SMEs
ธุรกิจ “ทัวร์กัญชา” เบ่งบาน พาไปดูตั้งแต่แปลงปลูก แถมได้สูบกับคนดัง เมื่อรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐอเมริกา มีกฎหมายออกมาเมื่อปี 2559 ระบุให้บุคคลที่มีอายุเกิน 21 ปีสามารถใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยสามารถมีกัญชาในครอบครองไม่เกิน 1 ออนซ์ หรือราว 28.3 กรัม นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดธุรกิจ “ทัวร์กัญชา” ที่ทุกวันนี้มีอยู่ในนครลอสแองเจลิสหลายเจ้า อาทิ บริษัท กรีน ทัวร์ (Green Tours), Green Line Trips, Weedology และ Dope Tours and Food High จีน โกรซอฟสกี เจ้าของบริษัท กรีน ทัวร์ วัย 35 ปี เล่าว่า พ่อของเขาเป็นชาวรัสเซียที่อพยพมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และทำธุรกิจทัวร์อยู่ในลอสแองเจลิสมานานหลายสิบปี ดังนั้น พอกัญชากลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายขึ้นมาในรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาจึงคิดต่อยอดนำมาทำธุรกิจทัวร์ด้วยการพาลูกค้าไปเที่ยวชมการปลูกกัญชา แวะร้านขายยาที่มีกัญชาขาย และได้ลองสูบกัญชาเพื่อสันทนาการ แม้ฟังดูเหมือนง่าย แต่จีน โกรซอฟสกี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า การเริ่มทำธุรกิจกรีน ทัวร์ ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งก็เหมือนกับธุรกิจอีกหลายอย่างในรัฐแคลิฟอร์เนียที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชา ที่ต้องเ
หนึ่งในความปรารถนาของใครหลายๆ คน คือการมีบ้านที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้นานาพันธุ์ ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งคนที่มีความฝันที่จะมีบ้านเล็กๆ สักหลัง แล้วปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ล้อมรอบบ้าน เพิ่มพื้นที่สีเขียวขจี อีกทั้งยังเพิ่มสีสันสดใส ที่ได้จากดอกไม้เวลาบานสะพรั่งด้วย แต่ใครบ้างที่จะทราบว่า ดอกไม้แสนสวยที่บ้างก็มีกลิ่นหอมดึงดูดทั้งคนและแมลง บ้างก็มีสีสดสวยดึงดูดสายตาเหล่านั้น นอกจากจะใช้ประดับเพิ่มความงามให้กับบ้านแล้ว ยังเป็นสมุนไพรมากคุณค่าอีกด้วย ตัวอย่างไม้ดอกที่เราพบเจอกันได้บ่อยๆ ที่ไม่ได้เป็นแค่ต้นไม้ประดับ แต่ยังเป็นสมุนไพรที่ช่วยดูแลสุขภาพเราด้วย 1. ปีบ หรือกาสะลอง ต้นไม้สูง ออกดอกขาวโพลนทั้งต้น กลิ่นหอมโชยตามลมอย่างต้นปีบนี้ ไม่ได้แค่สวยและหอมอย่างเดียว เพราะดอกของต้นปีบ ใช้เป็นสมุนไพรในการแก้โรคหอบ หืด ได้โดยการนำดอกมามวนสูบ 2. เบญจมาศ ดอกไม้ที่เป็นไปด้วยกลีบเล็กๆ อัดซ้อนกันจนแน่นอย่างเบญจมาศนี้ ไม่ได้แค่สวยอยู่แต่ในแจกันเท่านั้น เราสามารถนำดอกและใบมาคั้นเป็นยาสมุนไพร ใช้สำหรับรักษาบาดแผล หรือจะนำไปต้มดื่มรักษาโรคนิ่ว โรควัณโรค และโรคที่เกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง 3. บุนนาค ไม้ดอกกลีบบางน่
เมื่อวันที่ 11 เมษายน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำ หนดตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ ที่ให้เสพเพื่อรักษาโรคหรือการศึกษาวิจัยได้ พ.ศ. 2562 ความว่า
