SMEs
ทำไงดี! ขาย “ของออนไลน์” ไม่ได้เลย ไม่มีลูกค้า ไม่มีคนเข้ามาถาม นานเป็นเดือน ไม่กี่วันก่อน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอตคอม ท่านหนึ่ง ตั้งกระทู้น่าเห็นใจ ในฐานะคนค้าขายออนไลน์ ระบุเหตุการณ์ไว้ว่า เธอเริ่มขายอาหารเสริมผิวขาวได้ 1 เดือนแล้ว เป็นตัวแทนจำหน่าย เบื้องต้นเปิดหน้าร้านผ่านทางไอจี พยายามแอดเพื่อนที่ดูว่าสนใจเรื่องความงาม ฟอลโล่ (ยอดผู้ติดตาม) ไปเยอะมากจนไม่สามารถฟอลได้ แต่ได้คนที่ฟอลกลับมามีแค่ 100 นิดๆ จากนั้นเธอก็อัพรูป ลงรูปสินค้า ลงรูปรีวิวที่ทางแบรนด์ให้มา อัพสตอรี่ แต่ก็ไม่มียอดฟอลเพิ่มขึ้น เลยตัดสินใจไปจ้างปั๊มยอดผู้ติดตามค่ะ ได้มาประมาณ 1,000 คน “เราคิดว่าแค่ให้ยอดฟอลสูงหน่อย จะได้น่าเชื่อถือ แต่ก็เท่านั้นค่ะ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เราพยายามโปรโมต ถ่ายรูปตัวเองลง (เราผิวขาว) แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราเลยตัดสินใจจ้างไอจีโปรโมต เราจ้าง 1 วัน 300 บาท ผลตอบรับคือ มีคนเห็นโพสต์เราเยอะค่ะแต่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเข้ามาถาม ได้มาแค่ไลก์ประมาณ 300+ไลก์ เราเลยตัดสินใจทำเพจในเฟซบุ๊กค่ะ พอทำเสร็จเราก็เชิญเพื่อนที่เรามีอยู่ 4,000 กว่าคน แต่มีคนที่ยอมกดไลก์ไม่ถึง 50 คน เราจึงพยายามสร้างกิจกรรม ใ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมอยากทราบว่า เพราะเหตุใด ญี่ปุ่นจึงสามารถปลูกข้าวได้สูงในระดับต้นๆ ของโลก ผมเคยอ่านหนังสือทำให้ทราบว่า ญี่ปุ่น เคยเป็นลูกค้านำเข้าข้าวจากไทยมาก่อน แต่ปัจจุบันเขาผลิตได้เกินความต้องการแล้ว ช่วยกรุณาอธิบายด้วยครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง พิเชษฐ์ วิวัฒน์พงษ์ Photo by Behrouz MEHRI / AFP ตอบ คุณพิเชษฐ์ วิวัฒน์พงษ์ ญี่ปุ่น เร่งพัฒนาระบบการทำนาอย่างจริงจัง หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ในธรรมชาติ ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น ผลผลิตของพืชจะสูงกว่าในเขตร้อน สาเหตุจากอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนมีความแตกต่างกันหลายองศา ซึ่งในฤดูร้อนมีแสงแดดจ้า การสังเคราะห์แสงดำเนินไปเต็มประสิทธิภาพ การสะสมแป้งและน้ำตาลในอัตราที่สูง แต่พอตกกลางคืนอากาศเย็นลง การนำแป้งและน้ำตาลไปใช้ในกระบวนการหายใจจึงอยู่ในอัตราที่ต่ำ ส่งผลให้กระบวนการสะสมอาหารได้มากกว่าในเขตร้อนตามที่กล่าวมาแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งรัฐบาลจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรถือครองที่ดิน รายละ 1 เฮกเตอร์ หรือ 6.25 ไร่ เท่านั้น การทำนาของญี่ปุ่นจึงประณีตมากเป็นพิเศษ เนื่องจากญี่ปุ่นมีอากาศร้อน
“ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้าน” ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวริมโขง สร้างรายได้มั่นคงให้ชุมชน “เชียงคาน” เมืองโบราณเก่าแก่ริมฝั่งโขง เป็น 1 ใน 14 อำเภอของจังหวัดเลย ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ปัจจุบัน เชียงคาน เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายที่ต้องการเข้ามาสัมผัสความสวยงามของวิถีชุมชน ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนเก่าให้เป็นแหล่งเรียนรู้ พร้อมกับงานศิลปะต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคนรุ่นใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา ประเพณีความเชื่อ และการสืบทอดวัฒนธรรมจากอดีต จนเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้รับเกียรติจาก องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.