SMEs
บ้าน ไม่แพง สิ่งแวดล้อมดี มีจริง นักธุรกิจหนุ่ม สร้างขายจากแรงบันดาลใจ ภูริ – BHURI (ภูริ บายเดอะพราวด์ หนองแค) คือ หมู่บ้านจัดสรรติดถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ เจ้าของโครงการ วัย 27 ปี คุณธาม สมุทรานนท์ เริ่มมีความคิดที่จะสร้างบ้านให้คนอยู่อาศัยแบบราคาไม่แพง แต่มีคุณภาพ และอยู่ในสังคม-สิ่งแวดล้อมที่ดี ด้วยปมในใจในวัยเยาว์ของเขา สมัยเรียนอยู่สาธิตประสานมิตร ประมาณ ประถม 5-6 หรือ ราวๆ ปี 2547-2548 ในทุกๆ วันเขามักจะใช้เวลาหลังเลิกเรียน นั่งคุยกับแม่บ้าน นักการภารโรง รวมถึงคนที่โตกว่า เพราะเป็นคนที่มักจะไม่ชอบคุยกับคนในวัยเดียวกัน พอได้คุยกัน ทำให้รับรู้เรื่องราวว่า แม่บ้านคนหนึ่ง เคยเป็นพนักงานบริษัทไฟแนนซ์ มีเงินเดือนประจำ ไม่ขัดสน มีบ้าน มีรถ มีทรัพย์สิน เป็นของตัวเอง แต่ต้องกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทรัพย์สินทุกอย่างถูกยึด จนต้องมาเป็นพนักงานทำความสะอาด และไม่สามารถกลับเข้าสู่อาชีพเดิมได้อีกเลย ตอนนั้นเขาก็อยากช่วยแต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะยังเด็กเกินไป และนั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของ ด.ช.ธาม ที่มีความคิดโตเกินตัว ตั้งใจอย่างแน่วแน่ ถ้าโตขึ้นมีโอกาส เขาจะสร้าง
ไม่หลงลืมคนดี “ต่อไปใครไปเมืองคอน ต้องชมพิพิธภัณฑ์บ้านครูน้อม” ผมได้กลับบ้านเกิดที่เมืองคอน (นครศรีธรรมราช) เพื่อไปทำบุญเดือนสิบ นอกจากผมได้ไปทำบุญที่วัดแล้ว ผมยังได้ไปในงานเปิด พิพิธภัณฑ์บ้านครูน้อม ด้วย ครูน้อม อุปรมัย ถือเป็นคนสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะท่านเคยเป็น ส.ส. ของเมืองคอนมา 4 สมัย ครูน้อม ยังได้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรถึง 3 สมัย และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย ตำแหน่งเหล่านี้ของครูน้อม ยังไม่สำคัญเท่ากับที่ท่านทำประโยชน์ให้กับเมืองคอนมากเหลือเกิน เช่น ครูน้อม เป็นตัวตั้งตัวตี ผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดครูนครศรีธรรมราช (มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ในปัจจุบัน) ครูน้อม มีความรู้ด้านภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของเมืองคอนเป็นอย่างดี จึงได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของท้องถิ่นอย่างละเอียด จนทำให้ประวัติศาสตร์ของเมืองคอนชัดเจนขึ้น ครูน้อม จัดรายการวิทยุเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ฟัง อีกทั้งยังใช้เวลาว่างไปช่วยบรรยายวิชาภูมิศาสตร์ให้กับโรงเรียนต่างๆ ท่านยังเขียนประวัติของวัดอีกหลายวัด เช่น วัดท่าโพธิ์วรวิหาร วัดท้าวโคตร วัดเสมาเมือง วัดบูรณาราม
