SMEs
“พินซูก” ศูนย์กลางสินค้าฮาลาลออนไลน์ ดันเทียบเท่า “อาลีบาบา เวอร์ชั่นอิสลาม” การซื้อขายออนไลน์ ธุรกิจบนโลกดิจิตอลกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสะดวก รวดเร็ว ไม่วุ่นวาย ประหยัด เพียงปลายนิ้วสัมผัสกดสั่งของไม่กี่ขั้นตอนนั่งรอรับสินค้าที่บ้านได้เลย ในงาน Regional Science Park (RSP) Innovation Day 2019 ที่สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จัดขึ้น ดาวเด่นในงานที่ได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมระดับประเทศ (MOST Innovation Awards 2019) สาขานักธุรกิจนวัตกรรม ได้แก่ Pinsouq (พินซูก) หรือ ตลาดฮาลาลออนไลน์ (Halal Marketplace ) จากบริษัทแฮส ออเดอร์ จำกัด ซึ่งคุณชารีพ เด่นสุมิตร ซีอีโอวัย 30 ปี เป็นผู้พัฒนาขึ้นมาให้เป็นแหล่งรวมบริการด้านฮาลาลดิจิตอลครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปสู่การกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภค คุณชารีฟ เจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์พินซูก กล่าวอย่างดีใจที่ผลงานของเขาได้รับรางวัล MOST Innovation Awards 2019 เพราะเป็นเครื่องการันตีถ
“เครื่องเร่งกระบวนการฯ เพิ่มมูลค่าข้าวฮางงอก” พิชิตรางวัลสุดยอดนวัตกรรม เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จัดงาน Regional Science Park (RSP) Innovation Day 2019 โดยภายในงาน มีการประกาศผลรางวัลสุดยอดนวัตกรรมระดับประเทศ (MOST Innovation Awards 2019) สาขานวัตกรรมและกระบวนการเชิงพาณิชย์ ได้แก่ เครื่องเร่งกระบวนการแช่และเพาะเมล็ดพืชของ ผศ.ดร.สุพรรณ ยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อใช้เร่งการแช่และเพาะงอกเมล็ดพืชให้เกิดขึ้นในเวลารวดเร็ว โดยไม่ต้องทำการเติมสารเร่ง ปรับสภาพน้ำ ลดปริมาณการใช้น้ำ และลดแรงงานด้วยหลักการให้น้ำไหลผ่านร่วมกับการบ่มงอกให้เกิดขึ้นในภาชนะเดียวกัน ผศ.ดร.สุพรรณ กล่าวว่า องค์ความรู้ในการผลิตข้าวฮางงอก เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเผ่าภูไทในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สืบต่อกันมากว่า 200 ปี มีกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน และใช้เวลานานถึง 7 วัน กว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ข้าวฮางงอกออกมาได้ ทางทีมวิจัย
หมากซู่ลูด เป็นผักสวนครัวพื้นบ้านไทใหญ่ เป็นมรดกแห่งแผ่นดิน ที่บรรพบุรุษชาวไทใหญ่ปลูกติดต่อกันมานานกว่าร้อยปี กินได้ทั้งผลดิบและผลสุก ชาวบ้านนิยมเก็บหมากซู่ลูดไปสับให้เป็นเส้นยาว และนำไปตำส้มตำแทนเนื้อมะละกอ ปรากฏว่า มีรสชาติอร่อยกว่า ส้มตำจากเนื้อมะละกอเสียอีก ต้นหมากซู่ลูด สามารถเจริญเติบโตได้ข้ามปี อยู่ในกลุ่มไม้เถาเลื้อยตระกูลแตง ลักษณะลำต้น ใบ และยอด คล้ายกับแตงกวา ผสมกับฟักเขียว มีระบบรากที่มีการสะสมขนาดใหญ่ ใบมีสีเขียวเป็นหยักใบหยาบ ดอกสมบูรณ์เพศ มีชั้นของเกสรตัวผู้ เกสรตัวเมียครบถ้วน และมีกลีบดอกสีม่วงเข้ม ผลเป็นรูปกลมยาวขนาดปานกลาง เปลือกสีเขียว ผลดิบ เนื้อในจะมีสีขาว เนื้อแน่น ฉ่ำน้ำ ตรงกลางมีเมล็ด ผลสุก จะมีเนื้อสีเหลือง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกได้ในดินร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดี หมากซู่ลูด เป็นผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย และลงทุนน้อยโดยไม่พึ่งปุ๋ยหรือสารเคมี โดยทั่วไป ชาวไทใหญ่นิยมนำผลดิบของหมากซู่ลูด ที่มีลักษณะคล้ายเนื้อฟัก ไปปรุงอาหารหลากหลายเมนู เช่น ผัดใส่ไข่ ต้มจืด แกงเลียง หรือนำไปลวกจิ้มกับน้ำพริก เมื่อนำผลดิบของหมากซู่ลูดไปผ่า ภายในผลจะมีเมล็ดสีดำ ที่ถูกหุ้