ให้เข้าร่วมทริปศึกษาศักยภาพพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ที่จังหวัดเลย โดย คุณธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย อพท. ได้พาไป “ศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน” บรรยากาศช่วงบ่ายในฤดูฝน ทำให้อากาศกำลังเย็นสบายเหมาะกับการล่องเรือกินลมชมวิวร
POEM ห้องเสื้อแบรนด์ไทย “สวยหรู ดูแพง” ติดระดับโลก POEM – มีอยู่ช่วงหนึ่งที่การเมือง เกิดกระแสที่คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ได้วิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับเรื่องสีเสื้อผ้าที่ตรงกับธรรมเนียมปฏิบัติ ของคุณพรรณิการ์ วานิช สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่สวมใส่เข้าสภา จนสังคมในโลกโซเชียล หันไปโฟกัสกับแฟชั่นเสื้อผ้าของคุณช่อ พรรณิการ์ ที่ต้องยอมรับว่า ถ้าตัดเรื่องข้อโต้แย้งว่า ถูกหรือผิดธรรมเนียมแล้ว เป็นชุดที่ดูดี มีเอกลักษณ์โดดเด่น อีกทั้งสนนราคาก็ใช่ย่อย ชุดนี้เกือบ 3 หมื่นบาทเลยทีเดียว ซึ่งแบรนด์ที่คุณช่อ พรรณิการ์ ใส่ นักสืบโซเชียลต่างสืบทราบกันมาว่า เป็นห้องเสื้อแบรนด์ไทย POEM เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นไทยมายาวนาน ด้วย “ความสวยหรู ดูแพง” ที่เป็นเอกลักษณ์เด่น ดูได้จากชุดแจ๊กเก็ตสูทโทนสีขาว-ดำ คอลเล็กชั่น Black & White OMBRE ที่คุณพรรณิการ์ใส่ ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น จึงไม่แปลก ที่เหล่าเซเลบริตี้ สาวสังคม และดารานักแสดง จะให้ความนิยมกันเป็นอย่างมาก คุณฌอน–ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของร้าน วัย
จำความลำบากได้ดี! หมุนจนหัวหมุน กู้นอกระบบ โดนแย่งลูกค้า กว่าจะมีวันนี้ คุณวาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด วัยหกสิบกว่า เจ้าของสินค้า แบรนด์ Naraya-นารายา ผลิตภัณฑ์งานฝีมือทำจากผ้ากว่าหนึ่งหมื่นแบบ ซึ่งว่ากันว่าใครมาเที่ยวเมืองไทย ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ของเธอติดไม้ติดมือกลับไป ไม่อย่างนั้นอาจมาไม่ถึง เริ่มต้นให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวส่วนตัวในอดีตให้ฟังด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี บ้านของเธอเป็นครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ที่ไม่ให้ลูกสาวเรียนหนังสือเยอะ ตัวเองจบแค่ ป.4 ก็ต้องออกจากโรงเรียนไปขายของที่ตลาดประตูน้ำ “เป็นแม่ค้าขายไข่ไก่ ไข่เค็ม ขายถุงพลาสติก อยู่ที่ประตูน้ำนาน 20 ปี ใจจริงไม่อยากขายของ ไม่ชอบบรรยากาศในตลาด อยากเรียนหนังสือมากกว่า แต่ตอนนั้นเลือกไม่ได้ เลยพยายามหาเวลาไปเรียนช่วงกลางคืน จนได้เทียบวุฒิมัธยมฯ พอคุณแม่เสีย เลยตัดสินใจไม่เป็นแม่ค้าประตูน้ำอีกแล้ว” คุณวาสนา ย้อนความทรงจำ และเผยถึงอาชีพที่ใฝ่ฝัน อยากทำงานเป็นมัคคุเทศก์ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ไกด์” มากที่สุด “ฝันอยากเป็นมัคคุเทศก์ อยากพูดภาษาอังกฤษเป็น อยากเดินคู่กับฝรั่ง เพราะรู้
