SMEs
เปิดเมือง วันนี้ นักร้องคาเฟ่ ดีใจ ได้กลับมาทำอาชีพที่ถนัด หวังลืมตาอ้าปาก อีกครั้ง เมื่อกว่า 2 ปีก่อน ช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ทำให้กิจการน้อยใหญ่ ต้องปิดตัวลง โดยเฉพาะสถานบริการยามค่ำคืน ผับ บาร์ คาเฟ่ อาบอบนวด คาราโอเกะ ต้องถูกสั่งปิดแบบไม่มีกำหนด คุณแอ๊ว-ทัศนัย สีมันตะ นักร้องหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบเศษ ประจำร้านคาเฟ่อีสานลำเพลิน ย่านเตาปูน เคยมาเป็นแขกของ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สละเวลามาบอกเล่าผลกระทบที่ “คนกลางคืน” อย่างเขา และเพื่อนร่วมอาชีพอีกจำนวนมากได้รับ อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ชีวิตนักร้อง! “แอ๊ว” ครวญ ไร้ทุนค้าขาย ไม่มีอาชีพเสริม วอนรัฐบาลเมตตาด้วย ล่าสุดวันนี้ วันที่ 1 มิ.ย. รัฐบาลประกาศอนุญาตให้สถานบริการยามค่ำคืน กลับมาเปิดบริการได้ตามปกติ หลังถูกปิดไปนานกว่า 2 ปีเต็ม เราลองมาฟังเรื่องราวจากนักร้องคาเฟ่ ท่านนี้กันอีกสักครั้ง ว่าที่ผ่านมา เขาหาอยู่หากินอย่างไรบ้าง “2 ปีกว่า คาเฟ่ปิดหมด แย่เลย แต่ต้องอยู่ให้ได้ ต้องหาอะไรทำ ก็นำเงินเยียวยา 5 พัน ไปเปิดเพิงส้มตำ-ไก่ย่าง ขายแถวบ้านพักย่านบางบัวทอง เพราะเจ้าที่มีอยู่เดิม หลายเจ้าถอดใจ เพราะสู้ต้นทุนของแพงไม่ไหว” คุณแอ๊ว เริ่มต้นให้ฟ
ทุเรียน ขาย 24 ชั่วโมง คึกคัก ร้านเดียว ลงขั้นต่ำ วันละเกือบ 2 หมื่นกิโล เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจตลาดสี่มุมเมือง แหล่งขายส่งผัก-ผลไม้ ขนาดใหญ่ย่านรังสิต โดยดูบรรยากาศในโซน ทุเรียนท้ายรถ ขาย 24 ชั่วโมง ปรากฏเห็นความคึกคักถ้วนหน้า ทั้งคนซื้อ-คนขาย ซึ่งรูปแบบการขายส่วนใหญ่จะบรรจุลงเข่งไว้ ติดป้ายแจ้งว่าระดับความสุกอยู่ที่ไหน และจะขายยกเข่ง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราวกิโลกรัมละ 100-150 บาท อย่างไรก็ตาม แบบขายปลีกเป็นลูกก็มีอยู่บ้าง แต่จะให้ลูกค้า นำไปปอกเอง พูดคุยกับตัวแทนร้านเจ๊ฟีม ร้านใหญ่ในตลาดสี่มุมเมือง เล่าให้ฟัง ช่วงนี้ ทุเรียนของทางร้านรับมาจากจังหวัดจันทบุรี ลงวันละ 2-5 คันรถบรรทุก ซึ่งคันหนึ่ง บรรทุกทุเรียนมาประมาณ 9 ตัน หรือ 9,000 กิโลกรัม เมื่อมาถึงก็จะนำมาแยกเป็นกองๆ เช่น ห่าม สุก เกรด +++ และทุเรียนตกไซซ์ ก่อนจะนำลงเข่งรอลูกค้ามาเลือกซื้อไป “ทุเรียนตกไซซ์ คือ ทุเรียน ที่พูลีบ หรือพูดง่ายๆ คือ ทุเรียนพิการ ซึ่งราคาจะถูกลงมา แต่ก็มีลูกค้ามาซื้อไปแกะลงแพ็กขาย” ตัวแทนร้านทุเรียนเจ๊ฟีม ตลาดสี่มุมเมือง คุยให้ฟังอย่างนั้น นอกจากนี้ ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางตลาดสี่มุมเมือง
