SMEs
ทนายขายน้ำพริก! ต่อยอดอาชีพจากแม่ ส่งขายออนไลน์ ยอดผลิตพุ่ง 200 กิโล/อาทิตย์ จากน้ำพริกบ้านๆ ที่แม่ทำขายเติบโตขึ้นทันตาเห็น เมื่อลูกสาวซึ่งเป็นทนาย เข้ามาช่วยต่อยอด เปิดตลาดใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าออนไลน์ จนปัจจุบันมีกำลังการผลิตราว 200 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ คุณมุ่ย-วาสนา ปิ่นนาค ทนายสาววัย 39 ปี เล่าให้ฟังว่า น้ำพริกบ้านทนาย ต่อยอดมาจากน้ำพริกของแม่ ทำขายในหมู่บ้านเป็นกิจการเล็กๆ ในจังหวัดชัยนาท เช่น น้ำพริกเผา น้ำพริกแมงดา ฯลฯ กระทั่งปี 2558 เข้ามาเสริมทีม เพราะอยากช่วยชาวบ้านให้มีรายได้หลังว่างจากการทำนา “เข้ามาช่วยหาตลาด เพิ่มกำลังการผลิต ให้คนในหมู่บ้านช่วยกันทำ รวมทั้งหาวัตถุดิบจากในหมู่บ้าน ช่วงเว้นว่างจากการทำนาจะมีนายทุน ขายพันธุ์ข่า ตะไคร้ มาให้ปลูก เสร็จแล้วไม่มารับซื้อ เลยนำผลผลิตเหล่านั้นมาแปรรูปเป็นน้ำพริก คุณแม่เก่งเรื่องสูตรมาก ช่วงนั้นผลิตได้ 40-50 กิโลต่ออาทิตย์ เลยต้องหาช่องทางการขาย ตระเวนส่งตามร้านขายกับข้าว ร้านขายของชำก็ยังขายหมด” ทนายสาว เล่า แต่ไม่ท้อ เหมือนทุกอย่างเป็นใจ คุณมุ่ยมีโอกาสได้เจอกับทีมงานของดีแทค เน็ตอาสา จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ จึงลองไปสมัคร
วิศวกรไอที ผันตัวเป็นเกษตรกร ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ เก็บผลผลิตแปรรูปขาย จากชีวิตมนุษย์เงินเดือน เป็นวิศวกรไอทีมีเงินเดือนมั่นคง แต่ชีวิตเหมือนขาดความสุข เพราะยิ่งโตขึ้นยิ่งห่างไกลบ้าน ห่างไกลพ่อแม่ จุดประกายให้ คุณโจ-ธราพงศ์ และคุณเอ๋-รุ้งนภา วงศ์วัฒนากิจ สองสามีภรรยา ลุกขึ้นมาวางอนาคตร่วมกันเป็นเกษตรกรทำสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ “Gardener House” ในจังหวัดราชบุรี นาน 6 ปี ทั้งคู่ช่วยกันฝ่าฟัน และสร้างสวนแห่งนี้มาด้วยกัน โดยไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านเกษตรมาก่อน แต่ในที่สุดก็สามารถผลิตมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์คุณภาพ จนได้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ได้สำเร็จ โดยผลผลิตของสวนถูกแปรรูปเป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ที่ปราศจากการปรุงแต่ง จำหน่ายให้ผู้บริโภค คุณโจ ในวัย 36 ปี เกิดและเติบโตในจังหวัดราชบุรี ก่อนเข้ากรุงเทพฯ มาศึกษาต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากนั้นเข้าทำงานเป็นวิศวกรไอทีในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนทำให้เขาไม่มีเวลาดูแลครอบครัว เป็นจุดเริ่มต้นให้วางแผนชีวิตใหม่ คิดหาอาชีพเสริ