หนุ่ม GEN Y ผุดไอเดีย ทำ “ส้มตำวุ้นเส้นพร้อมปรุง” ขึ้นเป็นเจ้าแรกในไทย! แปลก ใหม่ โดนใจสายเฮลตี้ ในอดีต ประเทศไทยนิยมปลูก ถั่วเขียว เพื่อการเกษตร ในแถบจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมา ถั่วเขียวมีปริมาณผลผลิตมากขึ้นจนล้นตลาด จึงมีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ต่อมามีผู้คิดค้นการทำวุ้นเส้นจากถั่วเขียว มีการปรับปรุงแก้ไขให้อยู่ในรูปแบบต่างๆ จนกระทั่งปัจจุบัน วุ้นเส้น เป็นหนึ่งในวัตถุดิบคู่ครัวเรือนไทยหลายๆบ้าน ที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายประเภท ทั้งต้ม นึ่ง ผัด ลวก คุณบอส – ศาสตร์ณุพล วิเชียรกัลยารัตน์ ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของบริษัท ไทยเซ็นเตอร์ฟูดส์โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายวุ้นเส้น ตรา “ต้นน้ำ” วัย 25 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับที่มาที่ไปธุรกิจวุ้นเส้นของเขาว่า กว่าจะมาเป็นธุรกิจวุ้นเส้นต้นน้ำในปัจจุบัน คงต้องเล่าย้อนไปเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว คุณปู่ของคุณบอส (คุณธนะ วิเชียรกัลยารัตน์) ได้เริ่มก่อตั้งโรงงานวุ้นเส้นแห่งแรกของตระกูลที่ ตำบลปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ สิ่งที่คุณปู่ให้ความสำคัญและปลูกฝังลูกหลานมาตลอด คือ การผลิตวุ้นเส้นที่ดี ต้องมีคุณภาพ ถูกสุ
อร่อยสุดยอด! “มะตะบะไส้ชีสสับปะรด” เข้ากันจนหาที่เปรียบไม่ได้ เมื่อไม่นานมานี้ ได้รับโจทย์ที่เขาให้มาทำ คือ ให้นำสับปะรดซึ่งเป็นของเกษตรกร มาช่วยส่งเสริมการกิน และให้ช่วยโปรโมตน้ำเชื่อมจากกล้วยตากอีกอย่าง อันเป็นผลพลอยได้จากการทำกล้วยตาก คิดผาดๆ ยังไงก็ต้องทำของหวาน แต่ผมเบื่อทำของหวาน โดยไม่ได้กลัวเป็นเบาหวาน เอาสับปะรดกับน้ำเชื่อมมาทำของหวานปนของคาวหน่อยๆ น่าจะได้ เลยคิดไปถึงโรตี มะตะบะ เป็นได้ทั้งไส้คาวไส้หวาน แล้วก็พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยนใส่ชีสยืดๆ ด้วย อย่ากระนั้นเลย เอามาผสมทั้งสองอย่างกลายเป็นมะตะบะไส้ชีสสับปะรด ใส่แฮมหั่น ราดด้วยน้ำเชื่อมกล้วยตาก ตอนคิด คนใกล้เคียง นึกรสชาติไม่ออก ทักว่าจะกินได้เหรอ ผมไม่เถียงไม่ค้านลงมือทำเลย ผลออกมาอร่อยสุดยอด ใช้แผ่นแป้งโรตีแช่แข็งอย่างหนา มาห่อพริกหวานเขียวแดง แฮม สับปะรดหั่น มีไส้ชีสยืดๆ รสออกมาเปรี้ยวๆ หวานๆ เคี้ยวไปได้รสพริกกรอบๆ หอมแฮม กรอบแผ่นแป้งโรตี ยิ่งได้น้ำเชื่อมกล้วยตากหยดไปสองหยด เข้ากันจนหาที่เปรียบมิได้ ขึ้นเวทีสาธิตเสร็จ ทำแจก กินคนละชิ้นเล็กๆ หายวับหมดถาดในพริบตา แต่จนแล้วจนรอด พอคนเขาถามว่าอันนี้ของหวานหรือของคาว ผมก็ตอบเขาไ