พามารู้จัก ผักไชยา หรือ คะน้าเม็กซิกัน ผักต่างถิ่นจากประเทศเม็กซิโก ที่มาเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยเนื่องจากรสชาติถูกปากคนไทย ผักไชยา คะน้าเม็กซิกัน ผักโขมต้น หรือ ชายา (ภาษาสเปน Chaya) ชื่อทางพฤกษศาสตร์ : Cnidoscolus chayamansa ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae เป็นไม้พุ่ม อายุหลายสิบปี อยู่ในวงศ์เดียวกับยางพาราและสบู่ดำ เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในคาบสมุทรยูกาตันของประเทศเม็กซิโก มีลำต้นอวบน้ำ มียางขาวออกมาเมื่อถูกหัก ทรงพุ่มตั้งตรง มีขนาดใหญ่ โตเร็ว สามารถสูงได้ถึง 6 เมตร ใบกว้าง มีแฉกคล้ายใบมะละกอ ผักไชยาเป็นผักกินใบ เป็นอาหารชนิดหนึ่งของประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา และประเทศแถบอเมริกากลาง ไชยา น่าจะเป็นผักที่เข้ามาในไทยไม่เกินสิบปีที่ผ่านมา ผมรู้จักไชยาเมื่อสามปีก่อน ในงานมหัศจรรย์พันธุ์พืชของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ทีแรกนึกว่าเป็นผักพื้นบ้านของภาคใต้ จากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่พอได้ยินอีกชื่อ เรียกว่า คะน้าเม็กซิกัน ก็รู้ว่าเป็นพืชต่างถิ่น เห็นรูปที่ถ่ายไว้สามารถนำไปแทนคะน้าโดยผัดราดหน้า ผัดซีอิ๊ว ผัดน้ำมันหอยได้ด้วย จึงสนใจไปดู สนนราคาตอนนั้น ขายต้นละ 100 บาท
สงกรานต์ร้อนตับแตก! แนะดับด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น “บัวบก รางจืด ฟ้าทะลายโจร ผักเบี้ยใหญ่” คุณเบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แนะวิธีคลายร้อน โดยให้เรียนรู้ตามทฤษฎีแพทย์แผนไทย ว่า มนุษย์ประกอบด้วยธาตุดิน 20 ส่วน ธาตุน้ำ 12 ส่วน ธาตุลม 6 ส่วน และธาตุไฟ 4 ส่วน ส่วนประกอบต่างๆ ของร่างกายจะบ่งบอกลักษณะของแต่ละธาตุ เช่น ธาตุดินมีลักษณะที่มีน้ำหนักจับต้องได้ อันได้แก่ อวัยวะต่างๆ ธาตุน้ำมีลักษณะหนัก เย็น ชื้น ธาตุไฟมีลักษณะเบา ร้อน ชื้นพอดี เคลื่อนไหวได้ ธาตุลมมีลักษณะเบา ไม่มีน้ำหนัก ไร้รูป แห้ง เย็น ร่างกายคนเราจะมีกลไกในการทำงานร่วมกันระหว่างธาตุทั้งสี่ ซึ่งเรียกว่า ตรีโทษ โดยมีธาตุดินรองรับ วาตะคือ กลไกการทำงานของจิตและระบบประสาท เป็นการทำงานร่วมกันของลมและช่องว่างในร่างกาย มีลักษณะเบา แห้ง เย็น ไม่มีรูปร่าง ไม่นิ่ง ปิตตะคือ กลไกการย่อยอาหาร การเผาผลาญ การรักษาอุณหภูมิของร่างกาย การอักเสบ ความฉลาด เป็นการทำงานร่วมกันของธาตุไฟและธาตุน้ำ มีลักษณะร้อน ชื้น ไหลได้ และ เสมหะคือ กลไกการสร้างความเจริญเติบโต ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เกาะเกี่ยว ยึดโยง เป็นการทำงานร่วมกันขอ