เปิดประวัติ บี้ เดอะสกา ยูทูบเบอร์ 500 ล้าน กว่าจะมีวันนี้ได้ ผ่านคำดูถูกสารพัด บี้ เดอะสกา เปิดใจใน Life of Cars Bkk – ตามติดชีวิต 4 ล้อ ว่า กว่าจะมีวันนี้ได้ ผ่านความลำบากและโดนดูถูกมาก็มาก โดยคุณบี้ เดอะสกา เล่าว่า ตนเป็นเด็กต่างจังหวัด บ้านฐานะปานกลาง พ่อเป็นอดีตผู้จัดการ ธ.ก.ส. แม่เป็นครู ส่วนคุณบี้ เดอะสกา เรียนคอมพิวเตอร์ มีความใฝ่ฝันอยากเป็นแบบ บิลล์ เกตส์ เพราะอยากรวย อยากสร้างอะไรให้กับโลก ระหว่างทำงานบริษัทเป็นโปรแกรมเมอร์ และเริ่มทำยูทูบยุคแรกๆ เริ่มมีเงินเข้ามา เยอะกว่างานประจำ มีเต้นเพลงพี่บี้ สุกฤษฎิ์ และเจ้าตัวก็เคยไปเจอพี่บี้ในรายการด้วย หลังจากนั้นจึงตัดสินใจออกมาทำยูทูบเบอร์จริงจัง 6 เดือน ซับ (subscribe) ไม่ขึ้น แต่สู้ต่อเหลือเงินในเก๊ะพันหนึ่ง ซึ่งเป็นเงินแต๊ะเอียของแฟน แต่บังเอิญมีแฟนเพจส่งคลิปเพลง กังนัมสไตล์ มาให้ล้อ คุณบี้ เดอะสกา จึงตัดสินใจไปถ่ายคลิป โดยใช้เงิน 1 พันบาทของแฟนมาเป็นค่าเดินทาง และเปิดให้คนที่อยากเต้นมาเต้นด้วยกัน คุณบี้ เดอะสกา เล่าต่อว่า ผลตอบรับจากคลิปดี มีคนวันแรกประมาณ 3 แสน จากนั้นจึงมีไปออกรายการ มีงานโชว์ มีสปอนเซอร์ และซับขึ้นมาเรื่อยๆ
มีประโยชน์มาก! หลักสำคัญของการเปิดร้าน “อาหารตามสั่ง” ขายแค่ไหนถึงจะไม่เจ๊ง หลักสำคัญของคนจะเปิดร้าน “อาหารตามสั่ง” แล้วมีคนมาสั่งกินประจำไม่ว่าจะนั่งกินที่ร้าน หรือซื้อกลับบ้านมีอยู่ไม่กี่ข้อ ราคากับคุณภาพอาหารไปด้วยกันได้ หน้าตาน่ากิน กินแล้วอร่อย ร้านอยู่ไม่ลึกลับเกินไป หาง่าย มีวิธีติดต่อง่าย อาศัยเบอร์โทร เบอร์ไลน์ ถึงร้านจะไปตั้งอยู่กลางซอยไกลหน่อย แต่ลูกค้าลองชิมแล้วติดใจก็จะสั่งอีก บริการรวดเร็วทันใจ ทำอาหารเร็ว รวมทั้งส่งเร็วด้วย เรื่องสำคัญมาก คนขายอาหารต้องรู้จักการควบคุมต้นทุน และตั้งราคาขายให้เหมาะสม ส่วนต้นทุนของร้านอาหารนั้น มีอยู่สองอย่าง อย่างที่หนึ่ง คือ ต้นทุนที่ต้องจ่ายประจำ ภาษาการเงินเขาเรียก ต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าดอกเบี้ย ค่าแรงตัวเรา ค่าแรงพนักงาน พ่อค้าแม่ค้า หลายคนไม่ยอมคิดเรื่องนี้ เอาแต่ทำขายไป กระเป๋าซ้ายเข้ากระเป๋าขวา ค่าแรงตัวเองก็ไม่คิด เพราะถือว่าขายได้เท่าไหร่เป็นของเราหมด จริงๆ ตามหลักการควรจะคิด เพราะจะได้รู้ว่าไอ้ที่ขายๆ ไปทุกวันนั้นมันกำไรหรือไม่กำไร มีเงินเหลือเก็บบ้างหรือเปล่า แต่อย่างว่า สมัยนี้ ทำมาหากินอะไรก็ฝืดเคืองขึ้นเรื่อยๆ ม
เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ ฟาร์มผักสุดพรีเมี่ยมแดนอีสาน ส่งตรงสู่ร้านอาหารดัง ซิซซ์เล่อร์ กว่า 4 ปี ด้วยภูมิทัศน์อยู่ในพื้นที่สูง อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หรือ ภาคอีสาน อีกทั้งความฝันอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร จุดประกายให้ คุณมาร์เทน นิโคลัส บรีสเสอะเลอร์ส และคุณปิยนุช บรีสเสอะเลอร์ส วัย 54 ปี หันมาบุกเบิก เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ ธุรกิจฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์แบบครบวงจร บนที่ดินเปล่าของตัวเองในตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย คุณปิยนุช ได้สละเวลามาพูดคุยให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำฟาร์มผัก ตนผ่านการทำงานมาหลากหลาย รวมถึงเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน จนมาพบรักกับสามีที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานกระจก จนได้ตกลงปลงใจสร้างครอบครัวด้วยกันในกรุงเทพฯ เธอจึงผันตัวมาเป็นแม่บ้าน จนเมื่อลูกน้อยเติบใหญ่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอก ด้วยความที่ชอบทานผัก เมื่อไปเดินเลือกซื้อของตามตลาด จึงเห็นว่าผักชนิดเดียวกันแต่คุณภาพไม่เหมือนกัน ไม่ถูกใจตามความต้องการ และด้วยความที่คุณปิยนุชและสามีคิดอยากจะทำอาชีพเกษตรมานานแล้ว จึงได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำฟาร์มผัก “ด้วยความที่มันอยู่ในวัยท
นักธุรกิจสาว ปิ๊งไอเดีย เปลี่ยนผ้าคลุมไหล่ เป็น มาลัย-กางเกง ถูกใจผู้ให้ โดนใจผู้รับ ขายดีทุกเทศกาล พอถึงช่วงสงกรานต์หรือวันหยุดยาว หลายคนก็มักจะออกเดินทางไปเที่ยวพักผ่อน ไม่ก็กลับบ้าน ไปเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เจอกันนานปี ซึ่งหากเป็นกรณีหลัง เราก็มักจะมีของฝากติดไม้ติดมือไปมอบให้กัน แต่การเลือกของขวัญหรือของฝาก ถือเป็นมิชชั่นที่ยากพอสมควร สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าควรจะซื้ออะไรดี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปรู้จักกับ คุณนดา-วิริยา ท้วมประถม สาวนักธุรกิจ เวดดิ้ง ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ เจ้าของไอเดียการนำผ้าคลุมไหล่ธรรมดา มาเพิ่มมูลค่าด้วยการทำเป็นพวงมาลัยและกางเกงสุดแนว! คุณนดา เล่าว่า อาชีพหลักของเธอคือการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ เวดดิ้ง ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ และมีธุรกิจผ้าพันคอพรีเมี่ยมเป็นหนึ่งในอาชีพเสริม ซึ่งปกติธุรกิจหลัก จะทำงานที่มีความเกี่ยวข้องกับของพรีเมี่ยมเกี่ยวกับงานแต่ง อย่าง ของชำร่วย ด้วยความที่เป็นคนชอบคิดชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ อีกทั้งเป็นคนชื่นชอบสินค้าประเภทผ้าคลุมไหล่และผ้าพันคอเป็นทุนเดิม จึงลองนำมาแปรรูปให้เป็นสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น! “เผอิญว่าไปเห็นผ้าม้วนหนึ่งมันสวย
