SMEs
พาไปรู้จัก “คล้า” ต้นไม้เนื้ออ่อน คนอีสานมักใช้สานกระติ๊บ ถูกสาวเจนวายดีไซน์โฉมให้ทันสมัย ใช้งานได้หลากหลาย ถูกจริตผู้หญิงยุคใหม่ ตระเวนออกบู๊ธขายตามงาน รายได้ดีกว่าเพื่อนที่ทำงานประจำ ระยะหลังมานี้ ได้เห็นคนรุ่นใหม่หลายคน เรียนจบปริญญาตรี มุ่งหน้าบ้านเกิด ยึดอาชีพของบรรพบุรุษ โดยตั้งใจว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ สินค้า ของครอบครัวให้ก้าวล้ำไปอีก เช่นเดียวกับ คุณพัชรพร แก่นนาคำ วัย 27 ปี ผู้ผลิตกระเป๋าคล้า จากอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เธอเรียนจบเทคโนโลยีสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พอเรียนจบปุ๊บ ก็ไม่ได้ร่อนใบสมัครงานเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่กลับมายึดอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว นั่นคืองานหัตถกรรมจากคล้า คล้า เป็นไม้เนื้ออ่อน ขึ้นเป็นกอ นำมาจักสานเป็นเสื่อ แต่คนทางภาคอีสาน มักนำมาสานกระติ๊บ ซึ่งครอบครัวของคุณพัชรพร ก็สานกระติ๊บ เสื่อ กระเป๋า เป็นหลัก เมื่อเธอเข้ามาทำ ก็พยายามดัดแปลงรูปแบบให้ทันสมัย จับกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น อีกทั้ง เศษเล็กเศษน้อยของวัตถุดิบ ก็นำมาทำกระเป๋าใบเล็กๆ พวงกุญแจ ราคาก็ถูกลง ซื้อง่ายขายคล่องขึ
จากนักศึกษาที่หลงรักกล้วยไม้รองเท้านารี สะสม 2 ปี ต่อยอดเป็นธุรกิจ ขายราคาตั้งเเต่หลักร้อย จนถึงพัน ส่งลูกค้าต่างประเทศ ปลูกขายได้ทั้งปี รายได้ประจำของผู้ชายที่รักเกษตร รองเท้านารี เป็นกล้วยไม้กึ่งดินในสกุล Paphiopedilum มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่น และเขตร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดีย ฟิลิปปินส์ พม่า มาเลเซีย และในประเทศไทยพบกล้วยไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่ในป่าทั่วไป ลักษณะเด่นของไม้ชนิดนี้มีรูปร่างคล้ายกับรองเท้าของสตรี และรองเท้าไม้ของชาวเนเธอร์แลนด์ กระเป๋าของรองเท้านารีมีรูปร่างลักษณะและสีสันที่แตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์ จึงทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณชนินทรี สองเมือง อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ที่ชื่นชอบการปลูกกล้วยไม้รองเท้านารี นำมาพัฒนาสายพันธุ์ด้วยการผสมพันธุ์เอง ตลอดไปจนถึงดูแลไม้ให้มีคุณภาพ จำหน่ายเป็นอาชีพสร้างรายได้พร้อมความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รักได้เป็นอย่างดีทีเดียว คุณชนินทรี จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาพืชสวน คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยที่ยัง
หลายคนเมื่อได้ยินแล้วอดนึกขำ หัวเราะว่า นอนนาแก้จนได้อย่างไร วันนี้มีโอกาส เดินทางไปตามคำบอกของชาวบ้านว่า มีผู้ทำโครงการนอนนาแก้จน มีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการและนำไปเป็นตัวอย่าง ที่บ้านบัว พบกับเจ้าของสวนและโครงการ หลังทักทายกันแล้ว ก็พาเที่ยวชม ดร.