทิศตนเพียงใด โดยเรื่องราวนี้ เป็นเรื่องของผู้พิพากษาหญิงท่านหนึ่ง คือคุณลัดดาวรรณ หลวงอาจ ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เคยไปออกอากาศรายการเจาะใจ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 โดยเธอเล่าถึงเส้นทางชีวิตในการเป็นผู้พิพากษาไว้ว่า เธอเป็นเกิดและ
ไม่ใช่แค่สร้างความสุขจากงานบันเทิงที่คร่ำหวอดในวงการมากว่า 25 ปี และงานจิตอาสาที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลือสังคมภายใต้กลุ่ม “ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” เท่านั้น เพราะอีกบทบาทหนึ่ง ใหญ่-ฝันดี จรรยาธนากร ยังเป็นผู้เสิร์ฟความสุขผ่านความอร่อยจากร้านแบงค็อก โรตีแอนด์ชาชัก (Bangkok Roti & Chachuk) ซึ่งเขาควักกระเป๋าลงทุนเป็นเงินร่วม 7 หลัก “ด้วยความที่ผมชอบดื่มชาและกินโรตีอยู่แล้ว และในประเทศไทยหลายๆ ที่ก็มีโรตีอยู่ ฉะนั้น มองว่าส่วนหนึ่งคนชอบกินโรตีอยู่แล้ว และถ้าหากมีสถานที่ใกล้ๆ เขาจะซื้อไหม ชอบไหม เลยรู้สึกว่าอยากจะทำธุรกิจประมาณนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนถามเยอะว่าทำไมไม่ทำธุรกิจอื่นๆ ผมมองว่าถ้าไม่ใช่ตัวตนเรา ไม่ใช่เราก็อย่าฝ่าฝืน” อดีตนักร้องวัย 42 เล่าถึงร้านที่ตั้งอยู่ในนวมินทร์ซิตี้อเวนิว ย่านเกษตร-นวมินทร์ แต่เดิมตรงนี้เป็นร้านโรตีที่ญาติไปซื้อแฟรนไชส์มาแล้วใหญ่ได้มาเซ้งต่อ โดยก่อนหน้านั้นเขาได้ไปนั่งเก็บข้อมูลว่าจะทำอย่างไรให้ร้านไปได้ดี ขณะเดียวกัน ก็พยายามเรียนรู้วิธีการทำโรตี ตั้งแต่ผสมแป้ง นวดแป้ง การควบคุมอุณหภูมิเตา การทอดออกมาให้เหลืองสวย ฯลฯ ซึ่งก็ไม่ยากเกินความส
“ลุงป่วน” มือหนึ่งเครื่องเงินโบราณภาคอีสาน อวดฝีมือวาดลวดลายบนเข็มขัดกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผลิตเครื่องเงินขายดี สวนกระเเสเศรษฐกิจ ผู้เขียนไปเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ นอกจากได้ไปตักบาตรบนหลังช้าง ยังได้ไปดูและชมการทำเครื่องเงินโบราณ ซึ่งสถานที่ผลิตเครื่องเงินโบราณ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 68 บ้านโชค ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เจ้าของมีชื่อว่า “ป่วน” แต่ทุกคนจะเรียกแกว่า ลุงป่วน เหตุที่เครื่องเงินของลุงป่วนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มาจากการที่ลุงป่วนได้ทำเข็มขัดเงินทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปกติเข็มขัดเงินเส้นหนึ่งจะมีเพียงลายเดียว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลายที่มีชื่อว่า ดอกรังหอก แต่ที่ลุงป่วนทำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายมีลายถึง 13 ลาย นับเป็นเข็มขัดที่นอกจากสวยงามแล้วยังมีเพียงเส้นเดียวในโลกด้วย หลังจากลุงป่วนได้ทูลเกล้าฯ ถวายเข็มขัด สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเข็มขัดคืน เพื่อไว้ให้คนที่มาชมเครื่องเงินจากฝีมือของลุงป่วนได้เห็นด้วยตาตัวเองช
กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในย่านเขาใหญ่ ที่ใครไปใครมาเป็นต้องแวะ สำหรับ “ตาฮัก ตาแพง” คอมมูนิตี้มอลล์ริมถนนธนะรัชต์ กิโลเมตรที่ 16 อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสี มา เพราะนอกจากมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของแฮนด์เมด ให้เลือกชิม เลือกช็อป ยังมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเช็กอินเพียบ โดยเฉพาะทุ่งดอกไม้ที่ปลูกสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละฤดู ซึ่งเจ้าของไอเดียเก๋ๆ นี้ไม่ใช่ใคร แต่เป็น ดีเจดาด้า-วรินดา ดำรงผล กับเพื่อนๆ หุ้นส่วนอีก 5 คนที่ช่วยกันริเริ่มโครงการนี้ “ตาฮัก ตาแพง” เป็นโครงการที่ดาด้าทำกับเพื่อนที่เรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจด้วยกัน รวมเป็น 6 หุ้น โดยเพื่อนคนหนึ่งเขามีที่อยู่ตรงนี้ 22 ไร่ ซึ่งเราอยากจะทำร้านอาหารปิ้งย่าง เพราะตรงเขาใหญ่ถ้าร้านอาหารปิ้งย่างจะมีแต่หมูกระทะ 199 บาท ไม่มีเนื้อที่พรีเมี่ยมขึ้นมาหน่อย แล้วก็ราคาปานกลางแบบไปครั้งหนึ่งจ่าย 400-500 บาท ตรงนี้ไม่มี เรามองว่าพื้นที่มันเยอะมาก 22 ไร่ ถ้าทำปิ้งย่างอย่างเดียวพื้นที่มันเหลือ เลยทำเป็นแลนด์มาร์กเลยดีกว่า” ดีเจสาวอารมณ์ดี เล่าถึงธุรกิจใหม่ที่ชื่อจำง่ายๆ เป็นภาษาอีสาน ความหมายแปลว่า น่ารักน่าชัง ก่อนจะว่า “โครงก
“ต๋อง ชวนชื่น” ดาราตลกรักครอบครัว สร้างธุรกิจโฮมสเตย์ “ต๋อง ชวนชื่น โฮมสเตย์” บนพื้นที่ 2 ไร่ ปลูกไม้ผลหลากหลาย อาทิ มะยงชิด ส้มโอ กระท้อน ขนุน มะนาว ฯลฯ พร้อมกับเลี้ยงปลาดุก ทำฟาร์มไก่ไข่ ขายไข่ให้โหน่ง ชะชะช่า โฮมสเตย์นี้ไม่หรู เน้นขายบรรยากาศ ลูกค้ามาพักได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เสิร์ฟอาหารอร่อยพร้อมๆ กับไว้ให้เช่าถ่ายละครด้วย สังคมเมืองที่ผู้คนต้องดิ้นรนและเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ทำให้การใช้ชีวิตเรียบง่าย เนิบๆ ช้าๆ ท่ามกลางธรรมชาติกลายเป็นกระแสนิยมในช่วงหลัง ธุรกิจโฮมสเตย์มากมายจึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ที่ว่า เช่นเดียวกับ “ต๋อง ชวนชื่น โฮมสเตย์” ธุรกิจของตลกดังซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่โหยหาธรรมชาติ “เราถ่ายละครอยู่ในวงการบันเทิงมานาน อยากจะหาทำเลทำโลเกชั่นเล็กๆ ไว้ให้เช่าถ่ายละคร ตอนแรกหาอยู่แถวลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี แต่ด้วยราคาที่ดินค่อนข้างสูงเลยขยับไปเรื่อยๆ แล้วเปลี่ยนความคิดว่าทำเป็นบ้านสวนดีกว่า ก็ไล่ดูในเว็บไซต์จนเจอที่ปัจจุบันเป็นบ้านสวนเงียบสงบ พื้นที่ 2 ไร่ มีผลไม้ มะยงชิด ส้มโอ กระท้อน ขนุน ฯลฯ” ต๋อง ชวนชื่น หรือ วิชัย พร