สุภาพแต่เจ็บมาก! ชาวเน็ตแห่ชื่นชม ร้านนาฬิกาหรูห้างดัง แจงเหตุ “ขายตรง” แต่ไม่ตรง เกิดพฤติการณ์ “ความไม่ตรง” ของผู้คนในแวดวงอาชีพ “ขายตรง” จำนวน 3 คน ที่นำกล่องนาฬิกายี่ห้อแพงของตัวเอง ไป “แอ๊บ” ถ่ายรูปในร้านขายสินค้ายี่ห้อดังกล่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดอยู่ในห้างหรูกลางกรุง ก่อนคนกลุ่มเดิมจะนำภาพดังกล่าวไปโพสต์บนโลกโซเชียล พร้อมระบุข้อความ ให้คนทั่วไปอ่านและเข้าใจผิดว่าอาชีพที่พวกเขาทำอยู่นั้น สามารถหาเงินซื้อของแพงได้แบบสบาย เพียงหวังสร้าง “ฝันลวง” ให้กับบรรดา “ลูกทีม” ทั้งหลายแหล่ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้ชื่อบนเพจฟซบุ๊กว่า Natee Masathienvong ได้ออกมาชี้แจง “ความจริง” ตีแผ่ให้โลกโซเชียลได้รับรู้ถึงพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลของกลุ่มคนดังกล่าว ร่ายยาวเป็นข้อๆ ละเอียดยิบเห็นภาพชัด ชนิดชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น “ชี้แจงได้น่ารักมากค่ะ” “ร้านนี้จรรยาบรรณดีมากค่ะ น่าไปอุดหนุน” “เป็นการตอบคำถามอย่างมืออาชีพมากครับ” “เป็นคำอธิบายที่สุภาพแต่เจ็บมาก” เป็นต้น สำหรับเนื้อหาโพสต์จากเจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้นามบนเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้ “เนื่องจาก
เปลี่ยนแปลงใหญ่ในรอบ 20 ปี! ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดัง เลิกใช้ “ตะเกียบครั้งเดียวทิ้ง” นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สังคมบ้านเราวันนี้ เกิดกระแส “รักษ์สิ่งแวดล้อม” แพร่หลายอย่างจริงจังและกว้างขวาง ในหลายภาคส่วน ทั้งระดับบุคคล องค์กร รวมไปถึงภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ อย่างล่าสุด “ฟูจิ” ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดัง ที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ก่อตั้งสาขาแรกตั้งแต่ปี 2542 หรือราว 20 ปีก่อน ได้รับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ กระทั่งปัจจุบันมีร้านสาขากว่าหนึ่งร้อยแห่งนั้น ได้มีการ “เปลี่ยนแปลง” ครั้งสำคัญ สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับลูกค้า “เก่าแก่” ไม่น้อย นั่นคือการเลิกใช้ “ตะเกียบไม้ไผ่แบบครั้งเดียวทิ้ง” ห่อกระดาษ ที่วางต้อนรับอยู่บนโต๊ะพร้อมถ้วย-จาน เมื่อลูกค้าเลือกสั่งอาหารเสร็จ ก็มักจะฉีกซอง หักตะเกียบ พร้อมคีบทันทีเมื่อจานโปรดมาวางตรงหน้า “อ้าว เลิกใช้ตะเกียบแบบเก่าแล้วหรือ อาทิตย์ที่แล้วมา ยังไม่เปลี่ยนเลย” ลูกค้าวัยกลางคน อดแปลกใจไม่ได้ “เพิ่งใช้วันแรกเลยค่ะ ที่จริงบางสาขาทยอยเปลี่ยนมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่สาขานี้ เพิ่งเปลี่ยนวันนี้ (1 ก.ค.62) แล้วก็จะเปลี่ยนให้เหมือนกันหมดเลยค่ะ” พนักงานสาวประ