แจกสูตร เปาะเปี๊ยะสดขาหมู ดัดแปลงจากโบราณเล็กน้อย อร่อยไม่แพ้กัน นานมาแล้ว ผมไปกินเปาะเปี๊ยะสดที่เยาวราช เป็นรถเข็นมีตู้กระจก คนขายใส่หมวกจีน กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ข้างท้ายรถมีเตาถ่านตั้งหม้อนึ่งหรือเมื่อก่อนคนไทยเรียก “ลังถึง” ปัจจุบันยังหลงเหลือเรียกกันอยู่บ้างว่า “ซึ้ง” ทั้ง 2 คำมีที่มาจากภาษาจีน “ลัง” มาจากคำว่า “ลั้ง” แปลว่าภาชนะไม้ไผ่ ส่วน “ถึง” มาจาก “ถึ่ง” แปลว่าทำให้ร้อน ส่วน “ซึ้ง” ไม่ได้ไปทำซึ้งจ้องตาใคร แต่มาจากคำว่า “เล่งซึ้ง” แปลว่า หม้อนึ่ง นั่นแหละ ในลังถึงนั้น แยกชามเป็นส่วนๆ มี กุนเชียงหั่นเป็นเส้น ถั่วงอกนึ่ง เต้าหู้ขาวต้มพะโล้ ส่วนในตู้กระจกมีแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะบางๆ คลุมผ้าไว้กันแข็ง แตงกวาหั่นยาว ต้นหอม พริกชี้ฟ้าเขียว ไข่เจียวหั่นฝอย และ “หมูตั้ง” คนคิดชื่อนี้เป็นการให้ชื่อที่ง่ายและเห็นภาพชัดเจน เพราะหมูตั้ง คือ การเอาพวกเศษหัวหมู หูหมูพะโล้ มาสับรวมกันแล้วอัดใส่พิมพ์เป็นก้อนสี่เหลี่ยม พอเย็นตัวก็จะแข็งด้วยเจลาตินที่มีอยู่ในหัวหมู แล้วค่อยตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมตั้งได้ สมแล้วที่ชื่อหมูตั้ง จิ้มกับน้ำส้มเป็นกับข้าวต้ม หรือเป็นกับแกล้มก็ได้ ภาษาจีนเรียก ตือเถ่าจั่ง
ขายผลไม้กินง่าย ที่คนมองข้าม! กล้วย-มะละกอ ทำรายได้เดือนละหลายล้าน กล้วย มะละกอ ผลไม้กินง่าย ที่คนอื่นมองข้าม แต่ คุณวิ-ศศิชญา กิจศิลป์ อายุ 41 ปี เจ้าของร้านอริสา พลิกมุมเห็นต่าง นำผลไม้ 2 ชนิดนี้ที่มีราคาจับต้องง่ายมาขายคู่กัน เชื่อหรือไม่ว่า สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนประมาณ 4,000,000 บาท คุณวิ เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านขายมะละกออยู่ตลาดสี่มุมเมืองมาตั้งแต่ตลาดเปิด จากนั้นได้แต่งงานมีครอบครัว โดยฝั่งสามีเปิดร้านกล้วยอยู่ที่ตลาดเดียวกัน เมื่อเป็นคู่ชีวิตกันแล้วจึงได้รวมกิจการจำหน่ายทั้งกล้วยและมะละกอ “เราช่วยกันดูแลร้านทำให้เติบโตและขยายออกไปเรื่อยๆ จากตอนแรกมีร้านมะละกอและร้านกล้วยคนละแผง ปัจจุบันมีแผงค้ากล้วยและมะละกอรวมกันเกือบๆ 10 แผงแล้วค่ะ ขายแค่ 3 อย่าง แต่เป็น 3 อย่างที่เราชำนาญจริงๆ คือ มะละกอฮอลแลนด์ กล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่” คุณวิ เล่าเสริม มะละกอ กล้วย หมุนเวียนขายตลอดทั้งปี สำหรับมะละกอและกล้วยของร้านอริสามีวางจำหน่ายตลอดทั้งปี นำมาจากแหล่งปลูกที่ส่งผลผลิตให้กันเป็นประจำ ลูกค้ามั่นใจในเรื่องคุณภาพได้เลย “มะละกอฮอลแลนด์ เราแบ่งเป็น 2 ช่วงเดือน เดือน ต.ค.-พ.ค. น