ครูไทยไอเดียเจ๋ง ผลิต “กาแฟขี้ควาย” ขายโลละหมื่น เตรียมตีตลาดอินเตอร์ กาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีน ที่ผู้คนทั่วโลกมักนิยมดื่มกันในตอนเช้าๆ มีทั้งแบบร้อน แบบเย็น กาแฟสด กาแฟสำเร็จรูป กาแฟเพื่อสุขภาพ กาแฟดริป และอีกสารพัดสารพันกาแฟให้เหล่าคอฟฟี่ เลิฟเวอร์ได้เลือกดื่มกัน คุณสุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ วัย 53 ปี อาจารย์หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีศิลปกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ผู้คิดค้น กาแฟขี้ควาย ขึ้นเป็นคนแรกของประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า กาแฟขี้ควาย ถือเป็นไอเดียที่เกิดจากท้องถิ่น เพราะที่บ้านปางควาย หมู่บ้านเขาอาศัยอยู่นั้น เป็นหมู่บ้านที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติอันสมบูรณ์และสวยงาม อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ทำการเกษตรแบบดั้งเดิม บวกกับด้วยหน้าที่การงาน ที่เป็นคนสอนให้เด็กมีความคิดใหม่ๆ มีความสร้างสรรค์ และนอกกรอบ จึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และเขาก็มีโอกาสได้ทำงานจิตอาสาเกี่ยวกับศาสตร์ของพระราชา ที่พูดถึงเรื่องการมองให้ลึกซึ้ง อีกทั้งคุณสุรสิทธิ์ มีความต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนอยู่แล้ว และมีโอกาสได้ไปที่ดอยช้าง หนึ่งในแหล่งผลิ
“ทองพลุ” ขนมไทยโบราณ แนวลูกผสม คาวก็ไม่ใช่ หวานก็ไม่เชิง นานมาแล้ว ที่สิงห์บุรี มีร้านอาหารดัง “เกษราเบเกอรี่” คิดประดิษฐ์เค้กผสมเนื้อปลาช่อน เนื่องจากปลาช่อนแม่ลาสิงห์บุรีดังมาก สมัยนั้นฮือฮา ต่างพากันแปลกใจว่า ปลาช่อน ซึ่งเป็นของคาวจะไปผสมอยู่ในของหวานได้อย่างไร เค้กไม่คาวแย่ จะกินลงหรือ พอได้ชิมเค้กปลาช่อนของเกษราเข้า ยอมรับว่าแปลกใจจริงๆ ไม่มีกลิ่นคาวเลย เวลากินได้เคี้ยวเนื้อปลาช่อนด้วย ซึ่งเขานำเนื้อปลาช่อนไปผ่านกรรมวิธีอันใดไม่รู้จนไม่เหลือกลิ่นโคนตม เปรียบได้กับอีเรียมลืมกลิ่นโคนสาบควายยังไงยังงั้น ร้านเกษราตอนนี้วิ่งผ่านไปผ่านมาก็ยังเป็นร้านดังของสิงห์บุรีอยู่ รู้สึกว่าจะมีไอศกรีมปลาช่อนเพิ่มขึ้นมานานพอสมควรแล้ว แสดงว่ามีคนนิยมของหวานผสมของคาวอยู่พอสมควร ไม่งั้นเค้กปลาช่อนของเกษราคงไม่ยืนยงมาถึงทุกวันนี้ ของฝรั่งเขามีช็อกโกแลตใส่พริก โรยเกลือ ใส่พริกไทย กินแล้วเค็มบ้าง เผ็ดบ้างแต่ไม่มาก เกลือซึ่งถือเป็นเครื่องปรุงอาหารคาวนั้น ในขนมไทยเราใช้อยู่ประจำ เพื่อเบรกรสหวานไม่ให้หวานจัดจนแสบคอ เช่น ในขนมกล้วย หน้ากะทิตะโก้ กล้วยบวชชี แต่บางอย่างเราก็ไม่ให้เกลือมายุ่งเกี่ยวเลย เช่น ขนมเช
“ทักคัลบี” ไก่กระทะเหล็ก แห่งเมืองชุนซอล เมนูโปรดของวัยรุ่นหนุ่มสาว อันยองฮาเซโย ท่านผู้อ่าน อย่าเพิ่งงงว่า วันนี้ฉันมาแปลก เรื่องของเรื่องก็คือ ฉันเขียนเรื่องอาหารอาเซียนอย่างต่อเนื่องมายาวนานหลายปีจนเกิดเป็นหนังสือ “โอชาอาเซียน” มาแล้ว 1 เล่ม ก็อยากจะมีเล่ม 2 เหมือนกัน (ฮา) ทีนี้เวลาไปไหนมาไหนเห็นอาหารที่น่าสนใจหลายๆ อย่าง เช่น อาหารจีนของแต่ละแว่นแคว้นที่มีความแตกต่างกัน หรืออาหารเกาหลีที่เป็นต้นกำเนิดของนันทนาอาจุมมาในโลกหนังสือ จาก “เข้าครัวเกาหลี” มาถึง “Joy of Korean Food” ก็อยากจะเอามาเล่าให้ฟัง