เบื่องานบริษัท สาวบัญชี ลาออก หันขายโลงผีหมี่เกี๊ยว เหนื่อยแต่ภูมิใจ เบื่องานบริษัท สาวบัญชี ลาออก หันขายโลงผีหมี่เกี๊ยว คุณแมว-ณัฐชา อภัยเสวตร์ อายุ 49 ปี เจ้าของกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว โลงผีหมี่เกี๊ยว เจ้าดัง ย่านภูเขาทอง เล่าความเป็นมาให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟัง กว่าจะมีวันนี้ ว่า ก่อนหน้านี้เธอทำงานบริษัท ในตำแหน่งนักบัญชี ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท ส่วนงานที่ทำอยู่ต้องย้ายไปเปิดทำการที่ประเทศมาเลเซีย ทางบริษัทจึงมีโครงการจ้างออก เธอเลยสมัครเข้าร่วมโครงการ เพราะเริ่มรู้สึกเบื่อและอิ่มตัวกับงานประจำแล้ว หลังหลุดจากวงจรชีวิตมนุษย์เงินเดือน คุณแมวผันไปเป็นฟรีแลนซ์ รับจ้างทำบัญชีเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกับเพื่อน ประกอบกับช่วงดังกล่าว หลานชายปลดประจำการจากทหารเกณฑ์ ยังไม่มีงานทำ อยู่กับบ้านเฉยๆ จึงอยากช่วยหาอาชีพให้ทั้งตัวเธอเองและหลานชาย “คุยกันก่อนในครอบครัว มาขายของกันมั้ย ซึ่งครอบครัวมีพื้นฐานด้านค้าขายอยู่แล้ว บ้านพักอาศัย อยู่แถววัดสระเกศ พอดีได้ความอนุเคราะห์จากทางท่านผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสระเกศ อนุญาตให้ไปตั้งรถเข็นขายของได้ เลยตัดสินใจเ
ตังเมโบราณ หยอดเหรียญ อาชีพเลี้ยงตัวตั้งแต่ยังสาว ขายจนเหลือเจ้าสุดท้ายในสงขลา ตังเม ขนมชนิดหนึ่งที่ทำจากน้ำตาล หรือ น้ำอ้อย ที่เคี่ยวจนเหนียว มีสีขาว สอดไส้ด้วยถั่วลิสง เป็นที่เลื่องชื่อลือชาว่ากินแล้วเหนียวติดฟัน หากแต่ก็เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน และยังเป็นอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของใครอีกหลายคนเช่นกัน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสคุยกับ ป้าโส วัย 56 ปี แม่ค้าขนมตังเมในจังหวัดสงขลา ป้าโสเล่าให้ฟังว่า ตนยึดอาชีพทำตังเมขายเองมาตั้งแต่อายุ 16 ปี เพราะมีความรู้ติดตัวน้อย เรียนถึงแค่ ป.4 เท่านั้น เมื่อโตขึ้นก็ยึดอาชีพเป็นช่างตัดผม แต่ก็ยังทำตังเมขายอยู่ โดยทำเป็นอาชีพเสริม “ป้าเป็นช่างตัดผม แต่ตังเมทำขายมาตั้งแต่สมัยสาวๆ แล้ว ตอนนี้ก็ทำขายเป็นอาชีพเสริมเล่นๆ แต่มันไม่ค่อยมีคนทำขายแล้ว เพราะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว” ป้าโส บอกแบบนั้น โดยตังเมของป้าโสไม่ใช่ตังเมธรรมดา แต่เป็นตังเมโบราณแบบหยอดเหรียญ ที่ป้าโสแนะนำวิธีการเล่นว่า ให้หย่อนเหรียญ 5 บาทลงไปในกล่อง กดค้างไว้ให้เข็มหมุนไปเรื่อยๆ เมื่อพอใจแล้วจึงปล่อยมือ เมื่อเข็มหมุนไปที่ตัวเลขใดก็จะได้ตังเมไปตามจำนวนนั้น “ปกติป้าก็