พลังพงศ์ คำจวง กรรมการบริหาร ศูนย์อุตสาหกรรมบัวแก้วธานี อยู่บ้านเลขที่ 224 หมู่ที่ 5 บ้านบัว ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เล่าถึงความเป็นมาของโครงการชวนนอนนาแก้จนว่า แต่เดิมก็ทำนา ทำสวน หลังจากเรียนหนังสือจบก็เคยคิดที่จะทำงานราชการ แต่ชีวิตก็ไปทำธุรกิจหลายอย่าง และสุดท้ายก็มาทำโรงงานตัดเสื้อผ้า และผลิตถุงกอล์ฟส่งประเทศญี่ปุ่น แต่จากปัญหาภาวะเศรษฐกิจจึงหยุดไปช่วงหนึ่ง แต่ยังคงผลิตเสื้อผ้าเช่นเดิม ในช่วงนั้นก็หันมาลงเล่นการเมืองระดับท้องถิ่น ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกเทศบาลตำบลบัวสว่าง และเนื่องจากมีแนวคิดโครงการช่วยชาวบ้าน จึงคิดโครงการ “นอนนาแก้จน” ขึ้น พร้อมกับโครงการขยายไฟฟ้า เพื่อเป็นฐานของการทำโครงการ ต่อมาได้ลงมือทำเองเพื่อเป็นการนำร่อง ให้ชาวบ้านเห็น ฟื้นวิถีชีวิตชุมชน คนในหมู่บ้าน หันมาทำจริงจัง พร้อมยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเ
“ป้าเขียว” เจ้าของร้านอาหารดังศรีสะเกษ เผยเคล็ดลับความสำเร็จ “ก็แค่…อดทน” หากใครมาเที่ยวที่จังหวัดศรีสะเกษ นอกจากจะมาเที่ยวผามออีแดง ชมปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ไหว้พระดังอย่าง หลวงพ่อโต ส่วน “ร้านอาหาร” เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่เมื่อมาศรีสะเกษ แล้วได้แวะฝากท้องสักครั้ง ต้องอยากกลับมาอีก “ร้านสีเขียว” ดีกรีเป็นถึงร้านอาหารเจ้าดังของจังหวัดศรีสะเกษ มี คุณพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือ “ป้าเขียว” วัย 64 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารอีสานพื้นเมืองแห่งนี้ ป้าเขียว เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ร้านสีเขียว เปิดมาได้ 32 ปี ชื่อร้านมาจากชื่อของป้าเขียวที่เป็นคนผิวคล้ำ เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้เด็กประถมฯ แต่ทำได้หนึ่งปีลาออก เพราะรู้สึกว่าทำแล้วไม่ใช่ ออกมาเปิดร้านรับซักรีด ขายของชำ แต่เป็นอาชีพที่ทำแล้วเหงา จึงมีพี่ที่นับถือ มาชวนทำแจ่วฮ้อนเนื้อ ขายอยู่ 2 ปี จึงรู้ว่าลูกค้าไม่ได้นิยมทานเนื้อกันมากเท่าไหร่ เลยเพิ่มรายการอาหารอีสานเมนูอื่นๆเข้ามา สูตรอาหารทั้งหมดเป็นสูตรของป้าเขียว ผลตอบรับที่ได้ค่อนข้างดี แน่นอนว่าการทำอะไรก็แล้วแต่ ย่อมมีอุปสร
เป็น “ข้าวต้มมัดไซซ์พอดีคำ” ที่ถูกกล่าวขานและบอกต่อเรื่องความอร่อยในเลานจ์สายการบินบางกอกแอร์เวย์สมานานกว่า 15 ปี จนผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินนี้ ต้องเผื่อเวลามาชิมให้ได้…. ล่าสุด แฟนเพจเฟซบุ๊ก Bangkok Airways นำเสนอเรื่องราว “ข้าวต้มมัดยายฟู” เจ้าของสูตรขนมไทยสุดฮิต ที่สร้างปรากฏการณ์ผู้โดยสารต้องจองตั๋วเพื่อมาชิม #จากหาบเร่สู่ห้องรับรองสายการบิน “ไม่ต้องลำบากแล้วนะยาย’ คำพูดของคุณหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้งสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งพูดไว้กับคุณยายฟูเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ได้เปลี่ยนชีวิตของคุณยายฟูจากทำข้าวต้มมัดขายเพียงวันละ 80 ชิ้น/วัน เป็น 4,000 ชิ้น/วัน ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2546 เมื่อครั้งคุณหมอมักจะไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินี ก่อนกลับบ้านต้องแวะไปที่หาบขนมของคุณยายฟู คงดั่น ซึ่งทำขนมไทยหลากหลายชนิดขายประจำในบริเวณนั้น เช่น ข้าวต้มมัด ขนมเทียน ขนมใส่ไส้ แต่ทั้งหมดนั้น ข้าวต้มมัดเป็นขนมที่ขายดีเป็นพิเศษ เพราะมีขนาดพอดีคำ หวานมันกำลังดี เป็นที่ติดอกติดใจของของลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำ เมื่อคุณหมอเป็นลูกค้าประจำได้ระยะหนึ่ง ด้วยความเป็นนักธุ
