SMEs
อดีตสาวออฟฟิศ ลาออกมาเปิดร้านขนมไทย ต่อยอดสูตรใหม่ ตีตลาด นศ.-วัยทำงาน ขนมไทย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย เนื่องด้วยมีความละเอียดอ่อนในการเลือกสรรวัตถุดิบ พิถีพิถันในการทำ อีกทั้งมีสีสันสวยงาม รสชาติอร่อย รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ในสมัยโบราณ คนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญ เช่น งานทำบุญ งานแต่ง เทศกาลสำคัญต่างๆ หรือทำไว้ต้อนรับแขกสำคัญ เนื่องจากขนมบางชนิด จำเป็นต้องใช้กำลังคน และอาศัยเวลาในการทำอย่างประณีตบรรจงพอสมควร ต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึ้น ในตลาดจึงมีขนมนานาชนิดมาขาย นับว่าเป็นยุคของขนมไทยและยังคงความนิยมมาได้จนถึงปัจจุบัน คุณเฟิน – ปนิตา บุญประคอง วัย 27 ปี เจ้าของร้าน “หยอดคำหวาน” ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หันมายึดอาชีพทำขนมไทยขาย โดยเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟัง ถึงที่มาที่ไปนี้ว่า เธอเรียนจบจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ก็เข้าทำงานเป็นพนักงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งตามขั้นตอนของเด็กจบใหม่ แต่ก็มีร้าน เปิดร้านหยอดคำหวาน ควบคู่กันไปด้วย “ตอนนั้นทำงานบริษัทแล้วก็เปิดร้านขนมเป็นอาชีพเสริมควบคู่กันไป แต่ทางบ้านเฟินเอง ชอบท
เมื่อประมาณปี 2559 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ คุณสันทัต วรรณรัตน์ หรือ คุณต่อ วัย 35 ปี หนุ่มเจนวาย เจ้าของแบรนด์ แม่งโก้ ที่นำเอามะม่วงเบา ผลไม้พื้นเมืองรสเปรี้ยวของภาคใต้ มาแปรรูปทำเป็น “มะม่วงเบาแช่อิ่ม” ขายเป็นอาชีพเสริมชิลๆ (อ่านเรื่องก่อนหน้าได้ที่ “มะม่วงเบาแช่อิ่ม” อาชีพเสริมชิลๆ ของหนุ่มเจนวาย) เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณต่ออีกครั้ง โดยเขา เล่าให้ฟังว่า “ผ่านไปเกือบ 3 ปี ธุรกิจค่อนข้างไปได้ดี เมื่อต้นปี มะม่วงเบาแช่อิ่ม แบรนด์ แม่งโก้ ได้เข้าตลาดไปประมาณเดือนเมษายนนี้เอง” เขา เล่าต่ออีกว่า “เมื่อธุรกิจมันไปได้ดี แต่มันก็จะมีปัญหาในเรื่องของ 1. มะม่วงเบามีน้อย ก็มีการไปตกลงซื้อขายมะม่วงกับเจ้าของสวนเอง 7-8 เจ้า ซึ่งเป็นพวกเพื่อน ญาติๆ กันนั่นแหละที่เขาปลูก ผมก็ให้เขาเอามาขายให้โดยตรงไปเลย เสร็จแล้วก็มีการจ้างคนปอกมะม่วงให้ เพราะผมยังไม่มีโรงงานเพื่อผลิตเยอะขนาดนั้น ก็ต้องมีจ้างคนอื่นทำ เพื่อตัดภาระไปด้วย และปัญหาข้อที่ 2 คือ เราเริ่มมีคู่แข่งแล้ว ตรงนี้ก็แก้อะไรมากไม่ได้ นอกจากทำอะไรให้มันแตกต่างกว่าเขา ซึ่งมะม่วงแช่อิ่มและมะ