ท้อบ้าง แต่ไม่เคยถอย! สาว 26 สู้ชีวิต ตำน้ำพริก หาเงินเลี้ยงพ่อตาบอด เหนื่อยแค่ไหนก็สู้! สาว 26 สู้ชีวิต หาเงินเลี้ยงพ่อตาบอด ทำทุกอย่างทั้ง ก่อสร้าง เด็กปั๊ม ฯลฯ เจอโควิดซ้ำ หาทางทำกินใหม่ มาตำน้ำพริกขาย เลี้ยง 4 ชีวิต คุณทิพ-โสรญา อำไพจิต วัย 26 ปี เล่าให้ฟังว่า สู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับพ่อที่จังหวัดเชียงราย ในห้องเช่าเดือนละพันบาท จนขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พ่อล้มป่วยกะทันหัน ตาบอดสนิทสองข้าง จึงต้องลาออกจากโรงเรียน เพื่อมาดูแลพ่อ “เริ่มดูแลพ่อตั้งแต่อายุ 14 ปี โชคดีว่ายังอ่านออกเขียนได้ ทำงานทุกอย่าง ทั้งก่อสร้าง เป็นเด็กปั๊ม รับจ้างทั่วไป สมัยนั้นได้ค่าจ้างวันละ 100 บาท มากสุด 150 บาท และได้เงินเบี้ยเลี้ยงผู้พิการ นำมาจ่ายค่าเช่าห้องเดือนละ 1,000 บาท ซื้อข้าวสารอาหารไว้กิน อดมื้อกินมื้อก็ดูแลกันมา” ต่อมา คุณทิพได้มีครอบครัว มีลูกสาวหนึ่งคน กระทั่งแยกทางกับสามีคนแรก แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อ ต้องทำงานหาเงินจึงให้พ่อช่วยเลี้ยงลูก มีบ้างที่ติดขัดก็เรียกคนข้างห้องมาช่วยดู “ลูกผู้หญิงโตขึ้น เลยมามีครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเคย มีลูกชายหนึ่งคน
ซินเจนทา จัด Corn Expo โชว์นวัตกรรม ข้าวโพดสายพันธุ์ใหม่สู้ภัยแล้ง และนวัตกรรมผลิตอย่างยั่งยืน ประเทศไทยส่งออก ข้าวโพดหวาน เป็นอันดับ 1 ของโลก มูลค่าการส่งออกมากกว่า 7.9 พันล้านบาทต่อปี ไปยังตลาดหลักอย่างประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มสหภาพยุโรป เกษตรกรมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวโพดหวานรวม 7.5 ล้านไร่ เพื่อรักษาอันดับการส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพ และต่อสู้ปัญหาภัยแล้งที่กระทบภาคการเกษตร ซินเจนทา จึงได้จัดงานแสดงนวัตกรรมผลิตข้าวโพด หรือ Corn Expo ขึ้น เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการผลิตให้แก่เกษตรกรด้วยนวัตกรรม พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรสู้ภัยแล้ง และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน คุณพิชญา รุจิรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ซินเจนทา ซีดส์ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม (Seed P&S (Production and Supplier) Lead Thailand and Vietnam) เปิดเผยว่า พันธุ์ข้าวโพดนวัตกรรม NK6848 เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุดของซินเจนทา ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถทนกับสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งอย่างประเทศไทย เมล็ดพันธุ์มีความแข็งแรงเติบโตได้ดี ปัญหาเรื่องความแห้งแล้งจะไม่กระทบต่อผลผลิต โดยการปลูกในแปลงวิจัยสามารถให้ผลผลิตสูงประ