รายย่อย “ซักรีด-อาหารตามสั่ง” วอน “เจ้าสัว” เห็นใจรากหญ้า เหลืออาชีพให้ทำกินบ้าง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ย. เกิดกระแสแชร์ข้อมูลกันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับการรุกคืบของร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ด้วยการ เปิดรับบริการซักอบรีด ซักแห้ง แบบเร่งด่วน ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้มีรายงานว่า เซเว่นฯ ได้บริการรับ-ส่งผ้าถึงบ้าน หากเจ้าของยังไม่มารับผ้าภายใน 3 วัน ระบบจะส่ง SMS แจ้งเตือนไปยังเบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้มารับผ้าที่สั่งซักไว้ ส่วนอัตราค่าบริการจะคิดเป็นรายตัว มีหลากหลายราคาให้เลือก โดยประเดิมเปิดให้บริการแล้วที่สาขาสีบุญเรือง 2 สาขาสีลมซอย 9 สาขาอโศก ดินแดง และ สาขาวิภาวดี 64 ปากซอย ซึ่งคาดว่าภายในต้นปีหน้านี้ เซเว่นฯ จะสามารถเปิดให้บริการซักผ้า ได้ประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่สาขาทั้งหมดที่อยู่ภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนภูมิภาคต่างจังหวัดจะทยอยเปิดให้บริการภายในกลางปีหน้า จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการซักรีดรายหนึ่งย่านราชวัตร เป็นหญิงวัยกลางคน ท่านหนึ่ง ให้ข้อมูลว่าทำอาชีพนี้มา 3 ปี มีลูกค้าพอสมควร เพราะค่าบริการ อยู่ในอัตราที่คนในชุมชนพอจะปันเงินมาใช้บริการได้ ก่อนห
อย่าไปกลัว “เจ้าสัว” เปิดตามสั่ง 24 ชม. มั่นใจเอสเอ็มอี ตั้งใจ-สู้ได้ จากกรณีกระแสข่าว ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น จะขายอาหารตามสั่ง 24 ชั่วโมง ที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อ่านข่าวเกี่ยวข้อง ‘อลงกรณ์’ฉะเจ้าสัวซีพี! ลั่นถ้าไม่เปลี่ยน วันใดมีอำนาจคุณจะไม่มีโอกาสแม้แต่พูดว่าเสียใจ ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามความคิดเห็นไปยัง คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในทรรศนะของผู้เกี่ยวข้องกับแวดวงธุรกิจขนาดย่อม-ขนาดย่อย มองว่า การที่เซเว่นฯ จะเปิดร้านอาหารตามสั่ง ไม่น่าจะมีผลกระทบกับร้านอาหารเดิม อย่างที่หลายฝ่ายกังวล เพราะเป็นบริการรองรับ “ไลฟ์สไตล์” ที่ต่างกันอยู่มาก “ปกติคนทั่วไป จะกินอาหารเซเว่นฯ ก็เวลารีบเร่ง หรือเวลาที่ร้านอาหารปกติไม่เปิด หรือในที่ที่ไม่ค่อยมีร้านอาหาร หรืออาหารแบบที่ร้านทั่วไปไม่มี ดังนั้น จะว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงก็คงไม่ได้” คุณสุวรรณชัย ระบุอย่างนั้น และว่า การปรับตัวของเอสเอ็มอีก็เหมือนกับเวลาที่มีคู่แข่งมาเปิดร้านเพิ่ม คือ เน้นคุณภาพและรูปแบบการให้บริการ จะสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ เช่น การ
“ก๊าแก่ว” คนไทยเรียก “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” คนเวียดนามนิยมทำหม้อไฟ อาหารของแต่ละภาคนั้นล้วนแตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นตัวกำหนดพืชพันธุ์ธัญญาหารและ ถิ่นอาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ ในประเทศเวียดนาม เมนูประจำถิ่นใต้ที่ขึ้นชื่อว่าโอชารสและยังเป็นของดีที่หาจากที่อื่นไม่ได้ นั่นคืออาหารที่ปรุงมาจากปลาชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาประหลาด ด้วยมีลำตัวทู่ยาวเรียว มีชื่อในภาษาเวียด ว่า “ก๊าแก่ว” (Cá kèo) เป็นปลาประจำถิ่นในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ส่วนชื่อในภาษาไทยคือ “ปลาท่องเที่ยวเกล็ดใหญ่” หรือชาวจีนเรียกว่า “ปลาอั้งโกหลัน” ซึ่งเป็นปลาในสกุลเดียวกับปลาตีน มีถิ่นที่อยู่บริเวณทะเลสาบสงขลา