หลายปีก่อน อาหารของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ ต้มยำกุ้ง คนต่างชาติที่มาเมืองไทยจะต้องพากันลิ้มรส ต้มยำกุ้ง ให้ได้ ทั้งๆ ที่เมืองนอกก็มีขาย นอกจากนี้ ที่คนต่างชาตินิยมกินอาหารไทยก็มีผัดไทย ผัดกะเพราไก่ไข่ดาว ทว่าในปัจจุบันอาหารที่ขึ้นนำแซงโค้งอาหารชนิดอื่นก็คือ แกงมัสมั่น แกงมัสมั่นมีดีหลายอย่าง นอกจากถูกลิ้นคนที่ไม่ชอบเผ็ดแล้ว ยังกินกับข้าวสวยหรือขนมปังก็ได้ การกินแกงมัสมั่นให้อร่อยมีเคล็ดลับอยู่ว่า ต้องกินกับข้าวสวยร้อนๆ มัสมั่นก็ต้องร้อน น้ำแกงจะได้ไม่จับเป็นก้อน มัสมั่นโดยทั่วไปจะมีทั้งมัสมั่นไก่ เนื้อวัว และหมู นิยมหั่นเนื้อทุกชนิดเป็นชิ้นใหญ่ๆ ที่มาของแกงมัสมั่นจริงๆ มาจากฝรั่งเศสและมาเลเซีย แต่คนไทยมาคิดดัดแปลงจนกระทั่งกลายเป็นมัสมั่นแบบไทยๆ ที่ทั่วโลกกินแล้วติดใจ ไม่น่าเชื่อว่า สำหรับเมืองไทย แกงมัสมั่นไปดังที่จังหวัดน่าน ปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่า ถ้าใครไปเที่ยวเมืองน่าน ก็จะถือโอกาสไปกินแกงมัสมั่นที่ ร้านปุ้ม 3 ตั้งอยู่กลางเมือง เยื้องธนาคารกรุงศรีอยุธยา เมื่อหลายปีก่อน ถ้าใครจะซื้อแกงมัสมั่นจากร้านนี้กลับบ้าน ทางร้านก็จะบรรจุใส่หีบห่อแบบร้านอาหารทั่วไป ทว่าปัจจุบัน ผู้ซ
บูม กิตตน์ก้อง พระเอกหนุ่มหน้าคม ยิ้มละมุน ดาวรุ่งช่อง 7 กวาดรางวัลคนดีมาหลายเวที เปิดร้านเบเกอรี่ราคาประหยัด 24 บาททุกชิ้น เสิร์ฟความอร่อย 30 ไส้ เมนูขายดี คัสตาร์ดชาไทย เนยสดลาวา มะพร้าวอ่อน ลูกเกดฝอยทอง ไส้เครมบรูเล่ ประเดิมเปิดร้านแรกกลางตลาดมีนบุรี เมื่อ 26 มกราคม 2561 ผ่านมา 1 ปี ตอนนี้ “Boom’s bakes (บูมส์เบกส์)” ร้านเบเกอรี่ของ บูม-กิตตน์ก้อง ขำกฤษ พระเอกช่อง 7 ได้ขยายไปแล้วถึง 5 สาขา แถมไม่ใช่แค่ในเมืองไทย แต่ยังบุกตลาดไกลไปถึงประเทศจีน “น่าจะเพราะผลบุญที่ผมกับหุ้นส่วนตั้งใจทำกัน” พระเอกวัย 29 ปีบอกยิ้มๆ ก่อนขยายความ “ที่ทำธุรกิจแบบนี้ ผมได้เห็นคนมีรอยยิ้มทุกวัน เห็นคนกลับมาซื้อเพราะอร่อย ราคาถูก แต่เขาไม่รู้หรอกว่านั่นคือสิ่งที่พวกผมตั้งใจ เพราะผมอยากเป็นผู้ให้” สำหรับจุดเริ่มต้นของบูมส์เบกส์นั้น มาจากเจ้าของร้านเบเกอรี่ “Sasaki (ซาซากิ)” ในตลาดมีนบุรี ซึ่งเป็นคุณอาที่คุ้นเคยกับบูมมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นว่าลูกชายกำลังจะเรียนจบจึงอยากให้มีธุรกิจเกี่ยวกับขนมปังขยายออกมาจากร้านเดิม และอยากได้ดารานักแสดงมาเป็นหุ้นส่วน “คุณอาเรียกบูมเข้าไปคุย ทีแรกก็งงๆ ว่าเราจะมาทำขนมปังเหรอ แต่ว่าต