ถอดสูตรสำเร็จ ยายทำให้หลานขาย ร้านขนมไทยสุดฮิต ทำอย่างไร ถึงครองใจลูกค้า “ยายทำให้หลานขาย” คือร้านขนมไทยแผงเล็กๆ แต่ขายดีมาก แถมเป็นที่รู้จักในซอยอารีย์ เสิร์ฟขนมไทยมากกว่า 20 ชนิดต่อวัน จากสูตรเด็ดของคุณยายผู้ขายขนมไทยมานานกว่า 50 ปี กระทั่งได้หลาน คุณนัท-พัชริดา มะลา วัย 28 ปี มาช่วยต่อยอด หากขายหมดแผงจะสร้างรายได้ วันละ 20,000-30,000 บาท โดยประมาณ อะไรคือสูตรสำเร็จ ของ “ยายทำให้หลานขาย” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ไขคำตอบให้แล้ว 1. เมนูหลากหลาย ราคาสบายกระเป๋า แม้จะเป็นร้านขนมแผงเล็กๆ แต่ ยายทำให้หลานขาย มีขนมไทยให้เลือกชิมมากกว่า 40 เมนู หมุนเวียนหน้าร้านวันละ 20 กว่าเมนู ไม่มีเบื่อ โดยขนมทั้งหมด ปรุงจากสูตรเด็ดของคุณยายผู้ทำขนมขายมากว่า 50 ปี ปรุงสดใหม่ทุกวันจากบางบัวทอง ก่อนนำมาเสิร์ฟหน้าร้าน โดยขนมที่ต้องมีติดหน้าร้านเป็นประจำทุกวัน คือ ขนมใส่ไส้ ข้าวต้มมัด ขนมกล้วย ขนมโค ขนมต้ม เปียกปูน เป็นต้น ขายราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้น 25-35 บาท 3 กล่อง 100 บาท ตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากทานหลายอย่าง 2. แบ่งวันขาย พบปะลูกค้าหลายๆ กลุ่ม ยายทำให้หลานขาย ไม่ได้เปิดแผงประจำอยู่แห่งเด
ต่อยอด ผักโขมจากฟาร์ม สู่ ขนมอบกรอบ-วอฟเฟิล 3 ปี ยอดขาย ทะลุแสนซอง! ผักโขมจากฟาร์ม – เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณนุช-ปัญญรัฎฐ์ ศิริวันสาณฑ์ วัย 43 ปี เจ้าของแบรนด์ Crispy GO Organic Farm และเจ้าของฟาร์มผักโขม Grand Organic ผู้ยึดอาชีพทำฟาร์มผักโขมมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ก่อนจะต่อยอดนำผลิตผลในฟาร์ม สู่ ขนมจากผักรูปแบบต่างๆ สร้างยอดขายกว่าหลักแสนซองในระยะเวลา 3 ปี! คุณนุช เล่าว่า แม้เรียนจบมาไม่ตรงสาย แต่ก็มีโอกาสได้ทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์อยู่สักพักหนึ่ง กระทั่งรู้สึกสายงานที่ทำอยู่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ จึงเปลี่ยนไปทำงานด้านการตลาด แต่ดันไม่ถูกจริตตัวเองอีก จึงไปสมัครงานและย้ายไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง จนได้พบรักกับสามี กระทั่งตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน จึงพากันลาออกกลับไปเริ่มต้นสร้างครอบครัวกันที่นครสวรรค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสามี “พอลาออกมาอยู่ที่นครสวรรค์ก็มานั่งคิดกันค่ะว่า เราจะทำอะไรกันดี สามีก็ออกไอเดียว่า ไหนๆ เราก็อยู่ต่างจังหวัดกันแล้ว มาทำฟาร์มผักกันไหม เพราะสมัยเมื่อสิบกว่าปีก่อน พวกผักอินทรีย์ อะไรพวกนี้ ชาวบ้านต่างจังหวัดเขายังไม่ได้ให้ความสนใจกันม