ชาวใต้ตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลาท่องเที่ยว” เพราะว่า ในช่วงฤดูน้ำหลากในราวเดือน 11 และ12 ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนของทะเลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ปลาท่องเที่ยว จะย้ายถิ่นจากที่ขุดรูอยู่บนพื้นทะเลสาบที่เป็นโคลนไปยังที่อยู่ใหม่ตามปากแม่น้ำที่เป็นน้ำกร่อย ชาวสงขลา จะจับไปต้มส้ม หรือทอดกิน พอเหลือรอดให้ได้ไปท่องเที่ยววางไข่ต่อไป ส่วนชาวเวียดนามนิยมนำมาทำเป็นหม้อไฟ เรียกว่า “เหลาก๊าแก่ว” (Lẩu cá kèo) โดยจะนำหอมแดงกับกระเทียมสับล
กรุงเทพฯ สวรรค์ของนักกิน ไม่แพงแถมอร่อย โดยเฉพาะซีฟู้ดปิ้งย่างริมทาง “เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง ถึงเดือนอ้ายเดือนยี่ น้ำก็รี่ไหลลง…” บทกวีที่เป็นเพลงเรือมีร้องกันมานาน ด้วยเดือนที่ผ่านมาคือเดือน 11 เป็นเดือนที่น้ำนอง มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เพราะพื้นที่บ้านเราเป็นพื้นที่ลุ่ม ใช้ที่ดินทำนาเพาะปลูกข้าว เช่นพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังเมื่อหลายปีก่อน น้ำท่วมที่นาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้โรงงานละแวกนั้นน้ำท่วมเสียหายแทบทั้งหมด เป็นเพราะที่ดินไม่แพงมาก บรรดาเจ้าของโรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศจึงนิยมสร้างโรงงานในบริเวณนั้น ครั้งถึงหน้าน้ำซึ่งปีนั้นน้ำมากเป็นพิเศษ เหตุน้ำท่วมท้องไร่ท้องนาจึงเกิดขึ้นมากและท่วมขังอยู่นานนับเดือน เช่นเดียวกับน้ำที่หลากลงมาย่านปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครตอนเหนือ มีน้ำท่วมขังสูงขนาดมิดหัวคน เกินกว่าครึ่งตัวบ้าน 2 ชั้น เดือดร้อนกันไปทั่ว หลังน้ำหลากลงมาท่วมเดือน 11 ถึงเดือน 12 น้ำทรง หมายถึงน้ำท่วมขังอยู่อย่างนั้นนานนับเดือน กว่าจะรอระบายน้ำออกทางโน้นทางนี้ได้ ถึงเวลา “เดือนอ้ายเดือนยี่…น้ำก็รี่ไหลลง” ตามธรรมชาติ ด้
ปลานิล เลี้ยงในบ่อดิน ปลาไม่มีกลิ่นโคลน แถมจำหน่ายได้ราคา เป็นที่ต้องการของตลาด คุณไว สายกระสุน อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 3 ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลมามากกว่า 20 ปี โดยเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ พร้อมทั้งลองผิดลองถูกด้วยตนเอง จนทำให้เขาประสบผลสำเร็จ ยึดการเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพหลัก เพราะสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณไว สายกระสุน ทดลองทำเกษตรหลายอย่าง สุดท้ายจบลงที่เลี้ยงปลานิล คุณไว เล่าให้ฟังว่า ชีวิตก่อนที่จะประสบผลสำเร็จเหมือนทุกวันนี้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายหลายอย่าง ซึ่งปัญหาเหล่านั้นเป็นดังบททดสอบที่ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ “สมัยก่อนนี้ผมทำมาหลายอย่าง ไร่นาสวนผสมบ้าง เลี้ยงปลาเล็กๆ น้อยๆ บางทีก็ปลูกผักตามหัวคันนา รายได้นี่ถือว่าได้ไหม ก็พอได้ แต่มันน้อยมาก ต่อมาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงหมูคือทุกอย่างล้มเหลวหมด เลยคิดว่าถ้าเราจะอยากมีเงินเก็บเยอะๆ ก็คงยาก เลยตัดสินใจกับภรรยาว่าจะหาอย่างอื่นทำใหม่ ผมจึงตัดสินใจมาขุดบ่อเลี้ยงปลาเลยที่นี้” คุณไว เล่าถึงอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ประมาณปี 2526 คุณไว เล่าว่า เริ่มเลี้ยงปลาอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงนั้นมีบ้างท