น่าชื่นชม! ด.ช.วัย 10 ขวบ ใช้เวลาว่าง ช่วยพ่อแม่ขายปลาทู จนมีเงินเก็บเป็นของตัวเอง เป็นเรื่องราวน่าชื่นชม เมื่อเด็กอายุ 10 ขวบ ใช้เวลาว่างจากการเรียน ช่วงปิดเทอม และวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ช่วยพ่อแม่ขายของเป็นประจำด้วยความขยันขันแข็ง จนมีเงินเก็บเกือบ 30,000 บาท สามารถนำเงินนั้นไปซื้อของต่างๆ ที่อยากได้โดยไม่ต้องรบกวนเงินของพ่อแม่ แถมยังเป็นการแบ่งเบาภาระงานของพ่อแม่ได้ดีอีกด้วย โดยหนุ่มน้อย คนนี้ ชื่อว่า น้องกัปตัน – ด.ช.ชลกร ชาญชัยวัฒน์ อายุ 10 ขวบ มี คุณพ่อของน้องชื่อ คุณต๋อง-เสถียร ชาญชัยวัฒน์ วัย 48 ปี เล่าให้ฟังว่า เป็นอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวทำอยู่ทางภาคใต้มาก่อน ภายหลังได้ภรรยาทางเหนือเลยย้ายมาทำที่จังหวัดแพร่ได้ราวๆ 12 ปีแล้ว นอกจากขายปลาทูแล้ว ยังมีธุรกิจอื่นๆ คือ ทำไส้กรอก และลูกชิ้น เป็นดีลเลอร์หาสินค้าส่งขายไปยังต่างประเทศด้วย รวมทั้งนำเข้าอาหารทะเลแห้ง เช่น หมึกแห้ง กุ้งแห้ง ส่วนน้องชลกรนั้น เข้ามาช่วยงานตั้งแต่ 7 ขวบ “น้องเข้ามาช่วยงานเพราะเห็นแม่และน้าทำงานหนักช่วงเดือนตุลาคม ถึงธันวาคม ปลาทูจะขายดีมาก เลยอยากแบ่งเบาภาระ ช่วงนั้นมีเวลาว่างจึงมาช่วยทำ ทำแล้วชอบ จากนั้
เทรนด์โลกวันนี้! “จานใบไม้” ภาชนะธรรมชาติ โอกาสทองของเอสเอ็มอี-เกษตรกร มีข้อมูลน่าสนใจ จาก เพจ ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี เผยแพร่เกี่ยวกับ “เครื่องอัดขึ้นรูปใบไม้” ผลงานวิจัยของ “ผศ.ดร.เจษฎา ชัยโฉม” นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ต้องการสร้างโซลูชั่นเพื่อลดใช้พลาสติกและโฟม โดยกลไกของเครื่องนี้ คือการใช้ความร้อนและแรงดันที่เหมาะสมกับใบไม้แต่ละชนิด ประกอบภาชนะขึ้นจากวัสดุ 3 ชั้น ได้แก่ 1. ชั้นล่างสุด คือใบไม้สด เลือกใบที่มีขนาดและความเหนียวพอเหมาะ 2. ชั้นกลาง คือวัสดุพลาสติกชีวภาพ ทำจากแป้งมันสำปะหลังหรืออ้อย ช่วยให้คงรูปได้ 3. ชั้นบนสุด เป็นใบไม้สดอีกชั้น ตัวเครื่องจะอัดวัสดุทั้ง 3 ชั้นเข้าด้วยกันด้วยความร้อนสูง 200 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ภาชนะมีความแห้ง พร้อมกับฆ่าเชื้อโรคไปในตัว เพื่อให้ถูกสุขอนามัยพอสำหรับการใส่อาหาร ซึ่งหลักการของเครื่องนี้ สามารถใช้กับใบไม้ชนิดไหนก็ได้ ขอแค่มีขนาดใบใหญ่พอ มีความเหนียวกับความแข็งเหมาะสม และไม่มียางที่เป็นพิษ สำหรับใบไม้ที่นำมาใช้งานการวิจัยครั้งนี้ และได้ผลเป็
ยากมากกว่าจะต้้งหลักได้! “น้ำปลาตราสามกระต่าย” ของดังเมืองตราด ขวัญใจชาวกัมพูชา “ธุรกิจนี้ว่าไปแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความตั้งใจเท่าไหร่ น่าจะมาแบบจับพลัดจับผลูมากกว่า” คุณวิบูลย์ เครือลอย ผู้บริหารวัย 60 เศษ ของบริษัท เทพพรชัย อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำปลา ตรา “สามกระต่าย” โอท็อป 5 ดาว ของจังหวัดตราด ที่มีเสียงร่ำลือหนาหู หากใครไปเที่ยวเมืองตราด แล้วไม่ได้หิ้วน้ำปลายี่ห้อนี้ติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้าน ถือว่าพลาดอย่างแรง เริ่มต้นบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนย้อนที่มากิจการของครอบครัวให้ฟังว่า แต่เดิมเมื่อราว 40 ปีก่อน คุณกุลวิทย์ เครือลอย คุณพ่อของเขา ประกอบอาชีพทำการประมง มีเรือจับและรับซื้อปลาแถวเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งปลาที่จับและรับซื้อมานั้น จะถูกขายต่อให้กับโรงน้ำปลาเจ้าใหญ่-แบรนด์ดัง อย่าง ทิพรส ปลาหมึก ตราชั่ง ฯลฯ ซึ่งฐานการผลิตอยู่ในพื้นที่แตกต่างกันไป มีทั้งอำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ปากน้ำระยอง จังหวัดระยอง และ จังหวัดชลบุรี โดยโรงน้ำปลาแต่ละยี่ห้อนั้นจะมีเรือบรรทุกขนาดใหญ่ ความจุประมาณ 70-80 ตัน แล่นมารับซื้อ ปลาไส้ตัน หรือ “ปลาหัวอ่อน” ตามภาษาคนตรา