แต่มันก็เป็นอาหารที่นอกเหนือจากกลุ่มประเทศอาเซียน บัดนี้ ฉันจึงขอขยายอาณาเขตของท้องเรื่องให้กว้างขึ้น ครอบคลุมไปทั้งเอเชีย กลายเป็น ครัวเอเชีย นับแต่เดี๋ยวนี้ ประเดิมด้วยเมนูเบาๆ ที่คุ้นเคยกันก่อนค่ะ เดี๋ยวเมนูฮาร์ดคอร์จะค่อยๆ ตามมา ฉันทักทายด้วยภาษาเกาหลี ก็ขอเริ่มที่อาหารเกาหลีก่อนค่ะ สิ่งนี้คือ “ทักคัลบี” 닭갈비 ซึ่งก็คือ เนื้อไก่ผัดกับผักชนิดต่างๆ ด้วยซอสเผ็ดรสชาติจัดจ้าน อันมีต้นกำเนิดในยุคซิกซ์ตี้ที่เมืองชุนซอล บางทีจึงเรียกว่า “ชุลซอลทักคัลบี” 춘천 닭갈비 เมนูนี้นับว่าเป็นของโปรดของวัยรุ
หนุ่ม ปวช.ใช้เงินเก็บหลักหมื่น เปิดร้านขายข้าว ห่อละ 15 บาท ช่วยเหลือคนรายได้น้อย ‘ห่อข้าวหอม’ ร้านอาหารชื่อดังจากกระทู้ในพันทิปมาระยะหนึ่ง เป็นร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่แถวสำโรง ขายราคาถูก มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น คุณแก้ว-ธนาเทพ ใจพุก วัย 20 ปี โดย คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก เจ้าของร้านควบตำแหน่งพ่อครัววัย 20 ปี เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ตไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ตไทม์ เป็นอาชีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เมื่อไปทานที่ร้านอาหารอื่นๆ รู้สึกว่าเขาเอาเปรียบผู้บริโภค ทั้งวัตถุดิบ ราคา และปริมาณ จึงคิดเปิดร้านขึ้นมา โดยตั้งใจไว้ว่าจะไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ต้องใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ และขายในราคาที่คนทุกฐานะสามารถซื้อทานได้ ตอนเปิดร้านแรกๆ มีเงินทุนเพียง 14,000 บาท จากการทำงานเก็บออมมา 2 ปี คุณแก้วเล่าต่อว่า ครึ่งเดือนแรกในการขายข้าว ตนเกือบหมดทุนเหมือนกัน วันๆหนึ่งขายได้กำไรน้
อดีตครูลาออกจากราชการ เดินตามฝัน เปิด “คีตพัฒน์” โรงเรียนสอนดนตรีชื่อดังระดับประเทศ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ภาพความเป็นครอบครัวไม่เหมือนหลายสิบปีก่อน ปัจจุบันครอบครัวของคนรุ่นใหม่มีขนาดเล็กลง ทั้งพ่อและแม่ต่างก็ต้องออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงลูก จึงไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้านเลี้ยงดูลูกนัก กลายเป็นเวลาที่เด็กจะต้องอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง กิจกรรมฆ่าเวลาของเด็กก็มักจะเล่นเกม หรือพูดคุยกับคนรู้จักในอินเตอร์เน็ต พ่อแม่จึงให้ความสนใจกับการหากิจกรรม ที่ใช้เวลาว่างของลูกให่เกิดประโยชน์ด้วยการ พาไปเรียนพิเศษ ลงเล่นกีฬา หรือจองคอร์สดนตรี เหล่าสถาบันกวดวิชา สนามกีฬาในร่ม และสถาบันสอนดนตรี จึงเกิดขึ้นมากมาย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้สัมภาษณ์ ครูก้อย-ชยพัฒน์ ศรีสุโร วัย 60 ปี หนึ่งในผู้ก่อตั้ง “คีตพัฒน์” โรงเรียนสอนดนตรีชื่อดังในจังหวัดเพชรบุรี โดยครูก้อย เล่าให้ฟังว่า เดิมเขามีอาชีพรับราชการครูที่โรงเรียนคงคาราม ในจังหวัดเพชรบุรี ด้วยความที่ตนชื่นชอบด้านการดนตรี และโชคดีที่พ่อกับแม่สนับสนุนการเรียนดนตรีมาตั้งแต่เล็กๆ แต่ในสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีโรงเรียนหรือสถาบันที่สอนเกี่ยวกับดนตรีเท่าใดนัก จึงต้องหาคร
