SMEs
ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติช่วยให้จังหวัดสมุทรสงครามมีผลไม้อร่อยอย่าง ส้มโอขาวใหญ่ ชมพู่ ลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลต่างๆ แถมจังหวัดนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายแห่ง ตลอดถึงยังคงสภาพความเป็นสวนผลไม้ที่มีบรรยากาศร่มรื่นสามารถเดินทางสัญจรชมสวนต่างๆ ได้ไม่ยาก จึงมักเป็นที่นิยมของคนทั่วไปในการขับขี่จักรยานหรือเดินทางมาพักผ่อนตามโฮมสเตย์ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันมากมาย คุณสมทรง แสงตะวัน อยู่บ้านเลขที่ 9/3 หมู่ที่ 4 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านบางพลับหันมาปลูกส้มโอขาวใหญ่เชิงการค้ากันแบบมีคุณภาพตามแนวทางอินทรีย์ พร้อมไปกับการรวบรวมองค์ความรู้และภูมิปัญญาต่างๆ เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วดึงนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมต่างๆ ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้ทุกครัวเรือน ความจริง ส้มโอ เป็นไม้ผลท้องถิ่น ที่รุ่นพ่อ-แม่ ปลูกกันมาก่อน สมัยนั้นชาวบ้านปลูกส้มโอกันหลายพันธุ์ สำหรับขาวใหญ่ไม่นิยมปลูก เนื่องจากให้ผลผลิตน้อย
“มดดิ๊” ชื่อยี่ห้อขนมหวานจากเมืองเพชร อย่าง อาลัว กลีบลำดวน ขนมผิง วุ้นกรอบ บรรจุอยู่ในแพ็กเกจพอดีคำ ดูสวยงามแปลกตา อยู่ภายใต้การดูแลของ คุณณัฐดนัย รุจิรา เจ้าของผลิตภัณฑ์ ย้อนประวัติความเป็นมาส่วนตัวให้ฟังพอสังเขป พื้นเพเป็นคนเพชรบุรี อายุสี่สิบเศษ จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร ปริญญาโทด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เคยประจำ อยู่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในโรงงานอาหารทะเลแช่แข็งแห่งหนึ่งในจังหวัดบ้านเกิด ระหว่างทำงานประจำ เคยนำของเหลือจากโรงงานมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในระดับหนึ่ง จึงเกิดความคิด น่าจะนำวิชาที่ร่ำเรียน มาสร้างหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแบบของตัวเองดูบ้าง “เมืองเพชรมีชื่อเสียงเรื่องขนมหวาน แต่ข้อด้อย คือ ขนมแทบทุกชนิดอายุสั้น เก็บไว้ได้ไม่กี่วัน ถ้าสามารถพัฒนาขนมเหล่านี้ให้เก็บได้นานขึ้น น่าจะขยายตลาดได้กว้างขวางขึ้น เช่น ส่งออกไปขายต่างประเทศ” คุณณัฐดนัย เผยให้ฟังถึงจุดเริ่มของธุรกิจส่วนตัว เมื่อเกิดแนวคิดดังว่า จึงเดินหน้าต่อด้วยการมองหาขนม “ตัวต้นแบบ” ที่จะนำมาทำการทดลองยืดอายุการจะเก็บให้ยาวนานกว่าปกติ กระทั่งมาลงตัวที่ขนมไทยโบร่ำโบราณ มีชื่อเรียกขานว่า “อาลัว” ซึ่งตาม
“ผม กุลธร สังฆมณี อายุสี่สิบเศษ ผมค้าขายรองเท้า ผมเป็นคนสู้ชีวิตมาตลอด จนกระทั่งผมมีกิจการร้านรองเท้าของกลุ่มคนชั้นล่างเจ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี และกระจัดกระจายขายไปตามตลาดนัด นับสิบๆ ที่ต่อวัน เป็นกิจการที่หมุนเวียนนับสิบๆ ล้านบาท ที่ผมเขียนมาเพราะผมอยากจะให้เป็นอุทาหรณ์ของคนที่ยังมีแรง อย่าท้อแท้ เพราะผมล้มมานับครั้งไม่ถ้วน เช่น ขายไม่ได้ รองเท้าเหลือเบอร์ ลูกน้องเอาไปขายแล้วโกง ฯลฯ แต่ผมก็สู้ สู้ กู้ กู้ จนกระทั่งมีกิจการใหญ่โต ผมจึงเขียนมาเพื่อให้ทุกคนที่ท้อแท้…อย่าท้อถอย” เนื้อความในจดหมายดังเกริ่นข้างต้น คือ การ์ดเชื้อเชิญ ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” โคจรไปพบกับเจ้าของกิจการตัวจริงเสียงจริง