SMEs
5 กย 61 “เส้นทางเศรษฐี” จัดสัมมนาฯ ภายใต้หัวข้อ “ดราม่า SMEs ไทย! โต หรือ ตาย…ใครจะรู้” เป็นเวทีที่เหล่าผู้ประกอบการSMEs ไทย จะได้มาแลกเปลี่ยนความคิด แชร์ประสบการณ์ช่วงเวลาวิกฤตของแต่ละธุรกิจ เรียนรู้แนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อเป็นบทเรียนและปรับตัวให้อยู่รอดได้ต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่นี่ คลิก https://www.eventbrite.com/e/-smes-40-smes-tickets-48633702714?aff=es2 ผู้ประกอบการ ที่จะเข้ามาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง แบบ “เล่นเอง เจ็บจริง ไม่มีสแตนด์อิน” ในรูปแบบของ Ted Talk ครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณสุเทพ โพธิ์งาม หรือ “ป๋าเทพ” ฉายาดาวตลกขั้นเทพ กับอีกบทบาทในฐานะ “เอสเอ็มอีผู้ไม่ยอมแพ้” คุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล เจ้าของสลัดผักและผลไม้พร้อมรับประทาน โอ้! เวจจี้ (Oh! Veggies) มนุษย์เงินเดือนที่ยอมเสี่ยงทิ้งงานประจำหันจับธุรกิจที่เชื่อว่ามีอนาคตไกล คุณชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ เจ้าของธัญพืชไร้แป้ง “ไดมอนด์เกรนส์” เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุแค่ 19 เจออุปสรรคสารพัดกว่าที่สินค้าจะติดตลาด คุณชวพจน์ ชูหิรัญ เจ้าของหมูปิ้งเฮียนพ ผู้สร้างตัวเองจากวินมอเตอร์ไซค์ สู่เถ้าแก
คร่ำหวอดอยู่ในวงการ “เวดดิ้ง” มาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาฝึกงาน ก่อนเริ่มต้นชีวิตลูกจ้างในตำแหน่งเซลส์ สั่งสมประสบการณ์อยู่ไม่นาน ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ กระทั่งอายุย่างเข้าสามสิบต้นๆ กลายเป็นเจ้าของธุรกิจ “เวดดิ้ง สตูดิโอ” ด้วยทุนหลักล้านจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง “พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ ครอบครัวไม่ได้ทำธุรกิจมาก่อน คุณพ่อ-คุณแม่รับราชการทั้งคู่ ส่วนตัวผมชอบเรื่องภาพถ่ายพรีเวดดิ้ง เลยเลือกเข้าไปฝึกและทำงานในบริษัทเวดดิ้งสตูดิโอ เรียกว่าทำงานวงการนี้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบครับ” คุณสรรค์ สุดเกตุ ผู้บริหารและเจ้าของห้องเสื้อ “วนัช กูตูร์” วัย 38 ปี เริ่มต้นบทสัมภาษณ์ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นกันเอง ก่อนคุยให้ฟังต่อ สำหรับธุรกิจแรกของตัวเขาเอง เปิดราวปี 2556 ชื่อ Signature bridal atelier เป็นกิจการ “เวดดิ้ง สตูดิโอ” ให้บริการเกี่ยวกับงานแต่งงานแบบครบวงจร เช่น ถ่ายภาพ พรีเวดดิ้ง มีชุดวิวาห์ให้เช่าทั้งบ่าวสาว รับแต่งหน้า-ทำผม เป็นต้น คุณสรรค์ สุดเกตุ ผู้บริหารและเจ้าของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ย้อนไปราว 5 ปีที่แล้ว ต้องยอมรับว่า “เวดดิ้ง สตูดิโอ” จัดว่าอยู่ในช่วง “ขาลง” เรื่อยๆ คุณสรรค์ เองก็เ
5 กย 61 “เส้นทางเศรษฐี” จัดสัมมนาฯ ภายใต้หัวข้อ “ดราม่า SMEs ไทย! โต หรือ ตาย…ใครจะรู้” เป็นเวทีที่เหล่าผู้ประกอบการSMEs ไทย จะได้มาแลกเปลี่ยนความคิด แชร์ประสบการณ์ช่วงเวลาวิกฤตของแต่ละธุรกิจ เรียนรู้แนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อเป็นบทเรียนและปรับตัวให้อยู่รอดได้ต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่นี่ คลิก https://www.eventbrite.com/e/-smes-40-smes-tickets-48633702714?aff=es2 ผู้ประกอบการ ที่จะเข้ามาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง แบบ “เล่นเอง เจ็บจริง ไม่มีสแตนด์อิน” ในรูปแบบของ Ted Talk ครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณสุเทพ โพธิ์งาม หรือ “ป๋าเทพ” ฉายาดาวตลกขั้นเทพ กับอีกบทบาทในฐานะ “เอสเอ็มอีผู้ไม่ยอมแพ้” คุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล เจ้าของสลัดผักและผลไม้พร้อมรับประทาน โอ้! เวจจี้ (Oh! Veggies) มนุษย์เงินเดือนที่ยอมเสี่ยงทิ้งงานประจำหันจับธุรกิจที่เชื่อว่ามีอนาคตไกล คุณชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ เจ้าของธัญพืชไร้แป้ง “ไดมอนด์เกรนส์” เริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่อายุแค่ 19 เจออุปสรรคสารพัดกว่าที่สินค้าจะติดตลาด คุณชวพจน์ ชูหิรัญ เจ้าของหมูปิ้งเฮียนพ ผู้สร้างตัวเองจากวินมอเตอร์ไซค์ สู่
คนไทยจำนวนมากรักและหลงใหลการบริโภคทุเรียน เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของทุเรียน แต่หลายครั้งที่ต้องซ้ำใจ เพราะถูกให้หลอกซื้อ “ ทุเรียนอ่อน ” เนื่องจากแยกทุเรียนอ่อนกับทุเรียนแก่ไม่เป็น หากใครไม่อยากถูกหลอกให้ช้ำใจเหมือนที่ผ่านมา ขอแนะนำเคล็ดลับการซื้อทุเรียนแก่ โดยใช้วิธีง่าย ๆ คือ “ดู ดีด ดม ดูด” ดู…ขั้ว ก้านขั้วต้องแข็ง สากมือ (ถ้าเป็นทุเรียนอ่อน ก้านจะนิ่ม) ปลิงบวม พูใหญ่ เด่น เห็นเส้นกลางพูชัด หนามใหญ่ ปลายหนามแห้ง ฐานหนามกว้าง ทุเรียนแก่จัด สุกกำลังดี จะมีกลิ่นหอมคงที่ มองเห็นเส้นกลางพูชัดเจน ยกเว้นก้านยาว (หรือทุเรียนหนามถี่) สุกในปลิงหรือปลิงเพิ่งหลุด พูหลวม ดีด…ใช้นิ้วมือดีดที่โคนหนามฟังเสียงหลวมๆ ดังก๊อกๆ การดีดหนามที่พูจะช่วยตรวจสอบคุณภาพทุเรียนอ่อนหรือแก่ แล้วยังสามารถช่วยตรวจสอบทุเรียนทุกพูหลวมเท่ากันจะมีโอกาสเป็นทุเรียนที่สุกสม่ำเสมอ เวลาสุกจะมีเนื้อนิ่มสม่ำเสมอ เนื้อไม่แข็งกรุบ การดีดช่วยให้ได้ทุเรียนที่มีความสุกแก่ในช่วงเวลาที่ต้องการรับประทาน หลวมมาก 1-2 วัน ถึงตึงมาก 3-4 วัน จะสุก ดม…ดมด้วยจมูก ทุเรียนแก่จัดใกล้สุกจะมีกลิ่นสาบอ่อนๆ ทุเรียนสุกแล้วจะมีกลิ่นหอม กลิ่นจ
อาชีพเลี้ยงไก่อยู่คู่คนไทยมาแต่โบราณ ปัจจุบันยังมีให้เห็น ทั้งเลี้ยงไก่เนื้อไว้ขาย เลี้ยงไก่บ้านเพื่อการกีฬายังคงอยู่ แม้ไก่จะไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจชนิดเดียวในไทย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันสามารถสร้างรายได้ให้กับคนประเทศเราไม่น้อย “เส้นทางเศรษฐี” มีโอกาสลงพื้นที่สำรวจฟาร์มที่จังหวัดนครราชสีมา กับโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์รูปแบบ Contract Farming ที่เรียกว่า ระบบฟาร์มข้อตกลง หรือ ระบบฟาร์มสัญญา ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำเข้ามาใช้งานกว่า 40 ปีแล้ว คุณคะนองเดช พินิจด่านกลาง วัย 40 ปี หนึ่งในเกษตรกรระบบคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง เจ้าของคะนองเดชฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ 225 หมู่ 2 ตำบลแหลมทอง อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่า แต่เดิมเป็นเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังและอ้อย กับพ่อแม่ มีรายได้เพียงปีละครั้ง ผลผลิตขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ราคาขายก็ไม่แน่นอน กระทั่งซีพีเอฟขยายโครงการเลี้ยงไก่เนื้อมาในเขตพื้นที่ ตนมองว่าเป็นระบบที่ดี มีมาตรฐาน และวงจรการผลิตอยู่ในโซนเดียวกัน อีกทั้งเป็นโอกาสดีในการประกอบอาชีพ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมกับบริษัท ปี 2549 รวมระยะเวลา 12 ปีแล้ว คุณคะ
วันนี้ 5 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรีรายงานว่า พบเกษตรกรทราบชื่อคือนายแก้ว ภูเดช , นางวิไลภูเดช สองสามี-ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 2 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ขยันทำมาหากินรายได้พอเลี้ยงชีพ นายแก้วบอกว่าตอนแรกคิดว่าจะปลูกใบเตยหอม เพื่อตัดใบขาย ให้กับแม่ค้าพ่อค้าที่ตลาด โดยครั้งแรกปลูกใบเตยแบบกลางแจ้ง ผลปรากฏใบจะไม่สวยสีไม่เขียว จึงมีความคิดว่าน่าจะปลูกใบเตยในร่ม น่าจะได้ผล จึงตัดสินใจปลูกใบเตย นำมาปลูกในที่ดิน 2 แปลง 5 ไร่ การปลูกเตย ต้องใกล้น้ำ ค่อนข้างแฉะ มีน้ำหมุนเวียนตลอดปี จัดให้มีร่มเงารำไร โดยนำแสลนมากาง ให้ต้นเตยหอมที่ปลูก ไม่โดนแสงแดดโดยตรง หลังจากนำต้นใบเตยหอมมาปลูกในระยะห่าง 3×3 ม. เพื่อให้ที่ว่างสามารถปลูกกล้วยได้ด้วยพร้อม ๆ กัน โดยการเตรียมต้นพันธุ์เตยที่แข็งแรงที่มีรากปักลงในแปลง โดยทำเหมือนการดำนา จากนั้นดูแลระบบถ่ายเทน้ำ ดูแลไม่ให้ต้นที่ปักดำลอยขึ้นมา ทิ้งไว้ 3 เดือน จึงเพิ่มปริมาณน้ำขึ้น หลังจากปลูก 6 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวได้ การเก็บเกี่ยวเตยหอมโดยใช้มีดตัดยอด อย่าเสียดายยอด การตัดยอด 1 ยอด ทำให้เกิดยอดใหม่มากมาย โดยเฉลี่ยตัดไป 1 ยอด จะได้ยอดใหม่ 3-5
ขณะที่หลายอาชีพกำลังเผชิญปัญหา “คนล้นงาน” และ “เสี่ยงตกงาน” ได้ทุกเวลา แต่อาชีพ “นักบิน” ดูเหมือนไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งยังมีข่าวด้วยว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่กำลัง “ขาดแคลน” และเป็นปัญหาของสายการบินหลายแห่งในโลก กระทั่งทำให้ นายวูยานี จารานา ผู้บริหารคนใหม่ของสายการบินเซาท์แอฟริกัน แอร์เวย์ส (South African Airways) หรือ เอสเอเอ (SAA) ที่ประสบปัญหาขาดทุนหนักในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กระทั่งมีหนี้ท่วมถึง 680 ล้านดอลลาร์ หรือราว 22,576 ล้านบาท มองเห็น “ทางรอด” ที่อาจเป็นโอกาสช่วยให้สายการบินเอสเอเอยังสามารถอยู่รอดต่อไปได้ ด้วยการสร้างรายได้จากการ “ให้เช่านักบินและลูกเรือ” แก่สายการบินต่างชาติที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนนักบินและลูกเรือ “เวลานี้พวกเราต่างเป็นห่วงความอยู่รอดของสายการบินเรา” ทัลลิ ทัลลิ โฆษกสายการบินเอสเอเอ บอกกับสื่อ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า เฉพาะปี 2560-2561 สายการบินเอสเอเอ ขาดทุนถึง 420 ล้านดอลลาร์ (ราว 13,944 ล้านบาท) ดังนั้น เป้าหมายหลักของนายจารานา ยามนี้ก็คือ พยายามลดปัญหาการขาดทุน ขณะเดียวกันก็พยายามสร้างผลประกอบการให้เป็นบวก โดยไม่ต้องปลดพนักงาน ซึ่งทางออกนี้ยังสามารถช่วยสายการบินใหญ่
ยำทวาย เป็นอาหารที่คนรุ่นเก่าๆ เท่านั้นถึงจะรู้จัก กลางเก่าหน่อยยังไม่ค่อยรู้จักเลย บางคนตั้งชื่อเล่นให้ยำนี้ว่า “ยำคนแก่” เพราะมันคือยำที่ใช้ผักต้มจนนิ่มเป็นหลัก ราดด้วยน้ำยำที่ทำจากน้ำพริกแกงผัดกับกะทิ แต่ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวนำ ไม่เค็มนำเหมือนแกงเผ็ด ที่แกล้งเรียกอย่างนั้น เนื่องจากคนแก่ (ที่ไม่มีฟัน) ใช้เหงือกเคี้ยวผักนิ่มๆ ได้ โดยไม่ต้องอาศัยฟัน จริงๆ ใครที่เคยได้กินยำทวายแล้วจะบอกว่า “อร่อยมาก เสียดายไม่เคยรู้จักมาก่อนหน้านี้” นักเรียนของโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย น้อยคนนักที่จะเคยกินยำทวาย พอได้กินชอบทุกคน ยกเว้นเด็กๆ ที่ไม่กินผัก เลยสุดวิสัยจะบังคับให้กิน ในบทความจาก “พระนครบันทึก : จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก – ประไพวิริยะพันธุ์ ฉบับที่ ๙๔ (เม.