เฟอร์นิเจอร์ รักษ์โลก “ดัดต้นไม้” ทนรอนานเกือบ 10 ปี กว่าจะได้เก้าอี้สักตัว บนพื้นที่ 5 ไร่ทางตอนกลางของอังกฤษ แกวิน และ อลิซ มันโร สองสามีภรรยา กำลังช่วยกันทำให้คำว่า การทำธุรกิจแบบยั่งยืนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ก้าวไปอีกระดับ ด้วยการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ด้วยวิธีค่อยๆ “ดัดต้นไม้” จากต้น แล้วอดทนรอนานเป็นแรมปี กระทั่งต้นไม้นั้นมีรูปทรงตามต้องการ จึงตัดออกมาเพื่อวางจำหน่าย สองสามีภรรยาคู่นี้มี “ฟาร์มเฟอร์นิเจอร์” อยู่ที่เมืองเดอร์บี้เชียร์ ที่ต้นไม้จำนวนมากกำลังเติบโต รอวันเปลี่ยนไปเป็น เก้าอี้ 250 ตัว, โคมไฟ 100 ดวง และ โต๊ะ 50 ตัว โดยเป็นวิธีผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ แกวิน และ อลิซ ต่างเห็นว่า สามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “แทนที่เราจะปลูกต้นไม้ปล่อยให้โตไปสัก 50 ปี แล้วก็ตัดต้นไม้นำมาเลื่อย มาตัดให้มีขนาดเล็กลงเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ สู้เรามาปลูกต้นไม้แล้วค่อยๆ ดัดทำให้มีรูปทรงตามที่เราต้องการเลยดีกว่า” แกวิน เล่าว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจทำให้เกิดไอเดียนี้ เริ่มจากตอนเด็กๆ เขาเคยเห็นต้นบอนไซที่มีรูปทรงคล
เปลี่ยนใบไม้ กลายเป็นเงิน ขาย ใบก้ามปู กว่า 10 ตัน แม้เศรษฐกิจซบเซา คุณอรรถกร เอี่ยมเจริญ คือ อดีตหนุ่มออฟฟิศผันตัวมาจับธุรกิจเกษตรออนไลน์ เปิดเพจ มนทรีสวนป่า ขายต้นกล้า ดิน ปุ๋ย และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำเกษตร ซึ่งที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองและชุมชนในละแวก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้เป็นอย่างดี แต่ต้องยอมรับว่า ช่วงเวลานี้ ทุกหน้าฟีดทั้งจอมือถือและจอทีวี เต็มไปด้วยเรื่องน้ำท่วมหลายพื้นที่ ซึ่งมีส่วนโดยตรงทำให้ยอดขายสินค้าต่างๆ ในโลกออนไลน์ ลดลงไปอย่างมาก ซึ่งนั่นก็หมายความว่า รายได้จากเพจมนทรีสวนป่า ของชายหนุ่มเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย แบบไม่อาจหลีกเลี่ยง “เศรษฐกิจแบบนี้ ต้องมีรายได้มากกว่า 1 ทาง และด้วยความที่ กระแสเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ ยังไม่แผ่วลงมากนัก มีตัวละครหลักๆ ผลัดกันเล่นไม่ขาดสาย ตั้งเเต่ แค็กตัส กล้วยด่างอินโด ไม้ด่าง บอนสี หรือแม้กระทั่ง กระท่อม ต้นกัญชา ก็เป็นกระแสที่ทำให้เกิดความต้องการ วัสดุปลูก ไปใช้กับของต้นไม้เหล่านี้” คุณอรรถกร เกริ่นกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มาอย่างนั้น ก่อนอธิบายต่อว่า สำหรับ “วัสดุปลูก” มีคุณภาพ ที่อ