จากลูกจ้าง สู่เถ้าแก่แผงผักเงินแสน ผุดบริการโดนใจลูกค้า “กะหล่ำปลีเคลมได้” จากอาชีพเด็กโยนผักท้ายรถ สู่การนำเงินเก็บก้อนแรกในชีวิตหลักหมื่นบาท เปิดร้านขายผักของตัวเอง ถึงปัจจุบันค้าขายในตลาดสี่มุมเมืองมาแล้ว 15 ปี และยังมีบริการโดนใจลูกค้า “ผักกะหล่ำเคลมได้” จุดเริ่มต้นร้านผัก คุณอาทิตย์ แสนสงคราม อายุ 42 ปี เจ้าของแผงผัก เล่าให้ฟัง เริ่มต้นเป็นเด็กโยนผักท้ายรถ ขนกะหล่ำปลี จากจังหวัดเชียงราย ให้เถ้าแก่นำมาขายที่ตลาดสี่มุมเมือง อาศัยเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์พอสมควร จึงตัดสินใจนำเงินทุนก้อนแรกในชีวิต 30,000 บาท เก็บจากน้ำพักน้ำแรงมาเปิดร้านขายผัก แต่ช่วงแรกขายไม่ได้เลย “ผมยังไม่รู้จักจังหวะราคาผักขึ้นลงแต่ละวัน เช่น วันไหนผักลงมาเยอะ ราคาจะลง วันไหนผักน้อย ราคาจะขึ้น ลูกค้าประจำก็ไม่มี เพราะเป็นเจ้าใหม่ ต้องอาศัยความอดทนและความพยายามผ่านไปให้ได้” ก่อนเล่าต่อ เมื่อก่อนยังเป็นลานผัก ต้องยอมเปียกยืนกางร่มให้ผักไม่เน่าเสีย จนในที่สุดโอกาสก็มาถึง เมื่อตลาดสี่มุมเมืองทำตลาดผักยุคใหม่ จึงไปลงชื่อเพราะอยากมีร้านเป็นของตัวเอง แล้วก็โชคดีจับฉลากได้ร้านหัวมุมพ
วินหนุ่มสายอาร์ต รับจ้างถ่ายภาพเป็นจ๊อบเสริม โควิดลูกค้าหด แต่ยังไม่หมดแพชชั่น! ด้วยความที่คุณพ่ออยากให้หาเงินด้วยตัวเอง จึงทำให้ คุณนนท์-กิตติคุณ โสตะวงษ์ วัย 30 ปี ยึดอาชีพเป็นวินมอเตอร์ไซค์ มาตั้งแต่เรียนจบชั้น ม.6 มาจนถึงปัจจุบัน รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้นกว่า 12 ปี ที่เขาหาเงินจากการขับรถมอเตอร์ไซค์ ฟังเหมือนเป็นเรื่องราวของหนุ่มวินธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาตรงที่ คุณนนท์ รับจ้างถ่ายภาพ เป็นอาชีพเสริมด้วย! โดยเขาเล่าว่า ที่มาที่ไปของอาชีพเสริมนี้ มาจากความที่ตนเรียนจบจากนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณา ในระหว่างที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 ก็ค้นพบว่าตนเองนั้นชอบถ่ายภาพ จากการเรียนวิชาถ่ายภาพเบื้องต้นที่มีในหลักสูตร ฝึกปรือมาเรื่อยๆ รับถ่ายให้เพื่อนบ้างอะไรบ้าง จนกระทั่งเรียนจบและเก็บความชอบนี้ไว้ทำเป็นงานอดิเรก ธรรมดาทั่วไปของเด็กจบใหม่ ก็จะต้องหางานที่ตรงกับสายที่จบมาก่อนแล้วค่อยขยับขยายเป็นอย่างอื่น คุณนนท์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อเรียนจบ เขาก็ไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครรับ อาจเพราะศักยภาพที่เขามี ไม่ตรงกับความต้องการของบริษัท คุณนนท์จึงกลับมาหาน้ำพริกถ้วยเก่า อย่างการขับวินมอเตอร์ไซค์เลี้ยงช