ย.-มิ.ย. ๒๕๕๕)” (http://lek-prapai.org/home/view.php?id=752) ได้ไปสัมภาษณ์ คุณจินดา เมตตาจิตต์ ซึ่งเป็นลูกหลานเชื้อสายทวายแต่อดีตในสมัยกรุงธนบุรี ชาวทวาย เข้ามาอาศัยอยู่แถวยานนาวาในปัจจุบัน สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ได้ชื่อว่า บ้านทวาย คุณจินดา บอกว่า คนทวายไม่ใช่มอญและก็ไม่ใช่พม่า แต่เป็นอีกเชื้อชาติหนึ่ง ผู้หญิงแต่งกายคล้ายสาวพม่า ผมมวยเกล้ากลม
พูดถึงนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดในบ้านเรา ชื่อของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีผลงานมากมาย ที่สำคัญท่านเป็น 1 ใน 5 ของนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดระดับโลก ล่าสุดผลงานของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ผู้นี้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง “ราชินีทับทิมสยาม” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์โดยฝีมือคนไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสวยสด รวมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ สามารถรับประทานสดได้เลย ทำให้ได้รสชาติที่หวานและมีความกรอบในตัว และในอีกไม่ช้าจะมีพันธุ์ Siam Ruby Queen 2 เข้ามาเสริม ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยกว่าเดิม “ผู้คนมักจะเข้าใจเรื่องข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง กับข้าวโพดเหนียวสีแดงสับสนกัน ซึ่งเป็นคนละชนิด ของเราไม่ใช่ข้าวโพดข้าวเหนียว และสามารถทานสดได้เลย เหมือนทานผลไม้ทั่วไป” สำหรับประโยชน์ของข้าวโพดแดงนี้ มีปริมาณสารแอนโทไซยานิน (anthocyanin) สูง ซึ่งสารตัวนี้เป็นตัวเดียวกับที่มีในดอกอัญช
เรื่องราวชีวิตของแม่ใจสู้ ค้าขายมาสารพัด หวังเพียงให้ลูกๆ ได้เรียนหนังสือสูงๆ แม้ปัจจุบันสังขารเริ่มจะอ่อนแรงไปตามวัย แต่ยังตั้งหน้าตั้งตาหารายได้ ความขยันขันแข็ง หวังส่งต่ออาชีพทำ “บ๊ะจ่าง” ให้ลูกหลาน มีช่องทางสร้างรายได้เลี้ยงตัวอีกทาง เจ้าของเรื่องราวนี้ คนเก่าแก่ในเมืองมหาชัย-สมุทรสาคร หลายท่านอาจรู้จักกันดีที่ชื่อ “เจ๊ม้วยนี้” หรือ คุณมณี ปราณีธยาศัย อายุ 70 ปี ท่านเป็นลูกหลานชาวจีน ที่บรรพบุรุษข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองซัวเถา มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองไทย โดยมาตั้งรกรากที่ ตำบลท่าฉลอม เมืองสาครบุรี ชื่อสมัยก่อน หรือจังหวัดสมุทรสาคร ในปัจจุบัน ในวัยเด็ก คุณมณี ต้องทำงานหนักเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว โดยมีแม่เป็นต้นแบบที่ฝึกให้ทุกอย่าง โดยเฉพาะการทำอาหารเลี้ยงคนในบ้านที่มีอยู่หลายคน ซึ่งรวมถึงการทำบ๊ะจ่าง ที่ต้องช่วยกันทำเมื่อใกล้เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ที่จะไหว้กันในวันที่ 5 เดือน 5 “สมัยก่อนต้องช่วยทำกันทั้งบ้าน ทำเป็นกันหมดล่ะ พี่น้อง 4 คน เป็นผู้หญิงหมด ทำอาหารเก่งหมด ดูแม่ทำแล้วก็ทำได้ทั้งนั้นคาวหวาน แป๊ฉ่าย ขนมเทียน ขนมเข่ง บ๊ะจ่าง” คุณมณี เคยว่าไว้อย่างนั้น เมื่อแยกครอบค