และเรื่องราวเกี่ยวกับกิจการของเขา ได้ถูกบันทึกไว้แล้ว นับจากนี้ เจ้าของกิจการรองเท้าแตะรายใหญ่ มีโกดังเก็บสินค้าและเป็นหน้าร้านทั้งค้าปลีก-ส่ง จำนวนถึง 8 คูหาในซอยวัดส้มเกลี้ยง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ให้เรียกแบบกันเองว่า คุณเชน สละเวลาทำงาน มาให้ข้อมูลด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เริ่มบทสนทนาด้วยประวัติความเป็นมาส่วนตัวพอสังเขปว่า เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว คุณพ่อรับราชการ คุณแม่รับจ้างเย็บผ้าโหล ช่วงก
“ไม่อยากให้มองว่า Midnight A Cocoa เป็นธุรกิจ เพราะเป็นร้านที่เปิดเพื่อความสุขและความชอบ ” คำพูดของ คุณเดียร์–ทิสลักษณ์ คำงาม วัย 30 ปี เจ้าของร้าน Midnight A Cocoa ร้านโกโก้ชื่อดัง ที่สร้างความอร่อยมายาวนานถึง 2 ปี โกโก้ร้านนี้เป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลมานานแทบทุกวี่วัน จนหลายคนต้องตามไปกิน จากความชอบ สู่ร้าน Midnight A Cocoa Midnight A Cocoa (มิดไนท์ อะ โกโก้) สร้างความอร่อยมานาน 2 ปี แรกเริ่มคุณเดียร์ไม่ได้ขายโกโก้ แต่เป็นคนที่ชอบกินโกโก้ ด้วยทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ตัดต่อ และออกแบบตามสายศิลปกรรมที่เรียนจบมาจากวิทยาลัยเพาะช่าง เวลาทำงานส่วนใหญ่คือตอนกลางคืน ดึกดื่นก็ยังนั่งทำงานอยู่ และเพราะโกโก้เป็นตัวช่วยผ่อนคลายได้ดี คุณเดียร์จึงชงโกโก้ดื่มเอง “ตอนดึกๆ หาร้านโกโก้ดื่มยากมาก แทบจะไม่มีร้านไหนเปิด เลยคิดว่า ถ้าเราชอบกินโกโก้ขนาดนี้ ก็เปิดร้านเองเลยจะดีกว่า” คุณเดียร์ใช้พื้นที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นมุมหน้าต่าง เปิดร้านโกโก้เล็กๆ โทนเหลือง ตกแต่งมีสไตล์ ชื่อร้าน Midnight A Cocoa ซึ่งที่มาของชื่อร้านเป็นคำที่มาจากแนวคิดหลายอย่างรวมกัน เพราะเปิดตอนกลางคืน จึงมีคำว่า Midnight ส่วน A Coc
พูดถึงทุเรียนไม่ใช่แค่กินผลสุกๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นขนมอย่างอื่นได้อีก ที่จะเห็นบ่อยๆ คงเป็นข้าวเหนียวทุเรียน แต่ที่เราจะพูดถึงนี้คือ ขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม เหมือนทุเรียนตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกจนถึงไส้ข้างในเลยทีเดียว ด้วยกำลังเป็นกระแสอยู่นี่เอง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์สอบถามไปยัง คุณฝน-พนัชกร ตาคำ วัย 25 ปี เจ้าของไอเดีย ขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม ได้ความว่า คุณฝนเปิดร้านเบเกอรี่อยู่แล้วร่วม 3 ปี ส่วนขนมเปี๊ยะทุเรียนเพิ่งเริ่มทำช่วงหน้าทุเรียน “เห็นขนมเปี๊ยะรูปแบบเดียวกันจึงลองทำตาม ทำเสร็จนำไปโพสต์ในกลุ่มเบเกอรี่ ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับดีตั้งแต่วันแรกที่ทำขาย” มีเพื่อนๆ ในกลุ่มเข้ามาแชร์เข้ามาสั่งออร์เดอร์ดี เริ่มจากวันละ 100 ชิ้น จากนั้นเพิ่มเป็น สัปดาห์ละ 1-2 พันชิ้น มีทั้งขายปลีก-ส่ง สามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 50,000 บาทต่อวัน ความพิเศษของขนมเปี๊ยะทุเรียน อย่างแรกคือ รูปลักษณ์ที่เหมือนทุเรียนอย่างกับโคลนนิ่งมา อย่างที่สองคือ ไส้ ซึ่งใช้เนื้อทุเรียนหมอนทองนำมากวนเป็นไส้จริงๆ ใส่ไข่เค็มเข้าไป เป็นไส้ทุเรียนไข่เค็ม บรรจุใส่กล่องรูปทุเรียนสุดแปลก มี 3 ไซซ์ให้
ปัจจุบันกระแสสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลตัวเอง โดยเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การกินอาหารคลีน หรืออาจจะเป็นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบที่ปลูกแบบระบบอินทรีย์ก็เป็นความมั่นใจของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากพืชที่ปลูกในระบบอินทรีย์แล้ว แม้แต่สัตว์บางชนิดก็สามารถนำมาเลี้ยงในระบบอินทรีย์ได้อีกด้วย โดยปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติมีการเลี้ยงด้วยอาหารที่ได้จากพืช ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง จึงส่งผลให้สัตว์ที่เลี้ยงด้วยระบบนี้สามารถทำราคาทางด้านการตลาดที่สูงกว่าการเลี้ยงแบบทั่วไปเป็นเท่าตัว อย่างเช่นไข่ไก่ที่ผ่านการเลี้ยงในระบบอินทรีย์เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กำลังได้รับความนิยม เพราะสามารถหาซื้อเองได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าที่ขายสินค้าอินทรีย์ หรือถ้าหากอยากมีกิจกรรมยามว่างก็สามารถหาไก่ไข่มาเลี้ยงแล้วเก็บไข่ไว้กินภายในครัวเรือนเองก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดรายจ่าย คุณณธรา แย้มพิกุล อยู่ที่บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 19 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรผู้มีความชอบการกินอาหารที่ปลูกในระบบอินทรีย์ โดยผลไม้และผักสวนครัวต่างๆ ที่ปลูกในส
ในช่วง 10 ปีมานี้ วงการแมลงบ้านเราเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยหันมาเลี้ยงกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ จิ้งหรีด ซึ่งเลี้ยงง่ายและได้ราคาดี มีเงินลงทุนหลักร้อยหลักพันก็สามารถเริ่มต้นเลี้ยงกันได้แล้ว ที่สำคัญหน่วยงานต่างๆ ของรัฐต่างส่งเสริมอย่างจริงจัง อย่างกรณีของ คุณยุวดี ผลาปรีย์ วัย 61 ปี เกษตรกรบ้านเหล่าอ้อย หมู่ที่ 9 ตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งปัจจุบันเลี้ยงจิ้งหรีดมากถึง 30 คอก โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พื้นที่ต้นแบบ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งหมด 44 ราย เป็นรายใหญ่ 4 ราย นอกนั้นเป็นรายเล็กๆ ที่เลี้ยงกันรายละ 2-3 คอก ให้อาหาร เช้า-เย็น คุณยุวดี เล่าว่า เมื่อปี 2558 ได้สมัครเข้าโครงการส่งเสริมการเลี้ยงจิ้งหรีดของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำให้ความช่วยเหลือในการทำโรงเรือน และจัดหาจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยทางสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกร
สติ๊กเกอร์ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารสำคัญที่ยังเป็นเทรนด์และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน โดยสติ๊กเกอร์ นอกจากจะใช้แทนคำพูดแบบไม่ต้องพิมพ์ยาวๆ แล้วยังช่วยสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้เข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยภาพรวมความสำเร็จของตลาด LINE CREATORS MARKET ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 200% จากปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ลงทะเบียนครีเอเตอร์ไลน์แล้วกว่า 1.5 ล้านคน (มีครีเอเตอร์คนไทยมากถึง 340,000 คน) และมีสติ๊กเกอร์ให้เลือกใช้กว่า 1.3 ล้านสติ๊กเกอร์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์มีโอกาสพูดคุยกับครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์ จาก 4 ประเทศในเอเชีย เริ่มต้นด้วย ตัวแทนครีเอเตอร์จากไทย คุณต้นไม้ มนันห์ตชัย ไพรสินธ์ อายุ 26 ปี เจ้าของสติ๊กเกอร์ชื่อดัง ตัวหมู by ต้นไม้ ที่การันตีรางวัล Rising Star หลายครั้งติดต่อกัน เริ่มจากฐานะยากจน รับจ้างวาดรูป ร้องเพลงตอนกลางคืน และอยากมีอาชีพเสริม จึงเข้าสู่การเป็นนักออกแบบ ซึ่งผลงานที่ออกมาล้วนเป็นที่นิยม โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์แนวคู่รัก คุณต้นไม้ เริ่มต้นอาชีพครีเอเตอร์สติ๊กเกอร์ไลน์มาตั้งแต่ปี 2014 มีสติ๊กเกอร์ที่ออกแบบจำนวน 30 ชุด แบ่งเป็น สติ๊กเกอร์แนวสร
ในสังคมที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญและการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรไทยจึงต้องปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพเพื่อให้ผลิตผลทางการเกษตรของไทยมีที่ยืนในตลาดสากล ดวงพร เวชสิทธิ์ หรือ ปุ้ย Young Smart Farmer รุ่นใหม่วัย 41 ปี เจ้าของ “สวนบุษรา” สวนเกษตรผสมผสานบนเนื้อที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรไทยที่มีการปรับตัวให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในปัจจุบันสวนแห่งนี้ปลูกต้นมังคุด กล้วยหอม กล้วยไข่และลองกอง โดยมีมังคุดเป็นผลผลิตหลัก คุณปุ้ย จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ หันหลังให้อาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการสวนบุษราซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัวในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่ก็พยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer ของกรมส่งเสริมการเกษตร ทำให้มีโอกาสรวมกลุ่มกับเกษตรกรรุ่นใหม่ เธอกล้าคิดวิเคราะห์และลงมือทำ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานกลุ่ม Yong Smart Farmer จังหวัดจันทบุรี ควบตำ
เทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพตามวิถีธรรมชาติและบำบัดอาการต่างๆ ด้วยพืชสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอาหารเสริม เครื่องดื่ม ทั้งสำเร็จรูปหรือชาประเภทต่างๆ รวมถึงเครื่องสำอางประทินผิว มีโอกาสมาเยี่ยมชม “เรือนไม้หอม” ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากธรรมชาติ มาตรฐาน OTOP ของจังหวัดสมุทรสงคราม มีคุณบุษ – เกวลี ชื่นสงวน ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นผู้สานต่อกิจการ คุณบุษ เล่าให้ฟังว่า เรือนไม้หอมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 หลายคนอาจรู้จักในชื่อวิสาหกิจชุมชนเรือนไม้หอม ดำเนินกิจการแปรรูปสมุนไพรและของใช้ในครัวเรือน เช่น แชมพูสมุนไพร น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า และพิมเสนน้ำ มานาน 20 ปี โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ผลิตคือ แชมพูปะคำดีควาย จากนั้นเรือนไม้หอมได้สานต่อการแปรรูปนำวัตถุดิบในชุมชนอื่นๆ มาเพิ่มมูลค่าอีกมากมาย อาทิ ดอกไม้ ผลไม้ และสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผสานจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สบู่ก้อนที่ให้กลิ่นหอมและสีสันชวนมอง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคและขายดีที่สุดต้องยกให้ ชาใบขลู่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากใบขลู่ “ใบขลู่เป็นพืชสมุนไพรพื