ธุรกิจยามนี้ เหงาๆ ซึมๆ ตามอากาศ ทำร้านแล้วขาดทุน ต้องแก้ไขยังไงดี “ทำร้านแล้วขาดทุน ทำไงดีคะ” ตอบยากจังเลยครับ เหตุผลหลักๆ ทั่วไปของการทำร้านหรือธุรกิจขาดทุน คือ มันขายไม่ดี รายจ่ายมากกว่ารายรับ จะทำให้ไม่ขาดทุน ก็ต้องทำให้ขายดีมากๆ ซึ่งเป็นเรื่องยากจริงๆ เกือบทุกธุรกิจเอสเอ็มอี ตอนนี้เหงาๆ ซึมๆ ตามโควิด ตามอากาศ ค่าเงินบาท สงครามโลกที่ดูเหมือนจวนเจียนๆ จะเกิดซะเต็มประดา รวมถึงการเมืองในประเทศด้วย ผมมีโอกาสไปให้คำปรึกษากับกิจการร้านอาหาร โรงแรมรีสอร์ตหลายแห่งทั้งช่วงก่อนโควิดและโควิดซา (ซาจริงหรือเปล่า) เกือบทุกแห่งประสบปัญหาเดียวกัน “รายจ่ายมากกว่ารายรับ” ทีนี้การจะทำให้รายรับมากกว่ารายจ่ายต้องแก้ไข 2 ทางคือ 1. เพิ่มรายได้ 2. ลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ หลักง่ายๆ ต้องเพิ่มกิจกรรมทางการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งต้องว่ากันยาว ส่วนการลดรายจ่ายง่ายกว่า ทุกธุรกิจมีองค์ประกอบตายตัว ไม่ว่าจะขายอาหาร ทำโรงแรม ค้าขาย รายจ่ายหลักของทุกที่จะคล้ายๆ กันครับ เวลาผมออกไปแนะนำเรื่องนี้ ผมจะใช้ แผนผังก้างปลา (Fish Bone Diagram) หรือมีชื่อภาษาญี่ปุ่นต้นกำเนิดในชื่อ แผนผังอิชิกาว่า ซึ่งต้องขอขอบคุณศาส
เสรีที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้! เปิด 5 สมการ (ไม่) ลับฉบับ “ไทยลีฟ” กับสูตรแปลงร่าง “กัญชง” ที่ต้องดีพร้อมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ งานวิจัย วิสัยทัศน์ เรื่องสำคัญก่อนพาไทยสู่ “ฮับกัญชง” ของซีกโลกตะวันออก หลังจากกระทรวงสาธารณสุข ประกาศปลดล็อกกัญชา-กัญชง พ้นจากยาเสพติดประเภท 5 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา ยกเว้นกรณีที่มีสาร THC สูงเกินร้อยละ 0.2 จะนับเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายทันที รวมถึงผู้ถือครองกัญชา-กัญชง ต้องมีการจดแจ้งตามกฎหมาย โดยวัตถุประสงค์ของการปลดล็อกเพื่อเน้นประโยชน์ทางการแพทย์ การวิจัยและเศรษฐกิจ ภายใต้มาตรการควบคุมการใช้ผ่านร่างพระราชบัญญัติ กัญชา กัญชง ที่ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็กลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนชาวไทยให้ความสนใจอย่างมากในทุกวันนี้ รวมถึงประเทศอาเซียนใกล้เคียง และประเทศโซนอื่นๆ ต่างก็พุ่งสายตามายังประเทศไทยที่นับเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เปิดเสรีกัญชา-กัญชง แต่! ใช่ว่ารัฐบาลปลดล็อกเสรีกัญชงแล้ว จะเป็นใครก็ได้ที่ปลูกธุรกิจกัญชงให้เติบโตได้ เพราะเรื่องจริงต้องอาศัยปุ๋ยชั้นดีอย่างคลังความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการมีพาร์ตเนอร์ที่แข็งแรงในเรื่องกัญชง