แม่ไม่เคยท้อ แม้เป็นอัมพาต ขอนอนพับริบบิ้นพวงมาลัยขาย หาเลี้ยงลูกตาบอด คนเราเกิดมาโชคชะตาเล่นตลกไม่เหมือนกัน แม้บางครั้งจะโชคร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ถ้าไม่ยอมแพ้เสียอย่าง ต่อให้ความทุกข์จะโถมทับสักแค่ไหน ก็ไม่สามารถฉุดหัวใจของนักสู้ให้ยกมือยอมแพ้ได้ เหมือนกับเรื่องราวน่าชื่นชมของ คุณบุญยืน บุญบรรดาล ที่เธอถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน เพจ บุญยืน พวงมาลัยริบบิ้น ที่มีคนติดตามนับหมื่น โดยคุณบุญยืน เล่าว่า ปัจจุบันเธอเป็นคนพิการ เดินไม่ได้ ท่อนล่างไม่มีความรู้สึก เกิดจากอุบัติเหตุพลัดตกต้นไม้เมื่อหลายปีก่อน ส่วนลูกสาวคนเดียว ก็มาโดนรถชนตาบอดทั้งสองข้าง ที่ผ่านมารู้สึกท้อแท้ทุกข์ใจ นอนดูเพดานเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเป็นเวลา 8-9 ปี จนเป็นแผลกดทับลึกมาก แต่อยู่มาวันหนึ่งคิดว่าต้องหาอะไรทำ จนไปเจอการทำ พวงมาลัยจากริบบิ้น ในยูทูบ เลยลองทำตามดู พอได้ทำมีความสุขและรู้สึกตัวเองมีคุณค่าขึ้นมา จึงทำมาเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่าแผลกดทับค่อยๆ หายไป เลยทำพวงมาลัยริบบิ้นมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ผ่านไป 2-3 ปีแล้ว ไม่ค่อยมีงานเท่าไหร่ กระทั่งมี คนใจบุญ มาช่วยทำเพจ “บุญยืน พวงมาลัยริบบิ้น” นี้ให้ จึงเริ่มมีคนช่วยสั่งพวงมาลัย
‘ฮาย อาภาพร’ ไม่หมิ่นเงินน้อย ขายปลานิลแดดเดียว แจ้งเกิดอาชีพใหม่ช่วงโควิด เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 สำหรับนักร้องลูกทุ่ง “ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์” ทั้งคอนเสิร์ตถูกยกเลิก รายการทีวีเลื่อนถ่ายทำ ฉะนั้นเพื่อเลี้ยงชีวิตทีมงาน ขอสร้างธุรกิจใหม่ ด้วยเมนู ปลานิลแดดเดียว by อาภา กระเเสตอบรับดีเกินคาด บางวันขายได้ทะลุ 500 กิโลกรัม ฮาย อาภาพร เล่าว่า ตั้งเเต่เกิดการเเพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หลายงานถูกยกเลิก ช่วงที่กักตัวอยู่บ้าน ไม่มีอะไรทำ ประกอบกับอยากสร้างรายได้ ซึ่งที่มาของปลานิลแดดเดียว เกิดจากเคยเข้าครัวช่วยแม่ทำปลานิลดองน้ำปลาแดดเดียว คนรอบข้างที่ได้ชิมต่างบอกว่าอร่อย ในที่สุดทดลองทำขาย “ช่วงที่ลองรับออร์เดอร์ วันแรกมีคนสั่ง 20 กิโลกรัม วันที่ 2 สั่ง 50 กิโลกรัม วันที่ 3 ออร์เดอร์เข้า 100 กิโลกรัม ดีใจมาก บางวันออร์เดอร์เข้ามา 500 กิโลกรัม กำไรไม่เยอะ กิโลกรัมละ 20-30 บาทเท่านั้น” ด้านราคาจำหน่าย ปลานิลแดดเดียวดองน้ำปลา ราคากิโลกรัมละ 120 บาท ช่วยสร้างรายได้ให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่วิ่งส่งสินค้า ฮาย อาภาพร บอกต่อว่า จากความสำเร็จในครั้งนี้ ส่งผลใ