หมูกระทะดีลิเวอรี่ เสี่ยงท่องร่วง ผู้ประกอบการเผย กังวล! แต่ไม่กระทบธุรกิจ หมูกระทะดีลิเวอรี่ เสี่ยงท้องร่วง – จากข่าว กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนประชาชนที่นิยมสั่งซื้ออาหารประเภทหมูกระทะแบบดีลิเวอรี่ หากมีกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจเสี่ยงท้องร่วง โดยนายแพทย์ดนัย ธีวันดา (รองอธิบดีกรมอนามัย) เผยว่า ขณะนี้ในบางพื้นที่พบกลุ่มแรงงานข้ามชาติทำการลักลอบขายหมูกระทะที่ไม่มีคุณภาพ วัตถุดิบไม่ได้มาตรฐานและภาชนะบรรจุอาหารไม่สะอาด หากหลงเชื่อสั่งซื้อมาบริโภคมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินอาหารได้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สอบถามข้อมูลไปยังผู้ประกอบการ ร้านหมูกระทะดีลิเวอรี่ ถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว คุณสาวิณี – เจ้าของกิจการ “ร้านหมูกระทะนายพัน ห้วยขวาง” แสดงความคิดเห็นว่า ตนพอทราบข่าวมาบ้างแล้ว และมีความรู้สึกกังวลใจ เกรงว่าจะมีคนลักลอบเข้ามาทำหมูกระทะปลอมเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้ร้านหมูกะทะดีลิเวอรี่เจ้าอื่นพลอยเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย ในส่วนของทางร้านหมูกระทะนายพัน คาดว่าจะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากเปิดมากว่า 15 ปีแล้ว ยังคงขายได้ตามปก
ร้อนแล้วไงใครแคร์! สารพัดอาชีพบ่น…แต่ทนได้ “อย่าให้อากาศกระทบงาน” เข้าเดือนเมษายนเมื่อไหร่ อากาศที่เรียกได้ว่าร้อนตับแตก ก็มาพร้อม ๆกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นแตะ 40 องศา จนลุกไปเปิดแอร์ฯ เปิดพัดลมกันแทบไม่ทัน แล้วอย่างนี้ แม่ค้าแม่ขาย หรือคนที่ ‘จำเป็น’ ต้องทำงานกลางแจ้ง เขาจะทำอย่างไรกันบ้างนะ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่ สอบถามความเห็นจากบรรดาผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ว่ามีวิธีรับมือกับหน้าร้อนอย่างไร เริ่มที่ คุณเปิ้ล-ปวีณา ภักดี สาวยาคูลท์ วัย 45 ปี “ช่วงนี้ร้อนมาก เผลอ ๆ ร้อนกว่าปีที่แล้วอีก แต่ต้องสู้ เพราะไม่มีทางเลือก วิธีแก้ปัญหาคือ ใช้ผ้าคลุมหน้า และใส่เสื้อกันหนาวกันแดด คาดว่าหน้าร้อนนี้ ยอดขายดีกว่าปกติเป็นเท่าตัว เพราะยาคูลท์ทำให้สดชื่น” ส่วนคุณอ๊อด อายุ 50 ปี คนเก็บของเก่าขายย่านประชานิเวศน์ “เก็บของเก่าขายมา 10 ปีแล้ว รู้สึกว่าปีนี้ร้อนกว่าปกติ แต่ยังไงต้องอดทน เพราะมันคืออาชีพของเรา อาศัยนั่งพักตามที่ร่ม พอให้หายเหนื่อยมาทำงานต่อ ส่วนสงกรานต์ปีนี้ต้องหยุด ไม่มีขยะให้เก็บ เพราะคนกลับบ้านกันหมด” ด้านคุณตุ๊ก อายุ 44 ปี แม่ค้าขายโตเกียว ปิดท้า
พามารู้จัก ผักไชยา หรือ คะน้าเม็กซิกัน ผักต่างถิ่นจากประเทศเม็กซิโก ที่มาเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยเนื่องจากรสชาติถูกปากคนไทย ผักไชยา คะน้าเม็กซิกัน ผักโขมต้น หรือ ชายา (ภาษาสเปน Chaya) ชื่อทางพฤกษศาสตร์ : Cnidoscolus chayamansa ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae เป็นไม้พุ่ม อายุหลายสิบปี อยู่ในวงศ์เดียวกับยางพาราและสบู่ดำ เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในคาบสมุทรยูกาตันของประเทศเม็กซิโก มีลำต้นอวบน้ำ มียางขาวออกมาเมื่อถูกหัก ทรงพุ่มตั้งตรง มีขนาดใหญ่ โตเร็ว สามารถสูงได้ถึง 6 เมตร ใบกว้าง มีแฉกคล้ายใบมะละกอ ผักไชยาเป็นผักกินใบ เป็นอาหารชนิดหนึ่งของประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา และประเทศแถบอเมริกากลาง ไชยา