จากอดีตรับจ้างก่อสร้าง ผันตัวเป็นพ่อค้าผู้คิดค้น การกินหมูปิ้งกับน้ำจิ้มซีฟู้ด! หมูปิ้ง ถือเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยม ทั้งจากผู้ประกอบการและผู้บริโภค เนื่องจากเป็นอาหารกินง่าย ราคาไม่แพง และลงทุนไม่มาก มีการเปิดเป็นร้านขายอยู่ทั่วประเทศไทย ทำให้ดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่ แต่วันนี้ความคิดของหลายคนจะเปลี่ยนไป เพราะ ป๋าชอบ หรือ คุณชอบ ดาสูงเนิน วัย 73 ปี ผู้นี้ ได้นำน้ำจิ้มครอบจักรวาลอย่าง น้ำจิ้มซีฟู้ด มาประยุกต์ทานกับหมูปิ้ง! คุณลุงชอบ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ตนนั้นยึดอาชีพขายหมูปิ้งมาได้กว่า 30 ปีแล้ว โดยเมื่อก่อน ทำงานเป็นคนรับจ้างก่อสร้าง แต่เมื่อแก่ตัวลง ก็เริ่มไม่มีคนมาจ้างไปทำงาน ทำให้รายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องและครอบครัวนั้นน้อยลง ประกอบกับเห็นว่า หมูปิ้ง เป็นอาหารที่ใครๆ ก็กิน ทำไม่น่ายาก และมีลู่ทางพอที่จะทำขายได้ จึงตัดสินใจเบนเข็มอาชีพมาเป็นพ่อค้าขายหมูปิ้งกับลุูกชาย หรือ คุณเบน-ปัญญา ดาสูงเนิน วัย 29 ปี แต่ถ้าเป็นหมูปิ้งธรรมดาๆ ก็เหมือนเจ้าอื่นๆ และไม่เป็นที่จดจำแก่ลูกค้า คุณลุงชอบจึงปิ๊งไอเดียนำ น้ำจิ้มซีฟู้ด มาจิ้มกินกับหมูปิ้งเสียเลย “สูตรน
ทำงานบริษัททัวร์เกือบ 20 ปี สะดุดโครมเบ้อเร่อเพราะโควิด หันขาย ก๋วยเตี๋ยว สู้วิกฤต ต่อยอดเปิดร้านขายผลไม้เพิ่มอีกทาง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณสิตา-บุญสิตา แสงทอง วัย 46 ปี เจ้าของร้าน สิตา ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สูตรโบราณ ที่ร้านเพิ่งเปิดดำเนินกิจการมาได้ 2 ปีก็ได้ขยายไลน์กิจการเปิดร้านขายผลไม้ต่อได้อีกร้านท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ระบาดแบบนี้ คุณสิตา เล่าว่า เดิมเธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายในบริษัททัวร์ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง โดยทำมาเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว ชีวิตการทำงานดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอผันตัวมาเป็นแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว “เราทำงานในวงการทัวร์ ก่อนหน้านี้มันก็รับรู้ข่าวแหละค่ะ ว่าที่จีนเขามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเดี๋ยวมันก็หาย ไม่ได้คิดว่ามันจะบานปลายขนาดนี้ พอปี 61 มันระบาดเข้ามาในไทย ก็เริ่มคิดๆ แล้วว่าจะเอาอย่างไร จนสุดท้ายสถานการณ์มันแย่ถึงขนาดที่ว่า งานทัวร์ไม่มีเข้ามา บางงานก็ยกเลิก มันก็ทำให้เราพอจะมองเห็นอนาคตแล้วว่า บริษัทอาจจะมีลดเงินเดือน หรือเลวร้ายที่สุด อาจจะมีการจ้างออก แล้วตอนช่