ไอศกรีมโฮมเมด ไอส์เบิร์ก ฮิตติดลมบน ลูกค้าต่อคิวแน่น ยืนตักแบบไม่ได้พัก ขึ้นชื่อว่า “ของกิน” ยังไงก็ขายได้ จึงมีผู้สนใจเข้ามาอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ว่าทุกสินค้าจะสร้างแบรนด์จนติดตลาดฝ่าด่านคู่แข่งที่มีอยู่ทุกหนแห่ง ทั้งเจ้าตลาดรายเดิมและรายใหม่ๆ ที่กระโดดเข้ามาท้าชิง “จุดขายที่แตกต่าง” จึงเป็นไม้เด็ดสำคัญ เช่นเดียวกับแนวคิด “คุณวิทณัฐ เด่นชลชัย” เจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด ไอส์เบิร์ก จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ในตลาดมาเป็นปีที่ 17 จากช่วงเปิดร้านแรกๆ ที่ขายได้แค่ 198 บาท ต่อวัน สามารถพลิกฟื้น ขายดีจนมีรายได้แตะ 10,000 บาท ต่อวัน และยืนตักไอศกรีมตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิด โดยแทบไม่ได้เงยหน้าคุยกับใคร นอกจากเวลารับออร์เดอร์เท่านั้น อร่อยไม่เหมือนใคร อยู่ในทำเลดี คุณวิทณัฐเจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” เล่าว่า ช่วงเปิดร้านใหม่ๆ ทำไอศกรีมออกมาขาย 6 รสชาติ ซึ่งเป็นรสพื้นฐานที่มีขายทั่วไป อย่าง กะทิ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี่ เลม่อน จนเข้าปีที่ 3 จึงตัดสินใจเลิกกิจการเพราะขายได้แค่ 198 บาท จากนั้นจึงได้ไปสัมภาษณ์งานแห่งหนึ่งซึ่งมีคำพูดให้กลับมาฉุกคิดว่า น่าเสียดายสิ่งที่ทำมาและสนับสนุนให้ปรับปรุง
เริ่มด้วยทุนหลักหมื่น! วิศวะหนุ่มผันตัวเป็นพ่อค้าเสื้อยืด ปั้นยอดขายปีล่าสุด 400 ล้าน! เสื้อยืดคอกลมสีสันและลวดลายหลากหลาย เน้นความเรียบง่าย เจาะกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาว แบรนด์ Rude Dog (รูด ด็อก) ถือกำเนิดขึ้นเมื่อราว 7 ปีก่อน ตั้งต้นจาก “ความหลงใหล” ใน ที-เชิ้ต เป็นหลักใหญ่ บวกกับใจรักในการออกแบบของวิศวกรหนุ่ม วัย 20 เศษ และแม้ช่วงเวลานั้น เขาจะมีงานประจำเป็นหลักฐานมั่นคงพอสมควรแล้ว แต่ยังเจียดเวลาช่วงกลางคืน มาสวมบทบาท “พ่อค้า-ขายส่ง” ที่ตลาดนัดจตุจักร เริ่มจากควักทุนหลักหมื่น ผลิตเสื้อยืดออกมาขาย ผ่านไปปีแรก จึงลงทุนเพิ่มราว 1 ล้านบาท กระทั่งมีรายรับมากขึ้น ถึงขั้นมากกว่าเงินเดือนวิศวกร เจ้าของกิจการท่านดังกล่าว จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ หันมาทำธุรกิจเสื้อยืดแบบเต็มตัว คำถามแรกของบทสนทนาเริ่มต้น ไม่ชอบงานประจำหรือ คุณเคน-อุดมศักดิ์ รักรอด ซีอีโอหนุ่มแห่งบริษัท อาร์ดี บ็อกซ์ จำกัด เจ้าของเสื้อยืดแบรนด์ Rude Dog ยิ้มแย้มเป็นกันเอง ก่อนบอก ชอบงานออกแบบ ใจจริงอยากเป็นมัณฑนากร ตอนทำงานประจำได้ทำงานแค่ด้านเดียว แต่งานที่ชอบไม่ได้ทำเลย ประกอบกับช่วงนั้น อยากมีธุรกิจด้วย เลยคิดว่าทำในสิ่งท