น่าจะเป็นผักที่เข้ามาในไทยไม่เกินสิบปีที่ผ่านมา ผมรู้จักไชยาเมื่อสามปีก่อน ในงานมหัศจรรย์พันธุ์พืชของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ทีแรกนึกว่าเป็นผักพื้นบ้านของภาคใต้ จากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่พอได้ยินอีกชื่อ เรียกว่า คะน้าเม็กซิกัน ก็รู้ว่าเป็นพืชต่างถิ่น เห็นรูปที่ถ่ายไว้สามารถนำไปแทนคะน้าโดยผัดราดหน้า ผัดซีอิ๊ว ผัดน้ำมันหอยได้ด้วย จึงสนใจไปดู สนนราคาตอนนั้น ขายต้นละ 100 บาท
บาริสต้าวัย 70 โชว์ความเก๋า รังสรรค์ความอร่อยด้วยสองมือ บดกาแฟเองทุกเมล็ด ช่วงนี้หากใครได้ไปเดินเล่นแถวถนนมหาพฤฒาราม คงต้องสะดุดตากับร้านกาแฟเปิดใหม่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพงนัก เพียงออกประตูหนึ่ง เดินตรงไปอีกประมาณ 200 เมตร จะพบกับร้าน ‘Mobidrip x Mother Roaster’ (โมบิดดริป มาเธอร์ โรสเทอร์) ร้านกาแฟขนาดเล็กที่เรียกกันว่า “Coffestand แค่สั่งซื้อแล้วกลับ” แต่ที่แห่งนี้ยังมีที่ให้นั่งได้ถึงสี่ที่ นับเป็นการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวน่าเหลือเชื่อ แม้การจราจรบนท้องถนนจะวุ่นวาย แต่ภายในร้านแห่งนี้ยังคงมีกลิ่นอายของความสงบ ความอบอุ่น และความเป็นกันเองระหว่างบาริสตากับผู้ดื่มกาแฟได้เป็นอย่างดี สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลิ้มลองรสชาติของกาแฟได้อย่างไม่ขาดสาย ด้วยลีลาการบด การชงกาแฟรูปแบบใหม่ของคุณแม่บาริสต้าวัย 70 ปี “กาแฟทุกร้านอร่อยหมด ขึ้นอยู่กับว่าจะถูกใจคนดื่มหรือเปล่า มันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลมากๆ เพราะคนเราต่างมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน ถ้าเขากินของเราแล้วถูกใจเขาก็จะกลับมาหาเรา แต่ถ้าไม่ ก็แค่ครั้งเดียวที่จะได้เจอกัน” หนึ่งในคำบอกเล่าของคุณแม่บาริสต้าม
ผู้ประกอบการรายเล็ก-รายใหญ่ เดือดร้อนกันหมด “เรื่องนี้ไม่ควรเกิดกับชาวเกาะสีชัง” ฆ่าแหม่มเกาะสีชัง – จากกรณีข่าวนักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมัน ถูกข่มขืนและฆาตกรรมอย่างทารุณ ที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา นอกจากจะถือเป็นคดีสะเทือนขวัญแล้ว ในแง่ของเศรษฐกิจ ก็เป็นเรื่องที่ได้รับผลกระทบจากข่าวนี้เช่นกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สัมภาษณ์ คุณพุ่ม – แก้วประเคน ไกด์กิตติมศักดิ์ วัย 82 ปี ผู้ใช้ชีวิตอยู่ใน เกาะสีชังมาตั้งแต่เกิด ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนขวัญกันไปทั้งเกาะ จากการประเมินความเสียหายของชาวบ้านทั้งหมด ต่างได้รับผลกระทบไปตามๆกัน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก-ใหญ่ รายได้ต่างหดหายไปมากถึงครึ่งต่อครึ่ง เพราะภาพลักษณ์ของเกาะสีชัง ต่อสายตานักท่องเที่ยวเป็นไปในทิศทางลบ โดยคุณพุ่ม กล่าวว่า 80 ปีที่ผ่านมา ชาวเกาะสีชัง ต่างอยู่กันอย่างสงบสุข แต่เหตุการณ์ข่มขืนนักท่องเที่ยวแค่ครั้งเดียว กลับสร้างภาพจำไม่ดีให้คนอื่น ซึ่งไม่ควรเกิดกับพวกเราชาวเกาะสีชัง “แม้ว่าภาพลักษณ์จะไม่ดีต่อสายตาคนภายนอก แต่กระน