กะเพราเข้าตา ผัดมือระวิง วันละหลายร้อยห่อ ซอส ก็ออร์เดอร์ล้น ผลิตแทบไม่ทัน กำลังเป็นที่กล่าวถึงเป็นอย่างมาก ในหมู่คนรักอาหารจานเดียว ราคาสบายกระเป๋า สำหรับร้าน กะเพราเข้าตา ที่มีอยู่สาขาเดียวย่านตลาดลำลูกกา คลอง 6 ปทุมธานี ล่าสุด คุณออม-วโรชา ขวัญเพชร อายุ 32 ปี มือผัดตัวจริงเสียงจริง กรุณาสละเวลามาคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัย เป็นกันเอง แนะนำตัวให้รู้จัก พื้นเพเป็นคนจังหวัดพังงา ส่วนคุณก้อย แฟนสาว เป็นคนชัยภูมิ ก่อนหน้านี้เคยทำงานที่เดียวกัน โดยตัวเขาทำหน้าที่กุ๊ก ในครัวจัดเลี้ยงอาหารไทย ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ทำงานประจำได้ 6-7 ปี พบว่ารายรับไม่สมดุลกับรายจ่าย จึงตัดสินใจให้แฟนสาว ลาออกมาค้าขายก่อน ต่อมาไม่นานเขาก็ลาออกตามมาช่วยอีกแรง “ลาออกมาก่อนจะเกิดโควิด ความคิดตอนนั้น คือ เงินเดือนน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะเราใช้จ่ายไม่เป็น มีหนี้มีสิน เงินเดือน 2 หมื่นกว่าต่อคน ยังไม่สมดุลกับรายจ่าย เลยออกมาช่วยกันขายของ ตอนแรกขายขนมจีน ขายเสื้อผ้า และขาย ผัดกะเพรา” คุณออม เล่าอย่างนั้น ก่อนบอกต่อ ช่วงแรก คิดว่าตัวเองขายของไม่เป็น จึงตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ ก่อนหันมาทำร้านสูตรของตัวเอง ได้ 2 ปีแ
จากเภสัชกร สู่นายหญิงแห่งธุรกิจแดรี่ ปั้น “อีส ฟิลด์” นมพร้อมดื่มสัญชาติไทย ปัจจุบันตลาดนมพร้อมดื่มในไทย มีมูลค่าราว 60,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนมยูเอชที ซึ่งมีแบรนด์น้องใหม่ออกโปรดักต์มาให้เลือกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ “อีส ฟิลด์” นมยูเอชทีพร้อมดื่มจากนมโคแท้ 100% ส่งตรงวัตถุดิบคุณภาพจากเกษตรกรไทย อีส ฟิลด์ คือแบรนด์นักสู้ที่เกิดมาในช่วงโควิด และเป็นธุรกิจปราบเซียนของ คุณกมลรัตน์ แพเพชรทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด จำกัด หรือ แอน คชเชอร์ คุณแอนเคยทำงานเภสัชกร ก่อนผันตัวสู่วงการธุรกิจนำเข้าส่งออกพืชผลทางการเกษตรของครอบครัว จากนั้นหันมาเปิดบริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด จำกัด ในปี 2012 เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์นมผงและผลิตภัณฑ์แดรี่โปรดักต์ ทำให้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจแดรี่มานาน 10 ปี คชเชอร์ โกลบอล มีแบรนด์อินเฮ้าส์ตัวแรกเมื่อ 4 ปีก่อน คือนมอัดเม็ด “คิวไลฟ์” ธุรกิจที่เกิดจากความตั้งใจของคุณแอน อยากให้น้ำนมดิบไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก “แบรนด์อินเฮ้าส์ของบริษัทฯ ต้องผลิตจากน้ำนมดิบไทยเป็นอันดับแรก เ
