SMEs
โจนส์สลัด เจ้าพ่อคอนเทนต์สุขภาพสุดปัง ทำการตลาดอย่างไรถึงดัง ขยาย 20 สาขา ใน 10 ปี “ลุงโจนส์” การ์ตูนคาแร็กเตอร์บุคลิกโดดเด่น ผม หนวดสีน้ำตาล ใส่ชุดเอี๊ยม คอยมาให้ความรู้เรื่องสุขภาพอย่างสนุกสนาน เข้าใจง่ายผ่านโซเชียลมีเดีย เมื่อบวกกับความอร่อยของเมนูผักสลัดนานาชนิดที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง กลายเป็นกระบวนการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงมากๆ ของร้านอาหารเมนูสลัดผัก “Jones’SALAD” คุณกล้อง-อาริยะ คำภิโล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โจนส์สลัด จำกัด บุกเบิกธุรกิจ Jones’SALAD มา 10 ปี จากแรงบันดาลใจที่ส่วนตัวหันมาใส่ใจสุขภาพ จนต่อยอดทำเป็นธุรกิจร้านอาหารเมนูผักพรีเมียม มุ่งตอบความต้องการของคนรุ่นใหม่ และต่อยอดเติบโตได้ในอนาคต โดยเลือกเมนู สลัดผัก เป็นพระเอกประจำร้าน เนื่องจากได้สูตร “น้ำสลัด” มาจากน้าเขยภรรยา ซึ่งเป็นชาวออสเตรเลีย ชื่อ “ลุงโจนส์” ซึ่ง “น้ำสลัดของลุงโจนส์” มีจุดเด่นเป็นโฮมเมด รสชาติหอมละมุน กินได้ทุกวัน ไม่เลี่ยน คุณกล้อง เล่าถึงจุดสตาร์ตธุรกิจว่า “ผมเลือกทำเล เปิดร้าน Jones’SALAD สาขาแรกที่จามจุรีสแควร์ โดยเป็นแผงขายเล็กๆ ตอนนั้น เรามีงบประชาสัมพันธ์น้อยมาก ก็เลยใช้วิธีทำตลาดแบบง่
เฟอร์นิเจอร์ ฝีมือไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก ถึงเวลา เจน 2 สร้างแบรนด์ตัวเอง คุณแก้ม-ชัญญา จรุงชัยยานนท์ หุ้นส่วนสำคัญ กิจการผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ แบรนด์ LASUNYA (ลาซันย่า) เปิดโรงงานผลิตย่านสมุทรปราการ ใช้เป็นสถานพูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟังว่า โซฟา เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่เห็นอยู่ในโชว์รูมนี้ ทำจากช่างฝีมือชาวไทย ที่ทำส่งให้คู่ค้าที่ประเทศ สวีเดน เดนมาร์ก เยอรมนี และ ญี่ปุ่น เป็น OEM มานานกว่า 40 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของเธอ ต่อมาเริ่มเปิดตลาดในประเทศ ทำส่งร้านอาหาร โรงแรม สปา ชั้นนำ เธอกับคุณก้อง พี่ชาย ซึ่งเป็นผู้บริหารรุ่นที่ 2 จึงอยากจะมีแบรนด์ เป็นของตัวเอง เลยสร้างแบรนด์ขึ้นมาเป็น LASUNYA (ลาซันย่า) มาถึงทุกวันนี้ จากเป็นแต่ผู้ผลิต ปัจจุบันหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง ยากง่ายแค่ไหน ประเด็นนี้ คุณแก้ม บอกว่า มีความท้าทาย อยู่ไม่น้อย เพราะต้องหาว่า “จุดแข็ง” ของเราเป็นอะไร ในการสื่อสารและตอบโจทย์กับลูกค้า ที่มีความสนใจในแบรนด์ของเรา ซึ่งก็ค้นพบว่า แบรนด์ของเรามีจุดแข็ง คือ 3 C C แรก คือ CARE เป็นความใส่ใจในไลฟ์สไตล์ของผู้คน เพราะฉะนั้น โซฟ
จริงไหม? มือร้อน ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น หรือความจริงแล้ว แค่ไม่เข้าใจภาษาของผัก เห็นหลายๆ คนปลูกพืชผัก ปลูกดอกไม้ จนต้นโตเติบใหญ่ ออกดอกออกผลสวยงาม จนน่าอิจฉา เพราะกับบางคนปลูกอะไรก็แทบไม่รอด จนโทษว่าตัวเองเป็นคนมือร้อน ปลูกอะไรไม่ขึ้น แล้วความจริงนั้น ที่ปลูกอะไรไม่ขึ้น ใช่อย่างที่โทษตัวเองหรือเปล่า มาหาคำตอบกัน คุณโพธิ์-ดร.พสุธ รัตนบรรณางกูร เจ้าของ From Farm to Fork-Bangkok สวนผักในเมือง เผยว่า “การที่บอกว่าตัวเองเป็นคนมือร้อน ปลูกอะไรไม่ขึ้น ผมขอเถียงหัวเด็ดตีนขาด เพราะเชื่อว่าคนมือร้อนไม่มีอยู่จริง การปลูกผักก็เหมือนกับการเลี้ยงเด็ก เลี้ยงสัตว์ ที่เราต้องคอยสังเกตพฤติกรรม ดูลักษณะอาการว่าเขาเป็นอะไร เพียงแต่ผักนั้นไม่มีปากมีเสียง ภาษาที่ฟ้องออกมาจึงออกมาในลักษณะใบเหลือง ใบไหม้ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเข้าใจภาษาของผักให้ได้เสียก่อน สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นปลูกผัก ผมมีคำแนะนำ 2 ข้อ ที่สามารถทำได้เลย ข้อ 1. การเรียนรู้ ผมเน้นย้ำเสมอมาว่าอยากให้คนหาความรู้โดยการเรียน เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ยังไม่ค่อยมีใครเปิดคอร์สสอน ผมเลยลองผิดลองถูกเองเป็นส่วนใหญ่ บอกเลยว่า การเสียเงินไปกับการลองผิดลองถู
รวมสูตรเด็ด เสริมองค์ความรู้ ต่อยอดทักษะ Upskill Thailand 2023 “ถึงรส ถึงชาติ” 26-28 พ.ค. นี้ “เครือมติชน” โดย 3 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ “เส้นทางเศรษฐี” ผู้นำสื่อที่สนับสนุนการสร้างอาชีพเอสเอ็มอี “ศิลปวัฒนธรรม” ผู้นำสื่อด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม และ “มติชนอคาเดมี” ผู้นำด้านการฝึกอบรมสร้างอาชีพ ผนึกกำลังจัดงานครั้งสำคัญ Upskill Thailand 2023 “ถึงรส ถึงชาติ” ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2566 ที่มติชนอคาเดมี เสริมความรู้ ต่อยอดทักษะ พัฒนาความแกร่งด้าน “อาหาร” ให้ทุกคนพร้อมก้าวเข้าสู่ความท้าทายใหม่ของประเทศไทยหลังผ่านพ้นวิกฤต และหลังจากผ่านการเลือกตั้งครั้งสำคัญ ที่จะเป็นหมุดหมายใหม่ในการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าทุกด้าน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมในงาน UPSKILL THAILAND 2023 “ถึงรส ถึงชาติ“ ที่นี่ >>> https://www.matichonevent.com/upskill2023/ Upskill Thailand 2023 “ถึงรส ถึงชาติ” นำองค์ความรู้ของเส้นทางเศรษฐี ศิลปวัฒนธรรม และมติชนอคาเดมี มาร่วมกันพัฒนาทักษะด้าน “อาหาร” ซึ่งเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ ที่สำคัญของไทยอย่างรอบด้าน เชื่อมโยงถึงกันด้วยกิจกรรม 3 มิติ ได้แก่ Ta
โตมากับครัว ก่อนเป็น กุ๊กขี้เมา เจ้าของร้านอาหารดัง ที่ชอบทำยูทูบแจกสูตรสร้างอาชีพ หากใครเป็นสายกิน ต้องคุ้นชินและรู้จัก “ร้านกุ๊กขี้เมา“ ที่มี คุณเป้-ธีรนัย จินดานุภาจิตต์ วัย 30 ปี เป็นเจ้าของและผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อย นอกจากราคาอาหารที่ไม่แพงแถมให้เยอะแบบพูนจานแล้ว คุณเป้ หรือที่ใครๆ เรียกว่ากุ๊กขี้เมา ยังเปิดช่องยูทูบแจกสูตรอาหารสร้างอาชีพให้กับผู้ที่สนใจแบบไม่หวงเคล็ดลับอีกด้วย รู้จักกุ๊กขี้เมาให้มากขึ้น คุณเป้เกิดและเติบโตในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยคลุกคลีอยู่ในครัวกับอาม่ามาตั้งแต่เด็ก คอยเป็นลูกมือช่วยหยิบจับวัตถุดิบต่างๆ จนทำให้ซึมซับและชอบทำอาหารมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่เมื่อต้องเข้ากรุงเทพฯ ไปเรียนต่อชั้น ม.1 ถึง ม.6 ด้วยอาศัยอยู่ในบ้านทาวน์เฮ้าส์ ไม่ค่อยสะดวกต่อการทำอาหาร อีกทั้งพ่อก็ไม่อยากให้เข้าครัว เพราะกลัวบ้านไฟไหม้ คุณเป้จึงต้องเบรกความชอบของตัวเองเอาไว้นานถึง 6 ปี จนเมื่อเข้าเรียนปี 1 คุณเป้ได้กลับมาทำอาหารอีกครั้ง จากการเรียนด้านการจัดการครัวในวิทยาลัยดุสิตธานี หลังเรียนจบก็ได้คลุกคลีอยู่ในสายงานด้านโรงแรม 6 เดือน ก่อนจะเริ่มต้นทำธุรกิจ เปิดร้านข
“ขอร้องเถอะรัฐบาลมาชวนฉันไปหน่อย ฉันอยากจะทำอาหารไทยให้หลายๆ คนได้กินอาหารไทยพื้นบ้านของฉัน” “อยากให้เขารู้ถึงรสชาติไทยๆ เป็นแบบนี้ วัตถุดิบมันเป็นแบบนี้” “ช่วยฝากบอกหน่อยนะ (ยิ้ม)” เชฟตุ๊กตาทำท่ายกมือขึ้นพูดเหมือนกระซิบ เรามีโอกาสได้คุย เชฟตุ๊กตา-สุพัตรา สารสิทธิ์ ผู้ซึ่งนิยามตัวเองว่าเป็นแม่ครัวตัวดี แทนการเรียกตัวเองว่าเชฟ ทั้งยังเป็นเจ้าของร้านครัวบ้านยี่สาร แจกสูตรอาหารเคล็ดลับเข้าครัวต่างๆ ผ่านช่องยูทูบ กับข้าวกับตา ให้กับผู้คนได้นำไปต่อยอดสร้างอาชีพ ซึ่งหลายปีมานี้รัฐบาลไทยมักจะเน้นให้ความสำคัญกับคำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ บางอย่างเราก็เห็นประสบความสำเร็จ หลายอย่างเราก็เห็นแค่คำพูด แต่ที่สำคัญ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ถูกหลงลืมไป เชฟตุ๊กตาเลยอยากจะส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศไทย ในเรื่องการสนับสนุนอาหารไทยพื้นบ้านสู่รสปากชาวโลก เชฟตุ๊กตา เล่าว่า รสชาติของคนไทยนั้นชอบ 3 รส มีเปรี้ยว มีเค็ม มีหวาน หรือจะว่าง่ายๆ คือ รสชาติของความกลมกล่อม “รสชาติของคนไทยส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ 3 รส มีเปรี้ยว มีเค็ม มีหวาน แล้วมีเผ็ดตามเป็นรสที่ตามมาอีกรสหนึ่ง ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีรสชาติที่ไม่เหม
น้ำแข็งไส กำไรดีงาม ทำเป็นอาชีพ เลี้ยงได้ทั้งครอบครัว เตรียมขยายสาขา ขาดทุนเป็นปี ไม่ท้อ มั่นใจของอร่อย ทุกวันนี้ เสาร์-อาทิตย์ เก้าอี้ไม่มีว่าง คือ ซีรีส์แรก ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำเสนอเรื่องราว ของ ย้อยหย่อย ร้านน้ำแข็งไสสุดชิก เจ้าดังที่จังหวัดนครปฐม ไปเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ความน่าสนใจของกิจการนี้ ยังไม่หมดแค่นั้น บทสนทนามีสาระยังมีอีกเพียบ อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง: ขาดทุนเป็นปี ไม่ท้อ มั่นใจของอร่อย ทุกวันนี้ เสาร์-อาทิตย์ เก้าอี้ไม่มีว่าง “ถ้าจะเริ่มธุรกิจ เราต้องทำให้แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร และสามารถเป็นคอนเทนต์ได้ เพราะว่าถ้าเราทำเหมือนใคร มันก็จะเป็นเหมือนกับที่อื่น” คุณออม-โชติกา ถิระกิตติกุล เจ้าของกิจการ “ย้อยหย่อย” บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น และว่า ก่อนที่เธอจะเปิดร้าน ย้อยหย่อย ได้รีวิวไอเดีย จากหลายแหล่งมาเยอะมาก ทั้งผ่านยูทูบ ทั้งผ่านการรีวิว ทั้ง Pinterest ทั้งอินสตาแกรม ไม่ใช่ดูแต่ของในประเทศ และต้องพยายามคิดว่า ทำยังไงให้ไม่เหมือนใคร ทั้งหน้าตา และรสชาติ แล้วมันจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง บางทีไม่ต้องทำโฆษณาเยอะด้วย เพราะขนมเขาขายตัวของเขาเองได้ เพราะถ้าไปทำเหมือนใคร จะ
เชฟขวัญ เน้นแจกสูตร แบบไม่มีกั๊ก คอนเทนต์โดนใจ พ่อค้าแม่ขาย ในแวดวงคนรักการทำอาหาร ที่มักหาความรู้สูตรการทำจากช่องทางสื่อโซเชียลต่างๆ หลายคนอาจคุ้นเคยกันดีสำหรับผู้ชายที่หลายคนเรียกเขาว่า เชฟขวัญ ซึ่งปัจจุบันเขาเป็น Content Creator สอนทำอาหาร ผ่านหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง เฟซบุ๊ก ยูทูบ และ TikTok โดยแต่ละช่องทางนั้นมีผู้ติดตามไม่น้อย “ชื่อ ขวัญ-นุกร ชัยแสง พื้นเพเป็นคนจังหวัดระยอง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการผลิต ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ครับ” เจ้าของเรื่อง เริ่มต้นแนะนำตัวกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟังว่า หลังจบปริญญาตรี ได้เข้าทำงานตำแหน่งวิศวกรประจำแผนกวิศวกรรม ในโรงงานผลิตก๊อกน้ำเป็นบริษัทร่วมทุนไทยกับเยอรมนี ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิดเขาเอง ทำงานในโรงงานต่อเนื่องอยู่ 11 ปี เริ่มรู้สึกไม่สนุกกับงานประจำถึงขั้นอิ่มตัว จึงตัดสินใจยื่นใบลาออกแบบไม่ลังเล “เมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว เทรนด์การทำอาหาร ความนิยมชมชอบในอาชีพเชฟ ยังไม่กว้างขวางเหมือนทุกวันนี้ เพื่อนวิศวะทั้งคนไทยและต่างชาติ หลายคนสงสัยผมคิดอะไ
ชีวิตเปลี่ยนเพราะอุบัติเหตุ! อดีตพยาบาลทหารเรือ ผันตัวทำ ยาดมที่บำรุงหัวใจ ขายเป็นเจ้าแรกในไทย กำไรขวดละ 3 บาท แม้ไม่มาก แต่ชีวิตอยู่ได้ ชีวิตคนแทบทุกคนจะต้องพบเจอกับจุดพลิกผันในจุดจุดหนึ่ง เช่นเดียวกับ พันจ่าตรีจุลนัย เฮงสิน ที่ทำงานเป็นพยาบาลทหารเรือระดับต้น มาได้หลายปี ก่อนที่ชีวิตจะพลิกผันเพราะอุบัติเหตุ กลับไปทำงานไม่ได้เหมือนดั่งเคย จนต้องลาออก หยิบสูตรยาดมของพ่อที่เป็นหมอยาโบราณมาทำขาย! “ก่อนลาออกมาทำยาดมขาย ลุงเคยเป็นพยาบาลทหารเรือมาก่อน แต่เมื่อเกิดประสบอุบัติเหตุ ทำให้ร่างกายไม่เหมือนเดิม ไม่สามารถกลับไปทำงานได้เหมือนปกติ เป็นหนักขนาดที่ว่า เดินไม่ได้กว่า 2 ปี ก็ไปทำกายภาพ ก็ลาออกเอาเงินก้อนมา พอดีขึ้นก็ตัดสินใจไปบวช ฟื้นฟูร่างกาย ก่อนสึกออกมาอยู่กับภรรยา ก็คิดกันสองผัวเมีย ว่าเราจะทำอะไรเลี้ยงชีพกันดี เพราะเรามีกัน 2 คน ไม่มีลูก และเราทั้งคู่ชอบมาทำบุญที่วัดพะโคะกันเป็นประจำ มีครั้งหนึ่งทำยาดมไปแจกให้คนที่มาทำบุญในวัด ก็เอาสูตรมาจากคุณพ่อซึ่งเป็นหมอยาโบราณ” “เราทำกันไป 30 หลอด แต่คนที่มาทำบุญที่วัดเยอะกว่าจำนวนยาดมที่เราทำมาแจก เลยปรึกษากันว่าเอายังไงดี เพร
จาก ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง สู่ พันนาบุรี แลนด์มาร์กใหม่ สกลนคร ที่ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน หากใครได้มาเที่ยวยังจังหวัด สกลนคร แล้วล่ะก็ ต้องได้ยินชื่อของ พันนาบุรี ผ่านหูกันมาบ้างแหละ เพราะที่นี่ถือเป็น แลนด์มาร์กแห่งใหม่ ที่ครบครันทั้งที่เที่ยวและที่กิน รอให้ทุกคนได้เข้ามาเยี่ยมเยือน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณอภิญญา พันทะสา และ คุณเอกสิทธิ์ ใจกว้าง สองสามีภรรยา ผู้ก่อตั้ง พันนาบุรี ขึ้น โดยทั้งคู่ได้เล่าว่า พันนาบุรี เป็นสถานที่ที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างมาจาก ปราสาทขอมบ้านพันนา ที่ตั้งห่างจากจังหวัดสกลนคร ประมาณ 70 กิโลเมตร จึงทำให้มีกลิ่นอายสไตล์บาหลีหน่อยๆ “พันนาบุรี เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 2565 ค่ะ เป็นการต่อยอดมาจากธุรกิจเดิมของที่บ้านเรา ก็คือจากคุณแม่ (คุณจิตรา ใจกว้าง) ท่านทำธุรกิจรับเหมาและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง แล้วก็ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ มีกิจการเป็นกลุ่มธุรกิจในเครือมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านจิตเจริญหลังคาเหล็ก หจก.จิตเจริญคอนกรีต และ ร้านจิตเจริญค้าไม้ ซึ่งปัจจุบันมีสาขา 8 สาขาทั่วสกลนคร ต่อมาคุณสามี (คุณเอกสิทธิ์) ก็ได้เข้ามาสานต่อธุรกิจตรงนี้ โดยเมื่อป