ความพิการไม่ใช่อุปสรรค! “สาวไร้แขน” ใช้ “เท้าทั้งสอง” ออกแบบเสื้อผ้าขาย เท้า อาจฟังดูเป็น “ของต่ำ” แต่ที่จริงแล้ว เท้าก็คืออวัยวะที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอวัยวะอื่นใดในร่างกาย ยิ่งสำหรับผู้หญิงที่เกิดมาพิการไร้แขนทั้ง 2 ข้างอย่าง “เอเดรียน่า เมเซียส” ด้วยแล้วล่ะก็ “เท้าทั้งสอง” ยิ่งมีความสำคัญเปรียบดั่งทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพราะเธอต้องใช้เท้าทั้งสองทำทุกอย่างต่างมือ ไม่ว่าจะจับช้อนตักอาหารเข้าปาก หยิบจับสิ่งของ หรือแม้แต่ตัดเย็บทำชุดเสื้อผ้าแฟชั่นออกขาย เมเซียส หญิงเม็กซิกันวัย 41 ปี เล่าว่า ดีไซเนอร์ไม่ใช่อาชีพที่อยู่ในความคิดของเธอเลย ที่จริงเธอตั้งใจอยากเป็นทนายความ หลังจากเรียนจบคณะนิติศาสตร์ เธอเคยไปสมัครงานตามสำนักงานทนายความหลายแห่ง แต่ไม่มีสักที่ ที่สนใจอยากจ้าง หญิงพิการที่ไม่มีแขนทั้ง 2 ข้าง เธอจึงหันเหตัวเองมาทำงานเป็นนักเขียน นักเขียนบทละคร เป็นนักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ กระทั่งตอนนี้เธอหันมาเอาดีด้านดีไซน์เสื้อผ้า และมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองออกมาวางขายเมื่อช่วงกลางปี 2562 ซึ่งเธอทำแทบทุกอย่างด้วย “เท้าทั้งสอง” ของเธอ เมเซียสเปิดตัวคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าของเธอครั้งแ
เกษตรกรสาวเจนวาย ใช้ทักษะภาษาจีน ช่วยเกษตรกรส่งผลไม้ไทยสู่ตลาดอินเตอร์ การทำสวน ไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกใหม่ เพราะอยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน หลายคนเห็นปู่ย่าตายายยึดอาชีพเป็นเกษตรกรทำสวนกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่ด้วยยุคสมัยเปลี่ยนไป เกษตรกรส่วนใหญ่ที่เราเห็นในปัจจุบันมักเป็นคนเฒ่าคนแก่ ส่วนลูกหลานนั้นเมื่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ต่างทิ้งที่ทางกันไปหมด ไม่กลับมาต่อยอดอาชีพดั้งเดิม แต่ถึงอย่างนั้นยังมีหนุ่มสาวเจนวายอีกส่วน ที่ไม่คิดทิ้งงานอาชีพเกษตรกรรม เมื่อเรียนจบมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดเพื่อสานต่ออาชีพดั้งเดิมที่พ่อแม่สร้างไว้อย่างภูมิใจ เช่น คุณน้ำ-พลอยณิศา เรืองชัยโชค ทายาทสาวชาวสวนจังหวัดจันทบุรี วัย 26 ปี ดีกรีไม่ธรรมดา เธอเป็นลูกสาวคนโตของ คุณณัฐวัฒน์ เรืองชัยโชค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จันทบุรี หลังจบการศึกษาคุณน้ำยึดอาชีพตามที่ได้ร่ำเรียนมาเป็นครูสอนภาษาจีนให้กับเด็กนักเรียนชั้น อนุบาล 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนวัดทองทั่ว วัดเนินสูง และวัดดอนตาล ในจังหวัดบ้า