ผู้ว่าฯกทม. คนใหม่ คงมองมาที่คนหาเช้ากินค่ำ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นบ้าง ไม่น่าจะเกินเที่ยงคืนของวันที่ 22 พ.ค. นี้ ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ก็จะมีการประกาศกันอย่างเป็นทางการ ทุกสายตา ทุกวงการ ต่างพากันจับจ้องแบบไม่กะพริบตากันเลยก็ว่าได้ ระหว่างนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีเสียงจากอีกหนึ่งคนทำมาค้าขาย ที่อยากส่งข้อความถึงท่านผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ในโอกาสนี้บ้าง คุณออม-วโรชา ขวัญเพชร พ่อค้าหนุ่มวัยสามสิบเศษ เจ้าของกิจการกะเพราเข้าตา บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า อยากให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ช่วยเหลือกลุ่มคนรากหญ้า คนหาเช้ากินค่ำ ให้มีรายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การปรับฐานค่าแรงขั้นต่ำใน กทม. ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ค่าอุปโภค บริโภค ในชีวิตประจำวันขึ้นทุกอย่าง ทั้งค่าโดยสารรถประจำทาง ขนส่งเอกชน หรือรัฐบาลก็ดี “อย่าง รถไฟฟ้า ถามว่าสะดวกไหมที่มีรถไฟฟ้า สะดวกแน่นอน แต่ค่าโดยสารก็ไม่ได้ถูก ไม่ใช่ใครๆ ก็ขึ้นได้ ทุกวันนี้ ค่าครองชีพ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ค่าแรงยังเท่าเดิม ทำให้คุณภาพชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้ลดลง ซึ่งมันส่งผลกระทบถึงพ่อค้าแม่ค้าด้วย เนื่องจากประชาชนมีรายจ่า
ทุเรียน นั่งกินในห้องแอร์ กิมมิกเข้าท่า ขายหน้าร้าน-ออนไลน์ วันเป็นร้อยโล ทุเรียน กับ ห้องแอร์ ไม่ใช่ของคู่กันอย่างสิ้นเชิง บางท่านอาจเคยมีประสบการณ์ เดินตลาดตอนพักกลางวัน เห็นผลไม้โปรดน่ารับประทาน จึงซื้อมาสัก 2 พู หวังกินให้หายอยาก ปรากฏที่ออฟฟิศไม่มีพื้นที่อำนวย แถมเพื่อนร่วมงานที่ไม่ใช่ “สายเรียน” เดินผ่าน ถึงกับเอามือปิดปากปิดจมูก เลยต้องหอบของอร่อย (ในแบบของเรา) ไปนั่งแทะอยู่ข้างตึก เหงื่อแตกซิกๆ ทุเรียนนั่งกิน คือ ร้านทุเรียน เปิดบู๊ธอยู่ในห้างติดแอร์ ที่ลูกค้าสามารถซื้อ 1 พู ชั่งน้ำหนัก แล้วนั่งทานที่ร้านได้ ไม่ต้องกลัวใครเดินผ่าน แล้วจะแสดงอาการไม่ชอบใจให้เสียอารมณ์ และหากรสชาติถูกปาก อยากซื้อกลับบ้าน ค่อยสั่งเพิ่มได้ตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคน ทุเรียนนั่งกิน เป็นกิจการน้องใหม่ของวงการผลไม้พรีเมี่ยม ที่เวลานี้มีคนพูดถึงกันไม่น้อย เป็นธุรกิจล่าสุดของคุณเต้-ทัตพงศ์ พงศทัต หรือ เต้ วงสวอน นักร้อง-นักแสดง รุ่นใหญ่ ที่หลายคนยังจำบทบาทของเขาได้ “ทุเรียนนั่งกิน สามารถนั่งทานที่ร้านได้ เผื่อมันจะดังแบบลูกชิ้นยืนกินไงครับ” คุณเต้ เคยบอกไว้อย่างนั้น วันก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสไปสั
