SMEs
การได้ทำงานที่รักและยังคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยถือเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง ทำให้เกษตรกรรุ่นใหม่อย่าง วิญญู สถิตวิทยานันท์ หรือ พี่ปาน อดีตนักเรียนนอก อาจารย์พิเศษด้านกราฟิกดีไซน์ วางเมาส์ชั่วคราวหันมาลงมือพรวนดินทำสวนเมล่อนในฝัน ผลิตเมล่อนปลอดสาร เกรดพรีเมี่ยม วางจำหน่ายในตลาดทั่วไปและส่งขายแบบออนไลน์ทั่วประเทศ พี่ปาน เปิดเผยถึงความเป็นมาของการทำสวนเมล่อนภายใต้แบรนด์ วีดา การ์เดน (VEDA garden) ว่า มาจากชื่อภรรยาคือ วิยะดา ทำให้เกิดแรงบันดาลใจมาใช้ตั้งชื่อแบรนด์เมล่อนของตนเอง และเริ่มต้นลองผิดลองถูกด้วยการไปเรียนรู้เพิ่มเติมจากเกษตรกรที่ปลูกเมล่อนมาก่อนและเรียนรู้ค้นคว้าด้วยตนเองควบคู่กันไป “จุดเริ่มต้นมาจากการปลูกมะนาวปลอดสารพิษและได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า จึงคิดอยากทำสวนผลไม้และเริ่มไปเรียนกับคุณอาที่ปลูกเมล่อนอยู่แล้วที่บุรีรัมย์ และกลับมาทำสวนเมล่อนที่ตำบลพะเนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บ้านของตนเอง เพราะอยากทำเมล่อนที่มีคุณภาพ เราและครอบครัวสามารถกินเองได้อย่างสบายใจด้วย วีดา การ์เดน จึงเกิดขึ้น” โดยเริ่มแรกทดลองตั้งแต่การเพาะเมล็ดเมล่อนในโรงเรือนด้วยตนเอง โดยนำเมล่
“ขนมเทียนแก้วแม่พูลศรี” สูตรดั้งเดิมกว่า 17 ปี ขายดีมากช่วงเทศกาล ออร์เดอร์เพิ่มเท่าตัว หลายคนคงรู้จักและคุ้นชิ้น กับขนมเทียน ขนมไทยรูปทรงสามเหลี่ยมที่ใช้เป็นของไหว้วันตรุษจีนและสารทจีน แต่ถ้าพูดถึงขนมเทียนแก้วแล้วล่ะก็ คงสงสัยกันไม่น้อย ขนมชนิดนี้ดัดแปลงมาจากขนมเทียน รูปร่างสามเหลี่ยมคล้ายกัน ต่างกันตรงที่เปลี่ยนจากใช้แป้งข้าวเหนียวมาใช้แป้งถั่วเขียวแทน ทำให้เนื้อขนมใส และนุ่มกว่า “ขนมเทียนแก้วแม่พูลศรี” ร้านขนมไทยเก่าแก่อยู่คู่จังหวัดมหาสารคามมายาวนานร่วม 17 ปี คุณไก่-ศิริวรรณ แก้วเขียว วัย 47 ปี ลูกสาวของแม่พูลศรี ผู้เป็นต้นตำรับ “ขนมเทียนแก้วแม่พูลศรี” เล่าให้ฟังว่า ร้านนี้เกิดจากความตั้งใจของคุณแม่พูลศรี และคุณพ่อศีลธรรม ที่อยากสร้างอาชีพหลังวัยเกษียณ เพราะอยากมีรายได้เสริม ด้วยชอบทานขนมเทียนแก้วอยู่แล้ว จึงเริ่มคิดค้นสูตรตั้งแต่ปี 2545 แต่สมัยนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่เข้าถึงจึงต้องค้นสูตรตามนิตยสาร ทำเสียบ้าง เททิ้งไปบ้าง ไม่นานก็ได้สูตรที่อร่อยลงตัว หลังได้สูตรสำเร็จเป็นขนมทำวางขายหน้าร้าน ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่กินแล้วติดใจ ชอบในรสชาติ มีออร์เดอร์เข้ามาเรื่อ
กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกเป็นการค้าในหลายพื้นที่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในปัจุบันมีแหล่งปลูกที่สำคัญที่มีศักยภาพในการผลิตคุณภาพสูงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี และกาญจนบุรี เป็นต้น แปลงกุหลาบตัดดอก การปลูกกุหลาบตัดดอกสามารถผลิตในรูปแบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการผลิตสองรูปแบบนี้จะต้องคำนึงเลือกพื้นที่ผลิตที่ที่เหมาะสม ทั้งสภาพอากาศ ดิน และน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีหลายพื้นที่ของภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จังหวัดนครปฐมที่มีความพร้อม สามารถปลูกกุหลาบตัดดอกรูปแบบเชิงปริมาณที่ใหญ่แห่งหนึ่ง กุหลาบถือได้ว่าเป็นไม้ดอกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะปลูกได้ทุกวัน อีกทั้งมีการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก สามารถนำมาปลูกเป็นพืชเสริมสลับกับพืชหลักได้ ที่สำคัญตลาดยังให้การตอบรับอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรหลายคนหันมาปลูกกุหลาบตัดดอกกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ แต่จะมีวิธีการปลูก ดูแลกุหลาบให้มีดอกที่ใหญ่ สีสด กลีบหนา กานยาว ตรงตามความต้องการของตลาดได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแล ซึ่งพี่สุรีย์ เจ๊กพัน เกษตรกรผู้ปลูกกกุหลาบตัดดอก ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือ
“ต๋อง ชวนชื่น” ดาราตลกรักครอบครัว สร้างธุรกิจโฮมสเตย์ “ต๋อง ชวนชื่น โฮมสเตย์” บนพื้นที่ 2 ไร่ ปลูกไม้ผลหลากหลาย อาทิ มะยงชิด ส้มโอ กระท้อน ขนุน มะนาว ฯลฯ พร้อมกับเลี้ยงปลาดุก ทำฟาร์มไก่ไข่ ขายไข่ให้โหน่ง ชะชะช่า โฮมสเตย์นี้ไม่หรู เน้นขายบรรยากาศ ลูกค้ามาพักได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เสิร์ฟอาหารอร่อยพร้อมๆ กับไว้ให้เช่าถ่ายละครด้วย สังคมเมืองที่ผู้คนต้องดิ้นรนและเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ทำให้การใช้ชีวิตเรียบง่าย เนิบๆ ช้าๆ ท่ามกลางธรรมชาติกลายเป็นกระแสนิยมในช่วงหลัง ธุรกิจโฮมสเตย์มากมายจึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ที่ว่า เช่นเดียวกับ “ต๋อง ชวนชื่น โฮมสเตย์” ธุรกิจของตลกดังซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่โหยหาธรรมชาติ “เราถ่ายละครอยู่ในวงการบันเทิงมานาน อยากจะหาทำเลทำโลเกชั่นเล็กๆ ไว้ให้เช่าถ่ายละคร ตอนแรกหาอยู่แถวลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี แต่ด้วยราคาที่ดินค่อนข้างสูงเลยขยับไปเรื่อยๆ แล้วเปลี่ยนความคิดว่าทำเป็นบ้านสวนดีกว่า ก็ไล่ดูในเว็บไซต์จนเจอที่ปัจจุบันเป็นบ้านสวนเงียบสงบ พื้นที่ 2 ไร่ มีผลไม้ มะยงชิด ส้มโอ กระท้อน ขนุน ฯลฯ” ต๋อง ชวนชื่น หรือ วิชัย พร
“ชีสเค้กทุเรียน” เจ้าแรกในไทย มีให้กินทั้งปี สาวกทุเรียนห้ามพลาด! ทุเรียน นอกจากจะทานกันสดๆ แล้ว ผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่มีความคิดสร้างสรรค์หลายๆ เจ้า ได้นำเอามาเป็นส่วนประกอบในการรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาให้เหล่านักกินได้ทานกัน Ivan factory ร้านขนมออนไลน์ของ คุณลิตเติ้ล – ปภาพินท์ เดียวสุรินทร์ วัย 33 ปี ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีการนำทุเรียนเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการทำขนม “ชีสเค้กทุเรียน” เจ้าแรกในไทย และเป็นที่โด่งดังในหมู่นักกินและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คุณลิตเติ้ล – ปภาพินท์ เดียวสุรินทร์ วัย 33 ปี คุณลิตเติ้ล เล่าให้ฟังว่า เธอเรียนจบปริญญาตรี เอกภาษาจีน ด้วยความที่พี่สาวของเธอเปิดร้านขนมทำให้เธอพลอยคลุกคลีกับการทำขนมมาตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเรียนจบก็ไปช่วยงานที่บ้านได้สักระยะ จึงได้แยกตัวไปเปิดร้านขนมอีกสาขาหนึ่งเป็นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์เดียวกันกับพี่สาว “จุดเริ่มต้นของการทำชีสเค้กทุเรียนขาย ด้วยความที่เราคลุกคลีกับเค้กกับขนมทุกวันแล้ว แฟนของเราเป็นคนทานยากแต่เขาชอบทานทุเรียนและขนมมาก เราก็อยากทำอะไรดีๆ ให้เขาทาน เลยลองทำชีสเค้กทุเรียนให้เขาชิมแล้วเราก็มีความเชื่อส่วนหนึ่งว่า ถ้าคนทา
หลายปีก่อน อาหารของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกก็คือ ต้มยำกุ้ง คนต่างชาติที่มาเมืองไทยจะต้องพากันลิ้มรส ต้มยำกุ้ง ให้ได้ ทั้งๆ ที่เมืองนอกก็มีขาย นอกจากนี้ ที่คนต่างชาตินิยมกินอาหารไทยก็มีผัดไทย ผัดกะเพราไก่ไข่ดาว ทว่าในปัจจุบันอาหารที่ขึ้นนำแซงโค้งอาหารชนิดอื่นก็คือ แกงมัสมั่น แกงมัสมั่นมีดีหลายอย่าง นอกจากถูกลิ้นคนที่ไม่ชอบเผ็ดแล้ว ยังกินกับข้าวสวยหรือขนมปังก็ได้ การกินแกงมัสมั่นให้อร่อยมีเคล็ดลับอยู่ว่า ต้องกินกับข้าวสวยร้อนๆ มัสมั่นก็ต้องร้อน น้ำแกงจะได้ไม่จับเป็นก้อน มัสมั่นโดยทั่วไปจะมีทั้งมัสมั่นไก่ เนื้อวัว และหมู นิยมหั่นเนื้อทุกชนิดเป็นชิ้นใหญ่ๆ ที่มาของแกงมัสมั่นจริงๆ มาจากฝรั่งเศสและมาเลเซีย แต่คนไทยมาคิดดัดแปลงจนกระทั่งกลายเป็นมัสมั่นแบบไทยๆ ที่ทั่วโลกกินแล้วติดใจ ไม่น่าเชื่อว่า สำหรับเมืองไทย แกงมัสมั่นไปดังที่จังหวัดน่าน ปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่า ถ้าใครไปเที่ยวเมืองน่าน ก็จะถือโอกาสไปกินแกงมัสมั่นที่ ร้านปุ้ม 3 ตั้งอยู่กลางเมือง เยื้องธนาคารกรุงศรีอยุธยา เมื่อหลายปีก่อน ถ้าใครจะซื้อแกงมัสมั่นจากร้านนี้กลับบ้าน ทางร้านก็จะบรรจุใส่หีบห่อแบบร้านอาหารทั่วไป ทว่าปัจจุบัน ผู้ซ
“อยากขาย แต่พูดดีๆหน่อยก็ได้ ไม่ต้องขึ้นมึง-กู” เสียงครวญจากร้านขายวัสดุก่อสร้าง ช่วงสายๆ ของวันทำงาน ณ ร้านขายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ : ทำไมต้องขึ้นป้ายใหญ่ขนาดนี้ แคชเชียร์ : เจอบ่อยพี่ มันไม่ไหว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ : เค้าว่าไงกันบ้าง แคชเชียร์ : ตะคอก เร็วๆ หน่อย กูรีบ! ประจำเลย (ถอนหายใจ) เดี๋ยวอีกสาขาหนึ่ง ก็จะขึ้นป้ายเหมือนกันแล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ : สู้ๆ นะ
วันเดย์ทริป เยือนบางกอก ชมอาราม ตามรอยมหากวีเอก วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขออาสา พาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญริมสายน้ำ พร้อมฟังประวัติศาสตร์ ย่านคลองบางกอกน้อย-อ้อมนนท์ ตามรอยสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์กัน โดยได้รับเชิญและเดินทางไปกับ เคทีซี และมี อาจารย์ธานัท ภุมรัช นักประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร จะเป็นผู้ให้ข้อมูลต่างๆ ตลอดทั้งทริป เริ่มต้นทริปกันที่ วัดดุสิดารามวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร อาจารย์ธานัท เล่าว่า เดิมพระอารามหลวงชั้นจรแห่งนี้มีชื่อว่า วัดเสาประโคน โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงศรีสุนทรเทพ พระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ได้ทรงสถาปนาขึ้น โดยความหมายของชื่อ วัดเสาประโคน มีที่มาจากความหมายของเสาที่ใช้ปักหลักเขตแดนของบ้านเมือง ซึ่งในอดีตที่แห่งนี้เคยมีเสาประโคนปักอยู่บริเวณใกล้ๆ กับพระอุโบสถ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ได้ทรงสร้างกุฏิด้านหน้า 1 คณะ หอสวดมนต์ ศาลา
“บ้านคำปุน” แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ฝีมือทอผ้าไหมสุดเลื่องลือ “บ้านคำปุน” คือ แหล่งผลิตและจำหน่ายผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งอยู่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สถานที่แห่งนี้ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางวัฒนธรรมการทอผ้าไหม ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัดอุบลฯ ความพิเศษของ “บ้านคำปุน” นี้ คือ การเปิดให้เข้าชมแค่ปีละ 1 ครั้ง เป็นเวลาไม่เกิน 3 วัน ในช่วงเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลฯ ทุกปี เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านส่วนตัว โดยมีการเก็บค่าเข้าชม 100 บาท รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปทำบุญตามแต่จะกำหนดไว้ในแต่ละปี สำหรับชื่อเรียกขานบ้านทรงไทย บนที่ดินร่มรื่นแห่งนี้ มีที่มาจากชื่อของ คุณคำปุน ศรีใส เจ้าของผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์-ถักทอ พ.ศ. 2537 และมี คุณเถ่า-มีชัย แต้สุจริยา ทายาทของเธอ เป็นผู้ดูแล คุณเถ่า กับผลงานผ้าทอผืนงาม ที่เผยได้เพียงว่า ราคาหลาละ 6 หลัก ธุรกิจค้าปลีก-ส่ง ทรุด หันทำผ้าทอสืบทอดบรรพบุรุษ คุณเถ่า-มีชัย แต้สุจริยา แห่ง “บ้านคำปุน” ปัจจุบันอายุ 59 ปี ผู้ชายคนนี้ มีรางวัลการันตีความสามารถด้านผ้าทอมาแล้วมากมาย
“MUTTA” ห้องเสื้อแพรวาไทย สวย-แพง โดนใจ เตรียมดังไกลต่างแดน แพรวา หรือ ผ้าไหมแพรวา เป็นผ้าทอมืออันเป็นเอกลักษณ์ของชาวผู้ไทยหรือภูไท ซึ่งเป็นชนกลุ่มหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในบริเวณแคว้นสิบสองจุไทย ภูมิปัญญาในการทอผ้าของชาวภูไท เป็นมรดกทางความคิดที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเก็บลายจากการเก็บขิด และการจกที่มีลวดลายโดดเด่น ทอด้วยไหมทั้งผืน มีสีสัน ลวดลายที่หลากหลาย นับเป็นผ้าไทยอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่ผู้นิยมผ้าไทย ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะผ้าจาก บ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการทอผ้าไหมแพรวาที่งดงามและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ คุณเล็ก – กุลทรัพย์ เมธีไตรพัฒน์ เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ “MUTTA” (มุตตา) วัย 55 ปี ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าไหมแพรวาเช่นกัน โดยเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เดิมก่อนจะหันมาจับธุรกิจผ้าไทย เธอเคยทำงานเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตมือถือในบริษัทฮ่องกงแห่งหนึ่ง ที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศจีน จนเมื่อ 3 ปีก่อน เธอ