นักร้องนำวงคาราเมล เผยสูตรปูดอง-น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตร “พริกเกลือ” จากคนที่ไม่มีความรู้เรื่อง ปูไข่ดอง เคยทดลองทำตามยูทูบ แต่ปรากฏกินไม่ได้ จนวันหนึ่งลองผิดลองถูกคิดสูตรปูดองเอง ใช้น้ำปลาสามรสที่ปรุงขึ้นเอง ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตร “พริกเกลือ” ในช่วงเเรกขายได้วันละ 3-5 ตัว ต่อมาลูกค้าบอกต่อขายดีเพิ่มวันละ 150 ตัว ขายดีเตรียมส่งออกแล้ว ด้วยความหวานของเนื้อปูสดๆ และไข่ปูมันๆ ที่เข้ากันดีกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ทำให้ “ปูไข่ดอง” กลายเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมยุคนี้ ซึ่งนอกจากจะหาทานได้ตามร้านอาหาร ยังมีร้านปูไข่ดองที่ขายผ่านทางออนไลน์ผุดขึ้นมารองรับความต้องการอีกเพียบ หนึ่งในนั้นคือ “บ้านครูปูไข่ดอง” ของ ป๋อม-เจนนรงค์ นราศรี นักร้องนำวงคาราเมล (Karamail) แห่งค่าย Five Four Records (ไฟว์ โฟร์ เรคคอร์ด) ที่เริ่มต้นธุรกิจจาก “ความไม่รู้” “บ้านผมอยู่จันทบุรี แล้วเป็นช่วงที่วงคาราเมลงานเริ่มน้อย ผมกลับไปอยู่บ้านบ่อยเลยอยากลองหาอะไรที่ใกล้ตัวทำดู เพราะจันทบุรีติดทะเล แล้วเพื่อนสมัยมัธยมบางคนก็เลี้ยงปู บางคนมีบ้านอยู่แถบอำเภอแหลมสิงห์ที่เป็นป่าชายเลน ซึ่งแหล่งปูที่อุดมสมบูรณ์จะอยู่แถวป่าชายเลน ผมเลยมีไอเดียที่
พ่อค้ากางเกงนักสู้ เบนเข็มขาย ‘ข้าวแกงออนไลน์’ สูตรแม่ยาย ส่งเองไม่ง้อแกร็บ! นักศึกษา มธ. ที่ขณะนั้นศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 แต่สามารถสร้างรายได้หลักล้านให้ตัวเองใน 2 ปี มียอดไลก์เพจกว่าสองแสนคนภายใต้ธุรกิจ “สมหมายขายกางเกง” ธุรกิจสตาร์ตอัพออนไลน์ ที่เริ่มต้นด้วยเงิน 1,600 บาท กับกางเกง 6 ตัว เรื่องราวของ คุณน็อต-ชนะชัย พฤกษชัต เคยสร้างความประทับใจบนเว็บไซต์เส้นทางเศรษฐีออนไลน์มาก่อนแล้ว เมื่อปี 2016 ตอนนั้นเขาเล่าถึงไอเดียการทำธุรกิจให้ฟังว่า ผุดขึ้นมาในระหว่างไปเดินตลาด แล้วหากางเกงที่ถูกใจไม่ได้ เลยกลับมาบ้านค้นหาบนอินเตอร์เน็ต กลายเป็นโอกาสให้เริ่มทำธุรกิจขึ้นมา และตอนนี้ ปี 2020 กลับมาอัพเดตเรื่องธุรกิจกับคุณน็อตอีกครั้งในวัย 24 ปี เป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวสู้กับโควิด-19 “ตอนนี้ธุรกิจเติบโตขึ้น หลังจากที่ขายออนไลน์มาหลายปี เมื่อปี 2018 เรามีหน้าร้านเป็นของตัวเองที่ยูเนี่ยนมอลล์” “ส่วนรายได้ ตั้งแต่ปี 2016 ตัวเลขยังแตะหลักล้านต่อเดือนมาทุกๆ ปี ลากยาวมาเดือนมกราคม ปี 2020 ได้หลักล้านเหมือนกันแต่ไม่คุ้มทุน เพราะเรามีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าเช่าออฟฟิศ และจ้างพนักงานเ
